ฝึกวิธีคิดแบบสายลับ CIA

Spy

เวลาผมดูหนังสายลับ ไม่ว่าจะเป็น James Bond,  Mission Impossible, Jason Bourne นอกเหนือจากอุปกรณ์ gadget เท่ ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมอดทึ่งไม่ได้ คือ ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ข้อมูลภายใต้ความกดดันและเวลาที่จำกัด ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

วันก่อนผมอ่านหนังสือสั้น ๆ เล่มหนึ่ง เขียนโดยอดีต CIA เล่าเรื่องวิธีการคิดของสายลับ ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจ และเอามาใช้ได้จริง เลยขอถอดกระบวนวิธีคิดของสายลับมาเล่าสู่กันฟัง

พูดถึงวิธีการคิด ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คน (รวมถึงผมด้วย) เริ่มจากการหาข้อมูล เพื่อหาทางเลือก และประกอบการตัดสินใจ ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง

ปัญหาที่เราเจอในปัจจุบันไม่ใช่หาข้อมูลที่ต้องการได้ยาก แต่เป็นตรงกันข้ามคือข้อมูลเยอะมาก จนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน หรือเท่าไหร่ถึงจะพอ

หลายครั้งที่เราติดอยู่ที่ขั้นนี้ ใช้เวลาเก็บข้อมูลมาก มีข้อมูลเยอะแยะ แต่ก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ เพราะไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่เรามีครอบคลุมทุกทางเลือกหรือยัง

สำหรับวิธีการคิดของสายลับ ซึ่งปรับมาจากวิธีทดลองของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้เริ่มจากการเก็บข้อมูล

ถ้าเราจำการทดลองสมัยมัธยมได้ กระบวนการทดลองไม่ได้เริ่มจากการเก็บข้อมูล แต่เริ่มจากการสร้างสมมติฐานก่อน

เช่น แสงแดดมีผลต่อการงอกของถั่วเขียว เป็นต้น

เมื่อได้สมมติฐาน ถึงจะเริ่มทำการทดลองเก็บข้อมูล ปลูกถั่วเขียวในห้องมืด เทียบกับปลูกในห้องปกติ แล้วจดบันทึกการงอกก็ว่าไป ก่อนนำข้อมูลที่เก็บมาวิเคราะห์ สรุปผล และตัดสินใจว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้ถูกต้องหรือไม่

กระบวนการคิดของสายลับ CIA ก็มีลักษณะคล้าย ๆ กัน โดยมีลำดับดังนี้

Data – Analysis – Decision – Action

แต่ก่อนที่สายลับจะเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แล้วส่งต่อให้ “ผู้ใหญ่” หรือคนที่เกี่ยวข้อง เราต้องถอยมาดูภาพใหญ่ เพื่อหาจุดเริ่มของงานสายลับ ซึ่งคือข้อมูลที่คนที่มีอำนาจตัดสินใจต้องการ

สิ่งที่คนที่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องการจะรู้เพื่อตัดสินใจ มักจะมาในรูปคำถาม

จากคำถามถึงจะแปลงมาเป็นข้อมูลที่ต้องการ (ให้สายลับไปหา) เพื่อวิเคราะห์ และส่งกลับให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติ ดังกระบวนการข้างล่าง

DADA model

กระบวนการคิดแบบนี้สามารถมองได้ทั้งในภาพใหญ่ที่แต่ละขั้นตอนคือคนละหน่วยงาน เช่น

นายพล (Decision Maker) อยากรู้ความพร้อมในการรบของกองกำลังอีกฝ่าย (Questions) หน่วยข่าวกรองก็ส่งสายลับ เข้าไปเก็บข้อมูลที่จำเป็น (Data) และวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) ก่อนจะส่งผลไปให้นายพลตัดสินใจ (Decision) และสังการ (Action)

หรือสามารถใช้ในการคิดและตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ในเวลาไม่กี่วินาที เช่น

เรา (Decision Maker) เจอแมลงสาบในห้องน้ำ ควรจะตีหรือหนีดี (Questions) มองดูขนาดห้องน้ำซึ่งมีขนาดเล็ก และแมลงสาบที่มีขนาดใหญ่พร้อมปีกที่พร้อมบิน (Data) ถ้าแมลงสาบบินก็จะบินแบบไร้ทิศทาง และมีโอกาสตีพลาดสูง (Analysis) เห็นเช่นนั้นก็ตัดสินใจหนี (Decision) และวิ่งออกจากห้องน้ำโดยพลัน (Action)

ตัวอย่างนี้อาจดูตลก แต่กระบวนการคิดแบบสายลับที่เริ่มจากคำถามจะช่วยให้เราประหยัดเวลาในการหาข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ

ข้อมูล และการวิเคราะห์ของเราจะตอบคำถามเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ และการกระทำที่ทันท่วงที ซึ่งเป็นปัจจัยในที่สำคัญที่สุดในกระบวนการคิด

ถ้าการคิดไม่นำไปสู่การตัดสินใจ และการกระทำ สิ่งที่เราคิดและทำมาทั้งหมดทั้งการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย

มีความเห็นอย่างไรกับวิธีคิดแบบสายลับอย่าลืม comment แบ่งปันไว้ข้างล่างนะครับ

________________________________________________________________________________
ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] ความสำคัญของการช่วยเพื่อนร่วมงาน

    [Mentor Profile] Senior Vice President, Global HR Consulting Me: คุณทำงานที่บริษัทมานานเท่าไหร่แล้วนะครับ Mentor: ก็ 22 ปีกว่าแล้วครับ Me: โห นานทีเดียว พอจะแบ่งปันเทคนิค หรือเคล็ดลับที่ทำให้คุณก้าวหน้ามาถึงจุดนี้ได้มั้ยครับ ถ้าสามารถระบุเป็นพฤติกรรมที่คุณทำ และคิดว่าเป็นปัจจัยในการเติบโตในการทำงานจะเยี่ยมเลย Mentor: คำถามน่าสนใจมากครับ ขอนึกแป๊บนึง ผมว่ามี 3 เรื่องหลัก ๆ ที่ผมทำและเชื่อว่าทำให้ผมประสบความสำเร็จ ถึงทุกวันนี้ Me: เรื่องอะไรบ้างครับ?

  • [Mentor แบบชัชๆ] การสร้าง profile สำหรับเด็กจบใหม่

    [Mentor Profile] Ex-Talent Acquisition & Recruitment Executive, Thailand Me: จากประสบการณ์สรรหา และคัดเลือกพนักงานให้องค์กรต่างๆ มาหลายสิบปี พี่มีคำแนะนำอะไรสำหรับน้องๆ ที่เพิ่งจบใหม่บ้างครับ Mentor: อยากบอกกับน้องๆ ว่าควร ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมในช่วงที่เรียน Me: เกรดดีอย่างเดียวไม่พอเหรอครับ?

  • |

    4 คำตอบที่จะช่วยไม่ให้เราแก้ตัว(โดยไม่รู้ตัว)

      การแก้ตัวเป็นสิ่งที่ปกติมากๆสำหรับหลายๆคน ผมเองก็เคยเข้าใจผิดว่าสิ่งที่พูดเป็นการอธิบายเหตุผลในมุมมองของเรา ให้อีกฝ่ายเข้าใจ แล้วเราก็จะหงุดหงิดที่อีกฝ่ายบอกว่าเหตุผลที่เราอธิบายนั้น เป็นการแก้ตัว แต่พอเราเงียบก็กลายเป็นไม่ผิดอีก (เอ๊ จะเอายังไงกันแน่) วันก่อนได้อ่านหนังสือเจอเรื่องการฝึกนักเรียนทหารที่โรงเรียน West Point ของอเมริกา

  • |

    วิธีขอโทษ 101

    ในทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว การทำผิดโดยไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจ?) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ทุกคนรู้ว่าเมื่อผิดแล้วก็ต้องขอโทษ ซึ่งก็ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย “ก็แค่ขอโทษ”  ถ้าขอโทษแล้วอีกฝ่ายโอเค ยกโทษให้ก็ดีไป แต่หลายครั้งที่การยกโทษก็ไม่ได้ง่ายเพียงแค่เราพูด”ขอโทษ”เฉยๆ จะว่าไป ผมว่าเรื่องการขอโทษนี่เป็นหนึ่งในปัญหาระดับชาติ โดยเฉพาะผู้ชายอย่างผม ที่ขอโทษไม่เป็น ยิ่งพูดเหมือนยิ่งโทษหนักกว่าเดิม (เอ๊ะ ยังไง) เมื่อผมอ่านเจอหนังสือที่กล่าวถึงเรื่องการขอโทษอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ผมดีใจมากประหนึ่งเจอคัมภีร์วิเศษที่ตามหามานาน จึงขอสรุปความมาฝากคนที่ประสบปัญหาเรื่องการขอโทษเหมือนกับผมด้วย วิธีการขอโทษที่ถูกต้อง 1. ห้ามแก้ตัว คนไม่น้อยที่ผิดตั้งแต่ข้อแรกนี้แล้ว ในการขอโทษไม่ต้องแก้ตัวถึง เจตนา ความคิด หรือความรู้สึกของเรา เช่น “ผมขอโทษ แต่คุณเข้าใจผิด ผมไม่ได้หมายความว่า…”

  • |

    เก็บตกงาน Give&Take ครั้งที่ 8: THAI Story

    “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ” อ.ไชยยศ ปั้นสกุลไชย กล่าวต้อนรับผู้ชมสู่งานทอล์คการกุศล Give&Take ครั้งที่ 8 ในหัวข้อ THAI Story เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 กุมภาพันธ์) งานนี้ต้องบอกว่าคุ้มจริงๆเพราะนอกจากได้มุมมอง แง่คิด จากวิทยากรหลากหลายอาชีพ แล้วรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดยังได้ร่วมสมทบทุน มูลนิธิพระดาบส ทอล์คการกุศลนี้ ได้ 20 วิทยากร โดย 10 ท่านเป็นลูกศิษย์ อ.ไชยยศ และอีก 10 ท่านเป็นวิทยากรชั้นนำจากหลากหลายอาชีพ โดยแต่ละท่านมีเวลาเพียง 15 นาที ในการนำเสนอ ซึ่งสำหรับวิทยากรส่วนใหญ่ที่มักจะบรรยายทีละหลายๆชั่วโมง ถือเป็นเรื่องท้าทายทีเดียวเลยที่จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในเวลาที่จำกัดแบบนี้ ทุกท่านล้วนมีมุมมองนำเสนอที่น่าสนใจ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างบางท่าน มาเป็นตัวอย่าง อ.สวยศ ด่านบรรพต มาในชุดโปรกอล์ฟ พร้อมเทคนิคในการเรียนรู้ทุกอย่างผ่าน G.O.L.F. G: Guru เรียนรู้จากกูรู หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นคน หรือหนังสือ หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ต หรือ YouTube ก็เป็นครูเราได้ O:…

  • |

    Career Planning: Do you have a plan?

      ช่วงนี้มีผู้บริหารระดับสูงมาเยี่ยมชมที่โรงงานของเราบ่อย ผลพลอยได้อย่างหนึ่งนอกจากต้องเตรียมทำ presentation (และปลูกผัก) นั่นก็คือได้ฟังผู้ใหญ่ coach ในเรื่องต่างๆที่น่าสนใจ ล่าสุดคุณ Bruce William จาก HR ได้มาเล่าสู่กันฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการวางแผนอาชีพ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งทั้งสำหรับบริษัทที่สามารถย้ายงานข้ามสายงานได้ และ promote from within และต้องการดึงดูดพนักงานที่เก่งๆให้อยู่กับบริษัทนานๆ ขณะเดียวกันก็สำคัญสำหรับพนักงานที่ต้องการจะเติบโตขึ้นไปในองค์กร และตอบสนองความต้องการของตัวเอง สิ่งแรกที่เราควรรู้เกี่ยวกับการวางแผนอาชีพ ซึ่งคุณ Bruce Williams ได้ย้ำหลายรอบคือ Nobody cares more about your career than you do! – Bruce Williams

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *