Roundtable Lunch: Solving the Talent Crisis (part 1/2)

UL room

ปัญหาการขาดบุคคลากรเก่ง ๆ  (Talents) ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระดับองค์กร แต่เป็นวิกฤตระดับโลก ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน

เมื่อวันจันทร์ (18 ก.ค.) ผมได้รับเชิญไปร่วมงาน Roundtable Lunch: Reimagining Education to Employment Pathways: Insights from Global Workforce and Implications for Students, Institutions of Higher Learning, Employers and Government ซึ่งจัดโดย Wiley ร่วมกับ Unilever ซึ่งประเด็นหลักที่คุยกันคือเรื่อง Solving the Talent Crisis

ในงานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

  1. Global Workforce Insights ซึ่งนำเสนอโดย Mr. Mark Allin, President and CEO, Wiley ซึ่งบินมาจากอเมริกาเพื่องานนี้
  2. Panel Discussion: Insights into Action ซึ่งมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ

ซึ่งผมจะแบ่งสรุปเนื้อหาที่น่าสนใจเป็น 2 ตอน เพื่อไม่ให้ยาวเกินไป

Global Workforce Insights

Insights

  • มหาวิทยาลัยไม่ได้ผลิตบัณฑิตที่มีทักษะที่จะประสบความสำเร็จในการทำงาน
  • บริษัทต้องการพนักงานทีมีอยู่มีทักษะที่หลากหลายในการทำงาน
  • ROI จากภาครัฐและธุรกิจใน R&D ลดลง
  • ระบบการพัฒนาบุคคลากรของภาคการศึกษาไม่สอดคล้องกับภาคธุรกิจ

Recommendation 1: กระตุ้นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย กับภาคธุรกิจเพื่อกำหนด Competency แนวทางพัฒนา ในทิศทางความต้องการของเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นใหม่

  • Strategic, high growth area
  • Multi-sector application
  • การพัฒนาการศึกษาในแต่ละช่วงตลอดชีวิต (Life long learning) ตั้งแต่อาชีวะ, อุดมศึกษา (ปริญญาตรี, โท, เอก) จนถึงการพัฒนาในการทำงาน
  • ตัวอย่าง: ในอเมริกาตอนนี้ขาด Data Scientist กว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง มีทีมที่แก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ประกอบด้วยภาคธุรกิจ (IBM, pwc, TIAA, Humana) ภาคการศึกษา (NYU, CUNY, SUNY) และภาครัฐ (NYC department of Education) โดยกำหนดแผนการพัฒนา และตัววัดชัดเจน การพัฒนามีความสอดคล้องระหว่างหลักสูตรกับความต้องการของธุรกิจอย่างน้อย 3 กลุ่มอุตสาหกรรม เป็นต้น

Recommendation 2: สนับสนุนให้ที่ทำงานเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ (a center of education, reskilling and upskilling)

  • Maintain nimble, adaptive workforce
  • Focus on key set of transferable innovation skills
  • Not just corporate but also researchers that are part of innovation ecosystem
  • Innovation “Tool Kit” (OECD)
    • Management and Finance
    • Operations
    • Managing Teams
    • Leadership and Communication
    • Digital Literacy
    • Diversity and Inclusiveness

Looking Ahead

  • วิกฤต Talent เป็นวิกฤตระดับโลก ซึ่งส่งผลกระทบทั้งภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และนวัตกรรม
  • การแก้ปัญหาต้องใช้ความร่วมมือแบบใหม่ และการมีส่วนร่วมจาก Stakeholders ทุกส่วน
  • ยังมีโอกาสอีกมากในการพัฒนาซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับเศรษฐกิจและสังคม

สำหรับช่วง Panel Discussion สามารถอ่านต่อได้ที่นี่ครับ

Roundtable Lunch: Solving the Talent Crisis (part 2/2)
________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • Thai Career Day

    เพราะการแข่งขันแย่งตัวคนเก่งไม่สามารถนั่งกระดิกเท้ารอให้เด็กๆมาสมัคร และเลือกเหมือนเมื่อก่อน เพราะทางเลือกของเด็กสมัยนี้มีมากมาย ไม่จำกัดเพียงบริษัทในประเทศ หรือแค่บริษัทยักษ์ใหญ่ เราคงจะได้เห็นบริษัทไทยเริ่มขยับตัวเข้าเด็กตั้งแต่ก่อนเรียนจบ เพื่อแนะนำบริษัทมากขึ้น เพื่อหาช้างเผือกไม่เพียงในประเทศ แต่ต่างประเทศโดยเฉพาะใน ASEAN ที่เป็นเป้าหมายระยะสั้นของบริษัทไทยที่ต้องการขยายความเป็นที่หนึ่งในระดับภูมิภาค แน่นอนว่าเป้าหมายของบริษัทไทย คือคนเก่งและเหมาะสมกับวัฒนธรรมบริษัท ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะเด็กนักเรียนไทยในต่างแดนเท่านั้น โจทย์ของบริษัทไทย และฝ่ายบุคคล คือจะทำยังไงให้บริษัทที่ใครๆในไทยก็รู้จัก และอยากทำงานด้วย ดูน่าสนใจ และดึงดูดกับเด็กต่างชาติที่ไม่รู้จักบริษัทของคุณเลย ถ้าไม่ติดงานด่วนอะไร ผมว่าจะแวะไปดูงานนี้ แล้วจะกลับมาเล่าบรรยากาศ และความพร้อมของบริษัทไทยในสายตานักเรียนต่างชาติให้ฟังนะครับ   ป.ล. งานนี้จัดโดย สมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ (รายละเอียด)  

  • |

    เด็กฝึกงาน ใครคิดว่าไม่สำคัญ?

    [หลังจากบทความเรื่อง Treat your intern right! ที่เขียนลง The Nation คอลัมน์ Tweeple’s Corner วันอาทิตย์ที่ผ่านมา นึกขึ้นได้ว่าน่าจะแปล(บทความตัวเอง)เป็นภาษาไทย ให้อีกหลาย ๆ คนได้อ่านด้วย ออกตัวไว้ก่อนว่าการแปลนี้ไม่ได้แปลคำต่อคำ จึงมีการตัดและเพิ่มตามความพอใจ เพราะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทความแล้ว :P ] ทุกๆปี น้องๆนิสิต นักศึกษาปี 3 ส่วนใหญ่จะใช้เวลาปิดเทอมใหญ่ไปฝึกงาน ซึ่งบ้างก็ทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร (ไม่ทำไม่จบว่างั้น) บ้างก็ต้องการสร้าง portfolio สวย ๆ สำหรับทำงาน/เรียนต่อ หรือต้องการอยากได้ประสบการณ์ทำงานจริง ๆ แต่คุณรู้รึปล่าวว่าเด็กฝึกงานเค้าทำอะไรกัน? ผมเชื่อว่าเราอาจเคยได้ยินตั้งแต่ไม่มีอะไรให้ทำ ชงกาแฟ ถ่ายเอกสาร ไปจนถึงทำงานที่มีคุณค่ามากๆประหยัดให้องค์กรเป็นล้าน และทำให้พี่พนักงานประจำหลายคนเริ่มร้อนๆหนาวๆกับเก้าอี้ตัวเอง… ^^” ด้วยงานที่ทำอยู่ ทำให้ผมเห็นความสำคัญของโครงการนักศึกษาฝึกงาน ทั้งต่อตัวเด็กเอง และต่อบริษัทด้วย สำหรับน้องนิสิต-นักศึกษา นี่เป็นโอกาสแรกๆที่จะได้สัมผัสชีวิตการทำงาน ที่เราจะต้องเจออีกค่อนชีวิตหลังจากที่เราเรียนจบ ซึ่งการเรียนได้คะแนนดีๆ เกรดสวยหรูไม่ได้รับประกันความสำเร็จในการทำงาน (เป็นได้อย่างมากก็แค่ใบเบิกทางที่ดี) นอกจากนั้นน้องจะได้ฝึกเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาจากโจทย์ มาเป็นตั้งโจทย์ (และแก้ปัญหา)เอง…

  • | |

    ข้อคิดจากนักไต่เขา

    เคยมั้ยที่ทำอะไรซักอย่างแล้วท้อ ให้หยุดทำสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อย่าง เรื่องงาน หรือเรื่องทั่วๆไปอย่าง การหัดเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ความสำเร็จที่สมควรแก่การชื่นชมนั้นต้องอาศัยความพยายาม และความอดทน ซึ่งเราก็รู้แต่หลายคนก็อดไม่ได้ที่ถอดใจไปก่อน ผมมีข้อคิดจากนักไต่เขาเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเล่าให้ฟัง นักไต่เขาทุกคนไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ทุกคนจะเริ่มในสภาพเหมือนกัน คือ ร่างกายพร้อม 100% และมีความกระตือรือร้นที่จะปีนเขา แต่ หลังจากที่เขาปีนไป ปีนไป ความเหนื่อยล้า ก็ค่อยๆมาเยือน ก่อนที่จะถึงยอดเขา ทุกคนจะมีจุดหนึ่งที่นักไต่เขาเรียกว่า “hit the wall” หรือ จุดถอดใจ มือใหม่จะหยุด หันหลังกลับ และยินดีที่ตัวเองไต่มาได้ไกลถึงขนาดนี้ นอกจากว่า

  • |

    มาเป็นคนโชคดีรับตรุษจีนกันเถอะ

    ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ วันนี้วันตรุษจีน ผู้คนมากมาย หน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใส เด็กๆที่เพิ่งได้อั่งเปาจากญาติๆ ก็ออกมาเที่ยว ใช้จ่ายสมกับที่วันนี้เป็นวันเที่ยว น่าเสียดาย ที่วันนี้ก็เป็นวันสอบสำหรับนักเรียน และเป็นวันทำงานสำหรับคนอีกไม่น้อยเหมือนกัน (รวมถึงผมด้วย ^^”) ช่วงเวลาดีๆอย่างนี้ เราจะเห็นคนอวยพรกันมากมาย ซึ่งเรื่องที่อวยพรก็ไม่พ้นเรื่องสุขภาพกาย ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เงินทองไหลมา เทมา และอีกเรื่องหนึ่งที่หลายๆคนอยากมี คือ เป็นคนโชคดี พูดถึงเรื่องโชคดี คนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าเป็นเรื่องของโชคลาง เราควบคุมอะไรไม่ได้ พอดีผมอ่านบทความจากหนังสือ The Luck Factor ของ Richard Wiseman ซึ่งเขาทำการค้นคว้าและวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลา 10 ปี จากคนที่โชคดีมากๆ และโชคร้ายมากๆ เพื่อหาว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คนเหล่านี้โชคดี และมีวิธีที่จะเพิ่มโอกาสให้ตัวเองโชคดีมั้ย หรือว่าโชคดีมันแค่เป็นดวงของคนนั้นๆ จากการวิจัย คุณ Richard พบว่าคนโชคดี สร้างโอกาสให้เกิดโชค ด้วยหลักการ 4 ข้อ นั่นแปลว่า คุณเองก็สามารถเพิ่มโอกาสโชคดีให้กับตัวเองได้!! :) หลักการ 4 ข้อนั้นประกอบด้วย

  • |

    ความทุกข์ของคนเป็น Expat

    เวลานึกถึงภาพคนที่เป็น Expat ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงคนเก่ง มีความสามารถสูง ที่บริษัทลงทุนในการพัฒนา ส่งไปทำงาน หรือดูแลธุรกิจต่างประเทศ และแน่นอนสวัสดิการที่ดี ถึงดีมากกกก สำหรับคนกลุ่มนี้เพื่อชักจูงให้จากประเทศเกิดไป อยู่ในประเทศที่ไม่คุ้นเคย ห่างไกลครอบครัว เพื่อนฝูง ไหนจะที่อยู่ฟรี รถบริษัท พร้อมคนขับ ค่าเล่าเรียนลูกในโรงเรียน inter และอื่นๆอีกมากมาย ตามตำแหน่ง และระบบของบริษัท ดูเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาซะนี่กระไร แต่ถ้าได้รู้จักคนกลุ่มนี้จริงๆ จะพบความจริงอีกด้านที่น่าสนใจ…

  • ลีกวนยูที่ผมรู้จักใน 7 วันที่ผ่านมา

    วันนี้ (29 มีนาคม 2558) เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ กับรัฐพิธีเคารพศพนาย ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ ที่ถึงแก่อสัญกรรมวันจันทร์ที่ผ่านมา ในฐานะที่ได้ทำงานที่สิงคโปร์มาปีกว่าๆ และได้สัมผัสกับระบบการทำงานของข้าราชการ และระบบและแผนต่างๆของประเทศนี้ ต้องยอมรับจริงว่า ลี กวน ยู เป็นบุคคลที่สำคัญ และผลักดันวิสัยทัศน์ จนออกมาเป็นรูปธรรม และเปลี่ยนประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งไม่มีทรัพยากรอะไร จากประเทศเกิดใหม่ด้อยพัฒนา ก้าวหน้าจนกลายเป็นประเทศพัฒนา เจริญอันดับต้นๆ เพียงหนึ่งชั่วอายุคน ต้องออกตัวก่อนว่า ตอนเรียนมัธยมวิชาสังคม ก็ได้ยินชื่อของลี กวน ยู ว่าเป็นคนสำคัญ เป็นนายกคนแรกและยาวนานแบบผูกขาดหลายสิบปี ก่อนจะถอยออกมาอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ได้ทำความรู้จักหรือจำรายละเอียดเกี่ยวกับท่านได้มากเท่าไหร่ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากวันจันทร์ที่ ลี กวน ยู ถึงแก่อสัญกรรม ผมได้รู้จักท่านมากขึ้นผ่านสารคดี และข่าวต่างๆทั้ง Channel News Asia ของสิงคโปร์เอง สื่อต่างประเทศอย่าง BBC, Discovery Channel และนิตยสาร The Economist ที่ต่างนำเสนอบทความต่างๆเกี่ยวกับลี…

One Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *