เมื่อ Global CEO พบ Future Leaders ของไทย

Credit Photo by Adecco Thailand

โชคดีจริงๆ ที่ได้ฟังมุมมองของผู้บริหารระดับ Global CEO และได้รู้จักน้องๆ Future Leaders ของเมืองไทยในงานเดียวกัน!

ผมคิดอยู่ในใจเมื่อได้รับคำเชิญจาก Adecco Thailand เพื่อร่วมงาน The Adecco Group Global CEO Meets with Future Leaders in Thailand ซึ่งเป็นงาน Exclusive ร่วมกับน้อง Future Leaders อีกหลายสิบคน เมื่อมองกลับไปผมรู้สึกว่าเป็นงานขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถเดิน networking ได้อย่างทั่วถึง ทำให้ได้รู้จักกับทั้งผู้บริหารของ Adecco และน้องๆ คนเก่งที่ได้รับเชิญมาหลายคน

Highlight ของงานคือ Panel discussion โดยคุณ Alain Dehaze, Global CEO, The Adecco Group และคุณ Lisa Frommhold, The Adecco Group Global ‘CEO For One Month’ 2018 ซึ่งผมสรุปประเด็นที่น่าสนใจมาฝาก ดังนี้

**สำหรับคุณ Lisa ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษ ซึ่งจะได้เห็นในรูปแบบ [คุยแบบชัชๆ] ตอนพิเศษเร็วๆ นี้**

CEO For One Month

เป็นโครงการที่ Adecco เริ่มที่ประเทศนอร์เวย์เมื่อปี 2011 และได้ขยายจนกลายเป็นโปรแกรม flagship ของ The Adecco Group ซึ่งมีผู้สมัครกว่า 204,000 คนจาก 47 ประเทศ ซึ่งมีกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นเพื่อหา CEO For One Month ของแต่ละประเทศ ก่อนจะคัดเลือกหา Global CEO For One Month ซึ่งในปีนี้ คือ คุณ Lisa Frommhold

คนที่ได้รับเลือกเป็น CEO For One Month จะได้ทำงานคู่กับ CEO ของประเทศนั้น หรือถ้าเป็น Global CEO For One Month ก็จะได้ทำงานประกบคุณ Alain เป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งเป็นโอกาสการเรียนรู้จากการทำงานจริงที่มีค่ามากและหาได้ไม่ง่ายเลย

Leadership Traits

Alian:

ดูคนที่เป็นหัวหน้า หรือผู้นำที่ยอดเยี่ยม (Great Boss) จาก 2 ส่วน

1. ผลงานที่ผ่านมา (Track record) ว่าคุณทำงานเป็นอย่างไร และ

2. คุณเป็นคนอย่างไร โดยดูจากชื่อเสียงของคุณจากคนที่ทำงานด้วยรอบตัว

Lisa:

Be authentic เป็นตัวของตัวเอง

Making a tough decision

Alian:

ในการทำงานตำแหน่งผู้บริหาร ความกดดัน และการตัดสินใจที่ยากเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก วิธีการคิดคือมองถึงความรับผิดชอบต่อความยั่งยืนของบริษัท (Responsibility for sustainability of the company) ซึ่งช่วยให้มองวิธีการแก้ปัญหาในระยะยาว มากกว่าระยะสั้น

Work-Life Balance

Alian:

ชีวิตการทำงานเหมือนการวิ่งมาราธอน สิ่งที่สำคัญคิอ การรู้จักตัวเอง ฟังเสียงหัวใจตัวเอง และรู้ว่าเรื่องอะไรที่สำคัญหรือไม่ ในบทบาท CEO อาจต้องทำงาน และเดินทางติดต่อกันนานๆ จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนพัก (plan recovery / downtime) เพื่อให้ได้พัก และฟื้นฟูร่างกาย และจิตใจ อีกเรื่องคือการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับคนรอบตัว

Lisa:

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการตาม Alian ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ความสำคัญของการนอนให้เพียงพอ ถ้าพักผ่อนไม่พอ จะกระทบกับการทำงาน และเรื่องอื่นๆ ซึ่งส่งผลกับความสมดุลของชีวิตในที่สุด

Impact of AI and Robotic

Alian:

สิ่งที่สำคัญของมนุษย์ในยุค AI คือ ทักษะในการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และสภาพการทำงานในอนาคต การคุยกับคนรุ่นใหม่ก็จะช่วยให้เราเข้าใจภาพของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปได้ดีขึ้น

Lisa:

ไม่ได้มองว่าหุ่นยนต์ หรือ AI จะมาคุกคามงานของมนุษย์ เพียงเราต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกัน ยกตัวอย่างในงาน HR เช่น การใช้ chatbot เพื่อกรองผู้สมัครเบื้องต้น (pre-screen) เป็นต้น

Advice to Future Leaders

Alian:

Know and listen to yourself. Be curious, be bold!

 

Lisa:

Own your own life!

 

Bonus: Questions after the Panel 

หลังจากจบงาน ผมมีโอกาสได้คุยและแลกเปลี่ยนความเห็นต่อกับคุณ Alian เลยขอนำประเด็นที่น่าสนใจมาแบ่งปันต่อครับ

สิ่งที่ Young Talents ของประเทศไทยต้องพัฒนา ถ้าต้องการเป็น Future Leaders ในระดับ Regional หรือ Global

เรื่องแรกคือเรื่อง ภาษา การทำงานในระดับ regional หรือ global ถ้าไม่ได้ภาษา คุณก็ทำงานกับเพื่อนร่วมงานในประเทศอื่นได้ยาก

เรื่องที่สอง คือ ประสบการณ์ทำงานในต่างประเทศ อาจเป็น project สั้นๆ ไม่กี่เดือน หรือ assignment เป็นปีก็ได้ เพื่อที่จะพัฒนา global mindset

เรื่องที่สาม คือ connection การที่จะเป็นผู้นำระดับ Regional หรือ Global คุณควรรู้จัก และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานในประเทศต่างๆ เพื่อสร้างความไว้ใจ และยอมรับในตัวคุณ

นิสัย (Habit) ที่ช่วยให้คุณ Alian ทำงานในบทบาท Global CEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าตารางจะยุ่งขนาดไหน ทุกเช้าผมจะตื่นขึ้นมาออกกำลังกายประมาณ 20 นาที ก่อนทำอย่างอื่น และสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากอีกเรื่องคือ การนอน ผมพยายามนอนให้ได้วันละ 7 ชั่วโมง เพราะหากพักผ่อนไม่พอ จะส่งผลกับคุณภาพของการตัดสินใจในวันต่อไป

 

ถือเป็นอีกงานที่เต็มอิ่มทั้งความรู้ และมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันต่อ ผมเชื่อว่าน้องๆ รุ่นใหม่ สามารถเป็น Future Leaders ในระดับสากลได้ไม่ยาก ถ้ามีการเตรียมตัว และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องครับ

with Alian Dehaze

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • เก็บตก:สัมมนา Productivity วิถีพุทธ

    เมื่อวานมีโอกาสได้ออกไปสัมนาข้างนอก เรื่อง Productivityวิถีพุทธ โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ จัดโดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ นานๆได้ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างก็ดีเหมือนกัน ได้ฟังวิธีคิดของคนที่ต่างจากที่เจอทุกวัน (ระหว่างเขียนอยู่ก็ดูรายการเจาะใจกำลังสัมภาษณ์ อ.วรภัทร์ อยู่เป็นตอนที่ 2 ไปด้วย) กลับมาอ่านโน้ตที่จดไว้แล้วพยายามจะเรียบเรียงสิ่งที่น่าสนใจที่ได้จากการฟังครั้งนี้ แม้ว่าเนื้อหาจะโยงไปเรื่องโน้นเรื่องนั้นบ้าง แต่ก็หวังว่าจะได้แง่คิดอะไรใหม่ๆไปคิดต่อ หรือไปใช้บ้างนะครับ… พุทธะ คืออะไร ผู้รู้=สติ ผู้ตื่น=sensing ซึ่งจะต่อยอดเป็น Knowledge Management แล้วต่อไปเป็น Learning Organization ผู้เบิกบาน=Happy Workplace ทั้งสามข้อนี้จะทำให้เกิดนวัตกรรมในองค์กร แล้วจะเพิ่ม 3 P (Profit/People/Planet)

  • [Mentor แบบชัชๆ] ไม่ได้งานเพราะ ‘มันดีอยู่แล้ว’

    [Mentor Profile] HR Director, Japanese Global Company Mentor: ผมจะเล่าความลับให้คุณฟัง ตอนที่ผมจบวิศวะมาใหม่ ๆ ผมสมัครงานโรงงานทำรองเท้าที่นึง ประสบการณ์ตอนนั้นยังจำมาถึงทุกวันนี้เลย Me: ครับ Mentor: จำได้ว่าหลังสัมภาษณ์เสร็จ ผู้จัดการก็ชวนเดินดูส่วนการผลิตของโรงงาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นวิธีการผลิตรองเท้า ทุกอย่างดูตื่นตา ตื่นใจไปหมด เห็นเครื่องจักร และกระบวนการผลิตรองเท้าออกมาเยอะแยะก็ยิ่งชอบ ยิ่งอยากทำงานที่โรงงานนี้ หลังจากเดินทัวร์โรงงานเสร็จ ผู้จัดการหันมาถามว่า “คุณคิดว่ามีอะไรที่สามารถปรับปรุง หรือพัฒนาได้บ้าง?” ผมก็อึ้งไปซักพักก่อนจะตอบไปว่า

  • |

    การบริหารภายใต้ข้อจำกัด กับ แทนแกรม (Tangrams)

    ไปฟังสัมมนาวันก่อนหัวข้อ THINK Forum: A New Brand of Leadership for a New Kind of Economy จัดโดย IBM ร่วมกับ กรุงเทพธุรกิจ มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือการบริหารภายใต้ข้อจำกัด โดย ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผมฟังแล้วคิดว่าน่าจะมาเล่าสู่กันฟัง ถ้าสังเกตจะเห็นว่าโลกที่เราอยู่มีแนวโน้มที่จะวิ่งความต้องการที่ไม่น่าจะเป็นไปได้มากขึ้น คนส่วนใหญ่จะเคยชินกับการต้องเลือก เอาอย่างใด อย่างหนึ่ง เช่น อยากได้ต้นทุนถูกก็ต้องผลิตครั้งๆมากๆ (ราคา หรือ ความหลากหลาย) อยากได้ของดีๆก็ต้องคอยหน่อย (คุณภาพ หรือ เวลา) หรือ งานเพิ่มก็ต้องขอคนเพิ่ม (งาน หรือ จำนวนคน) เป็นต้น แต่ปัจจุบัน เราจะได้สัมผัสความต้องการที่เหมือนจะเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว หรือขอในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จะเอาของหลายแบบให้ลูกค้าเลือก แต่ราคาต้องถูกลง (ราคา และ ความหลากหลาย) เร่งเอางานเร็วขึ้นกว่ากำหนดที่ตกลง แต่งานต้องเนี้ยบเหมือนเดิม (คุณภาพ…

  • |

    Manager as Coach Workshop: คุณรู้จักการโค้ชรึปล่าว?

    “จากสเกล 0-100 คุณคิดว่าคุณเป็นโค้ชที่ดีแค่ไหน?” คุณ Craig McKenzie ซึ่งเป็น Master coach และ facilitator ของ Workshop ได้โยนคำถามนี้ก่อนเริ่มการสอนแก่ผู้บริหารระดับสูงประมาณ 25 คน ให้มายืนเรียงกันตามลำดับความมั่นใจในการโค้ชของตัวเอง จากการกะด้วยสายตา ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองเป็นโค้ชที่ดีประมาณ 25-50% แต่หลังจากที่รู้ว่าการสั่ง การบอก การสอนลูกน้อง ไม่ถือว่าเป็นการโค้ช หลายคนถอยกราวลงมาเหลือไม่ถึง 25% คุณ Craig บอกว่าการโค้ชเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่ภายใต้การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ ซึ่งผ่านกระบวนการอย่างเป็นระบบของ การตั้งเป้าหมาย การเริ่มหรือเปลี่ยนการกระทำที่จะปรับพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ทบทวนว่าพฤติกรรมที่เราเปลี่ยนส่งผลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนแรกอย่างไร ดูจากนิยาม ผมก็ไม่ได้แปลกใจหรือต่างจากที่คิดเท่าไหร่ ตลอด workshop 2 วัน ผมได้เรียนรู้ทั้งเนื้อหาผ่านกิจกรรม และแบบฝึกหัดต่างๆ รวมถึงเทคนิคการนำเสนอที่เข้าขั้นเทพมาก (ในฐานะที่เป็น Trainer เหมือนกัน) แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ใหม่จาก workshop นี้มีจริงๆอยู่ 2-3 เรื่อง คนที่เป็นโค้ชไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในรายละเอียดของปัญหา เพราะโค้ชไม่ใช่คนตอบคำถาม หรือรู้ทุกเรื่อง โค้ชมีหน้าที่ถามคำถาม ให้อีกฝ่ายได้คิด…

  • |

    การประเมินผลงานประจำปีควรเทียบกับอะไร?

    “การประเมินผลงานจะให้เทียบกับอะไร ถ้าไม่ใช่เป้าหมาย?” ผมตอบไปอย่างไม่ลังเลกับคำถามที่หัวหน้าเปิดประเด็นมา “จริงเหรอ?” คำตอบสั้นๆ ของหัวหน้าทำให้ผมลังเล แล้วหัวหน้าแชร์และแลกเปลี่ยนความเห็นกันเรื่องการประเมินผลงาน ซึ่งทำให้ผมมองเห็นอีกมุมของงานวัดผลงานเทียบกับเป้าหมายที่ตั้ง ซึ่งผมเชื่อว่าองค์กรส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ ถามว่าจุดอ่อนของการประเมินผลเทียบกับเป้าหมายคืออะไร? สมมติง่ายๆ เช่น ปีที่แล้วนาย ช. ทำยอดขายได้ 100 บาท ปีนี้บริษัทต้องการโต 15% เลยกำหนดเป็นเป้าหมายให้ นาย ช. ขายให้ได้ 115 บาท แต่จบปี นาย ช. ขายได้ 112 บาท ถ้าประเมินผลเทียบกับเป้าหมาย แน่นอนว่า นาย ช. ทำไม่ได้ดีตามความคาดหวัง ซึ่งอาจจะกระทบกับเงินเดือนที่จะขึ้น การเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น ถามว่า นาย ช. ไม่เก่งใช่มั้ย? ถามว่า บริษัทจะกระตุ้น (motivate) นาย ช. ที่ผิดหวังจากการพยายามทำงานเต็มที่จนดีกว่าปีที่แล้ว 12% แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไร? ถามว่า เป้าหมายนี้ใครตั้ง? ผู้จัดการ?…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *