|

มาเป็นคนโชคดีรับตรุษจีนกันเถอะ

 

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้

วันนี้วันตรุษจีน ผู้คนมากมาย หน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใส

เด็กๆที่เพิ่งได้อั่งเปาจากญาติๆ ก็ออกมาเที่ยว ใช้จ่ายสมกับที่วันนี้เป็นวันเที่ยว

น่าเสียดาย ที่วันนี้ก็เป็นวันสอบสำหรับนักเรียน และเป็นวันทำงานสำหรับคนอีกไม่น้อยเหมือนกัน (รวมถึงผมด้วย ^^”)

ช่วงเวลาดีๆอย่างนี้ เราจะเห็นคนอวยพรกันมากมาย

ซึ่งเรื่องที่อวยพรก็ไม่พ้นเรื่องสุขภาพกาย ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เงินทองไหลมา เทมา

และอีกเรื่องหนึ่งที่หลายๆคนอยากมี คือ เป็นคนโชคดี

พูดถึงเรื่องโชคดี คนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าเป็นเรื่องของโชคลาง เราควบคุมอะไรไม่ได้

พอดีผมอ่านบทความจากหนังสือ The Luck Factor ของ Richard Wiseman

ซึ่งเขาทำการค้นคว้าและวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลา 10 ปี จากคนที่โชคดีมากๆ และโชคร้ายมากๆ

เพื่อหาว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คนเหล่านี้โชคดี และมีวิธีที่จะเพิ่มโอกาสให้ตัวเองโชคดีมั้ย หรือว่าโชคดีมันแค่เป็นดวงของคนนั้นๆ

จากการวิจัย คุณ Richard พบว่าคนโชคดี สร้างโอกาสให้เกิดโชค ด้วยหลักการ 4 ข้อ

นั่นแปลว่า คุณเองก็สามารถเพิ่มโอกาสโชคดีให้กับตัวเองได้!! :)

หลักการ 4 ข้อนั้นประกอบด้วย

  • คนโชคดีจะมีความสามารถในการสร้างและระบุโอกาสที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
  • คนโชคดีจะฟังและเชื่อสัญชาตญาณตัวเองในการตัดสินใจ
  • คนโชคดีจะคาดหวังผลลัพธ์ในทางบวก และพฤติกรรมก็จะช่วยส่งให้ได้ตามความคาดหวังนั้น
  • คนโชคดีจะมีความยืดหยุ่น มีทัศนคติที่พร้อมจะปรับเหตุการณ์ที่ดูเหมือนโชคร้าย ให้เป็นโอกาสและความโชคดีของตัวเองได้

ไม่ยากจนเกินไป ใช่มั้ยครับ?

ลองดูว่าเราจะใช้หลักการข้อไหนในการเพิ่มความโชคดีให้กับตัวเองได้บ้าง

เพราะเรื่องอย่างนี้ ไม่มีใครช่วยทำแทนตัวคุณได้

ตรุษจีนปีนี้ ผมก็ขอให้บทความนี้แทนคำอวยพรถึงผู้อ่านทุกท่าน จงมีแต่ความโชคดีในชีวิตยิ่งๆขึ้นไปนะครับ… :)
________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • 4 ทักษะที่ควรเรียนรู้เพื่อประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21

    ในโลกที่เทคโนโลยี และองค์ความรู้ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Half-life ของสิ่งที่เราเรียนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยสั้นลงจนแทบจะใช้ไม่ได้เมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน ถามว่า ทักษะอะไรที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในโลกปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้นี้? ถ้ามองสิ่งที่โรงเรียนสอน โดยเฉพาะในเมืองไทย เรายังเห็นว่าการศึกษาส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการ’ป้อน’ความรู้ หรือข้อมูล ที่ปัจจุบันหาได้เพียงไม่กี่ ‘คลิ๊ก’ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีโอกาสล้าสมัยได้เร็วที่สุด มากกว่าทักษะที่ช่วยในการพัฒนาเพื่อการทำงานต่อในอนาคต ผมอ่านเจอคำตอบเรื่องนี้จากส่วนหนึ่งของบทความ What Kids Need to Learn to Succeed in 2050 ซึ่งกล่าวถึง 4 ทักษะ (the four Cs) ซึ่งแนะนำโดย Partnership for 21st Century Learning, P21 ว่าคือ 1. Critical thinking

  • ฝึกวิธีคิดแบบสายลับ CIA

    เวลาผมดูหนังสายลับ ไม่ว่าจะเป็น James Bond,  Mission Impossible, Jason Bourne นอกเหนือจากอุปกรณ์ gadget เท่ ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมอดทึ่งไม่ได้ คือ ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ข้อมูลภายใต้ความกดดันและเวลาที่จำกัด ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง วันก่อนผมอ่านหนังสือสั้น ๆ เล่มหนึ่ง เขียนโดยอดีต CIA เล่าเรื่องวิธีการคิดของสายลับ ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจ และเอามาใช้ได้จริง เลยขอถอดกระบวนวิธีคิดของสายลับมาเล่าสู่กันฟัง พูดถึงวิธีการคิด ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คน (รวมถึงผมด้วย) เริ่มจากการหาข้อมูล เพื่อหาทางเลือก และประกอบการตัดสินใจ ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง ปัญหาที่เราเจอในปัจจุบันไม่ใช่หาข้อมูลที่ต้องการได้ยาก แต่เป็นตรงกันข้ามคือข้อมูลเยอะมาก จนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน หรือเท่าไหร่ถึงจะพอ หลายครั้งที่เราติดอยู่ที่ขั้นนี้ ใช้เวลาเก็บข้อมูลมาก มีข้อมูลเยอะแยะ แต่ก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ เพราะไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่เรามีครอบคลุมทุกทางเลือกหรือยัง สำหรับวิธีการคิดของสายลับ ซึ่งปรับมาจากวิธีทดลองของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้เริ่มจากการเก็บข้อมูล ถ้าเราจำการทดลองสมัยมัธยมได้ กระบวนการทดลองไม่ได้เริ่มจากการเก็บข้อมูล แต่เริ่มจากการสร้างสมมติฐานก่อน เช่น แสงแดดมีผลต่อการงอกของถั่วเขียว เป็นต้น เมื่อได้สมมติฐาน ถึงจะเริ่มทำการทดลองเก็บข้อมูล ปลูกถั่วเขียวในห้องมืด เทียบกับปลูกในห้องปกติ…

  • อย่าพลาดแบบนี้นะน้องๆ Gen Y

    สัปดาห์ที่ผ่านมาได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องๆ Gen Y เกี่ยวกับการทำงานที่ฟังแล้วเสียดายแทนโอกาสในอนาคต เลยเก็บมาเล่าเป็นข้อคิดให้ลองคิดดูนะครับ ตัวอย่างที่ 1 น้องฝึกงานจบ พี่ HR โทรไปขอบคุณ และสรุปผลการประเมิน ซึ่งน้องคนนี้ทำไม่ได้ดีเท่าไหร่ ก่อนวางสาย พี่ HR บอกว่าขอให้ feedback น้องได้มั้ย? ปรากฏว่าน้องวางสายใส่เลย…   ตัวอย่างที่ 2 ผู้จัดการนัดผู้สมัครมาสัมภาษณ์งาน

  • |

    ประชุมให้ได้งาน: Working Meeting

    การประชุม กับ การทำงาน มักจะเป็นเรื่องที่หนีกันไม่พ้น เมื่อเราต้องใช้เวลาไม่น้อยไปกับการประชุม คำถามคือ จะประชุมอย่างไรให้ได้งาน เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกับหลักทั่วๆไปเกี่ยวกับการประชุมให้มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น การมีวาระการประชุม ควบคุมให้อยู่ในประเด็น หรือ จดบันทึกการประชุม เป็นต้น วันนี้หัวหน้าแนะนำทีม (เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้) ว่าให้ประชุมแบบ working meeting working meeting นี้เป็นยังไง? working meeting คือ การใช้ประชุมเป็นตัวขับเคลื่อนให้ได้งาน 

  • Exit Interview โอกาสสุดท้ายที่หลายองค์กรพลาด

    เมื่อพนักงานตัดสินใจยื่นใบลาออก นอกจาก HR กับหัวหน้างานจะวุ่นกับการหาคนมาแทน (ถ้ายังไม่ได้เตรียมแผนไว้) อีกสิ่งหนึ่งที่องค์กรใหญ่ๆมักจะทำคือการทำ Exit Interview หรือสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายก่อนเธอจะไป ซึ่งมักจะทำช่วงสุดท้ายที่พนักงานมาทำงานเพื่อให้พนักงานสบายใจถ้าต้องกล่าวถึงบุคคลอื่นในองค์กร ในฐานะที่มีโอกาสทำ Exit Interview ผมมองเห็นสิ่งที่หลายองค์กร รวมถึงคนสัมภาษณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้น HR พลาดที่จะใช้โอกาสทองนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับองค์กรเพราะเรื่องต่อไปนี้ ไม่เปิดโอกาสให้พูดหรือระบาย ไม่ใช่ทุกองค์กรจะมีการคุยกับพนักงานก่อนจากกัน บางทีอาจมีเพียงกระดาษแผ่นเดียว ส่งให้พนักงานกรอก คำถามก็ประมาณ ทำไมถึงออก ออกแล้วไปไหน เงินเดือนเท่าไหร่ ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าพนักงานคงไม่กรอกอะไรมาก นอกจากจะอัดอั้นจนทนไหวแล้วจริง สิ่งที่ต้องระวังสำหรับการไม่เปิดโอกาสให้พูด คือ พนักงานก็จะหาช่องทางพูด หรือระบายอยู่ดี อาจจะผ่านเพื่อนร่วมงาน หรือ Social Network ต่างๆ ซึ่งเสี่ยงต่อขวัญและกำลังใจของทีมมาก เพราะองค์กรจะไม่มีโอกาสอธิบายว่า สิ่งที่พนักงานระบายกันเองนั้นเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน

  • |

    Commitment

    วันนี้มีโอกาสได้ให้หัวหน้าโค้ชให้เรื่องทำอย่างไรถึงจะพัฒนาจากหัวหน้าที่ดีเป็นหัวหน้าที่ยอดเยี่ยม… สิ่งหนึ่งที่หัวหน้าย้ำว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของ commitment หรือคือการรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนอื่น (โดยเฉพาะหัวหน้า) สำหรับผู้บริหารสูงๆนั้น ไม่มีคำแก้ตัวสำหรับคนที่ไม่สามารถทำได้ตามที่สัญญาไว้ ไม่มีเลย… ตัวอย่างที่หัวหน้ายกมาประกอบก็ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เห็นภาพสุดๆ… เป็นเรื่องของ A.G. Lafley CEO ของ P&G ที่บอกกับผู้ถือหุ้นที่ Wallstreet ว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก (two digits)หรือมากกว่า 10% ทุกปีติดต่อกันสิบปี… 6-7 ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำได้อย่างที่พูด คือ มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ทุกปี จนกระทั่งปีนี้… ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงมากในปีนี้ ทำให้ A.G. ออกมากับตลาดหุ้นว่าปีนี้จะขยายตัวเป็นตัวเลขหลักเดียว หรือ น้อยกว่า 10% ซึ่งในสภาพตลาดซบเซา กำลังซื้อหดตัวแบบนี้ แค่การขายให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว แถมเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นสุดๆ แต่… ทันทีที่ประกาศออกไป หุ้น P&G ร่วงมากว่า $20 ทันที แม้ว่าในปีนี้บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นสูงว่าหลายๆปีที่ผ่านมาก็ตาม เพราะอะไร… เพราะบริษัทไม่สามารถทำตามที่พูดได้ ฉันใดก็ฉันนั้น… เราก็ต้องฝึกที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่ได้รับปากกับคนอื่นไว้เหมือนกัน ขอสรุปด้วยคำพูดของหัวหน้าเกี่ยวกับความคาดหวังของการรักษาสิ่งที่สัญญาไว้ อาจจะไม่ตรง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *