การวางกลยุทธ์ในโลกยุค VUCA กับคนขับบอลลูน

สัปดาห์ก่อนผมได้ไปร่วมงาน Strategy Essential Summit 2020 ซึ่งจัดโดยอ.ธนัย ชรินทร์สาร ซึ่งในบรรดาข้อมูล เทรนด์ และเรื่องราวต่างๆ ที่มีประโยชน์อัดแน่นทั้งวันจากทั้งอ.ธนัย และแขกรับเชิญในวันนั้น เรื่องที่ผมชอบ และจำได้ดีที่สุดคือเรื่อง คนขับบอลลูน

อ.ธนัยเล่าว่านักกลยุทธ์ส่วนใหญ่มักทำตัวเหมือน นักบิน ขับเครื่องบินจากจุดเริ่มต้น ไปถึงจุดหมายที่แน่นอน ระหว่างทางอาจมีลมพายุบ้าง นักบินก็ขับหลบหลีก พาเครื่องบินไปสู่จุดหมายปลายทางได้

เปรียบได้กับนักกลยุทธ์ที่รู้ว่าสภาพปัจจุบันขององค์กรเป็นอย่างไร (As-Is) และเป้าหมายขององค์กรที่จะไปคืออะไร (To-Be) นักกลยุทธ์ก็วางแผนเพื่อพาองค์กรไปถึงจุดนั้น

การเป็นนักกลยุทธ์แบบนักบินก็ไม่มีอะไรผิดปกติถ้า สถานการณ์ต่างๆ ในโลกค่อนข้างเสถียร และคาดเดาได้เหมือน 40-50 ปีที่ผ่านมา

ด้วยโลกเปลี่ยนไปทั้งความผันผวน (Volatility) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความซับซ้อน (Complexity) และความไม่ชัดเจน (Ambiguity) หรือที่หลายคนเรียกตัวย่อว่า VUCA คุณอาจเป็นนักบินที่ตั้งใจจะพาเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ แต่ระหว่างทางเชียงใหม่หายไปทั้งจังหวัด

เทียบกับนักกลยุทธ์ที่จะพาองค์กรไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ถูก Disrupt ธุรกิจที่ทำอยู่ไม่มีคนต้องการอีกต่อไปคุณจะทำอย่างไร

เมื่ออยู่ในความไม่แน่นอนต้องมองไกล มองให้ยาวแบบ multiple futures

อ.ธนัย ชรินทร์สาร

ซึ่งสิ่งที่อ.ธนัยแนะนำมีลักษณะคล้ายคนขับบอลลูน ที่พาบอลลูนขึ้นจากที่หนึ่ง ไปลงอีกที่หนึ่ง (ซึ่งไม่รู้ว่าที่ไหน) อย่างปลอดภัย

เพราะอนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้ นักกลยุทธ์ควรมองให้ยาว ไม่ติด หรือโดนเหตุการณ์ปัจจุบันบังจนไม่เห็นแนวโน้มระยะยาว เพื่อออกแบบอนาคตที่สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ และพาองค์กรดั่งบอลลูนลอยผ่านไปลงในจุดที่ปลอดภัย ตามแต่สถานการณ์ที่ผันผวนและคาดเดาได้ยากในอนาคต

ผมขอจบเรื่องนี้ด้วยอีกประโยคของอ.ธนัยที่ทำให้ผมรู้สึกมีความหวังขึ้นกับอนาคตในยุค VUCA world

With multiple futures, you can decide your future.

อ.ธนัย ชรินทร์สาร
กับอ.ธนัยก่อนขึ้นเวทีช่วงเช้า

Similar Posts

  • |

    10 สัญญาณอันตรายในมุมของคนสัมภาษณ์งาน

    งานสมัยนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ หากคุณได้ผ่านการกรองใบสมัครไปถึงรอบสัมภาษณ์ โอกาสของคุณในฐานะแคนดิเดตที่จะได้งานก็เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย ถ้าคุณตอบคำถาม และนำเสนอตัวเองได้ดี เข้าตาผู้สัมภาษณ์ นอกเหนือจากคุณสมบัติ และประสบการณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล และสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์มองหาสำหรับตำแหน่งที่เปิดอยู่ ผมอยากจะแบ่งปัน 10 สัญญาณอันตราย หรือเป็น Red Flag ในมุมของผู้สัมภาษณ์ ถ้าเห็นแคนดิเดตตอบคำถาม หรือมีลักษณะอย่างนี้ อาจต้องหยุดพิจารณาเป็นพิเศษ โดยผมดึงมุมมองบางส่วนมาจากหนังสือ Who: The A Method for Hiring ที่ผู้เขียนกลั่นมาจากประสบการณ์ในที่เป็นผู้สัมภาษณ์หาผู้บริหารให้กับองค์กรใหญ่ๆ ไม่เพียงมีประโยชน์เฉพาะแคนดิเดตที่กำลังเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน หากคุณเป็น Hiring Manager หรือ HR ก็สามารถปรับใช้ Red Flag 10 ข้อนี้เพื่อช่วยกรองคนที่สัมภาษณ์ได้เช่นกัน 1. แคนดิเดตไม่ได้พูดถึงความผิดพลาด หรือความล้มเหลวของตัวเองในอดีตเลย ประสบความสำเร็จมาตลอด ไม่เคยทำอะไรพลาดเลย

  • |

    The Happiness Equation: สมการความสุข?

    วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือ “The Happiness Equation” ของพี่เบียร์ (นิค เผ่าทวี) อีกหนึ่งคนไทยที่มีความสามารถระดับสากลในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ และปัจจุบันสอนเศรษฐศาสตร์อยู่ที่ Nanyang Technological University ประเทศสิงคโปร์ แม้จะมีโอกาสได้อ่านไปเพียงบทเดียว แต่ก็ได้อะไรข้อคิดน่าสนใจหลายอย่างจากการฟังพี่เบียร์เล่าในงานนี้ ความสุขแม้จะดูเป็นเรื่องนามธรรม วัดผลลำบาก แต่ทางเศรษฐศาสตร์ก็สามารถหาวิธีวัดได้โดยการเก็บข้อมูลมากพอ (หลายสิบปี หลายหมื่นข้อมูล) เพื่อที่จะหาปัจจัยหรือบอกความสัมพันธ์ของสิ่งที่ต้องการศึกษา ซึ่งในที่นี้คือความสุข คนเราจะจำเหตุการณ์อะไรที่โดดออกมาจะประสบการณ์ปกติ และตอนจบของเรื่องมากกว่าช่วงอื่นๆ (“peak-end” effect) ซึ่งขัดกับความคิดของคนส่วนใหญ่เชื่อว่า เราจะจำสิ่งที่ทำซ้ำๆได้ ตัวอย่างเช่น ส่วนใหญ่เราจะจำได้ตอนเกิดเหตุการณ์ 9/11 (peak)เรากำลังทำอะไรอยู่อย่างละเอียด แต่ถ้าถามว่าแล้ววันก่อนหน้านั้น1วันเราทำอะไรอยู่ คนส่วนใหญ่จะจำไม่ได้ ถ้าไปผับแล้วอยากเพิ่มโอกาสตัวเองในการได้เบอร์สาว ให้หาเพื่อนที่คล้ายๆกับเราแต่โดยรวมด้อยกว่าเราเล็กน้อยไปด้วย โอกาสของเราจะเพิ่มขึ้นเทียบกับไปคนเดียว เพราะสาวจะเทียบว่าเราดีกว่าเพื่อนอีกคนและให้เบอร์เรา (ที่เรื่องอย่างนี้ จำแม่นเชียว…^^”) หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือประเภท How to แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสุขที่ใกล้เคียงความจริงมากขึ้นตามหลักการศึกษาแบบวิทยาศาสตร์ ผมชอบที่พี่เบียร์บอกว่าข้อมูลมีอยู่3ส่วน ส่วนของเรา(ที่คิดว่าจริง)my part, ส่วนของคุณ;your part, และความจริง; the truth เพราะสิ่งที่เราเข้าใจว่าเป็นความจริงส่วนใหญ่จะมีความเห็นของเรา (หรือของคนอื่น) เข้าใจผสมจนไม่ใช่ความจริง…

  • 5 ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Employee Engagement

    “คุณช่วยแนะนำ HR ผมหน่อยว่าจะเพิ่มคะแนน Employee Engagement อย่างไร” ผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งเดินมาบอกผมหลังจากที่ผมนำเสนอผลคะแนน และความผูกพันของพนักงาน ซึ่งผมก็พยายามอธิบายบทบาท ความสำคัญของผู้บริหาร และหัวหน้างานต่อการสร้างความผูกพันของพนักงานในองค์กรให้ท่านเข้าใจ (หวังว่าท่านจะเข้าใจมากขึ้น ^^) ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านนี้ ผมสังเกตเห็นองค์กรต่างๆ ในไทยเริ่มตื่นตัว และให้ความสนใจกับการสำรวจความผูกพันของพนักงาน หรือ Employee Engagement Survey มากขึ้น เพื่อใช้ในการพัฒนาการดูแลคนในองค์กร และวางแผนกลยุทธ์ของทีม HR ต่างจากสมัยก่อนที่มักจะมีแต่องค์กรใหญ่ๆ หรือบริษัทข้ามชาติ จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสโครงการด้าน Employee Engagement ตั้งแต่การออกแบบข้อคำถาม ไปถึงการทำสำรวจ วิเคราะห์ผล และทำแผนยกระดับความผูกพันให้กับองค์กรต่างๆ ในประเทศ ผมสังเกตประเด็นที่หลายคนมีความตั้งใจดี แต่ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง เลยขอเลือก 5 ประเด็นที่พบบ่อยๆ มาอธิบายเพิ่มเติม 1. HR เป็นเจ้าของโครงการ employee engagement และมีหน้าที่ทำให้คะแนนขึ้น ผมแอบสงสารองค์กรที่มีผู้บริหาร หรือหัวหน้างานคิดแบบนี้เยอะๆ เพราะการเพิ่มความผูกพันของพนักงานเป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กร ไม่ต่างกับเรื่องของ safety ใช่แล้วครับ ทุกคน ในทุกฝ่ายไม่ใช่เฉพาะ…

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2015

    ผมเลือกรูปนี้เป็นตัวแทนภาพรวมของปีสำหรับตัวเองที่ทั้งสนุก และได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่ท้าทาย ได้เรียนรู้ และโตขึ้นจากการพัฒนาตัวเอง เช่นเคย ผมประเมินตัวเองด้านต่าง ๆ แต่เนื่องจากปีก่อน ผมไม่ได้เขียน เลยต้องเทียบกับ 2 ปีที่แล้วแทน สุขภาพร่างกาย (A+) 3pt up vs. 2 Years Ago (2YA) ปีนี้เป็นปีทองด้านสุขภาพสำหรับผม สุขภาพแข็งแรงไม่มีป่วยหนักตลอดปี ด้านการออกกำลังกาย ผมลงรายการวิ่งทั้ง mini marathon และ half marathon เพื่อเตรียมร่างกายก่อนวิ่ง full marathon รายการ Standard Chartered Marathon Singapore ตอนปลายปี ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ ผลพลอยได้ของการซ้อมคือ น้ำหนักลดลงมาถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ทั้งที่เป้าน้ำหนักนี้ตั้งไว้หลายปี แต่ยังทำไม่สำเร็จ Improvement Areas รักษาน้ำหนักตัว และความสม่ำเสมอของการออกกำลังกาย ลดของหวาน การงาน (A) 1pt up vs 2YA งานปีนี้ก็ทั้งสนุกทั้งท้าทาย ได้ทั้งเรียนรู้การทำงานกับหัวหน้าใหม่ที่เก่ง และเพื่อนร่วมงานใหม่ที่มีประสบการณ์สูงหลายคน ได้ทำงาน scope regional…

  • Write the Future

    เมื่อวานได้ดูโฆษณาตัวใหม่ของ Nike ซึ่งออกรับฤดูกาลฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า รู้สึกว่า…โดน!! โดนในแง่ที่ทำให้คำสอนที่เราเคยได้ยินกันอย่างชินหู 4-5 เรื่อง เห็นเป็นภาพเป็นเรื่องราวที่ชัดเจนภายในเวลา 3 นาที วินาทีนี้เป็นวินาทีที่มีึค่าที่สุดในชีวิต คุณจะใช้มันอย่างไร หลักของเหตุและผล (หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น) ความหวัง – หากขาดความหวัง ชีวิตก็ไม่มีความหมาย อยู่ไปวันๆ เป็นเลิศในสิ่งที่ทำ เราเป็นเจ้าของชีวิตของเรา จงเขียนอนาคตของตัวเอง ใครว่าโฆษณาจะมีแต่จะขายของ ทำให้เราโลภ… ว่าแต่ใครอยากได้รองเท้าฟุตบอลใหม่บ้างครับ? :P

  • [Mentor แบบชัชๆ] Empower ทีมด้วย free area

    [youtube id=”rqQGQ6upics”] ถ้าชอบเนื้อหานี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์ Click Here to Subscribe

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *