4 ทักษะที่ควรเรียนรู้เพื่อประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21

ในโลกที่เทคโนโลยี และองค์ความรู้ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Half-life ของสิ่งที่เราเรียนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยสั้นลงจนแทบจะใช้ไม่ได้เมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน

ถามว่า

ทักษะอะไรที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในโลกปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้นี้?

ถ้ามองสิ่งที่โรงเรียนสอน โดยเฉพาะในเมืองไทย เรายังเห็นว่าการศึกษาส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการ’ป้อน’ความรู้ หรือข้อมูล ที่ปัจจุบันหาได้เพียงไม่กี่ ‘คลิ๊ก’ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีโอกาสล้าสมัยได้เร็วที่สุด มากกว่าทักษะที่ช่วยในการพัฒนาเพื่อการทำงานต่อในอนาคต

ผมอ่านเจอคำตอบเรื่องนี้จากส่วนหนึ่งของบทความ What Kids Need to Learn to Succeed in 2050 ซึ่งกล่าวถึง 4 ทักษะ (the four Cs) ซึ่งแนะนำโดย Partnership for 21st Century Learning, P21 ว่าคือ

1. Critical thinking

ความคิดเชิงวิพากษ์ – ในยุคที่ข้อมูลมีมากจนสำลัก การคิด วิเคราะห์ และแยกแยกข้อมูลที่จริง และเท็จ ด้วยตรรกะที่ดี จะช่วยให้เรามีหลักในการเสพข้อมูลได้อย่างมีสติ แต่ต่อยอดทางความคิดของเราได้

2. Communication

การสื่อสาร – แม้ปัจจุบันจะมีช่องทางการสื่อสารมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวก แต่น้อยคนที่จะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ่านตัวอักษร หรือการพูดคุยกัน

3. Collaboration

การทำงานร่วมกับคนอื่น – เพราะการทำงานร่วมกับคนอื่นให้ผลออกมาดีเป็นศาสตร์และศิลป์ที่จำเป็นในการทำงาน และต้องมีทัศนคติของ “พวกเรา” มากกว่า “ฉัน”

4. Creativity

ความคิดสร้างสรรค์ – เป็น ‘ทักษะ’ ซึ่งแปลว่าสามารถเรียนรู้ได้ เช่นเดียวกับทักษะอื่น ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเปิดใจพัฒนาทักษะนี้หรือไม่

จะสังเกตว่าทั้ง 4 ทักษะนี้จะเน้นทักษะพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพราะเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ และสื่อสาร ร่วมมือกับคนอื่นสร้างผลงานออกมาโดยไม่ยึดติดกับเทคโนโลยี หรือทักษะเฉพาะทาง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ใหม่ตลอดเวลา

ลองประเมินตัวเองดูนะครับ ว่าคุณมีความพร้อมใน 4 ทักษะนี้มากน้อยเพียงใด


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • |

    Ignite Thailand#2

    คนหนึ่งคนทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ถ้าลงมือทำ #IgniteTH ช่วงหลังๆมานี้มีเพื่อนหลายคนทักว่าหลังๆชัชออกงานบ่อยนะ จะบอกว่างานที่ไปส่วนใหญ่ก็มีแต่งานแต่งงานเพื่อนๆ ที่แต่งกันแทบอาทิตย์เว้นอาทิตย์นี่แหละ แล้วก็ไม่ได้เป็นไฮโซที่ออกงานแล้วได้เงิน กลับจะเป็นทางตรงข้ามเสียมากกว่า ^^” แต่งานที่ผมได้มีโอกาสไปเมื่อวานเป็นงานที่นอกจากจะฟรี (แต่ยังต้องเสียค่าเดินทางเอง) ยังเป็นงานที่ช่วยจุดประกายไฟ สมกับชื่องานดี (Ignite) งาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ที่จัดโดยเครือข่ายพลังบวก โดยครั้งนี้จัดที่หอประชุมใหญ่ จุฬาฯ ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรได้มีโอกาสเปิดรับมุมมองใหม่ๆ ในด้านบวก เพื่อกลับมาย้อนดูและปรับใช้กับตัวเอง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในโลกของการเร่งรีบตลอดเวลา และสภาพสังคมที่ข่าวหน้าหนึ่งไม่ช่วยจรรโลงใจเท่าไหร่ ทั้ง 21 igniters กับเวลา5 นาที อาจมีบางท่านที่อยู่เหนือกาลเวลา(5นาที)บ้าง (ฮา) แต่ละท่านก็มีความต่าง ต่างทั้งอายุ, ประสบการณ์, เนื้อหา, และวิธีนำเสนอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้ว่าเป็นจุดร่วมกันของทุกคน คือ ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องที่กลั่นมาจากประสบการณ์และชีวิตของแต่ละคน เพื่อให้เชื่อให้พลังของคนหนึ่งคน ว่าทำได้ และทุกท่านที่พูดเป็น Living proof ของการทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ สิ่งทึ่หลายๆคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หรือได้แต่คิด … ขอบคุณที่ช่วยจุดไฟ ให้กับผมและคนฟังทุกคนในหอประชุมเมื่อคืน ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เป็นคนที่พร้อมจะทำดี แต่ติดอยู่ที่ความไม่เชื่อในความสามารถของคนหนึ่งคน…

  • เทคนิคหางานที่ใช่ด้วย 5E

    ใครๆ ก็อยากเจองาน หรืออาชีพที่ใช่ งานที่เป็น life’s calling ของตัวเอง แต่จะเริ่มจากตรงไหน ต้องทำอย่างไรบ้างล่ะ ผมอ่านเจอเทคนิค 5 E จากหนังสือ The Lemonade Life: How to Fuel Success, Create Happiness, and Conquer Anything ของ Zack Friedman ซึ่งเห็นว่าน่าสนใจ เลยเก็บมาเล่าและขยายความต่อ Explore ขั้นแรกของการหางานที่ใช่ คือ การเปิดโลกของตัวเองเรื่องงาน ว่าปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้นี้ มีงานอะไรในโลกบ้าง อย่ามองแต่งานที่เรารู้จัก หรืองานที่ตรงกับที่เรียนมาเท่านั้น ถ้าคุณอยู่ในองค์กรแล้วก็อาจจะทำความรู้จัก และเข้าใจว่าตำแหน่งงานต่างๆ เขาทำอะไรกันบ้าง ถ้าเราสนใจ เราสนใจตรงส่วนไหนของงานนั้น ถ้าไม่สนใจ ทำไมถึงไม่สนใจ การ Explore เป็นการเปิดโอกาสให้เห็นความเป็นได้ ทำความเข้าใจกับทั้งงานตรงสาย งานไม่ตรงสาย งานในอุตสาหกรรมที่เราอยู่ และต่างอุตสาหกรรม งานประจำ งาน freelance…

  • ค่านิยมแบบเอเชีย: กำแพงขวางความสำเร็จในบริษัทข้ามชาติ?

      การทำงานในบริษัทข้ามชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การประสบความสำเร็จในบริษัทข้ามชาติยิ่งไม่ง่ายเข้าไปใหญ่ สาเหตุหนึ่งมาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมในองค์กร ซึ่งเป็นธรรมดาที่ผู้บริหารระดับสูงที่มาจากหลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรมจะตีความพฤติกรรมของคนต่างวัฒนธรรมต่างกันออกไป สองอาทิตย์ที่แล้วผมได้มีโอกาสฟังคุณ Jet Antonio, Purchasing Director ซึ่งเป็นคนฟิลิปปินส์ที่ ประสบความสำเร็จในสายงาน และมีประสบการณ์ทำงานใน 6 ประเทศ มาเล่าให้ฟังถึงมุมมองที่คนตะวันตกตีความค่านิยมของเรา(คนเอเชีย)ในการทำงาน

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2013

      ลุยกันเลยกับการประเมินผลตัวเองปีนี้ ซึ่งก็เข้าปีที่ 5 ที่ได้หาเวลามาทบทวนดูชีวิตที่ผ่านมาในปีว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจ หรือต้องปรับปรุงบ้าง (การประเมินตัวเองในปี 2012, 2011, 2010, 2009) เช่นเดิม ผมแบ่งเป็นหมวดๆเช่นทุกปีที่ผ่านมาเพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ   สุขภาพร่างกาย (B+) 1pt down vs. Year Ago (YA) ปีนี้สุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีป่วยหนัก แต่การออกกำลังกายไม่ได้ตามเป้าเหมือนปีที่แล้ว ลงวิ่งมินิมาราธอนไป 3 รายการ จากที่ตั้งใจจะลงวิ่ง full marathon แต่เวลาและความฟิตไม่เอื้ออำนวยจริงๆ ช่วง Q4 ได้อุปกรณ์มานับก้าวที่เดิน ช่วยให้เดินขึ้นลงบันไดบ่อยขึ้นกว่าก่อน เพราะอยากเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว ถ้าไม่พยายาม วันทำงานปกติจะเดินแค่ 3-4,000 ก้าวเท่านั้น น้ำหนักตัวไม่ขึ้น แต่ก็ยอมลง ^^” Improvement Areas ออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน ลดน้ำหนักตัวลงให้เหลือ 65 กิโลกรัม (ขอเป้าเดิมกับปีที่แล้ว)

  • |

    ความทุกข์ของคนเป็น Expat

    เวลานึกถึงภาพคนที่เป็น Expat ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงคนเก่ง มีความสามารถสูง ที่บริษัทลงทุนในการพัฒนา ส่งไปทำงาน หรือดูแลธุรกิจต่างประเทศ และแน่นอนสวัสดิการที่ดี ถึงดีมากกกก สำหรับคนกลุ่มนี้เพื่อชักจูงให้จากประเทศเกิดไป อยู่ในประเทศที่ไม่คุ้นเคย ห่างไกลครอบครัว เพื่อนฝูง ไหนจะที่อยู่ฟรี รถบริษัท พร้อมคนขับ ค่าเล่าเรียนลูกในโรงเรียน inter และอื่นๆอีกมากมาย ตามตำแหน่ง และระบบของบริษัท ดูเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาซะนี่กระไร แต่ถ้าได้รู้จักคนกลุ่มนี้จริงๆ จะพบความจริงอีกด้านที่น่าสนใจ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *