ค่านิยมแบบเอเชีย: กำแพงขวางความสำเร็จในบริษัทข้ามชาติ?

 

การทำงานในบริษัทข้ามชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

การประสบความสำเร็จในบริษัทข้ามชาติยิ่งไม่ง่ายเข้าไปใหญ่

สาเหตุหนึ่งมาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมในองค์กร ซึ่งเป็นธรรมดาที่ผู้บริหารระดับสูงที่มาจากหลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรมจะตีความพฤติกรรมของคนต่างวัฒนธรรมต่างกันออกไป

สองอาทิตย์ที่แล้วผมได้มีโอกาสฟังคุณ Jet Antonio, Purchasing Director ซึ่งเป็นคนฟิลิปปินส์ที่ ประสบความสำเร็จในสายงาน และมีประสบการณ์ทำงานใน 6 ประเทศ มาเล่าให้ฟังถึงมุมมองที่คนตะวันตกตีความค่านิยมของเรา(คนเอเชีย)ในการทำงาน

Cultural Values

มาดูกันทีละข้อเลยดีกว่า

  1. ความอ่อนน้อมถ่อมตน (Humility) ถือว่าเป็นจุดแข็งข้อแรกเลยของเรา เป็นปกติมากๆของคนเอเชียที่ไม่อยากเด่นเกินใคร ไม่กล้านำเสนอตัวเอง หรือผลงานตัวเอง แต่ภาพที่คนตะวันตกมองกลับเป็นว่าเราไม่มีความมั่นใจ และอาจจะพาลเป็นไม่มีผลงานไปด้วย เพราะเค้าไม่เห็น
  2. มีความอดทนและความเพียร (Patience & Perseverance) ใครให้ทำอะไรก็ทำ คิดว่าอดทนไว้สักวันหนึ่งมันต้องดีขึ้น (คิดว่าตัวเองเป็นพจมานแห่งบ้านทรายทอง :P) แต่ฝรั่งอาจจะคิดว่าเราไม่กล้ายืนหยัดกับความคิดเห็นของตัวเอง เป็นฝ่ายถูกกระทำ และตั้งรับ ไม่เห็นแววเป็นผู้นำที่ทำงานใหญ่ได้
  3. ทำงานหนัก (Work Hard) เราก็คิดว่าเราทุ่มเทให้บริษัทขนาดนี้ ไม่น่าจะมีคนมองเป็นอื่นได้ แต่อีกด้านหนึ่งที่คนตะวันตกคิดได้คือ พวกนี้ทำงานไม่เป็น ทำงานไม่ฉลาด (work smart) เลยต้องทำงานหนักอย่างนี้ ไม่มีเวลาให้กับด้านอื่นของชีวิต…เป็นยังงั้นไป
  4. มีความภักดีและเชื่อหัวหน้าหรือผู้มีอำนาจ (Royal and Respects Authority) เราจะให้เกียรติ(กลัว)หัวหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งเราก็กลัวที่จะแย้ง หรือค้านคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเรา เพราะกลัวว่าจะเป็นการไม่ให้เกียรติเขา ฝรั่งอาจมองว่าเราไม่สามารถจัดการระดับที่สูงกว่าได้ (manage upward) ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นมากในระดับสูงๆขึ้นไป
  5. ประนีประนอม (seek for harmony) คนเอเชียเป็นคนที่รักสงบ ไม่อยากมีเรื่อง ยอมได้ก็ยอม เงียบได้ก็เงียบ แต่หัวหน้าต่างชาติกลับเห็นว่าเราพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ ไม่กล้าเสี่ยงเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดสู่สิ่งที่ดีสุด
  6. ร่วมด้วยช่วยกัน (Interdependent) ทำงานกลุ่มก็ไม่แบ่งหน้าที่ หรืองานอย่างชัดเจน มีอะไรก็บอกว่าช่วยๆกันทำ ไม่มีคนที่รับผิดชอบ กลัวที่ต้องทำคนเดียว

อ่านเสร็จแล้วอาจจะรู้สึกห่อเหี่ยวว่า ค่านิยมที่เราทำอยู่และคิดว่าเป็นจุดแข็ง ทำไมถึงกลายเป็นจุดอ่อนไปได้ในหลายตาคนอื่น

อย่างไรก็ดีคุณJet บอกว่าไม่ใช้ให้เราทิ้งค่านิยมของเราแล้วไปทำสุดโต่งอีกแบบหนึ่ง แต่ให้เข้าใจว่าสิ่งที่เราทำหลายๆอย่างที่มีพื้นฐานมาจากค่านิยมที่ต่างกันนั้น คนอีกซีกโลกเค้าคิดยังไง เพื่อที่เราจะได้ปรับตัวถูก และสามารถประสบความสำเร็จในระดับสากลได้เช่นกัน

________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • กว่าจะเรียนจบก็สายไปแล้ว

    ไม่แน่ใจว่านิสิต นักศึกษาที่เพิ่งจบตอนนี้หางานยาก มากน้อยแค่ไหน? วันก่อนผมทานข้าวกับน้องคนสิงคโปร์คนหนึ่งที่เพิ่งจบปริญญาตรี และมาร่วมทีมในฐานะพนักงานสัญญาจ้าง เลยชวนคุยเรื่องสถานการณ์ของเด็กจบใหม่ที่นี่ สิ่งที่ผมได้ยิน ถือว่าสถานการณ์ของบัณฑิตใหม่ที่สิงคโปร์ไม่ค่อยดีนัก บัณฑิตใหม่ใช้เวลาหางานเฉลี่ย 6-8 เดือนก่อนจะได้งานแรก ซึ่งเป็นทุกสาขา รวมถึงมหาวิทยาลัยชื่อดัง ตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ก็มีแต่งานด้านบริการ ใน fast food chain ซึ่งเด็กมัธยมก็ทำได้ บริษัทส่วนใหญ่ต้องการคนที่ประสบการณ์ 5-8 ปี ตำแหน่งที่เปิดสำหร้บคนที่ประสบการณ์ไม่พอจะเป็นในรูป พนักงานสัญญาจ้าง 6 เดือน – 2 ปี พ่อแม่เริ่มกดดัน เด็กก็เริ่มเครียดหลังจากจบแล้วหางานไม่ได้ สุดท้ายหลายคนหางานไม่ได้ เลยตัดสินใจเรียนต่อโท ผมมองว่าภาพนี้จะเหมือน time machine เล็กๆที่จะสะท้อนสภาพการจ้างงานของบัณฑิตใหม่ของไทยในอนาคตอันใกล้ อย่าลืมว่าเด็กในสิงคโปร์ส่วนใหญ่พูดได้คล่องทั้งอังกฤษ และภาษาท้องถิ่น (จีน, มาเลย์, ฯลฯ) ยังมีปัญหาในการหางาน เชื่อว่าการแข่งขันหลังเปิด AEC โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติคงแข่งขันกันมันกว่าตอนนี้แน่นอน

  • แปลงความสงสัยเป็นจุดด้วย Info Sponging

    Stay hungry. Stay foolish. – Steve Jobs ผมเชื่อว่าทั้งสาวก และไม่ใช่สาวกของ Apple จำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับประโยคนี้ของท่านศาสดา Steve Jobs กันดี เป็นประโยคที่กระตุ้นให้เราไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ถามว่าเรียนรู้ไปเพื่ออะไร? ก็อาจจะตอบแบบเท่ๆได้ว่า เพื่อเอามาต่อจุด (connect the dots) เพื่อสร้างองค์ความรู้ หรือนวัตกรรมใหม่กับงาน หรือชีวิตของเราเอง You can’t connect the dots looking forward; you can only connect them looking backwards. So you have to trust that the dots will somehow connect in your future. – Steve Jobs…

  • |

    Compensation Package กับ แฟนคนอื่น

      เคยมั้ยที่รู้สึกว่าคนอื่นดีกว่าแฟนเรา?… คนนั้นก็น่ารัก (หล่อ) กว่า, เอาใจเก่งกว่า, หรือนิสัยดี อบอุ่นกว่าแฟนเรา…(แฟนรู้คงโมโห/งอนแย่ ^^”) ผมเคยได้ยินเพื่อนๆบอกว่าไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าแฟนคนอื่นดีกว่าแฟนของเรา ตอนที่ฟังก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่คิดว่า ดีจังที่ไม่รู้สึกแบบนั้น… … วันนี้ระหว่างฟังบริษัทอธิบายเรื่องของ วิธีคิด compensation and benefit package เพื่อเทียบกับบริษัทอื่นเพลินๆก็นึกถึงเรื่องแฟนคนอื่นดีกว่าขึ้นมา

  • 5 ประโยคเด็ดจาก Design Thinking Workshop

    ในยุคที่การเข้าใจลูกค้า หรือผู้ใช้ (user) ช่วยให้การแก้ปัญหา หรือผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ทักษะ Design Thinking ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย เมื่อผมมีโอกาสได้มาร่วมงาน Corporate Innovation Summit 2019 หนึ่งใน workshop ที่ผมตั้งใจมาเข้าคือ Intro to Design Thinking: Bootcamp of Executives ซึ่งสอนโดย คุณต้อง กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร, Head of 10X project, SCB และเจ้าของเพจ 8 บรรทัดครึ่ง ตลอดเกือบ 3 ชั่วโมงเต็มของ workshop ผมได้เรียนรู้ผ่านการแต่ละขั้นตอนตั้งแต่ Empathize ไปจนถึง Prototype และ Test ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคุณต้อง ย่นเนื้อหาจาก 2-3 วันมาอยู่ใน 3 ชั่วโมง และสามารถทำ Prototype…

  • หมอดูแม่นๆ…

      อยากรู้มั้ยครับว่าชีวิตเราข้างหน้าจะเป็นอย่างไร? อยากรู้ก็ตามอ่านมาได้เลยครับ หมอดูที่ผมจะแนะนำให้รู้จัก หมอคนนี้ตามตัวง่ายมาก ไม่ต้องจองคิวเป็นเดือน หรือเสียเงินซักบาท สนใจล่ะสิ

  • |

    อาสาสมัครเรื่องไกลตัว?

    วันนี้ได้ไปช่วยทำกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษน้องๆในชุมชนโค้งรถไฟยมราชกับ Dwight (Twitter: @DwightTurner) และกลุ่ม InSearchOfSanuk ตามคำชวนของพี่ต่าย (@srisuda) และวาว (@vow_vow) จริงๆผมได้รู้จักกับ Dwight มาสักพักใหญ่ๆจากงาน Tweet Meetup และได้ตามผลงานของกลุ่ม InsearchOfSanuk ผ่านเว็บแต่ไม่เคยมีโอกาสไปร่วมทำกิจกรรมอาสาสมัครกับกลุ่มนี้มาก่อน แม้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือใจที่จะให้ ถ้าใครเคยทำงานอาสาสมัครมาก่อนจะรู้ว่าแม้พื้นเพจะต่างกันจนไม่่น่าเชื่อว่าจะรู้จักกันได้ในชีวิตประจำวัน แต่เราสามารถทำงานร่วมกัน และเป็นเพื่อนกันได้เพราะมีใจที่จะให้เหมือนกัน (common objective) สิ่งที่ผมทึ่งและประทับใจกลุ่มนี้มากๆ (แถมเป็นการตบหน้าคนไทยกลายๆ) คือ เราพูดเสมอว่าประเทศเราจะพัฒนาได้อยู่ที่การพัฒนาการศึกษา การให้ความรู้กับเด็กที่ด้อยโอกาส แล้วเราก็โยนว่าเป็นเรื่องระดับชาติ เรื่องของกระทรวงศึกษา เรื่องของโรงเรียน แต่… เราไม่เคยทำอะไรเลย มากไปกว่านั่งวิจารณ์ในห้องแอร์แล้วก็ปล่อยมันผ่านไป ขณะที่ฝรั่งกลุ่มนี้เข้าไปบุกเบิกชุมชมแออัดที่แม้แต่เราคนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยย่างกลายเข้าไป ทำในสิ่งที่ตัวเองช่วยได้ บางคนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนนานาชาติ บางคนเป็น Expat ในบริษัทข้ามชาิติมาประจำในไทยแค่ปีกว่าๆ แต่ทุกคนก็เต็มใจมาช่วยเด็กไทย ซึ่งผมสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างที่กลุ่มนี้ได้ทำจริงๆ ตั้งแต่ชาวบ้านทักทายและต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เด็กๆวิ่งเข้ามากอด มาคุยด้วย อย่างไม่กลัวที่จะพูดผิดเหมือนนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน น้องๆหลายคน (7-8ขวบ) สามารถเข้าใจพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่านักเรียนม.ปลายหลายๆคนที่มีโอกาสทุกอย่าง นี่คือตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงที่ผมสัมผัสได้แม้จะเป็นครั้งแรกที่ผมไปร่วมกิจกรรม … และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อที่ว่าเราสามารถสร้างความแตกต่างในสังคมได้ ถ้าเราทำ……

5 Comments

  1. มีข้อหนึ่งที่เห็นได้เด่นชัด ผมจำไม่ได้ว่าฟังมาจากที่ไหน เข้าใจว่าเป็นบรรยายที่ ม.
    นั่นก็คือ เวลาเจอปัญหา เราจะเลี่ยง แต่ฝรั่งจะชน ถ้าจะให้เข้าพวกกับสิ่งที่เห็นมา คงจะเป็นเรื่อง ประนีประนอม

  2. เคยอ่านเจอแระเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าอารายๆมันก้อไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กะลักษณะนิสัยส่วนตัวของเจ้านายมากกว่า

  3. @Scalopus+: ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ เรื่องการเลี่ยงเวลาเจอปัญหา หรือปัดฝุ่นไว้ใต้พรมนั้นเป็นแค่การเลื่อนการแก้ปัญหาออกไป จนมันใหญ่หรือสายเกินกว่าจะแก้ ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริง…

  4. @Linsanovy: 555 รู้เขา(เจ้านาย) รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง…

  5. ลี กวน ยู ก็เคยให้ชี้ให้เห็นว่า ค่านิยมเอเชีย ที่ทำงานหนัก ออมเก่ง มีระเบียบ ซื่อสัตย์ ให้ความสำคัญกับสังคม ครอบครัว (แทนที่จะเน้นค่านิยมด้านเสรีภาพและวัตถุนิยมแบบตะวันตก) จะทำให้เอเชียมีความสำเร็จในลักษณะของตนเอง และมีคุณธรรม จริยธรรมมากกว่าตะวันตก คือดีกว่า ยั่งยืนกว่า พัฒนาได้ไกลกว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *