[คุยแบบชัชๆ] #008: ดร.การดี เลียวไพโรจน์

แขกรับเชิญ [คุยแบบชัชๆ] ท่านที่แปด ผมได้รับเกียรติจาก ดร.การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ C asean มาพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ในมุมมองของผู้หญิงมากความสามารถ ทั้งในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย ก่อนจะผันตัวมารับบทบาทใหม่ในฐานะผู้บริหาร โดยไม่พลาดบทบาทคุณแม่ที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ตลอดการสัมภาษณ์นี้ ผมรับรู้ถึงพลังของดร.การดี หรือพี่อ้อ ที่ต้องการจะผลักดันงานทุกอย่างที่รับผิดชอบให้ออกมาดีที่สุด และยังสนุกกับชีวิตในทุกวัน


สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • Trend และสิ่งที่อยากบอกกับเด็กไทยรุ่นใหม่
  • App ประจำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • เคล็ดลับการทำงานให้มีความสุข
  • นิยามความสำเร็จ

ช่วยแนะนำตัวสั้น ๆ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก

พี่ชื่อการดี เลียวไพโรจน์ หรือเรียกว่าพี่อ้อก็ได้ พี่เรียนจบมาจากคณะวิศวกรรมอุตสาหการ ตั้งแต่ปริญญาตรี โท แล้วก็เอกเพราะตอนนั้นตั้งใจอยากเป็นครู ก็ได้เป็นสมใจ ระหว่างนั้นมีโอกาสได้ทำงานวิจัย และเป็นผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนั้นก็ยังมีงานวิทยุ เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ แล้วก็ทางทีวีเป็นสารคดีแบบรายงานข่าว พอสอนได้สัก 10 กว่าปี เลยต้องการจะลองเปลี่ยนอาชีพ ตอนนี้ก็มาทำอยู่ที่ C asean ค่ะ

C asean ทำอะไรเหรอครับ

เล่าแบบโดยย่อ C asean เป็นบริษัทที่ Thai Beverage ก่อตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หรือพันธกิจสำคัญในการที่จะเป็น platform เชื่อมคนรุ่นใหม่ในอาเซียน คือเราจะทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดประชาคมอาเซียนที่ดีขึ้น ผ่าน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ business art แล้วก็ culture ก็คือในเชิงธุรกิจ ศิลปะ และวัฒนธรรม เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประชาคมอาเซียนโดยเน้นสร้างความเข้าใจระหว่าง people to people และเป้าหมายที่เราเน้นไปก็คือกลุ่มของคนรุ่นใหม่ หรือว่า Young Generation

อันนั้นคือกรอบแนวคิดในเรื่องของซีอาเซียนคืออะไร เป็นการแปลความจากความตั้งใจของเราค่ะ มันเป็นกิจกรรมย่อย ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันที่ซีอาเซียน คือเริ่มตั้งแต่พยายามทำให้การเข้าถึงหรือการเชื่อมโยงของคนในอาเซียนมันง่ายยิ่งขึ้น ในเชิงธุรกิจ อย่างเช่นตอนนี้มีเทคโนโลยีเข้ามา ก็มีเพื่อนจากสิงคโปร์ เขาอยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เรื่องของ Crowdfunding เรื่องของ start up ในสิงคโปร์ มันก็เหมือน เราก็เป็น platform ในการ share องค์ความรู้ ระหว่างสิงคโปร์กับไทย และยังมี community อื่น ๆ เนื่องจากซีอาเซียนของเราเปิดกว้าง คือที่นี่เราพูดได้หลายภาษา กิจกรรมหลายอย่างก็เป็น by learning group ของเจ้าของภาษา อย่างงานช่วงนี้ก็เป็นภาษาอังกฤษเสียส่วนมาก ยิ่งเรามีกิจกรรมมากเราก็ยิ่งมีเพื่อนมากขึ้น เลยทำให้รู้ว่าในไทยเราก็มี community หลากหลายมากเหมือนกันค่ะ จากหลากหลายประเทศเลย

target คนรุ่นใหม่ คือเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือว่าจะเป็นคนทำงานนะครับ

ได้ทั้งหมดค่ะ คนรุ่นใหม่เราไม่ได้นับเพียงแค่อายุเท่านั้น แต่ดูที่ความกระตือรือร้นอยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ก็นับเป็นคนรุ่นใหม่ กิจกรรมที่จัดส่วนใหญ่จะดึงดูดคนในช่วงระหว่างมหาวิทยาลัยและช่วงเริ่มต้นเข้าสู่การทำงาน

จากการที่มีโอกาสได้สอนและคลุกคลีกับเด็กรุ่นใหม่จนถึงปัจจุบัน เห็นความเปลี่ยนแปลง หรือ trend ของเด็กไทยรุ่นใหม่เป็นอย่างไรบ้าง

ที่พี่มองโดยเฉลี่ยส่วนใหญ่ก็น่าเป็นห่วงมาก แต่บางทีก็พูดยาก เพราะว่าหลายคนที่เราสัมผัสเวลาทำงานที่ C asean คือคนที่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยากเปิดกว้างมุมมองของตัวเอง เพราะฉะนั้น เด็กที่เราเจอกันทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นเป็นเด็กที่ใฝ่รู้ คือ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเรียน แต่ว่าอยากรู้เรื่องใหม่ แต่ถ้ามองเด็กไทยส่วนใหญ่ ก็รู้สึกเป็นห่วง ตั้งแต่กรอบวิธีคิด กรอบในการมองหาโอกาสของตัวเขาเอง ยังเป็นกรอบที่จำกัด โดยเส้นทางการสอบของเขาไปเรื่อย ๆ มากกว่าที่จะมองเห็นโอกาสที่มันเกิดขึ้นในโลก

แล้วพี่อ้ออยากบอกอะไรกับคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้         

พี่อยากบอกให้เขาเร่ง คือการเรียนรู้เนี่ยไม่ได้เกิดขึ้นในห้องเรียนหรือโรงเรียนเท่านั้น แล้วการเรียนรู้เป็นหน้าที่เขา ไม่ใช่หน้าที่ของครูด้วยนะคะ ด้วยความที่ตัวเองเป็นครูมาก่อน บางคนบอกว่าก็ครูสอนแค่นี้ เขาจึงจำเป็นต้องรู้แค่นี้ หรือว่าพวกคุณจะสอนแค่นี้ เขาก็รู้แค่นี้แล้วกัน แต่จริง ๆ อยากจะบอกว่าการเรียนรู้เป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความรู้หรือประสบการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นนอกห้องเรียน ก็อยากให้มีความกระตือรือร้น

แล้วอะไรจะเป็นแรงจูงใจให้ เรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องกระตือรือร้นศึกษาเพิ่มเติมหลังเรียนจบครับ

พี่ว่าถ้าเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยอมเปิดใจ พี่จะแนะนำให้เปิดโอกาสให้ตัวเอง เปิดกว้างลองสิ่งใหม่ ๆ และยอมรับในสิ่งที่เจริญแล้วข้างนอกบ้าง

ยกตัวอย่างง่าย ๆ สมมุติว่าเราอ่านข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แค่เว็บไซต์ภาษาไทย พี่ว่าแค่นี้ไม่พอ คือเป็นภาษาไทยมันก็ดีล่ะนะ แต่ว่าทุกครั้งที่เวลาพี่อ่านข่าว สรุปข่าว ทุกเช้า พี่ต้องอ่านจากหลายแหล่ง แล้วเรารู้เลยว่าเวลาเราอ่านแหล่งข่าวที่เป็นภาษาไทย คือการสรุปส่วนใหญ่จะตื้นเขินมาก ถ้าเกิดใครอ่านแค่นั้น แล้วเชื่อตามนั้น ก็เศร้าแล้ว ส่วนตัวพี่จะพยายามหาข่าวแหล่งอื่น ๆ มาประกอบด้วย วิธีคิดแบบนี้ถามว่ามีคนบอกเราไหม คำตอบคือไม่มี ข้อมูลข่าวเรื่องเดียวกัน เหตุการณ์เรื่องเดียวกัน แต่การวิเคราะห์ตื้นลึกก็จะแตกต่างกันในหลาย ๆ มิติ คือองค์ความรู้มันอยู่ข้างนอกมากมาย แล้วโดยเฉพาะยุคนี้เนี่ย เกิดขึ้นมาจากยุคเทคโนโลยีล้วน ๆ เด็กรุ่นใหม่มีโอกาสมากกว่าสมัยเราเป็นเด็กเยอะ

อยากให้เปิดกว้างว่าองค์ความรู้มันอยู่ข้างนอก แล้วไม่อยากให้รู้สึกว่าไม่รู้สึกพอ พี่มักจะบอกหลาย ๆ คน โดยเฉพาะนักเรียนว่า Nobody achieve a great thing by doing minimum คือไม่มีใครที่สามารถทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยทำอะไรแบบมักน้อย ถ้าอยากจะได้อะไร อยากทำอะไร ก็ต้องทุ่มเทเต็มที่ พี่รู้สึกว่าความทุ่มเทแบบนี้ของคนรุ่นใหม่ดูน้อยลงไป

เห็นพี่อ้อสวมสารพัดบทบาท ตารางวันทำงานปกติเป็นยังไงเหรอครับ

ตอนเช้าพี่ตื่นเช้ามาก เพราะว่าต้องไปส่งลูกที่โรงเรียน ก็คือต้องไปส่งเขาที่โรงเรียนก่อน 07.30 น. หลังจาก 07.30 น. ก็จะอ่านข่าว ก่อนสรุปข่าวด้านเศรษฐกิจทางโทรศัพท์เข้าวิทยุตอน 08.30 น. แล้วถึงไปทำงาน

เวลาทำงานก็จะยุ่งมาก แต่ก็ชินแล้ว แล้วก็พยายามแบบ คือพี่เรียน IE (Industrial Engineering) มาเลยเชื่อในเรื่องของ efficiency เลยพยายามจัดการเรื่องทุกอย่างมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จะมีน้อยมากที่จะนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วไม่มีอะไรทำ หลายคนก็ไม่รู้เลยว่าเห็นงานยุ่งขนาดนี้ แต่ตอนเช้าพี่ไปส่งลูกทุกวัน ตอนเย็นพี่ก็ไปรับลูกทุกวัน แล้วก็กลับมานั่งทำงาน ก่อนจะกลับบ้าน

มีเทคนิคหรือว่ามี App ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เวลาแนะนำไหมครับ

ตอนนี้หลัก ๆ พี่ใช้ Google Map เวลาหาเส้นทางเดินทางอย่างกรุงเทพ เพราะสามารถคำนวณทั้งเส้นทาง และเวลาการเดินทางได้น่าเชื่อถือขึ้นมาก แล้วอีก App ที่ใช้ประจำคือ Evernote ช่วยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ

ผมเห็นพี่อ้อมีความสุขกับการทำงาน อะไรเป็นเคล็ดในการทำงานอย่างมีความสุขของพี่ครับ

ถ้าเป็นเรื่องการทำงานกับอาชีพ ก็คือไม่เคยตามเงินเลย พอมีเงินใช้ก็พอ เพราะเป็นคนไม่ใช้เงินเยอะอยู่แล้ว ไม่ค่อยติดของแบรนด์เนม ไม่งั้นคงต้องทำงานหนักกว่านี้ สิ่งที่เป็น motivation หรือ drive ของพี่ได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เพราะบ้าน พี่เป็นลูกสาวคนเดียว นอกนั้นก็เป็นพี่ชายกับน้องชาย แล้วก็โดนสอนว่าผู้หญิงต้องพึ่งตัวเองให้ได้ แล้วก็ you have to define your own success พี่จึงมีความสุขเวลาพี่ทำงานแล้วมีคนได้ประโยชน์ คือคนได้ประโยชน์จากสิ่งที่เราทำ คือเราทำงานในสิ่งที่เราเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ทำให้อยากทำ อยากทำมากขึ้นเรื่อย ๆ เลยกลายก็เป็น motivation อีกแบบหนึ่ง

นิยามความสำเร็จของตัวเองคือ

พี่อยากเป็นคนมีประโยชน์ คือวันนี้พี่รู้สึกว่าตัวเองบรรลุเป้าความสำเร็จที่ตั้งไว้ทุกวัน ตั้งแต่ที่ได้มาสอนหนังสือที่ธรรมศาสตร์ พี่รู้สึกว่าพี่เป็นครูที่ดี ประสบความสำเร็จในฐานะครูที่ดี พอวันนี้มาทำในงานด้านธุรกิจ พี่ก็ว่าพี่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อหาเงินอย่างเดียว แต่มีสมดุลกับด้านผลกระทบกับสังคม (social impact) ด้วย

เวลามีคนถามว่าอะไรคือเป้าหมายในชีวิต พี่บอกวันนี้ I achieve my goal ทุกวัน เวลามานั่งทบทวนดูสิ่งที่ตัวเองมีความสุขที่สุด คือการที่น้อง ๆ ได้ความรู้ เขาเก่งขึ้น เขาได้ประโยชน์ เขามีโอกาสขึ้น อันนั้นมันคือความสำเร็จที่เราต้องการเห็นทุกวัน ได้ทำประโยชน์กับคนอื่น เพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนที่ตั้งเป้าหมายว่าต้องมีบ้านหลังนั้น ต้องมีรถคันนั้น หรือว่าจะต้องเป็นตำแหน่งนั้น แต่ว่าตั้งแต่เด็กจนโตมาตอนนี้ อยากเป็นอยู่ 3 อย่าง คือ สวย รวย เก่ง คืออยากหน้าตาดี อยากมีเงิน แล้วก็อยากเป็นคนที่ทุกคนยอมรับว่าเราเป็นคนเก่ง

ถ้าสมมติว่าพี่อ้อได้นั่ง time machine กลับไปเจอตัวเองตอนที่ตัวเองจบตรีใหม่ ๆ อยากจะบอกอะไรกับตัวเองครับ

พี่จะบอกว่า เวลาเลือกทำอะไร ให้เลือกทำของที่ยากเข้าไว้ เราเริ่มต้นในสิ่งที่ยาก แล้วชีวิตหลัง ๆ ก็จะสบาย ไม่เหนื่อย ถ้าเราเลือกมักง่าย เลือกทำแต่สิ่งง่าย ๆ เราก็จะไม่เคยพบกับความท้าทาย เราก็จะติดอยู่ในกรอบของความง่าย ๆ ของตัวเอง


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋ง ๆ คำถามโดน ๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2009

      และแล้วปี2009ก็กำลังจะ่ผ่านเราไปอย่างรวดเร็วเช่นเคย วันนี้อ่านข่าวที่ท่านประธานาธิบดี บารัค โอบามา ประเมินผลงานตัวเองในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาก แล้วก็นึกครึ้มๆว่าจริงๆเราก็น่าจะมีการประเมินตัวเองบ้าง ผมแบ่งเป็นหมวดๆแล้วประเมินตัวเองได้ดังนี้ สุขภาพร่างกาย (A) ปีนี้ถือเป็นปีทองของการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย น้ำหนักไม่แกว่งมากเหมือนปีที่ผ่านมา Hi-light ของปีนี้อยู่ที่การวิ่งแข่งระยะ 10.5 กม. มา 2 รายการ คือของที่กระทรวงการต่างประเทศจัด กับที่สวนหลวง ร.9 จัดเฉลิมพระเกียรติวันพ่อที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากวินัยในการออกกำลังกายได้สม่ำเสมออาทิตย์ละ 2-3 วัน ตลอดปีที่ผ่านมา Improvement Areas ปริมาณของหวาน (เค้ก, ไอศครีม, Chocolate) ปริมาณกาแฟ (ตอนนี้ดื่มวันละแก้ว) ชั่วโมงในการนอนในวันทำงาน (~5 ชั่วโมง + 1 ชั่วโมงบนรถทั้งไปและกลับจากที่ำทำงาน)

  • [คุยแบบชัชๆ] #003: คุณกรรณิการ์ จรัสอุไรสิน

    ถ้าพูดถึงบริษัทอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ น้อยคนที่จะไม่รู้จักสินค้าจากบริษัท Proctor & Gamble (P&G) วันนี้ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารคนเก่ง คุณกรรณิการ์ จรัสอุไรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลักดันกิจกรรม CSR ของบริษัทจนได้รับรางวัล “องค์กร CSR เป็นเลิศ” ปี 2558 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รางวัล “Best Communication Campaign 2015” จากองค์การสหประชาชาติ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา และอีกหลายรางวัล นอกจากเรื่อง CSR ที่ทำอยู่ผมยังได้คุยถึงเรื่องอื่น ๆ พร้อมขอเทคนิคในการทำงานมาฝากกันด้วย _____________________________________________________________________________ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ CSR คือเรื่องที่ฉาบฉวย? ปัจจัยที่ทำให้กล้าการรับโอกาส ความรับผิดชอบใหม่ๆ แม้ไม่มีประสบการณ์ตรง การวางตัวสำหรับคนทำงาน 2 คำถามที่ควรถามตัวเองหากอยากทำงานในองค์กรอย่างมีความสุขได้นานๆ การจัดสรรเวลาให้กับครอบครัวสำหรับสาวทำงาน _____________________________________________________________________________

  • สกัดบทเรียนฝ่าวิกฤตกับ Food Passion

    ในยุควิกฤตโควิด 19 ที่ยืดเยื้อมาปีกว่าแล้วยังไม่เห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ ทุกภาคธุรกิจล้วนได้รับผลกระทบ ทุกบริษัทต่างต้องปรับตัวกันจนเหนื่อยไม่มาก ก็มากที่สุด ทาง Kincentric ได้รับเกียรติจากคุณนาฑีรัตน์ บุญรัตน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด มาแบ่งปันประสบการณ์วิธีคิด วิธีบริหารในช่วงวิกฤตนี้ ซึ่งสร้างพลังบวกให้ผมและทีมเป็นอย่างมาก จึงขอสกัดประโยคเด็ดๆ เป็นบทเรียนที่ผมได้จากคุณแตนมาฝาก งานยาก ถ้าคิดว่ามันยาก มันจะยาก ประโยคนี้ไม่ใช่คำคมของนักเรียนโอลิมปิก แต่เป็นเรื่องของมุมมองของแต่ละคนต่อปัญหาจริงๆ ถ้าเราคิดว่างานมันยาก ก็จะปิดตัวเองในการหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ถ้ามองเป็นความท้าทายก็จะสนุกกับการหาวิธีทำงานให้สำเร็จ หรือง่ายขึ้น สู้โว้ย!

  • [Mentor แบบชัชๆ] การสร้าง profile สำหรับเด็กจบใหม่

    [Mentor Profile] Ex-Talent Acquisition & Recruitment Executive, Thailand Me: จากประสบการณ์สรรหา และคัดเลือกพนักงานให้องค์กรต่างๆ มาหลายสิบปี พี่มีคำแนะนำอะไรสำหรับน้องๆ ที่เพิ่งจบใหม่บ้างครับ Mentor: อยากบอกกับน้องๆ ว่าควร ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมในช่วงที่เรียน Me: เกรดดีอย่างเดียวไม่พอเหรอครับ?

  • 26 ข้อแนะนำจากผู้บริหารที่เด็กจบใหม่ต้องอ่าน

    หลังจากเรียนจบ การเริ่มชีวิตทำงานถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต ทั้งความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น และการปรับตัวเข้ากับองค์กร และเพื่อนร่วมงานในหลายระดับ ในอิสระที่มีมากขึ้นจากตอนเรียน หลายคนกลับรู้สึกเคว้งกับทางเลือก และบทบาทใหม่ของตัวเองในโลกการทำงาน บางคนโชคดีมีหัวหน้า หรือรุ่นพี่ที่ทำงานคอยแนะนำ ชี้แนะ แต่อีกหลายคนไม่มีคนช่วยเตือน รอวันพลาด ก่อนโดนรับน้องชุดใหญ่ คงจะดีไม่น้อย ถ้ามีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ ตอนที่ก้าวสู่โลกการทำงาน เพราะคำแนะนำดี ๆ อาจทำให้ชีวิตการทำงานของเราพัฒนาไปก้าวกระโดดอย่างคาดไม่ถึง แต่ใครล่ะที่น้อง ๆ จะขอคำปรึกษาได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นคนรอบตัวที่รู้จัก รุ่นพี่ที่เรียนมาด้วยกัน ซึ่งอาจไม่เห็นภาพกว้าง หรือมีประสบการณ์มากพอจะให้คำแนะนำ ส่วนตัวก็มีน้อง ๆ มาขอคำแนะนำอยู่บ้าง แม้จะให้คำแนะนำไปตามประสบการณ์ที่พอมี แต่เชื่อว่าคงจะดีกว่า ถ้าเราขอคำแนะนำจากผู้บริหารระดับสูง หรือ HR ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาโชกโชนทั้งไทย และต่างประเทศ นี่จึงเป็นที่มาของ project เล็ก ๆ ที่ผมตั้งใจรวบรวมคำแนะนำ เพื่อเป็นของขวัญแบบ pay it forward เนื่องในเดือนสิงหาคมเป็นเดือนเกิดของตัวเอง คำถามที่ผมส่งไปหาผู้บริหารคือ What would be your one career advice for…

  • [คุยแบบชัชๆ] #001: อ.ธงชัย โรจน์กังสดาล

    เพื่อเป็นการขอบคุณผู้อ่านที่สนใจติดตาม blog เล็กๆของผม ผมก็พยายามหาวิธีขอบคุณด้วยการเพิ่มคุณค่าแบบต่างๆให้กับ blog นี้ ตอนนี้ในหัวมีหลายเรื่องอย่างที่อยากทำ หนึ่งในนั้นคือการเปิดช่วงใหม่ [คุยแบบชัชๆ] ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์คนที่น่าสนใจจากสายอาชีพต่างๆ โดยเน้นนำเสนอมุมมอง และเทคนิคการประยุกต์ใช้กับการทำงานของหนุ่มสาวยุคใหม่ เหมือนการเรียนลัดจากประสบการณ์ตรง สำหรับแขกรับเชิญคนแรก อ.ธงชัย โรจน์กังสดาล ซึ่งแม้จะเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวะที่ผมเรียน แต่ผมกลับรู้จักอาจารย์ครั้งแรกจากเรื่องการฝึกโยนลูกบอล 3 ลูก (juggling) ซึ่งดูแปลกตาสำหรับอาจารย์สอนภาควิศวะคอมพิวเตอร์ อ่านแล้วมีคำแนะนำ ติชม เพื่อพัฒนาตอนต่อๆไปให้ดีขึ้น เชิญที่ comment ด้านล่าง ขอบคุณครับ  _____________________________________________________________________________ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ ความหมายของนวัตกรรมที่ไม่จำกัดอยู่แค่นักวิจัย 5 ทักษะของนวัตกร และวิธีการประยุกต์ใช้ 3 เทคนิคการนำเสนอจาก TED Talk  ทำอย่างไรถ้าหา passion ในการทำงานไม่เจอ _____________________________________________________________________________

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *