3 คำถามสำหรับถามตัวเองทุกวัน

ผมเชื่อว่าคุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถามที่เราถามตัวเอง

ผมอ่านเจอชุดคำถามที่ไว้ถามตัวเองเพื่อสะท้อน และฉุกความคิดของเราอยู่หลายชุด

แต่ชุดคำถามนี้ผมฟังมาจากบทสัมภาษณ์ของคนที่ประสบความสำเร็จคนนึง ซึ่งเขาใช้ถามตัวเองทุกวัน

ผมเห็นว่าสั้น จำง่าย และดูน่าสนใจ เลยลองใช้ถามตัวเองบ้างแล้วติดใจ เลยเอามาแบ่งปันกันครับ

วิธีใช้

แต่ละคำถาม ใช้ถามตัวเองในเวลาต่าง ๆ ทุกวัน เหมือนทานยา 3 เวลาหลังอาหารเพราะแต่ละคำถามมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน

 

คำถามแรก

Why me?

ทำไมถึงเป็นฉัน?

ถามตัวเองตอนเช้าหลังตื่นนอน ว่าทำไมถึงเป็นฉัน ที่ได้รับโอกาสให้มีชีวิตในเช้าวันใหม่?

งงล่ะสิ

เพราะคนส่วนใหญ่ มองข้ามอัศจรรย์ของการมีชีวิตอยู่ คิดว่าเป็นของตาย การถามคำถามนี้ทำให้เราชื่นชม และขอบคุณสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ที่ทำให้เราตื่นมามีชีวิตอยู่วันนี้ และไม่ปล่อยให้วันนี้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

 

คำถามที่สอง

Who cares? If you fail

ถ้าฉันพลาดใครจะสนใจ?

เป็นคำถามที่ไว้ถามตัวเองระหว่างวัน เพื่อช่วยเพิ่มความกล้าในการลองทำสิ่งใหม่ ๆ  ถามได้เรื่อย ๆ ตลอดวัน

 

คำถามที่สาม

What more I can do?

มีอะไรที่ฉันทำได้มากว่านี้อีก?

คำถามนี้ไว้ถามตัวเองก่อนนอน เพื่อย้อนคิดถึงสิ่งที่เราทำมาทั้งวัน เพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีขึ้น อาจจะเป็นสิ่งที่วันนี้ทำดีแล้ว หรือสิ่งที่วันนี้ยังไม่ได้ทำก็ได้

 

คำถามง่าย ๆ เหล่านี้ ถ้าถามตัวเองทุกวัน เอาคำตอบมาพัฒนาตัวเองวันละนิด ผ่านไปปีหนึ่งคุณจะตกใจกับผลลัพธ์ที่ได้

________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • |

    จะวัดผล/ตรวจสอบ/ประเมิน ไปเพื่อ?

    ในโลกของการแข่งขัน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเลี่ยงการให้คะแนน(Rating)/ตรวจสอบ(Audit)/และการประเมิน(Evaluation)จากชีวิตการทำงาน (และส่วนตัว)ไปได้ บ้างก็มีการประกาศชัดเจน ถึงเกณฑ์วัด ช่วงเวลา และผลที่ต้องการเพื่อให้เตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆ หรือจะเพื่อให้เตรียมผักชีให้พร้อมก็แล้วแต่ บ้างก็เป็นไปตามธรรมชาิติของมนุษย์ผู้ซึ่งเทียบตัวเองกับคนอื่นตลอดเวลาในทุกเรื่องที่จะเทียบได้ในเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ความรวย ความเก่ง และอื่นอีกมากมายที่สรรหามาเทียบ ก่อนที่นอกเรื่องไปไกลกว่านี้ ขอย้อนกลับมานิดนึง ว่าเรามีการวัดผล ตรวจสอบ ประเมิน กันมากมายไปเพื่ออะไร หลายครั้งเราทำไปโดยไม่รู้หรือเข้าใจเหตุผลที่แท้จริง ทำไปต้องต้องทำ (doing for the sake of doing)? ที่ผมเคยถามๆคนรอบตัวมา มีตั้งแต่ ทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของผลงานเรา, หัวหน้าสั่ง, ทำเพราะให้มั่นใจว่าระบบของเราดี ได้มาตรฐาน, เป็นกฏหมาย/ระเบียบบริษัทที่ต้องทำ,… แล้วคุณล่ะ คิดว่าเราทำไปเพื่ออะไร?

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2020

    ปี 2020 นี้เรามี COVID-19 เป็นวิกฤตหลักที่ส่งผลกับคนทั้งโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถ้ามองกลับไปมองว่า theme ของปีนี้สำหรับตัวผมที่เห็นว่าโดดเด่นมากที่สุด คงเป็นเรื่อง Rethink ทั้งด้านการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน และอนาคตที่ยากที่จะคาดเดา Rethink เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า Rethink ข้อจำกัดต่างๆ ที่เราเคยคิดว่าทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้ Rethink เพื่อมองหาโอกาสในอนาคตเพื่ออยู่รอดและเติบโต รูปที่ผมเลือกมาเป็นตัวแทนของปี 2020 เป็นตัวแทนการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปที่เห็นชัดที่สุด คือการใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่ของ COVID-19 และฝุ่น PM2.5 ในเวลาเดียวกัน เพื่อไปประชุมกับลูกค้า ถือว่าเป็นปีที่ทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคล และการเว้นระยะทางสังคมกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราตลอดปี สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้ สุขภาพร่างกาย (B) 1 pt down vs Year Ago (YA) ปีนี้น้ำหนักตัวที่ลดไปปีที่แล้วค่อยๆ กลับมาในช่วง Work From Home มาถึงปลายปีน้ำหนักยังสูงกว่าปลายปีที่แล้วอยู่กิโลนิดๆ แม้จะชดเชยด้วยการกระโดดเชือกก็ยังรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงลดลงเทียบกับปีที่ผ่านมา ช่วงสิ้นปีเริ่มกลับมาวิ่งก็รู้สึกเหนื่อยเร็ว และหัวใจเต้น Zone 3…

  • 5 คำถามเด็ดเพื่อชีวิตที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข

    [youtube id=”bW0NguMGIbE”] ผมเชื่อว่าคุณภาพของชีวิตเรา ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถามที่เราใช้ถามตัวเอง คำถามที่ดีจะช่วยให้เราฉุกคิด และดึงให้เราหาคำตอบ และก้าวไปข้างหน้าได้ คลิปนี้เป็นตัดมาจากช่วงท้ายของสุนทรพจน์ของ James Ryan คณบดี Harvard Graduate School of Education ในงาน 2016 HGSE Presentation of Diplomas and Certificates ซึ่งเป็นคำถาม 5 คำถาม + 1 คำถามพิเศษที่ James แนะนำให้ถามตัวเองและคนอื่นเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสทั้งประสบความสำเร็จ และมีความสุขในชีวิต มาดูกันว่าทั้ง 5 คำถาม + 1 คำถามพิเศษ มีอะไรบ้าง? 1. เฮ้ย อะไรนะ? (“Wait, what?”)

  • ล้อฟรีแบบมืออาชีพ

    เวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง มักจะเป็นช่วงที่หลายองค์กร “ล้อฟรี” ล้อฟรี เพราะรู้ว่าผู้บริหารคนเก่าจะไม่มีอำนาจให้คุณ ให้โทษอีกแล้ว ล้อฟรี เพราะทุ่มทำอะไรไป แล้วเกิดไม่ใช่สิ่งที่นายคนใหม่สนใจ ก็อาจเหนื่อยฟรี ล้อฟรี เพราะดูท่าทีของนายคนใหม่ก่อนว่าจะมาแบบไหน จะได้รับมือ หรือสนองนโยบายถูก หรือ ล้อฟรี เพราะปกติก็ล้อฟรีอยู่แล้ว #ห๊ะ แน่นอนว่าผลของการล้อฟรี จะให้คนในทีมอาจรู้สึกขาดทิศทาง และชิวขึ้น เพราะไม่กล้าเริ่มอะไรใหม่ จนกว่าผู้บริหารคนใหม่จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง และกำหนดนโยบาย ซึ่งถ้าเป็นองค์กรใหญ่ๆ อาจล้อฟรีกันได้นานเกือบปีเลย และอย่าคาดหวัง อะไรใหม่ๆระหว่างช่วง แม้อาจหมายถึงการปล่อยให้คู่แข่งแซงหน้าไป ระหว่างที่เรามัวแต่ชิวๆกันอยู่ ผมมีโอกาสได้เห็นการเตรียมการระหว่างช่วงเปลี่ยนผู้บริหารคนใหม่ และคิดว่าช่วงเปลี่ยนแปลง ไม่ควรปล่อยให้สูญญากาศอยู่เฉยๆ เลยสรุปสิ่งที่สังเกตมา 3 ข้อ ว่ามืออาชีพเขาล้อฟรีกันยังไง 1. เตรียมแผนงานที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ในกรอบใหญ่ แน่นอนว่า ผู้บริหารคนใหม่อาจมีแนวนโยบายที่ต่างไปจากเดิม แต่ถ้าดูกรอบกลยุทธ์ใหญ่ขององค์กร แน่นอนว่ามันมีขอบเขต และทิศทางของมันอยู่ ถ้าสิ่งที่เรากำลังทำไม่หลุดไปจากกรอบใหญ่ ยังไงก็มั่นใจได้ว่าถึงลุยไปก็ไม่เสียแรงปล่าว เพราะใครจะมาก็ต้องทำเรื่องนี้

  • Roundtable Lunch: Solving the Talent Crisis (part 1/2)

    ปัญหาการขาดบุคคลากรเก่ง ๆ  (Talents) ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระดับองค์กร แต่เป็นวิกฤตระดับโลก ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน เมื่อวันจันทร์ (18 ก.ค.) ผมได้รับเชิญไปร่วมงาน Roundtable Lunch: Reimagining Education to Employment Pathways: Insights from Global Workforce and Implications for Students, Institutions of Higher Learning, Employers and Government ซึ่งจัดโดย Wiley ร่วมกับ Unilever ซึ่งประเด็นหลักที่คุยกันคือเรื่อง Solving the Talent Crisis ในงานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ Global Workforce Insights ซึ่งนำเสนอโดย Mr. Mark Allin, President and…

  • 4 ทักษะที่ควรเรียนรู้เพื่อประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21

    ในโลกที่เทคโนโลยี และองค์ความรู้ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Half-life ของสิ่งที่เราเรียนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยสั้นลงจนแทบจะใช้ไม่ได้เมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน ถามว่า ทักษะอะไรที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในโลกปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้นี้? ถ้ามองสิ่งที่โรงเรียนสอน โดยเฉพาะในเมืองไทย เรายังเห็นว่าการศึกษาส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการ’ป้อน’ความรู้ หรือข้อมูล ที่ปัจจุบันหาได้เพียงไม่กี่ ‘คลิ๊ก’ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีโอกาสล้าสมัยได้เร็วที่สุด มากกว่าทักษะที่ช่วยในการพัฒนาเพื่อการทำงานต่อในอนาคต ผมอ่านเจอคำตอบเรื่องนี้จากส่วนหนึ่งของบทความ What Kids Need to Learn to Succeed in 2050 ซึ่งกล่าวถึง 4 ทักษะ (the four Cs) ซึ่งแนะนำโดย Partnership for 21st Century Learning, P21 ว่าคือ 1. Critical thinking

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *