Roundtable Lunch: Solving the Talent Crisis (part 2/2)

panel

หลังจากที่ Mr. Mark Allin แบ่งปัน Insights from the Global Workforce ในช่วงแรก ก็เป็นช่วงของ Panel โดยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ ประกอบด้วย

Panellist

Mr. Ng Cher Pong, Chief Executive, Singapore Workforce Development Agency (WDA)

Mr. Mark Allin, President and CEO, Wiley

Ms. Tricia Duran, HR Director, Unilever Asia

Dr. Winter Nie, Professor of Operations and Service management, IMD

Ms. Wong Su-Yen, CEO, Human Capital Leadership Institute – ผู้ดำเนินรายการ

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • แนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของความต้องการในภาคธุรกิจ
    • ภาคธุรกิจให้ความสำคัญของการศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือใบปริญญาน้อยลง และเพิ่มความสำคัญเรื่อง Competency มากขึ้น
    • จาก technical skills สู่ soft skills เพราะ technical skills หลายอย่างหุ่นยนต์เริ่มทดแทนได้
    • การเรียนรู้แบบอัดแน่นก่อนทำงาน (front-load) มาเป็นการศึกษาแบบต่อเนื่อง จากสถาบันการศึกษา ต่อมายังที่ทำงาน
    • เทคโนโลยีเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปได้
  • ภาครัฐของสิงคโปร์พยายามผลักดัน SkillsFuture เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคตให้กับคนสิงคโปร์

[youtube id=”rdBobyZLl7M”]

  • สิ่งที่รัฐบาลสิงคโปร์ต้องการจากส่งเสริมในเรื่อง SkillsFuture ประกอบด้วย
    • ขยายทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็นกับการทำงาน (broadening skills)
    • ดึงภาคอุตสาหกรรมให้มีส่วนร่วม
    • พัฒนาความเชี่ยวชาญในแต่ละทักษะ (skill mastery)
    • ทักษะที่จำเป็นต่อการสร้างนวัตกรรม
    • สร้างระบบพื้นฐาน และ Platform สำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนสิงคโปร์
  • ในมุมภาคธุรกิจ Unilever ยังมองว่าการศึกษา หรือมีใบปริญญายังจำเป็น แต่ลดความสำคัญลง เป็นเพียง checklist ว่ามีก็ผ่าน (screening)
  • แทนที่จะดูว่าจบเกรดเท่าไหร่ มหาวิทยาลัยอะไร Unilever มีแผนจะให้ผู้สมัครเล่นเกมออนไลน์แทน โดยแต่ละเกมจะออกแบบมาเพื่อวัดลักษณะ (traits) ที่ต่างกัน แล้วใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ผล ในการคัดผู้สมัคร
  • Unilever เน้นเรื่องผลงานมากกว่าระดับการศึกษา โดยเชื่อว่าถ้าได้คนที่ใช่ เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรมา บริษัทสามารถพัฒนาศักยภาพของพนักงานได้
  • ในมุมของภาคการศึกษา IMD มองว่าเราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างเปลียนเร็วมาก จนสิ่งที่เรียนในห้องเรียนแทบล้าสมัยทันทีเมื่อเรียนจบ
  • ในยุค Unknown Era ที่งานในอีกสิบปีข้างหน้า ยังไม่มีปัจจุบัน ด้วยทักษะใหม่ที่ยังไม่เกิด สิ่งที่คุณจะเตรียมตัวได้คือ
    • Self awareness เพราะคุณไม่รู้ สิ่งที่คุณไม่รู้ ถ้าไม่เริ่มจากตรงนี้ ก็จะพัฒนาตัวเองต่อไม่ได้
    • การเปลี่ยนทัศนคติ (mindset change) กับการทำงานในโลกปัจจุบัน คุณจะมาหวังว่าเรียนจบมาแล้ว ไม่ต้องพัฒนาต่อ ทำงานด้วยความรู้ที่เรียนมาอย่างเดียวแบบในอดีตไม่ได้แล้ว
    • ทดลองสิ่งใหม่ ๆ และไม่กลัวความผิดพลาด เพราะเป็นวิธีเดียวที่คุณจะขยายความรู้ และทักษะใหม่ ๆ ในการทำงาน
    • Unlearn before relearn แม้เป็นทักษะเดียวกัน แต่เทคโนโลยีพัฒนาอยู่เสมอ ถ้าคุณยังเป็นน้ำเต็มแก้ว ก็ยากที่จะพัฒนาความรู้ได้
  • ในยุคที่การคาดการณ์ และวางแผนกลยุทธ์สำหรับอนาคตให้ถูกต้อง แทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่องค์กรสามารถทำได้คือการกำหนดและควบคุมวิสัยทัศน์และ คุณค่า (values) ขององค์กร โดยกำหนด 2 อย่างนี้เป็นเหมือน True North ขององค์กร และหาคนที่มีวิสัยทัศน์ และคุณค่าตรงกันมาร่วมงาน
  • ภาพตรงนี้จะเปลี่ยนจากที่องค์กรพยายามหาคนเก่งจากทักษะที่ต้องการ มาเป็นคนที่เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร และมีคุณค่าที่ตรงกับองค์กร (value / culture fit) แทน
  • ปัญหาที่องค์กรต้องใส่ใจคือการพัฒนาพนักงานที่อยู่กับองค์กรมานาน และเริ่มอายุมาก (40+ ปี) ว่าจะ retrain และพัฒนาทักษะใหม่อย่างไรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
  • ความท้าทายของรัฐคือการทำให้คนที่จบสายอาชีพ ได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมในสังคม และตลาดแรงงาน เมื่อเทียบกับคนที่จบมหาวิทยาลัย
  • สิ่งที่ทุกคนควรทำ คือ ตั้งคำถามกับระบบ หรือกระบวนการทำงานในปัจจุบัน (challenge the process) เช่น ทำไมองค์กรต้องการหาคนมีคุณสมบัติ ประสบการณ์ เหมือนคนที่ลาออก มาทำงานในตำแหน่งนั้น? แล้วคนที่มี profile แบบนั้นจะสร้างผลงานให้กับองค์กรได้ดีกว่าคนที่ลาออก? เป็นต้น

แม้จะมีอีกหลายประเด็นที่ผมเก็บรายละเอียดมาไม่หมด แต่เชื่อว่าสิ่งที่ผมแบ่งปันจะช่วยกระตุ้นให้เห็นภาพของการร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในประเทศสิงคโปร์ และสะท้อนกลับมาดูการเตรียมทรัพยากรบุคคลของไทย เพื่อแข่งขันในตลาดโลกบ้างนะครับ

________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • 4 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการทำ Talent Analytics

    ในยุคปัจจุบันที่ HR เริ่มตื่นตัวก้าวข้ามงานแบบ admin เปลี่ยนมาเป็น business partner กับธุรกิจ เราจะเริ่มเห็นการใช้ตัวเลข หรือข้อมูล ตัววัดต่างๆ เข้ามาช่วยงาน HR เพื่อวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจมากขึ้น Talent Analytics ก็เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ข้อมูลด้านต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อประเมินหา Talent ขององค์กรสำหรับการเลื่อนขั้น และพัฒนาเพื่อเป็นกำลังสำคัญของบริษัทต่อไป ตัวอย่างของข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา เช่น ประวัติผลการประเมินผลงาน ประวัติการหมุนเวียนงาน ข้อมูลยอดขาย ผลจาก 360 feedback คะแนนทดสอบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลยิ่งมากยิ่งดีสำหรับประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้าเราดูแค่ข้อมูลอย่างเดียว เราก็มีโอกาสที่จะประเมิน Talent พลาดไปได้ สิ่งที่ HR ควรจะระวัง และพิจารณาในการทำ Talent Analytics ซึ่งผมอ้างอิงจากหลักสูตร People Analytics ของ Wharton มีอยู่ 4 ปัจจัย คือ 1. Context…

  • (จะ)เอาความมั่นใจมาจากไหน?

    เคยสังเกตมั้ยครับว่าคนที่มีความมั่นใจ มักจะได้เปรียบในสถานการณ์ต่างๆ มากกว่าคนที่ไม่มั่นใจ ความมั่นใจนี้อาจแบ่งได้ทั้งความมั่นใจในตัวเอง ความมั่นใจในงาน หรือความมั่นใจในเรื่องต่างๆ เฉพาะด้าน ถ้าถามคนที่มั่นใจว่าทำอย่างไร หลายคนอาจตอบว่าเพราะมีความรู้ความสามารถในเรื่องนั้นถึงมั่นใจ หรือมีประสบการณ์ถึงมั่นใจ หลายคนคิดว่าปัญหาของคนที่ขาดความมั่นใจคือขาดประสบการณ์กับความสามารถ ซึ่งเหมือนจะเกิดขึ้นเฉพาะน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงานเท่านั้น แต่ความจริง คือ ต่อให้ให้คุณประสบความสำเร็จ หรือมีประสบการณ์อย่างมากในเรื่องใด เรื่องหนึ่ง ถ้าคุณเริ่มทำสิ่งที่คุณไม่เคยทำ ไม่มีความรู้ คุณก็จะไม่มีความมั่นใจในเรื่องนั้น ผมได้ฟังคุณ Dan Sullivan ซึ่งเป็น strategic coach ชื่อดังแนะนำวิธีการสร้างความมั่นใจ หรือ Confidence ด้วยแนวคิด The 4 C’s 1. Commitment

  • 5 ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Employee Engagement

    “คุณช่วยแนะนำ HR ผมหน่อยว่าจะเพิ่มคะแนน Employee Engagement อย่างไร” ผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งเดินมาบอกผมหลังจากที่ผมนำเสนอผลคะแนน และความผูกพันของพนักงาน ซึ่งผมก็พยายามอธิบายบทบาท ความสำคัญของผู้บริหาร และหัวหน้างานต่อการสร้างความผูกพันของพนักงานในองค์กรให้ท่านเข้าใจ (หวังว่าท่านจะเข้าใจมากขึ้น ^^) ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านนี้ ผมสังเกตเห็นองค์กรต่างๆ ในไทยเริ่มตื่นตัว และให้ความสนใจกับการสำรวจความผูกพันของพนักงาน หรือ Employee Engagement Survey มากขึ้น เพื่อใช้ในการพัฒนาการดูแลคนในองค์กร และวางแผนกลยุทธ์ของทีม HR ต่างจากสมัยก่อนที่มักจะมีแต่องค์กรใหญ่ๆ หรือบริษัทข้ามชาติ จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสโครงการด้าน Employee Engagement ตั้งแต่การออกแบบข้อคำถาม ไปถึงการทำสำรวจ วิเคราะห์ผล และทำแผนยกระดับความผูกพันให้กับองค์กรต่างๆ ในประเทศ ผมสังเกตประเด็นที่หลายคนมีความตั้งใจดี แต่ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง เลยขอเลือก 5 ประเด็นที่พบบ่อยๆ มาอธิบายเพิ่มเติม 1. HR เป็นเจ้าของโครงการ employee engagement และมีหน้าที่ทำให้คะแนนขึ้น ผมแอบสงสารองค์กรที่มีผู้บริหาร หรือหัวหน้างานคิดแบบนี้เยอะๆ เพราะการเพิ่มความผูกพันของพนักงานเป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กร ไม่ต่างกับเรื่องของ safety ใช่แล้วครับ ทุกคน ในทุกฝ่ายไม่ใช่เฉพาะ…

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2023

    ปี 2023 มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายอย่างในทุกด้านทั้งโครงการใหม่ของงาน การย้ายโรงเรียนของลูก การย้ายเข้าบ้านใหม่ และเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน สำหรับ Theme ในปีนี้ผมยกให้เป็นเรื่อง Explore เพราะก่อนการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร การดู option ต่างๆ เป็นช่วงที่สนุกและเหนื่อยไปพร้อมกัน ไม่มีอะไรที่แน่นอน ทุกอย่างมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นกับว่าเราจะโอเคกับ option ไหนมากที่สุด รูปที่ผมเลือกมาเป็นตัวแทนของปี 2023 เป็นรูปที่สะท้อนกิจกรรมที่ผมได้มากที่สุดในปีนี้ คือ การขึ้นเวทีไปนำเสนอกับผู้บริหาร บรรยายให้กับนิสิต นักศึกษา หรือเป็น moderator และ panel ในงานต่างๆ ซึ่งพอย้อนกลับมาดูรูป ปีนี้ผมมีรูปบนเวทีเยอะมาก สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้ สุขภาพร่างกาย (B+) flat vs Year Ago (YA) สุขภาพปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ ค่าเลือดและไขมันต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ หาเวลาออกกำลังกายซึ่งหลักๆ เป็นการวิ่ง และเริ่มฝึกดึงข้อ ซึ่งเคยลองตั้งแต่เด็กและไม่เคยทำได้ จนตอนนี้ดึงข้อได้ประมาณ 4-5…

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2016

    ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายของปี ผมจะใช้เวลาประเมินตัวเองสั้น ๆ ในด้านต่าง ๆ ก่อนที่ก้าวขึ้นปีใหม่ สำหรับรูปนี้ ถ่ายจากงาน Lucia Night ภายในบ้านท่านทูตสวีเดนประจำสิงคโปร์ ผมเลือกเป็นตัวแทนภาพรวมของปีสำหรับตัวเอง เพราะปีนี้เป็นปีที่ผมได้รู้จัก และสร้าง connection กับคนที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาถ่ายทอดใน Blog ในรูปแบบบทสัมภาษณ์ และข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ สำหรับคนที่อยากประเมินตัวเองตอนสิ้นปี ผมแนะนำให้ถามตัวเอง 2 คำถาม ซึ่งผมจดมาจาก podcast หนึ่งที่ผมฟังอยู่ โดยถามตัวเองว่า โดยรวม ปีนี้คุณดีกว่าปีที่แล้วหรือไม่ ถ้าคุณดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว คุณดีขึ้นถึงจุดที่คุณพอใจหรือไม่ แค่เพียง 2 คำถามนี้ คำตอบของคุณจะเป็นตัวตั้งต้นที่ดีว่าปีหน้า คุณควรทำอะไรต่างไปจากเดิมบ้าง สำหรับผม ถ้าเป้าหมายหลักปีที่แล้วคือการซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอนครั้งแรก  เป้าหมายหลักของผมปีนี้คือการเขียนหนังสือ และการฝึกทักษะการโค้ช ซึ่งผมบรรลุทั้ง 2 เป้าหมาย โดยหนังสือได้ส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ (ร้อน ๆ ก่อนเขียน post นี้) และสำหรับการโค้ช ผมก็ได้เรียนและฝึกโค้ช ก่อนจะเตรียม certified กับ…

  • What is an attitude and how to develop the positive one?

    ทัศนคติเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จ ผมเห็นVDO clip ข้างล่างจาก Facebook ของเพื่อนคนหนึ่งแล้วรู้สึกชอบมาก เพราะสามารถสรุปความหมายและความสำคัญของทัศนคติ รวมถึงวิธีการปรับทัศนคติที่ดีทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ได้กระชับ ได้ใจความ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆด้วย เลยเอามาแบ่งปันกัน

One Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *