ประเมินผลงานตัวเองในปี 2020

ปี 2020 นี้เรามี COVID-19 เป็นวิกฤตหลักที่ส่งผลกับคนทั้งโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถ้ามองกลับไปมองว่า theme ของปีนี้สำหรับตัวผมที่เห็นว่าโดดเด่นมากที่สุด คงเป็นเรื่อง Rethink ทั้งด้านการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน และอนาคตที่ยากที่จะคาดเดา

Rethink เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า Rethink ข้อจำกัดต่างๆ ที่เราเคยคิดว่าทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้ Rethink เพื่อมองหาโอกาสในอนาคตเพื่ออยู่รอดและเติบโต

รูปที่ผมเลือกมาเป็นตัวแทนของปี 2020 เป็นตัวแทนการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปที่เห็นชัดที่สุด คือการใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่ของ COVID-19 และฝุ่น PM2.5 ในเวลาเดียวกัน เพื่อไปประชุมกับลูกค้า ถือว่าเป็นปีที่ทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคล และการเว้นระยะทางสังคมกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราตลอดปี

สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้

สุขภาพร่างกาย (B) 1 pt down vs Year Ago (YA)

ปีนี้น้ำหนักตัวที่ลดไปปีที่แล้วค่อยๆ กลับมาในช่วง Work From Home มาถึงปลายปีน้ำหนักยังสูงกว่าปลายปีที่แล้วอยู่กิโลนิดๆ แม้จะชดเชยด้วยการกระโดดเชือกก็ยังรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงลดลงเทียบกับปีที่ผ่านมา ช่วงสิ้นปีเริ่มกลับมาวิ่งก็รู้สึกเหนื่อยเร็ว และหัวใจเต้น Zone 3 ปลายที่ pace 5-6 ซึ่งเคยเป็น pace ที่วิ่งสบายๆ ปีก่อนในระยะ 5-10 km

ปีหน้าถ้าไม่ปิด Fitness อีก จะเพิ่มความสม่ำเสมอในการออกกำลังกายให้ความฟิต และน้ำหนักตัวกลับมาอยู่ในระดับที่ดีอีกครั้ง

การงาน (B+) 1pt down vs YA

ปีนี้เป็นปีที่บริษัทมีต้องปรับกลยุทธ์ทั้งการทำงาน การดูแลทีม และการดูแลลูกค้า มีโอกาสได้เห็นองค์กรต่างๆ ที่พูดว่าพนักงานมีความสำคัญกับองค์กร ในเวลาวิกฤตได้ทำอย่างที่เคยพูดหรือไม่

แม้แต่ที่ทำงาน เราก็เปลี่ยนมาอยู่ออฟฟิศที่เล็กลง เพื่อตอบสนองกับการทำงานได้จากทุกที่ (Work from Anywhere) ซึ่งก็เห็นทั้งข้อดี ข้อเสีย ยังมีส่วนต้องปรับตัวกันภายในทีมอยู่

ถือว่าเป็นปีการปรับตัวได้ทำอะไรใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นทำ Webinar หรือเป็น guest speaker แบบ virtual หรือการคุย และรับฟังลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทั้งมาก และน้อยเพื่อคิดหาวิธีช่วยเหลือในสิ่งที่เราช่วยได้

จากช้อมูลก็ทำให้ทีมต้องกลับมาคุย คิดและออกแบบวิธีใหม่ๆ ที่จะช่วยลูกค้าในโลกที่เปลี่ยนไปซึ่งน่าจะเริ่มเห็นผลในปีหน้า

การเงิน (B+) 1pt down vs YA

เนื่องจากปีนี้ไม่มี LTF ให้ลดหย่อนเหมือนปีที่ผ่านมา เลยได้กระจายเงินบางส่วนมาในหุ้นหลังจากที่ทิ้ง port ไปนาน และทดลองใช้ Robo Advisor ช่วยบริหาร port เล็กๆ อีกส่วน เป็นการเรียนรู้การลงทุนแบบใหม่ๆ ด้วย ผลตอบแทนยังไม่ดีเท่าที่ควร สภาพเศรษฐกิจแบบนี้บวกกับปีหน้ามีรายการต้องใช้เงินก้อนใหญ่ทำให้ต้องรัดเข็มขัดรายจ่ายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม และหารายรับจากช่องทางใหม่ๆ เพิ่มเติม

สภาพจิตใจ (B+) 1pt down vs YA

ปีนี้มีเป็นอีกปีที่เป็นบททดสอบจิตใจทั้งสภาพเศรษฐกิจ การเมือง ไปถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ แม้จะพยายามประคองใจ แต่ก็รู้สึกว่ายังมีความกังวลมากกว่าปีที่แล้วอย่างรู้สึกได้

อย่างน้อยก็ยังดีใจที่ตัวเองประคองความรู้สึกในช่วงปีได้ ไม่มีช่วงไหนที่รู้สึก down จนหมดไฟไป

ครอบครัว (B+) 1 pt down vs YA

การ Work From Home ทำให้เส้นระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวบางลงไปอีก การปรับตัวทั้งการทำงานที่บ้านในขณะที่ลูกเรียนออนไลน์ ทำให้ไม่สามารถโฟกัสได้ทั้งสองเรื่อง ผมเชื่อว่าเป็นความท้าทายของคุณพ่อ คุณแม่แทบทุกครอบครัวในปีนี้ แถมโอกาสได้ไปหาคุณพ่อ คุณแม่ก็ลดลงซึ่งพยายามชดเชยด้วยการคุยผ่าน VDO call มากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งด้านที่พัฒนาได้ในปีหน้า

การพัฒนาตัวเอง (A) flat vs YA

ตอนที่ Work From Home แรกๆ นึกว่าปีนี้จะเป็นปีทองของการพัฒนาตัวเอง แต่ผลก็ไม่ได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ ปีนี้อ่านหนังสือจบ 21 เล่ม จากเป้า 30 เล่ม และเริ่มเปลี่ยนวิธีการเลือกหนังสืออ่านด้วยการฟังสรุปหนังสือจาก Bliskist กับ getAbstract ก่อนถ้าน่าสนใจถึงจะซื้อใน Kindle มาอ่าน

ทักษะหนึ่งที่ตั้งใจพัฒนาช่วง WFH คือการลองถ่ายและตัดต่อคลิป ผ่าน App ใน iPhone และแชร์ใน Monday’s Spark Newsletter ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดีระดับหนึ่ง ส่วนตัวคิดว่าถ้าทำจริงจัง คงจะให้มืออาชีพทำดีกว่า

ปีนี้ได้ลงเรียน Nano-MBA Online ของ CBS Academy ซึ่งสิ่งที่ได้มากกว่าความรู้ คือเพื่อนๆ ร่วมรุ่นแม้ทุกวันนี้ยังไม่ได้เจอตัว แต่ก็น่ารัก ยินดีแชร์ความรู้เสมอ

online course สั้นๆ ก็มีโอกาสลงเรียนบ้างประปรายตามที่สนใจ และช่วงสิ้นปีก็ได้เรียนและ certified Hogan Assessment ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือการประเมินที่ได้รับการยอมรับระดับโลกเพื่อต่อยอดในการช่วยลูกค้าในอนาคต

People Capital (B+) 1 pt down vs YA

ปีนี้จำนวนการ connect และสร้าง network ผ่านการนัดคุย หรือทานข้าวลดลงแทบจะเป็นศูนย์ Podcast ที่เริ่มทำปีที่แล้วก็หยุด แม้ว่าจะสามารถทำแบบ virtual ได้ แต่เนื่องจากไม่ตอบวัตถุประสงค์ที่ผมต้องการจะทำความรู้จักจริงๆ และ podcast เป็นเพียง by product ปีหน้าอาจพิจารณากลับมาทำใหม่เป็น Season 2 ในเนื้อหาและรูปแบบที่อาจจะต่างไปจากเดิม

ข้อดีอย่างหนึ่งที่ผมได้จากวิกฤต COVID-19 กับการสร้าง people capital คือโอกาสที่ได้โทรหาลูกค้า และ connection ที่มีเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ปัญหาที่เจอ และวิธีการปรับตัวของแต่ละคน ซึ่งทำให้ผมได้รู้จัก และทำความเข้าใจมุมมองของคนอื่นมากขึ้น

ทำประโยชน์ให้คนอื่น (B+) flat vs YA

แม้จะมีโควิด แต่ปีนี้ยังได้มีโอกาสแบ่งปันประสบการณ์กับน้องๆ นิสิต นักศึกษาเหมือนเดิม ทั้งในรูปแบบปกติ และผ่าน VDO conference ซึ่งแม้จะคุ้นเคยจากการประชุม แต่การสอนผ่าน Zoom โดยที่เราไม่เห็นการตอบสนองจากคนเรียนเพราะส่วนใหญ่ปิดกล้องก็เป็นอีกความท้าทายในการสอนไม่น้อย

ปีหน้าผมตั้งใจจะใช้การ collaborate กับคนเก่งๆ ข้างนอกมากขึ้นเพื่อหาโอกาสในการสร้างประโยชน์ให้สังคม โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ให้มากขึ้นอีก


สรุปภาพรวมตลอดปี (B+) flat vs YA

ภาพรวมปีนี้ ผมประเมินว่าไม่ได้เป็นปีที่ดีมากในแง่ของผลลัพธ์ แต่ถือว่ายังให้ผ่านเมื่อเทียบกับปีที่สถานการณ์ภายนอกที่คาดเดา และควบคุมไม่ได้ตลอดปี การควบคุมในสิ่งที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะการควบคุมตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ยังประคองได้ไม่หลุดไปไกล

สำหรับปี 2021 ก็ได้แต่เตือนตัวเองให้มีสติ มองหาโอกาสและรีบลงมือทำ

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือดูแลสุขภาพกาย และใจของตัวเองให้ดี

สวัสดีปีใหม่ 2021 ครับ!

Similar Posts

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2023

    ปี 2023 มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายอย่างในทุกด้านทั้งโครงการใหม่ของงาน การย้ายโรงเรียนของลูก การย้ายเข้าบ้านใหม่ และเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน สำหรับ Theme ในปีนี้ผมยกให้เป็นเรื่อง Explore เพราะก่อนการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร การดู option ต่างๆ เป็นช่วงที่สนุกและเหนื่อยไปพร้อมกัน ไม่มีอะไรที่แน่นอน ทุกอย่างมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นกับว่าเราจะโอเคกับ option ไหนมากที่สุด รูปที่ผมเลือกมาเป็นตัวแทนของปี 2023 เป็นรูปที่สะท้อนกิจกรรมที่ผมได้มากที่สุดในปีนี้ คือ การขึ้นเวทีไปนำเสนอกับผู้บริหาร บรรยายให้กับนิสิต นักศึกษา หรือเป็น moderator และ panel ในงานต่างๆ ซึ่งพอย้อนกลับมาดูรูป ปีนี้ผมมีรูปบนเวทีเยอะมาก สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้ สุขภาพร่างกาย (B+) flat vs Year Ago (YA) สุขภาพปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ ค่าเลือดและไขมันต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ หาเวลาออกกำลังกายซึ่งหลักๆ เป็นการวิ่ง และเริ่มฝึกดึงข้อ ซึ่งเคยลองตั้งแต่เด็กและไม่เคยทำได้ จนตอนนี้ดึงข้อได้ประมาณ 4-5…

  • พระจันทร์กำลังหายไป?

    “แม่แม่ ดูนั่นสิพระจันทร์กำลังหายไป” เด็กสาววัย4-5ขวบเรียกแม่ให้ดูตามนิ้วที่กำลังชี้ไปที่ดวงจันทร์ “อ๋อ พระจันทร์มันไม่ได้หายไปไหนหรอก เมฆมันบังพระจันทร์อยู่ เดี๋ยวเมฆมันก็ผ่านไป” แม่ยิ้มที่มุมปากหลังจากตอบลูกสาวอย่างเอ็นดู… … ผมวิ่งผ่านสองแม่ลูกคู่ไประหว่างวิ่งออกกำลังกายตอนเย็น เหตุการณ์อันแสนธรรมดานี้เกิดขึ้นช่วง 2-3 วินาทีที่ผมวิ่งผ่าน แต่กลับมีความคิดผ่านมาในหัวผมตลอด 40 นาที ที่ผมวิ่งอยู่ ในกรณีนี้ผมเห็นตัวเองในสิ่งที่แม่ของเด็กคนนั้นพูด

  • | |

    ข้อคิดจากนักไต่เขา

    เคยมั้ยที่ทำอะไรซักอย่างแล้วท้อ ให้หยุดทำสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อย่าง เรื่องงาน หรือเรื่องทั่วๆไปอย่าง การหัดเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ความสำเร็จที่สมควรแก่การชื่นชมนั้นต้องอาศัยความพยายาม และความอดทน ซึ่งเราก็รู้แต่หลายคนก็อดไม่ได้ที่ถอดใจไปก่อน ผมมีข้อคิดจากนักไต่เขาเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเล่าให้ฟัง นักไต่เขาทุกคนไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ทุกคนจะเริ่มในสภาพเหมือนกัน คือ ร่างกายพร้อม 100% และมีความกระตือรือร้นที่จะปีนเขา แต่ หลังจากที่เขาปีนไป ปีนไป ความเหนื่อยล้า ก็ค่อยๆมาเยือน ก่อนที่จะถึงยอดเขา ทุกคนจะมีจุดหนึ่งที่นักไต่เขาเรียกว่า “hit the wall” หรือ จุดถอดใจ มือใหม่จะหยุด หันหลังกลับ และยินดีที่ตัวเองไต่มาได้ไกลถึงขนาดนี้ นอกจากว่า

  • |

    Compensation Package กับ แฟนคนอื่น

      เคยมั้ยที่รู้สึกว่าคนอื่นดีกว่าแฟนเรา?… คนนั้นก็น่ารัก (หล่อ) กว่า, เอาใจเก่งกว่า, หรือนิสัยดี อบอุ่นกว่าแฟนเรา…(แฟนรู้คงโมโห/งอนแย่ ^^”) ผมเคยได้ยินเพื่อนๆบอกว่าไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าแฟนคนอื่นดีกว่าแฟนของเรา ตอนที่ฟังก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่คิดว่า ดีจังที่ไม่รู้สึกแบบนั้น… … วันนี้ระหว่างฟังบริษัทอธิบายเรื่องของ วิธีคิด compensation and benefit package เพื่อเทียบกับบริษัทอื่นเพลินๆก็นึกถึงเรื่องแฟนคนอื่นดีกว่าขึ้นมา

  • |

    อาสาสมัครเรื่องไกลตัว?

    วันนี้ได้ไปช่วยทำกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษน้องๆในชุมชนโค้งรถไฟยมราชกับ Dwight (Twitter: @DwightTurner) และกลุ่ม InSearchOfSanuk ตามคำชวนของพี่ต่าย (@srisuda) และวาว (@vow_vow) จริงๆผมได้รู้จักกับ Dwight มาสักพักใหญ่ๆจากงาน Tweet Meetup และได้ตามผลงานของกลุ่ม InsearchOfSanuk ผ่านเว็บแต่ไม่เคยมีโอกาสไปร่วมทำกิจกรรมอาสาสมัครกับกลุ่มนี้มาก่อน แม้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือใจที่จะให้ ถ้าใครเคยทำงานอาสาสมัครมาก่อนจะรู้ว่าแม้พื้นเพจะต่างกันจนไม่่น่าเชื่อว่าจะรู้จักกันได้ในชีวิตประจำวัน แต่เราสามารถทำงานร่วมกัน และเป็นเพื่อนกันได้เพราะมีใจที่จะให้เหมือนกัน (common objective) สิ่งที่ผมทึ่งและประทับใจกลุ่มนี้มากๆ (แถมเป็นการตบหน้าคนไทยกลายๆ) คือ เราพูดเสมอว่าประเทศเราจะพัฒนาได้อยู่ที่การพัฒนาการศึกษา การให้ความรู้กับเด็กที่ด้อยโอกาส แล้วเราก็โยนว่าเป็นเรื่องระดับชาติ เรื่องของกระทรวงศึกษา เรื่องของโรงเรียน แต่… เราไม่เคยทำอะไรเลย มากไปกว่านั่งวิจารณ์ในห้องแอร์แล้วก็ปล่อยมันผ่านไป ขณะที่ฝรั่งกลุ่มนี้เข้าไปบุกเบิกชุมชมแออัดที่แม้แต่เราคนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยย่างกลายเข้าไป ทำในสิ่งที่ตัวเองช่วยได้ บางคนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนนานาชาติ บางคนเป็น Expat ในบริษัทข้ามชาิติมาประจำในไทยแค่ปีกว่าๆ แต่ทุกคนก็เต็มใจมาช่วยเด็กไทย ซึ่งผมสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างที่กลุ่มนี้ได้ทำจริงๆ ตั้งแต่ชาวบ้านทักทายและต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เด็กๆวิ่งเข้ามากอด มาคุยด้วย อย่างไม่กลัวที่จะพูดผิดเหมือนนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน น้องๆหลายคน (7-8ขวบ) สามารถเข้าใจพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่านักเรียนม.ปลายหลายๆคนที่มีโอกาสทุกอย่าง นี่คือตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงที่ผมสัมผัสได้แม้จะเป็นครั้งแรกที่ผมไปร่วมกิจกรรม … และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อที่ว่าเราสามารถสร้างความแตกต่างในสังคมได้ ถ้าเราทำ……

  • 2 วินาที…เพื่อการควบคุมชีวิตที่ดีขึ้น

      หลังจากที่พบว่าหลายๆครั้งที่ชีวิตเราดำเนินไปแบบไม่มีสติ ก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีสติมากขึ้น… แล้ววันนี้ก็ไปอ่านเจอบทความอันนึงเรื่อง The Power of Pause ซึ่งพูดถึงความสำคัญของการหยุดคิดก่อนตอบ ซึ่งก็ตรงกับเรื่องต้องการจะแก้พอดี หลักการเค้าง่ายมากๆ… แค่เมื่อมีคนมาถาม หรือขอร้องให้ทำอะไร ให้เราหยุด แค่ 1-2 วินาที ก่อนที่จะตอบ เพื่อให้เราแน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ หรือสามารถที่จะรับปากได้จริงๆ และที่สำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าเราตัดสินใจจริงๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *