3 วิธีเพิ่มความเฉียบคมทางธุรกิจ (Business Acumen)

เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมคนที่ขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรอย่าง CEO หรือ MD มักเป็นผู้บริหารที่โตขึ้นมาจากสายธุรกิจ เช่น สาย Sales หรือ Marketing หรือไม่ก็จากฝั่ง Finance

หาได้น้อยรายที่จะข้ามจากฝั่ง support function อย่าง QA, IT, HR ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจะเป็นผู้บริหารองค์กรที่ดี นอกจากทักษะเฉพาะทางตามสายงานตัวเองซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานแล้ว การเข้าใจภาพรวมของธุรกิจ เข้าใจตัวเลขทางการเงินขององค์กรก็มีความสำคัญ ในการพาองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าได้

นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ Business Acumen (อ่านเจอหลายคำแปล แต่ผมชอบคำว่า ความเฉียบคมทางธุรกิจ มากที่สุด) กลายเป็นทักษะหนึ่งที่หลายองค์กรพูดถึงและให้ความสำคัญมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

คนที่อยู่ในฝั่งธุรกิจโดยตรงจะได้เปรียบ เห็นภาพได้ง่ายหน่อย เพราะตรงกับงานที่ทำ ทั้งยอดขาย กิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลโดยตรงกับกำไรของบริษัท

แต่ใช่ว่าคนที่อยู่ในแผนกสนับสนุน หรือ support function เช่น QA, IT, HR ก็ไม่ต้องน้อยใจว่าจะไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะด้านนี้ซึ่งมีความสำคัญมากกับการก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารองค์กรในอนาคต

ผมขอแนะนำ 3 วิธีที่คุณสามารถเพิ่มความเฉียบคมทางธุรกิจของตัวคุณได้ โดยไม่ต้องง้อ training ที่ไหน

1. ทำความเข้าใจกระบวนการสำคัญหลัก ๆ ในบริษัท

เริ่มจากการรู้จักสินค้า หรือบริการของบริษัท แล้วขยายมาถึงกระบวนการสำคัญหลัก ๆ ในการขาย การตลาด R&D รวมไปถึงด้านการผลิต และ Supply Chain โดยอาจเริ่มจากแผนผังองค์กรเพื่อเข้าใจภาพใหญ่ในการแบ่งการบริหาร แล้วพยายามทำศึกษากระบวนการหลัก ๆ และความสัมพันธ์ระหว่างแผนก ด้วยตัวเอง ผ่านข้อมูลต่าง ๆ ที่มี ทั้งภายใน และภายนอกบริษัท สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ข้อมูลและข่าวเกี่ยวกับบริษัทจะสามารถหาได้ง่ายขึ้นจากสื่อต่าง ๆ

2. เป็นเจ้าหนูจำไม สงสัย ตั้งคำถาม ขั้นตอนการทำงาน และความสัมพันธ์ระหว่างแผนกต่าง ๆ

นอกจากพยายามศึกษาระบบ และกระบวนการทำงานหลัก ๆ ของแผนกต่าง ๆ ในบริษัทแล้ว ความสนใจ ใคร่รู้ เป็นเจ้าหนูจำไม พูดคุยและถามคนจากแผนกต่าง ๆ เพื่อเข้าใจระบบ และวิธีคิดในการทำงานมากขึ้น สามารถช่วยเพิ่มความรู้ด้านธุรกิจของเราได้เป็นอย่างดี

ลองอ่านงบการเงิน (ถ้าเปิดเผย) แล้วขอฝ่ายการเงินอธิบายตัวเลขที่เราไม่เข้าใจ หรือคุยกับฝ่ายการตลาดเกี่ยวกับแคมเปญใหม่ของสินค้า อาจทำให้เราเห็นอีกภาพของธุรกิจที่เราไม่เคยสังเกตมาก่อน

ที่สำคัญถึงพยายามมองหารูปแบบ ความสัมพันธ์ของตัวเลขต่าง ๆ กับการตัดสินใจของผู้บริหาร เพราะทุกโครงการใหม่ ๆ ถ้วนมีที่มา ที่ไป ขึ้นอยู่กับว่าเรามีข้อมูล และเข้าใจความสัมพันธ์ต่อธุรกิจหรือเปล่า

3. หาโอกาสหมุนเวียนงาน (job rotation) ไปในแผนกต่าง ๆ

สิ่งที่ดียิ่งกว่าการคุยกับคนในแผนกอื่น คือการย้ายไปทำเอง แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะเปิดโอกาสให้พนักงานย้ายไปทำงานในแผนกที่ตัวเองไม่ได้จบมา แต่ถ้าบริษัทเปิดโอกาส ลองใช้สิทธิ์ในการย้ายแผนก เพื่อที่เราจะได้เข้าใจการทำงาน และปัญหาที่แต่ละแผนกเจอในมุมมองของคนใน มุมมองจากประสบการณ์ทำงานในหลายแผนกจะมีประโยชน์ช่วยให้เราเข้าใจเวลาเราโตขึ้นไปเป็นฝ่ายบริหาร

ผมเชื่อว่า 3 วิธีนี้จะช่วยเพิ่มขุมปัญญาทางธุรกิจให้กับคุณไม่ว่าจะทำงานอยู่แผนกใดก็ตามได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสนใจ และใส่ใจกับมันแค่ไหน________________________________________________________________________________
ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [คุยแบบชัชๆ] #002: ฯพณฯ นายบรรสาน บุนนาค

    แขกรับเชิญ [คุยแบบชัชๆ] ท่านที่สอง ผมได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ สิงคโปร์ มาแบ่งปันประสบการณ์ในมุมมองของนักการทูต อาชีพที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส ตลอดหนึ่งชั่วโมงผมที่สัมภาษณ์ ผมได้เรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่องเกี่ยวกับงานด้านการทูตที่ไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับการทำงาน และการใช้ชีวิตได้ทันที บทสัมภาษณ์นี้อาจจะยาวซักนิด แต่ผมเชื่อว่าคุ้มค่าเวลาแน่นอนครับ _____________________________________________________________________________ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ คุณจะฝึกเมตตากับลูกน้องที่ทำให้ปรี๊ดได้อย่างไร ป้ายแกะสลักชื่อตัวเอง กับคำสอนสำหรับคนที่เริ่มทำงาน ความสอนที่ซ่อนอยู่ในเพลงบัวแก้ว จุดแข็งของคนไทย สิ่งสำคัญที่สุดในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม หรือประเทศใหม่ที่ไปอยู่  _____________________________________________________________________________ อยากให้ท่านทูตแนะนำตัวเองในมุมที่คนทั่วไปอาจไม่เคยทราบมาก่อน พี่ชื่อบรรสาน บุนนาค บรรสาน เป็นชื่อที่ล้อมาจากชื่อของคุณพ่อ ซึ่งท่านชื่อ “บรรจบ” สมเด็จพระสังฆราช จวน อุฏฐายี ท่านทรงตั้งให้ ชื่อ”บรรสาน” เป็นคำแผลงของคำว่า “ประสาน” โดยธรรมชาติของชื่อ น่าจะทำหน้าที่ประสานงาน ประสานความสัมพันธ์เรื่องต่าง ๆ ได้ พี่เรียนจบปริญญาตรีที่จุฬาฯ ก่อนไปต่อปริญญาโทที่อเมริกา ที่ University of Detroit, Michigan

  • โครงการ กระปุกความดี สู่วิถีชุมชน2 จ.พังงา‏

    ฝากประชาสัมพันธ์โครงการอาสาสมัครดีๆจากพี่นุ้งนิ้ง ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม โดยเริ่มจากกลุ่มคนเล็กๆที่คิดเหมือนกัน แล้วก็ติดต่อ จัดโครงการเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอหาเงินสนับสนุนจากข้างนอก ผมได้มีโอกาสไปร่วมค่ายสร้างบ้านดินที่ระยองเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว แล้วรู้สึกประทับใจมาก เพราะเป็นกลุ่มเล็กๆที่มีจุดร่วมเหมือนกันในการอยากทำอะไรดีๆให้สังคมเท่าที่จะทำได้ และยังรู้สึกได้ถึงมิตรภาพ และความจริงใจของผู้จัดและเพื่อนๆที่ไป เมื่อพี่นุ้งนิ้งบอกว่าจะมีการจัดกิจกรรมดีๆอีกเลยอยากบอกให้เพื่อนๆได้ทราบด้วย ถ้าสนใจก็ติดต่อพี่นุ้งนิ้งได้ตามรายละเอียดด้านล่างนะครับ ชัช _________________________________________________________ โครงการ กระปุกความดี สู่วิถีชุมชน ๒

  • |

    การบริหารภายใต้ข้อจำกัด กับ แทนแกรม (Tangrams)

    ไปฟังสัมมนาวันก่อนหัวข้อ THINK Forum: A New Brand of Leadership for a New Kind of Economy จัดโดย IBM ร่วมกับ กรุงเทพธุรกิจ มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือการบริหารภายใต้ข้อจำกัด โดย ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผมฟังแล้วคิดว่าน่าจะมาเล่าสู่กันฟัง ถ้าสังเกตจะเห็นว่าโลกที่เราอยู่มีแนวโน้มที่จะวิ่งความต้องการที่ไม่น่าจะเป็นไปได้มากขึ้น คนส่วนใหญ่จะเคยชินกับการต้องเลือก เอาอย่างใด อย่างหนึ่ง เช่น อยากได้ต้นทุนถูกก็ต้องผลิตครั้งๆมากๆ (ราคา หรือ ความหลากหลาย) อยากได้ของดีๆก็ต้องคอยหน่อย (คุณภาพ หรือ เวลา) หรือ งานเพิ่มก็ต้องขอคนเพิ่ม (งาน หรือ จำนวนคน) เป็นต้น แต่ปัจจุบัน เราจะได้สัมผัสความต้องการที่เหมือนจะเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว หรือขอในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จะเอาของหลายแบบให้ลูกค้าเลือก แต่ราคาต้องถูกลง (ราคา และ ความหลากหลาย) เร่งเอางานเร็วขึ้นกว่ากำหนดที่ตกลง แต่งานต้องเนี้ยบเหมือนเดิม (คุณภาพ…

  • [คุยแบบชัชๆ] #007: คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์

    ผมรู้จักพี่ชายคนนี้ครั้งแรกตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2010 ตอนเราเป็นอาสาสมัคร และได้ใช้ social network ในการประสานงาน และประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่าน #TWT4TH ทุกครั้งที่ผมได้เจอ ผมได้สัมผัสถึงความสามารถ และพลังบวกของพี่ชายคนนี้ ภายใต้รอยยิ้ม และความเป็นกันเอง [คุยแบบชัชๆ] ครั้งนี้ ผมได้รับเกียรติจาก คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์ หรือพี่รอน ปัจจุบันนอกจากดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด แล้วยังสวมหมวกในบทบาทอื่นอีกหลายใบ ในบทสัมภาษณ์นี้ ผมได้มีโอกาสถามถึงเทคนิคต่าง ๆ ในการบริหาร รวมไปถึงเรื่องธรรมะ และการพัฒนาตัวเองที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับอีกหลายคนที่กำลังทำงานอยู่   _____________________________________________________________________________ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ เทคนิคการบริหารเวลา เทคนิคในการบริหารทีม และการฟัง ทำงานจากความว่างเปล่า วิธีการบริหารคนที่ไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน คำแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่อยากประสบความสำเร็จในบริษัทข้ามชาติ _____________________________________________________________________________

  • เคล็ดลับองค์กร 100 ปี

    องค์กรไหนๆก็อยากอยู่มั่นคงแข็งแรงไปนานๆ แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกองค์กรจะทำได้ ยิ่งยืนหยัดผ่านร้อน ผ่านหนาวมาได้เกิน 100 ปี แสดงว่าองค์กรต้องมีอะไรดี น่าสนใจให้เรียนรู้แน่ๆ ผมได้ไปร่วมงานสัมมนา “องค์กร 100 ปี สู่องค์กรยั่งยืน” ซึ่งจัดโดยกรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันก่อน (17 ธ.ค.) ในงานได้มีโอกาสฟังผู้บริหารขององค์กรใหญ่ๆ ที่มีอายุเกิน 100 ปี มาแบ่งปันเคล็ดลับที่ทำให้องค์กรอยู่มานานและยังประสบความสำเร็จถึงทุกวันนี้   รายชื่อผู้บริหารที่ร่วมเสวนา คุณบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ๋ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย คุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ คุณปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ คุณเวย์น อิงแลนด์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า คุณอูเมช ฟัดเค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด คุณพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่…

  • |

    วิธีคิดเมื่อต้องสัมภาษณ์งานครั้งแล้วครั้งเล่า (แต่ไม่ผ่านซักที)

    ช่วงนี้บัณทิตใหม่ที่เพิ่งจบมา คงวุ่นอยู่กับการสมัครงาน และสัมภาษณ์ตามบริษัทต่างๆ อย่างสนุกสนาน (รึปล่าว?) ซึ่งแน่นอนว่าคงมีไม่กี่คนที่จะโชคดีได้งานจากการสัมภาษณ์ครั้งแรก หรือทุกบริษัทที่สัมภาษณ์เสนอตำแหน่ง  และพยายามง้อให้คุณไปทำงานด้วย ผู้สมัครส่วนใหญ่ถ้าไม่เทพจริงๆก็คงเตรียมใจมาระดับหนึ่งสำหรับการถูกปฏิเสธ แต่พอถูกปฏิเสธจากหลายๆบริษัท ซัำแล้วซ้ำเล่า  ใจเริ่มแป้ว รู้สึกเคว้งคว้าง บ้างก็ท้อ บ้างก็เริ่มสงสัยว่าตกลงตัวเองเก่งหรือดีพออย่างที่คิดมั้ย? หรือแค่มโนไปเอง? ทำไมไม่มีบริษัทไหนรับเราซักที ยิ่งหลายคนที่จบมาด้วยคะแนนดี กิจกรรมเด่น พอถูกปฏิเสธจากหลายๆบริษัท เริ่มเขว เสียความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งเจ้าความไม่มั่นใจในตัวเองนี้จะสะท้อนเป็นความประหม่า ตื่นเต้นในการสัมภาษณ์ครั้งต่อๆไป และยิ่งจะทำให้โอกาสได้งานหริบหรี่ลงอีก แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *