ประเมินผลงานตัวเองในปี 2018

ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการนั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งผมเริ่มเขียนสรุปการประเมินผลงานตัวเองในด้านต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2009

รูปที่ผมเลือกเป็นตัวแทนสำหรับปีนี้ เป็นรูปที่ผมไปพูดบนเวทีใหญ่ในงาน Thailand HR Day 2018 ซึ่งเป็นหนึ่งใน Highlight ของปีนี้ ที่ผมขยาย impact การสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้กว้างขึ้นผ่านการบรรยาย และสอนนิสิต นักศึกษา มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้

สุขภาพร่างกาย (A-) flat vs. Year Ago (YA)

ปีนี้ไม่ได้ไปงานวิ่งไหน แต่ก็ยังพอรักษาวินัยการวิ่ง และออกกำลังกายไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ 1-2 ครั้งทุกอาทิตย์ เรื่องการกินเริ่มควบคุมของหวานมากขึ้น เป็นปีแรกที่เปลี่ยนกาแฟที่กินจากมอคค่าเย็น มาเป็นกาแฟเย็นที่ไม่หวานเลย

น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณครึ่งกิโลกรัม ไม่น่าเกลียดมาก แต่เชื่อว่าปีหน้าจะทำได้ดีกว่านี้

Improvement Areas

  • ลดน้ำหนักตัวลง 3-4 กิโลกรัม
  • รักษา posture ต่างๆ ให้เหมาะสม

การงาน (A) flat vs YA

ปีที่สองในบทบาทของที่ปรึกษา ผมเริ่มเข้าใจ และมั่นใจในการช่วยลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งมากจากการทำงานร่วมกับลูกค้าตลอดปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นภาพ action plan ที่ลูกค้าทำแล้ว กลับมาวิเคราะห์และปรับคำแนะนำ และข้อเสนอแนะให้เหมาะกับองค์กรของลูกค้ามากขึ้น ผนวกกับลูกค้าเริ่มเชื่อมั่น และวางใจในความสามารถมากขึ้น ทำให้งานออกมาแล้ว ตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย

Improvement Areas

  • ใช้เวลากับเรื่องที่จะสร้าง impact ต่อธุรกิจมากขึ้น
  • พัฒนาตัวเองเป็น Thought Leader ในวงการ

การเงิน (A) 1 pt up vsYA

ปีนี้ได้ทำตามแผนที่เปลี่ยนทุนทางปัญญาเป็นรายได้หลายช่องทาง นอกเหนือจากรายได้ประจำ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าการลงทุนในตัวเองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

Improvement Areas

  • ขยาย scale การหารายได้จากทุนทางปัญญา
  • กระจาย port การลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง

สภาพจิตใจ (A) flat vsYA

ปีนี้ไม่มีเหตุการณ์ในจิตใจฟู แฟ่บ มากซึ่งก็เป็นเรื่องดี ในขณะเดียวกันก็ได้ศึกษาเรื่อง emotional health เพิ่มเติมเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันใจของเราได้ดีขึ้น

Improvement Areas

  • ฝึกให้มีสติอยู่กับตัวมากขึ้น รู้ทันสิ่งมากระทบกับอารมณ์ให้เร็วขึ้น
  • หยุดเพื่อหายใจเรียกสติ และกำหนดความตั้งใจ ในช่วงเปลี่ยนกิจกรรมต่างๆ

ความรัก (A+) flat vsYA

ความรักปีนี้คือความสุขที่ได้เห็นพัฒนาการของลูกที่แต่ละสัปดาห์ เป็นเหตุที่ช่วงปีนี้ยังพยายามให้เวลากับครอบครัวมากๆ เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญมากๆ ของเด็ก อยากให้เขารู้สึกถึงความรักของทั้งพ่อ และแม่อย่างเต็มที่

Improvement Areas

  • Be present 

การพัฒนาตัวเอง (A) 1 pt up vsYA

ปีนี้ผมดึงเรื่องการพัฒนาตัวเองกลับมาได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนหนังสือปีนี้อ่านไป 37 เล่มจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 30 เล่มตอนต้นปี และเทียบกับ 19 เล่มที่อ่านในปีที่แล้ว หรืออ่าน/ฟัง สรุปหนังสือจาก Bliskist ไปมากกว่า 150 เล่ม เรียน online course ไปกว่า 10 โปรแกรม และลงทุนกับ mentor coach เพื่อช่วยพัฒนาทักษะการโค้ชของตัวเองอีกด้วย

นอกจากนั้นจะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เพื่อดึงตัวเองออกจาก comfort zone ตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเป็นการทำคลิปแนะนำ HappyTalent Academy

หรือการทำ [คุยแบบชัชๆ] ในรูปแบบรายการสัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ และเพิ่มประสบการณ์ให้ตัวเอง

Improvement Areas

  • จัดเวลาสำหรับการพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม
  • ต่อยอดความรู้มาใช้ในการทำงาน และการใช้ชีวิตมากขึ้น

People Capital (A) – New Category

หมวดใหม่ของปีนี้ ผมเชื่อว่าการสร้าง connection และความสัมพันธ์ที่ดีเป็นรากฐานของชีวิตที่ดี ปีนี้ทำได้ตามเป้าทั้งการนัดทานข้าว หรือทานกาแฟกับคนที่น่าสนใจหลายสิบคนตลอดปี และได้ใช้ LinkedIn ในการขยาย network ของ HR และ Influencer ในด้านต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และมั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว

Improvement Areas

  • หาวิธีเพิ่มคุณค่าให้กับ connection ที่มีด้วยวิธีต่างๆ
  • ขยาย network โดยเน้น thought leaders ระดับโลกมากขึ้น

ทำประโยชน์ให้คนอื่น (A) 2 pt up vsYA

หลังจากที่ปีที่แล้วตั้งใจว่าจะสร้าง impact ให้คนอื่นในวงกว้าง กว่าคนในบริษัท และลูกค้า ปีนี้ได้ทำสมความตั้งใจ ทั้งการใช้ความรู้และประสบการณ์ในฐานะ guest lecturer ให้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท ทั้งภาคภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือการขึ้นเวทีใน forum ต่างๆ ซึ่งเป็นทำประโยชน์ในมุมที่เราทำได้ นอกเหนือจากการบริจาคเงิน

ส่วนหนึ่งของการสอน และบรรยายในปี 2018

งานเขียนทั้งใน Chutchapol.com และบทความในนิตยสาร ก็ยังเขียนอยู่แม้จะไม่บ่อยเท่าที่ใจอยาก แต่อย่างน้อยก็ดีใจเวลาได้เสียงสะท้อนจากคนอ่านว่าที่สิ่งที่เราเขียนมีประโยชน์

ส่วนหนึ่งของเมล feedback จากคนอ่าน

ด้านเพจ ReBook ก็มีการ reposition ให้เป็นมากกว่าเพจรีวิวหนังสือ โดยอยากสร้างเป็น community ของคนที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน ซึ่งก็ได้ลองไอเดียใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ 

Improvement Areas

  • มองหาวิธี leverage การทำประโยชน์ให้คนอื่นที่สร้างผลกระทบในวงกว้างกว่าเดิม

สรุปภาพรวมตลอดปี (A) flat vsYA

ภาพรวมปีนี้เป็นอีกปีที่ผมพอใจกับตัวเองมาก ประเมินให้ตัวเอง Solid A เหมือนปีที่แล้ว ภูมิใจที่ตัวเองสามารถรักษาสมดุลด้านต่างๆ โดยที่ขยาย impact ให้คนอื่น กล้าทำสิ่งใหม่ๆ โดยไม่กลัวความล้มเหลว และมีวินัยในการจัดสรรเวลาลับขวานของตัวเอง

ปีหน้าผมมีเป้าหมายที่ท้าทายขึ้นโดยจะใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ และ connection ที่มีในการสร้างสรรสิ่งใหม่ๆ ที่ impact คนได้มากขึ้น

สวัสดีปีใหม่ 2019 ครับ

Similar Posts

  • |

    ตาดีข้างเดียวในหมู่ตาบอด

    ห่างหายจากการอัพเดตบล็อกมานาน วันนี้มาสั้นๆระหว่างบินมาประชุม+workshop ที่เซี่ยงไฮ้ ก่อนจะกลับไทยมะรืนนี้ วันก่อนได้เรียนการใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์องค์กรตัวหนึ่ง ซึ่งฟังทฤษฏีแล้วก็ไม่น่ายากอะไร แต่ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของเครื่องมือตัวนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของคนนำ (ซึ่งต่อไปก็จะเป็นข้้าพเจ้า ^^”) มากๆ คนสอนซึ่งมีประสบการณ์การใช้เครื่องมือนี้มากว่า 15ปี แสดงตัวอย่างให้ดูก็งั้นๆ ไม่น่ายากอะไร แต่พอถึงช่วงที่ให้แต่ละกลุ่มนำเครื่องมือตัวนี้ไปใช้ถึงรู้ว่า ไม่ธรรมดาจริงๆ โชคดีที่พี่เลี้ยงกลุ่มก็น่ารัก ช่วยสังเกต และช่วยแนะนำตัวอย่างคำถามและเทคนิคต่างๆ จนผ่านไปได้อย่างกระท่อนกระแท่นทั้งกลุ่ม… สุดท้ายคนสอนพูดสรุปว่า don’t wait to be perfect before using this tool. อย่ารอให้สมบูรณ์แบบก่อนถึงจะทำ Practice, Practice, and Practice! ฝึกและเรียนรู้ไปเรื่อยๆจากการทำ ตาดีข้างเดียวในหมู่คนตาบอด ก็มีประโยชน์มากพอแล้ว ครั้งแรกของเค้าก็ไม่ได้ดีเหมือนตอนนี้หรอก . นึกไปก็จริงแฮะ เครื่องมือนี้เรารู้ดีที่สุดในองค์กรแล้ว จะไปกลัวทำไม ขนาดภาษาจีนของตัวเองที่ยังงูๆปลาๆ แต่มาที่นี่กลายเป็นฮีโ่ร่พาน้องๆคนไทยเข้าร้านอาหารจีนสั่งได้ แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว ถ้าไม่กล้าพูดเพราะคิดว่าพูดเป็นประโยคไม่ได้ถูกต้องก็คงอดกินของอร่อยๆแบบนี้… ^__^ . ขอเอาใจช่วยทุกคน(ตัวเองด้วย)ให้มีความกล้า ในการทำสิ่งดีๆ โดยเฉพาะครั้งแรกๆ… :) สู้โว้ยย…

  • |

    จะใช้ประโยชน์จากความต่างทางความคิดได้อย่างไร?

    ในปัจจุบันคงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับคนที่คิดแตกต่างจากเรา ซึ่งความต่างนี้มาได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อชาติ วัฒนธรรม การศึกษา ประสบการณ์ หรือแม้กระทั่งแผนกที่อยู่ทำให้ต้องสวมหมวกคนละใบ ความแตกต่างที่เราหนีไม่พ้นนี้ จริงๆเป็นประโยชน์มากกว่าที่เราคิดถ้าเราสามารถใช้ประโยชน์จากความแตกต่างนี้ได้ วันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสประชุมวางแผนงานสำหรับปีหน้าของบริษัท ซึ่งในที่ประชุมกว่า 20 คน ก็มีความหลากหลายกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ก็มีทั้งคนไทย คนฟิลิปปินส์ คนออสเตรเลีย อายุก็มีตั้งแต่ 20 ต้นๆ ถึง 40 กลางๆ ประสบการณ์ในบริษัทก็มีตั้งแต่ 2 ปี ไล่ไปถึง 20 กว่าปี จาก 5 แผนกหลักของบริษัท ตอนแรกผมก็ิคิดว่าประชุมครั้งนี้คงจะเถียงไป เถียงมาจนเลยเย็น แล้วก็ไ่ม่ค่อยได้อะไรเท่าที่ควร แต่ที่ไหนได้…

  • 4 เรื่องที่คุณอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับแบบทดสอบบุคลิกภาพ (Personality Test)

    Full disclosure: ปัจจุบันผู้เขียนเป็น Senior Consultant ของบริษัท Aon Hewitt เจ้าของแบบทดสอบ ADEPT-15, ข้อมูลใน blog นี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร ตั้งแต่เด็กๆ ผมเป็นคนชอบทำแบบทดสอบด้านบุคลิกภาพ หรือลักษณะนิสัย (Personality Test) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยากรู้ว่าผลออกมาจะตรงกับที่เราคิด ว่าเราเป็นหรือเปล่า อีกส่วนหนึ่งก็อยากรู้จักตัวเองในด้านที่เราอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน แบบทดสอบที่ทำก็มีตั้งแต่ทำขำไม่กี่ข้อในนิตยสาร ที่มีคำอธิบายผลท้ายหน้า ไปจนถึงแบบทดสอบจริงจังที่ต้องเสียเงินหลายพัน ทำเสร็จแล้วมีรายงานส่งมาให้เป็นเรื่องเป็นราว เนื่องจากงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผมมีโอกาสได้ certify เครื่องมือ The Adaptive Employee Personality Test (ADEPT-15) ซึ่งเป็น personality test ที่เน้นสำหรับการทำงาน ทำให้ผมเห็นเข้าใจแบบทดสอบบุคลิกภาพ (โดยเฉพาะ ADEPT-15) ดีขึ้น เลยขอกล่าวถึง 4 เรื่องที่มักมีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับแบบทดสอบประเภทนี้ 1. มี profile ที่สมบูรณ์แบบ ผมเคยเชื่อว่าเวลาทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ จะต้องมีคำตอบที่ถูก หรือ profile ที่ดีที่สุด…

  • |

    มาวิ่งกันเถอะ

      วันนี้ผมจะมาชวนพวกเราไปวิ่งกัน จริงๆจะออกกำลังกายอะไรก็ได้ แต่คิดว่าวิ่งน่าจะเป็นการออกกำลังกายที่สะดวกและใช้อุปกรณ์น้อยที่สุด แค่ใส่รองเท้า้ผ้าใบก็ออกวิ่งได้เลย ผมจะไม่บอกซ้ำถึงข้อดีที่หลายๆคนทราบเกี่ยวกับการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็น ให้สุขภาพแข็งแรง ลดน้ำหนัก หรือ ช่วยให้นอนหลับสบาย แต่ผมจะบอกถึงข้อดีอีกข้อที่ผมเพิ่งพบจากการออกกำลังกาย นั่นคือ…

  • สิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราไม่รู้ และจินตนาการ

    ในชีวิตของเรา เราใช้เวลากับส่วนไหนมากกว่ากัน ระหว่าง สิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราไม่รู้(แต่คนรอบตัวเรารู้) หรือ จินตนาการ (สิ่งที่ยังไม่มีใครรู้) … วันนี้ผมได้มีโอกาสไปร่วมพูดคุยจิบกาแฟกับกลุ่ม trainer club ท่าน อ.ณรงค์วิทย์ แสนทอง ได้เสนอให้เห็นความต่างของ 3 เรื่องนี้ในรูปแบบกิจกรรม ผมขออนุญาตถอดบทเรียนที่ได้มาแบ่งปันในนี้แล้วกัน

  • การฟัง 3 แบบ

    ถ้าถามว่าทักษะอะไรที่สำคัญในการทำงาน และมาแรงอย่างต่อเนื่อง ต้องบอกว่าทักษะเรื่องการสื่อสาร หรือ communication skill จะอยู่ใน Top 5 เสมอ และเมื่อพูดถึงการพัฒนาทักษะการสื่อสาร คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการ ‘สื่อ’ สาร ด้วยการพูด การนำเสนอ หรือการเขียน โดยมองข้ามเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือเรื่อง… การฟัง หลายคนอาจสงสัยว่า การฟัง มีอะไรให้ฝึกด้วยหรือ? สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก่อนว่า การได้ยิน กับการฟัง ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ แต่การฟังจะมีวัตถุประสงค์อยู่ โค้ชผมเคยเล่าให้ฟังว่าการฟังมีอยู่ 3 แบบ ซึ่งจะส่งผลต่อวิธีการตอบสนอง และผลลัพธ์ที่จะเกิด โดยการฟังแต่ละแบบนี้จะใช้ในโอกาสที่ต่างกัน 1. ฟังเพื่อเอาชนะ (listen to win) การฟังแบบแรก จะเป็นการฟังหาจุดอ่อนของประโยคอีกฝ่าย อาจเป็นรายละเอียดที่คลาดเคลื่อน ไม่ครอบคลุม และรอจังหวะที่ตอบกลับเพื่อชักจูงให้อีกฝ่ายเห็นว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกต้อง การฟังจะเป็นการเลือกฟังบางประโยค โดยเฉพาะสิ่งที่ยืนยันความเชื่อ หรือธงในใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *