[คุยแบบชัชๆ] #008: ดร.การดี เลียวไพโรจน์

แขกรับเชิญ [คุยแบบชัชๆ] ท่านที่แปด ผมได้รับเกียรติจาก ดร.การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ C asean มาพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ในมุมมองของผู้หญิงมากความสามารถ ทั้งในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย ก่อนจะผันตัวมารับบทบาทใหม่ในฐานะผู้บริหาร โดยไม่พลาดบทบาทคุณแม่ที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ตลอดการสัมภาษณ์นี้ ผมรับรู้ถึงพลังของดร.การดี หรือพี่อ้อ ที่ต้องการจะผลักดันงานทุกอย่างที่รับผิดชอบให้ออกมาดีที่สุด และยังสนุกกับชีวิตในทุกวัน


สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • Trend และสิ่งที่อยากบอกกับเด็กไทยรุ่นใหม่
  • App ประจำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • เคล็ดลับการทำงานให้มีความสุข
  • นิยามความสำเร็จ

ช่วยแนะนำตัวสั้น ๆ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก

พี่ชื่อการดี เลียวไพโรจน์ หรือเรียกว่าพี่อ้อก็ได้ พี่เรียนจบมาจากคณะวิศวกรรมอุตสาหการ ตั้งแต่ปริญญาตรี โท แล้วก็เอกเพราะตอนนั้นตั้งใจอยากเป็นครู ก็ได้เป็นสมใจ ระหว่างนั้นมีโอกาสได้ทำงานวิจัย และเป็นผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนั้นก็ยังมีงานวิทยุ เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ แล้วก็ทางทีวีเป็นสารคดีแบบรายงานข่าว พอสอนได้สัก 10 กว่าปี เลยต้องการจะลองเปลี่ยนอาชีพ ตอนนี้ก็มาทำอยู่ที่ C asean ค่ะ

C asean ทำอะไรเหรอครับ

เล่าแบบโดยย่อ C asean เป็นบริษัทที่ Thai Beverage ก่อตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หรือพันธกิจสำคัญในการที่จะเป็น platform เชื่อมคนรุ่นใหม่ในอาเซียน คือเราจะทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดประชาคมอาเซียนที่ดีขึ้น ผ่าน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ business art แล้วก็ culture ก็คือในเชิงธุรกิจ ศิลปะ และวัฒนธรรม เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประชาคมอาเซียนโดยเน้นสร้างความเข้าใจระหว่าง people to people และเป้าหมายที่เราเน้นไปก็คือกลุ่มของคนรุ่นใหม่ หรือว่า Young Generation

อันนั้นคือกรอบแนวคิดในเรื่องของซีอาเซียนคืออะไร เป็นการแปลความจากความตั้งใจของเราค่ะ มันเป็นกิจกรรมย่อย ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันที่ซีอาเซียน คือเริ่มตั้งแต่พยายามทำให้การเข้าถึงหรือการเชื่อมโยงของคนในอาเซียนมันง่ายยิ่งขึ้น ในเชิงธุรกิจ อย่างเช่นตอนนี้มีเทคโนโลยีเข้ามา ก็มีเพื่อนจากสิงคโปร์ เขาอยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เรื่องของ Crowdfunding เรื่องของ start up ในสิงคโปร์ มันก็เหมือน เราก็เป็น platform ในการ share องค์ความรู้ ระหว่างสิงคโปร์กับไทย และยังมี community อื่น ๆ เนื่องจากซีอาเซียนของเราเปิดกว้าง คือที่นี่เราพูดได้หลายภาษา กิจกรรมหลายอย่างก็เป็น by learning group ของเจ้าของภาษา อย่างงานช่วงนี้ก็เป็นภาษาอังกฤษเสียส่วนมาก ยิ่งเรามีกิจกรรมมากเราก็ยิ่งมีเพื่อนมากขึ้น เลยทำให้รู้ว่าในไทยเราก็มี community หลากหลายมากเหมือนกันค่ะ จากหลากหลายประเทศเลย

target คนรุ่นใหม่ คือเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือว่าจะเป็นคนทำงานนะครับ

ได้ทั้งหมดค่ะ คนรุ่นใหม่เราไม่ได้นับเพียงแค่อายุเท่านั้น แต่ดูที่ความกระตือรือร้นอยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ก็นับเป็นคนรุ่นใหม่ กิจกรรมที่จัดส่วนใหญ่จะดึงดูดคนในช่วงระหว่างมหาวิทยาลัยและช่วงเริ่มต้นเข้าสู่การทำงาน

จากการที่มีโอกาสได้สอนและคลุกคลีกับเด็กรุ่นใหม่จนถึงปัจจุบัน เห็นความเปลี่ยนแปลง หรือ trend ของเด็กไทยรุ่นใหม่เป็นอย่างไรบ้าง

ที่พี่มองโดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ก็น่าเป็นห่วงมาก แต่บางทีก็พูดยาก เพราะว่าหลายคนที่เราสัมผัสเวลาทำงานที่ C asean คือคนที่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยากเปิดกว้างมุมมองของตัวเอง เพราะฉะนั้น เด็กที่เราเจอกันทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นเป็นเด็กที่ใฝ่รู้ คือ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเรียน แต่ว่าอยากรู้เรื่องใหม่ แต่ถ้ามองเด็กไทยส่วนใหญ่ ก็รู้สึกเป็นห่วง ตั้งแต่กรอบวิธีคิด กรอบในการมองหาโอกาสของตัวเขาเอง ยังเป็นกรอบที่จำกัด โดยเส้นทางการสอบของเขาไปเรื่อย ๆ มากกว่าที่จะมองเห็นโอกาสที่มันเกิดขึ้นในโลก

แล้วพี่อ้ออยากบอกอะไรกับคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้         

พี่อยากบอกให้เขาเร่ง คือการเรียนรู้เนี่ยไม่ได้เกิดขึ้นในห้องเรียนหรือโรงเรียนเท่านั้น แล้วการเรียนรู้เป็นหน้าที่เขา ไม่ใช่หน้าที่ของครูด้วยนะคะ ด้วยความที่ตัวเองเป็นครูมาก่อน บางคนบอกว่าก็ครูสอนแค่นี้ เขาจึงจำเป็นต้องรู้แค่นี้ หรือว่าพวกคุณจะสอนแค่นี้ เขาก็รู้แค่นี้แล้วกัน แต่จริง ๆ อยากจะบอกว่าการเรียนรู้เป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความรู้หรือประสบการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นนอกห้องเรียน ก็อยากให้มีความกระตือรือร้น

แล้วอะไรจะเป็นแรงจูงใจให้ เรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องกระตือรือร้นศึกษาเพิ่มเติมหลังเรียนจบครับ

พี่ว่าถ้าเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยอมเปิดใจ พี่จะแนะนำให้เปิดโอกาสให้ตัวเอง เปิดกว้างลองสิ่งใหม่ ๆ และยอมรับในสิ่งที่เจริญแล้วข้างนอกบ้าง

ยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมุติว่าเราอ่านข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แค่เว็บไซต์ภาษาไทย พี่ว่าแค่นี้ไม่พอ คือเป็นภาษาไทยมันก็ดีล่ะนะ แต่ว่าทุกครั้งที่เวลาพี่อ่านข่าว สรุปข่าว ทุกเช้า พี่ต้องอ่านจากหลายแหล่ง แล้วเรารู้เลยว่าเวลาเราอ่านแหล่งข่าวที่เป็นภาษาไทย คือการสรุปส่วนใหญ่จะตื้นเขินมาก ถ้าเกิดใครอ่านแค่นั้น แล้วเชื่อตามนั้น ก็เศร้าแล้ว ส่วนตัวพี่จะพยายามหาข่าวแหล่งอื่น ๆ มาประกอบด้วย วิธีคิดแบบนี้ถามว่ามีคนบอกเราไหม คำตอบคือไม่มี ข้อมูลข่าวเรื่องเดียวกัน เหตุการณ์เรื่องเดียวกัน แต่การวิเคราะห์ตื้นลึกก็จะแตกต่างกันในหลาย ๆ มิติ คือองค์ความรู้มันอยู่ข้างนอกมากมาย แล้วโดยเฉพาะยุคนี้เนี่ย เกิดขึ้นมาจากยุคเทคโนโลยีล้วน ๆ เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสมากกว่าสมัยเราเป็นเด็กเยอะ

อยากให้เปิดกว้างว่าองค์ความรู้มันอยู่ข้างนอก แล้วไม่อยากให้รู้สึกว่าไม่รู้สึกพอ พี่มักจะบอกหลาย ๆ คน โดยเฉพาะนักเรียนว่า Nobody achieve a great thing by doing minimum คือไม่มีใครที่สามารถทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยทำอะไรแบบมักน้อย ถ้าอยากจะได้อะไร อยากทำอะไร ก็ต้องทุ่มเทเต็มที่ พี่รู้สึกว่าความทุ่มเทแบบนี้ของคนรุ่นใหม่ดูน้อยลงไป

เห็นพี่อ้อสวมสารพัดบทบาท ตารางวันทำงานปกติเป็นยังไงเหรอครับ

ตอนเช้าพี่ตื่นเช้ามาก เพราะว่าต้องไปส่งลูกที่โรงเรียน ก็คือต้องไปส่งเขาที่โรงเรียนก่อน 07.30 น. หลังจาก 07.30 น. ก็จะอ่านข่าว ก่อนสรุปข่าวด้านเศรษฐกิจทางโทรศัพท์เข้าวิทยุตอน 08.30 น. แล้วถึงไปทำงาน

เวลาทำงานก็จะยุ่งมาก แต่ก็ชินแล้ว แล้วก็พยายามแบบ คือพี่เรียน IE (Industrial Engineering) มาเลยเชื่อในเรื่องของ efficiency เลยพยายามจัดการเรื่องทุกอย่างมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จะมีน้อยมากที่จะนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วไม่มีอะไรทำ หลายคนก็ไม่รู้เลยว่าเห็นงานยุ่งขนาดนี้ แต่ตอนเช้าพี่ไปส่งลูกทุกวัน ตอนเย็นพี่ก็ไปรับลูกทุกวัน แล้วก็กลับมานั่งทำงาน ก่อนจะกลับบ้าน

มีเทคนิคหรือว่ามี App ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เวลาแนะนำไหมครับ

ตอนนี้หลัก ๆ พี่ใช้ Google Map เวลาหาเส้นทางเดินทางอย่างกรุงเทพ เพราะสามารถคำนวณทั้งเส้นทาง และเวลาการเดินทางได้น่าเชื่อถือขึ้นมาก แล้วอีก App ที่ใช้ประจำคือ Evernote ช่วยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ

ผมเห็นพี่อ้อมีความสุขกับการทำงาน อะไรเป็นเคล็ดในการทำงานอย่างมีความสุขของพี่ครับ

ถ้าเป็นเรื่องการทำงานกับอาชีพ ก็คือไม่เคยตามเงินเลย พอมีเงินใช้ก็พอ เพราะเป็นคนไม่ใช้เงินเยอะอยู่แล้ว ไม่ค่อยติดของแบรนด์เนม ไม่งั้นคงต้องทำงานหนักกว่านี้ สิ่งที่เป็น motivation หรือ drive ของพี่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เพราะบ้าน พี่เป็นลูกสาวคนเดียว นอกนั้นก็เป็นพี่ชายกับน้องชาย แล้วก็โดนสอนว่าผู้หญิงต้องพึ่งตัวเองให้ได้ แล้วก็ you have to define your own success พี่จึงมีความสุขเวลาพี่ทำงานแล้วมีคนได้ประโยชน์ คือคนได้ประโยชน์จากสิ่งที่เราทำ คือเราทำงานในสิ่งที่เราเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ทำให้อยากทำ อยากทำมากขึ้นเรื่อย ๆ เลยกลายก็เป็น motivation อีกแบบหนึ่ง

นิยามความสำเร็จของตัวเองคือ

พี่อยากเป็นคนมีประโยชน์ คือวันนี้พี่รู้สึกว่าตัวเองบรรลุเป้าความสำเร็จที่ตั้งไว้ทุกวัน ตั้งแต่ที่ได้มาสอนหนังสือที่ธรรมศาสตร์ พี่รู้สึกว่าพี่เป็นครูที่ดี ประสบความสำเร็จในฐานะครูที่ดี พอวันนี้มาทำในงานด้านธุรกิจ พี่ก็ว่าพี่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อหาเงินอย่างเดียว แต่มีสมดุลกับด้านผลกระทบกับสังคม (social impact) ด้วย

เวลามีคนถามว่าอะไรคือเป้าหมายในชีวิต พี่บอกวันนี้ I achieve my goal ทุกวัน เวลามานั่งทบทวนดูสิ่งที่ตัวเองมีความสุขที่สุด คือการที่น้อง ๆ ได้ความรู้ เขาเก่งขึ้น เขาได้ประโยชน์ เขามีโอกาสขึ้น อันนั้นมันคือความสำเร็จที่เราต้องการเห็นทุกวัน ได้ทำประโยชน์กับคนอื่น เพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนที่ตั้งเป้าหมายว่าต้องมีบ้านหลังนั้น ต้องมีรถคันนั้น หรือว่าจะต้องเป็นตำแหน่งนั้น แต่ว่าตั้งแต่เด็กจนโตมาตอนนี้ อยากเป็นอยู่ 3 อย่าง คือ สวย รวย เก่ง คืออยากหน้าตาดี อยากมีเงิน แล้วก็อยากเป็นคนที่ทุกคนยอมรับว่าเราเป็นคนเก่ง

ถ้าสมมติว่าพี่อ้อได้นั่ง time machine กลับไปเจอตัวเองตอนที่ตัวเองจบตรีใหม่ ๆ อยากจะบอกอะไรกับตัวเองครับ

พี่จะบอกว่า เวลาเลือกทำอะไร ให้เลือกทำของที่ยากเข้าไว้ เราเริ่มต้นในสิ่งที่ยาก แล้วชีวิตหลัง ๆ ก็จะสบาย ไม่เหนื่อย ถ้าเราเลือกมักง่าย เลือกทำแต่สิ่งง่าย ๆ เราก็จะไม่เคยพบกับความท้าทาย เราก็จะติดอยู่ในกรอบของความง่าย ๆ ของตัวเอง


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋ง ๆ คำถามโดน ๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2016

    ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายของปี ผมจะใช้เวลาประเมินตัวเองสั้น ๆ ในด้านต่าง ๆ ก่อนที่ก้าวขึ้นปีใหม่ สำหรับรูปนี้ ถ่ายจากงาน Lucia Night ภายในบ้านท่านทูตสวีเดนประจำสิงคโปร์ ผมเลือกเป็นตัวแทนภาพรวมของปีสำหรับตัวเอง เพราะปีนี้เป็นปีที่ผมได้รู้จัก และสร้าง connection กับคนที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาถ่ายทอดใน Blog ในรูปแบบบทสัมภาษณ์ และข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ สำหรับคนที่อยากประเมินตัวเองตอนสิ้นปี ผมแนะนำให้ถามตัวเอง 2 คำถาม ซึ่งผมจดมาจาก podcast หนึ่งที่ผมฟังอยู่ โดยถามตัวเองว่า โดยรวม ปีนี้คุณดีกว่าปีที่แล้วหรือไม่ ถ้าคุณดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว คุณดีขึ้นถึงจุดที่คุณพอใจหรือไม่ แค่เพียง 2 คำถามนี้ คำตอบของคุณจะเป็นตัวตั้งต้นที่ดีว่าปีหน้า คุณควรทำอะไรต่างไปจากเดิมบ้าง สำหรับผม ถ้าเป้าหมายหลักปีที่แล้วคือการซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอนครั้งแรก  เป้าหมายหลักของผมปีนี้คือการเขียนหนังสือ และการฝึกทักษะการโค้ช ซึ่งผมบรรลุทั้ง 2 เป้าหมาย โดยหนังสือได้ส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ (ร้อน ๆ ก่อนเขียน post นี้) และสำหรับการโค้ช ผมก็ได้เรียนและฝึกโค้ช ก่อนจะเตรียม certified กับ…

  • [คุยแบบชัชๆ] #009: Lisa Frommhold

    [คุยแบบชัชๆ] Special ครั้งนี้ ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณ Lisa Frommhold, Global CEO for One Month 2018, The Adecco Group ในช่วงเวลาที่เธอมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมงาน The Adecco Group Global CEO Meets with Future Leaders in Thailand วันที่ 18 ตุลาคม 2561 เพื่อให้สะดวกกับการชม ผมแบ่งคลิปการสัมภาษณ์ออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก จะเป็นการทำความรู้จักคุณ Lisa และโครงการ Global CEO for One Month ของ The Adecco Group ช่วงที่สอง ผมชวนคุยถึงปัจจัยที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถอย่างเธออยากร่วมงานด้วย พร้อมทั้งลักษณะของผู้นำที่ดี ช่วงที่สาม คุณ Lisa ฝากคำแนะนำในเรื่องของการทำงาน และ…

  • 5 คำถามเด็ดเพื่อชีวิตที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข

    [youtube id=”bW0NguMGIbE”] ผมเชื่อว่าคุณภาพของชีวิตเรา ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถามที่เราใช้ถามตัวเอง คำถามที่ดีจะช่วยให้เราฉุกคิด และดึงให้เราหาคำตอบ และก้าวไปข้างหน้าได้ คลิปนี้เป็นตัดมาจากช่วงท้ายของสุนทรพจน์ของ James Ryan คณบดี Harvard Graduate School of Education ในงาน 2016 HGSE Presentation of Diplomas and Certificates ซึ่งเป็นคำถาม 5 คำถาม + 1 คำถามพิเศษที่ James แนะนำให้ถามตัวเองและคนอื่นเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสทั้งประสบความสำเร็จ และมีความสุขในชีวิต มาดูกันว่าทั้ง 5 คำถาม + 1 คำถามพิเศษ มีอะไรบ้าง? 1. เฮ้ย อะไรนะ? (“Wait, what?”)

  • |

    10 สัญญาณอันตรายในมุมของคนสัมภาษณ์งาน

    งานสมัยนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ หากคุณได้ผ่านการกรองใบสมัครไปถึงรอบสัมภาษณ์ โอกาสของคุณในฐานะแคนดิเดตที่จะได้งานก็เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย ถ้าคุณตอบคำถาม และนำเสนอตัวเองได้ดี เข้าตาผู้สัมภาษณ์ นอกเหนือจากคุณสมบัติ และประสบการณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล และสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์มองหาสำหรับตำแหน่งที่เปิดอยู่ ผมอยากจะแบ่งปัน 10 สัญญาณอันตราย หรือเป็น Red Flag ในมุมของผู้สัมภาษณ์ ถ้าเห็นแคนดิเดตตอบคำถาม หรือมีลักษณะอย่างนี้ อาจต้องหยุดพิจารณาเป็นพิเศษ โดยผมดึงมุมมองบางส่วนมาจากหนังสือ Who: The A Method for Hiring ที่ผู้เขียนกลั่นมาจากประสบการณ์ในที่เป็นผู้สัมภาษณ์หาผู้บริหารให้กับองค์กรใหญ่ๆ ไม่เพียงมีประโยชน์เฉพาะแคนดิเดตที่กำลังเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน หากคุณเป็น Hiring Manager หรือ HR ก็สามารถปรับใช้ Red Flag 10 ข้อนี้เพื่อช่วยกรองคนที่สัมภาษณ์ได้เช่นกัน 1. แคนดิเดตไม่ได้พูดถึงความผิดพลาด หรือความล้มเหลวของตัวเองในอดีตเลย ประสบความสำเร็จมาตลอด ไม่เคยทำอะไรพลาดเลย

  • [Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคหาเวลาให้ตัวเองสำหรับคนไม่มีเวลา

    Mentor Profile: APAC Lead, Global Consulting Firm Me: ตั้งแต่ Work From Home ช่วงโควิด ผมรู้สึกว่าตารางเต็มไปด้วย meeting back to back ไม่มีเวลาพักสั้นๆ เหมือนเมื่อก่อนที่มีเวลาเดินทางไปหาลูกค้า หรืออย่างน้อยก็เดินเปลี่ยนห้องประชุม Mentor: ผมก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกันครับ Me: พี่มีเทคนิคอะไรแนะนำมั้ยครับ ผมว่าตัวเองไม่สามารถทำงานแบบนี้ได้ยาวๆ อย่างมีประสิทธิภาพ Mentor: อย่างแรกที่ผมทำคือการ block เวลาให้ตัวเอง ทั้งเพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และเวลาสำหรับ deep work Me: พี่ช่วยขยายความหน่อยครับ

  • 3 ปัจจัยลดความเสี่ยงภาวะหมดไฟในการทำงาน

    ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome เป็นภาวะที่คนทำงานไม่อยากเจอ และมีความต่างจากความเครียดซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงาน ภาวะหมดไฟนี้มักเกิดจากความเครียดสะสม จนเกิดเป็นความล้าทางอารมณ์ รู้สึกเหมือนหนูติดจั่น ไม่มีไฟที่จะทำงานต่อ ซึ่งการนอนพักก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นเหมือนการเครียดหรือเหนื่อยจากงานทั่วไป แล้วถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีอาการหมดไฟควรทำอย่างไร? นอกจากคำแนะนำที่ให้ระวัง หมั่นสังเกตตัวเองอย่าให้ความเครียดสะสมอยู่เป็นเวลานานจนกลายเป็นภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือพยายามสร้างสมดุลระหว่างงาน กับชีวิต (work-life balance) ผมได้ฟัง Adam Grant พูดถึงโมเดลหนึ่งใน podcast รู้สึกน่าสนใจ ผมเลยหาข้อมูลเพิ่มเติมฝาก 3 ปัจจัยที่จะช่วยลดโอกาสภาวะหมดไฟได้ คือ Demand – Control – Support

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *