[Mentor แบบชัชๆ] ทักษะที่จำเป็นในการทำงานปัจจุบัน

[Mentor Profile] HR Senior Executive, Thailand leading retail

Mentor: คุณรู้มั้ย ความรู้เดี๋ยวนี้มันล้าสมัยเร็วมาก ยิ่งสาย IT แค่ 2-3 ปี สิ่งที่เคยรู้มาก็แทบใช้ไม่ได้แล้ว ผมนี่เป็นห่วงหลานผมที่กำลังโตขึ้นมา พยายามคิดว่าจะเขาเรียนอะไรแล้วจะ sustain ในโลกอนาคต

Me: แล้วอาจารย์ได้คำตอบมั้ยครับ

Mentor: จากประสบการณ์ผม สิ่งสำคัญที่จำเป็นสำหรับการทำงานในปัจจุบันและอนาคตไม่ใช่เรื่องของวิชา หรือองค์ความรู้ เท่ากับทักษะอยู่ 2 เรื่อง คือ learning agility หรือ ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว กับ adapability หรือ ความสามารถในการปรับตัว ถ้ามี 2 ทักษะนี้ คุณจะอยู่รอดได้ในการทำงานปัจจุบัน

Me: ขอบคุณครับ แล้วนอกเหนือจาก 2 ทักษะนี้ ซึ่งผมคิดว่าจำเป็นกับแทบทุกคนที่ทำงาน มีเคล็ดลับอะไรที่จะช่วยให้เราก้าวได้เร็วกว่าคนอื่นในการทำงานบ้างครับ

Mentor: ผมแนะนำคุณ 3 อย่าง อ่านหนังสือให้มาก, สร้าง network รู้จักคนให้หลากหลาย, และมีที่ปรึกษาจะเป็น mentor หรือกูรูในด้านต่างๆ

Me: อาจารย์ช่วยขยายความให้หน่อยครับ

Mentor: อ่านหนังสือเพื่อเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ๆ ผมโตมาในยุคอนาล็อก จะมาคุมคนเป็นแสนในยุคดิจิตอล ก็ต้องอ่านให้มาก เข้าใจความเปลี่ยนแปลง เพื่อจับกระแสและปรับใช้กับธุรกิจ และบริหารคนรุ่นใหม่

รู้จักคนให้หลากหลาย จะช่วยคุณเวลาที่มีปัญหาได้ และช่วยให้มุมมองอีกหลายด้านที่คุณคิดไม่ถึง

มีคนเก่งไว้ปรึกษา แต่ต้องระวังว่าคนนั้นเก่ง เป็นกูรูตัวจริงรึเปล่า หรือว่าเป็นกูรูในโลกอดีตที่ไม่ปรับตัวและติดอยู่กับความรู้ในอดีตที่ใช้ไม่ได้แล้ว การมี mentor และที่ปรึกษาที่ดีจะช่วยให้คุณไปได้ไกลกว่าคนอื่น

Me: มีเรื่องอะไรที่อยากแนะนำผู้บริหารระดับกลางมั้ยครับ

Mentor: ถ้ามีลูกน้อง คุณต้องฟังให้เป็น ฟังแล้วแยกแยะได้ว่าสิ่งที่ลูกน้องบอก หัวหน้าบอก หรือองค์กรบอกถูกหรือผิด ถ้าคุณไม่ฟังลูกน้อง คุณจะเสียโอกาสในการดึงเอาศักยภาพของทีมคนรุ่นใหม่ออกมา ลูกน้องคุณอาจยังทำงานอยู่ แต่ทำให้ได้แค่พอผ่านงานที่ได้มอบหมาย ไม่ได้ใช้ศักยภาพของเขา ซึ่งองค์กรก็จะเสียโอกาสมากๆ 

Me: สุดท้ายถ้าอยากพัฒนาตัวเองให้เป็นเลิศ ควรทำยังไงครับ

Mentor: ผมขอยกตัวอย่างท่านประธานของผมแล้วกัน ท่านเป็นแบบอย่างของความเป็นเลิศที่ชัดเจนมาก เวลาทีมทำงาน เสนอผลงานหลังจากจบ project ท่านจะถามว่าในโลกนี้มีที่ไหนทำได้ดีกว่านี้มั้ย? หรือไม่ก็ให้เวลาอีก 2 เดือนกลับมานำเสนอใหม่ว่ามีอะไรดีกว่านี้อีก ซึ่งท่านเป็นคนที่ raise the bar เสมอ ทำให้คนที่ทำงานด้วย จะหยุดพอใจอยู่กับสิ่งที่ทำและคิดว่าดีแล้วไม่ได้ ต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด

Me: ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำครับ ผมฟังแล้วต้องรีบกลับไปพัฒนาตัวเองอีกมากเลย

Learning agility กับ Adaptability คือทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานปัจจุบัน


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • “คุณเข้าใจมั้ย?” คำถามที่ไม่ควรถาม

    “คุณเข้าใจมั้ย?” เมื่อก่อนผมมักใช้คำถามนี้ไม่ว่าจะเป็นกับทีมเวลาที่อธิบายงาน หรือเวลาเป็นผู้บรรยายสอนในอบรม หรือ workshp ต่างๆ เจตนาก็มาจากความหวังดีที่เราอยากให้อีกฝ่ายแน่ใจว่าเข้าใจสิ่งที่เราสอน หรืออธิบายจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสื่อความผิดตามมา จนกระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้เรียนรู้จากโค้ชผู้บริหารท่านหนึ่งว่า การถามว่าอีกฝ่ายเข้าใจมั้ย? เป็นประโยคคำถามที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ควรถาม ตอนแรกผมก็ทั้งงง ทั้งแปลกใจว่า เป็นไปได้อย่างไร จนได้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่อยากถามมักไม่กล้าถาม เท่าที่สังเกตดูเวลาที่ทั้งตัวเองถาม หรือคนอื่นถามคำถามนี้ แทบไม่มีคนตอบว่าไม่เข้าใจ และให้อธิบายเพิ่ม อาจเป็นเพราะ กลัวคนถามอายที่อธิบายไม่รู้เรื่อง เห็นคนอื่นไม่ถามเลยไม่กล้าถาม กลัวอายเพื่อนๆ คิดว่าตัวเองตามไม่ทัน ถามคำถามอะไรโง่ๆ ตัวเองไม่ตั้งใจฟัง ไม่รู้เรื่องทั้งหมด เลยไม่รู้จะตั้งคำถามว่าไม่เข้าใจประเด็นไหน สุดท้ายถามไปก็แทบไม่เคยได้ยินคนที่ตอบว่าไม่เข้าใจ ดังนั้นอย่าถามดีกว่า

  • 3 วิธีเพิ่มความเฉียบคมทางธุรกิจ (Business Acumen)

    เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมคนที่ขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรอย่าง CEO หรือ MD มักเป็นผู้บริหารที่โตขึ้นมาจากสายธุรกิจ เช่น สาย Sales หรือ Marketing หรือไม่ก็จากฝั่ง Finance หาได้น้อยรายที่จะข้ามจากฝั่ง support function อย่าง QA, IT, HR ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจะเป็นผู้บริหารองค์กรที่ดี นอกจากทักษะเฉพาะทางตามสายงานตัวเองซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานแล้ว การเข้าใจภาพรวมของธุรกิจ เข้าใจตัวเลขทางการเงินขององค์กรก็มีความสำคัญ ในการพาองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าได้ นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ Business Acumen (อ่านเจอหลายคำแปล แต่ผมชอบคำว่า ความเฉียบคมทางธุรกิจ มากที่สุด) กลายเป็นทักษะหนึ่งที่หลายองค์กรพูดถึงและให้ความสำคัญมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนที่อยู่ในฝั่งธุรกิจโดยตรงจะได้เปรียบ เห็นภาพได้ง่ายหน่อย เพราะตรงกับงานที่ทำ ทั้งยอดขาย กิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลโดยตรงกับกำไรของบริษัท แต่ใช่ว่าคนที่อยู่ในแผนกสนับสนุน หรือ support function เช่น QA, IT, HR ก็ไม่ต้องน้อยใจว่าจะไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะด้านนี้ซึ่งมีความสำคัญมากกับการก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารองค์กรในอนาคต ผมขอแนะนำ 3 วิธีที่คุณสามารถเพิ่มความเฉียบคมทางธุรกิจของตัวคุณได้ โดยไม่ต้องง้อ training ที่ไหน 1. ทำความเข้าใจกระบวนการสำคัญหลัก…

  • [Mentor แบบชัชๆ] Empower ทีมด้วย free area

    [youtube id=”rqQGQ6upics”] ถ้าชอบเนื้อหานี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์ Click Here to Subscribe

  • 3 คำถามสำหรับถามตัวเองทุกวัน

    ผมเชื่อว่าคุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถามที่เราถามตัวเอง ผมอ่านเจอชุดคำถามที่ไว้ถามตัวเองเพื่อสะท้อน และฉุกความคิดของเราอยู่หลายชุด แต่ชุดคำถามนี้ผมฟังมาจากบทสัมภาษณ์ของคนที่ประสบความสำเร็จคนนึง ซึ่งเขาใช้ถามตัวเองทุกวัน ผมเห็นว่าสั้น จำง่าย และดูน่าสนใจ เลยลองใช้ถามตัวเองบ้างแล้วติดใจ เลยเอามาแบ่งปันกันครับ วิธีใช้ แต่ละคำถาม ใช้ถามตัวเองในเวลาต่าง ๆ ทุกวัน เหมือนทานยา 3 เวลาหลังอาหารเพราะแต่ละคำถามมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน   คำถามแรก Why me?

  • [Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคทำให้พนักงานอยากลองหมุนไปงานใหม่ (lateral move)

    Mentor Profile: Vice President, Leading Food and Beverage in Thailand Me: ทีมที่พี่ดูอยู่มีแต่คนรุ่นใหม่ หัวกระทิ แต่ด้วยโครงสร้าง น้องๆ ในทีมคงไม่ได้ขึ้นง่ายๆ เหมือนทีมอื่น พี่มีวิธีรักษาคน และดูแลเรื่อง career ยังไงเหรอครับ Mentor: คุณรู้มั้ย ผมอยู่ปวดหัวกับปัญหานี้มานาน เพราะเด็กรุ่นใหม่ยิ่งเก่งๆ แบบนี้ ถ้าทำงานแบบไม่เห็น career ก็คงอยู่กับเราไม่นาน Me: พี่เคยมีโอกาสลองใช้ lateral move กับทีมรึยังครับ Mentor: ผมลองแล้ว ตอนแรกไม่มีคนอยากย้ายเลย น้องๆ กลัวการออกจาก comfort zone กลัวย้ายไปงานใหม่แล้วทำพลาด ผมกลับมาคิดและลองวิธีใหม่ซึ่ง work มาก ตอนนี้ทำมา 3 รุ่นแล้ว มีคนสนใจอยากย้ายงานเพิ่มขึ้นกว่ารุ่นแรกเยอะเลย Me: พี่ทำยังไงเหรอครับ ช่วยขยายความหน่อย

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำดีเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

    [Mentor Profile] President, Thailand Government Agency Me: ถ้าให้ท่านลองประเมินดูระบบต่างๆ ขององค์กร ตอนนี้ท่านมีความพอใจประมาณเท่าไหร่ในสเกล 1-10 Mentor: คำถามแบบนี้ผมตอบไม่ได้ เพราะเกณฑ์ของผมขยับขึ้นตลอดเวลา บางงานทีมผมส่งมาให้ผมปีนี้ผมให้ดีมาก แต่ถ้าทำเหมือนเดิมอีกในปีหน้าผมก็มองว่าเฉยๆ ไม่ใช่เพราะผมจะแกล้งทีม แต่เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนตลอดเวลา ตั้งแต่ความต้องการของลูกค้า ความคาดหวังของ stakeholder และเทคโนโลยีต่างๆ แล้วถ้าเราทำเหมือนเดิม มันก็ไม่พอที่จะแข่งขันกับคนอื่นได้ ทีมผมจะบ่นว่าเหนื่อยตลอด ทำเสร็จก็ปรับ ทำเสร็จก็เปลี่ยน แต่มันต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่าเป็นที่หนึ่งของห้อง คุณอยู่ผิดห้องแล้ว เช่นกันถ้าคุณทำงานได้ยอดเยี่ยมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติม คุณก็ควรจะย้ายองค์กร เพื่อพัฒนาและเติบโตที่อื่น Me: แล้วท่านมองว่าทักษะอะไรเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับพนักงานและผู้บริหารในการทำงานในโลกปัจจุบันครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *