กว่าจะเรียนจบก็สายไปแล้ว

Cheerful students throwing graduation caps in the Air

ไม่แน่ใจว่านิสิต นักศึกษาที่เพิ่งจบตอนนี้หางานยาก มากน้อยแค่ไหน?

วันก่อนผมทานข้าวกับน้องคนสิงคโปร์คนหนึ่งที่เพิ่งจบปริญญาตรี และมาร่วมทีมในฐานะพนักงานสัญญาจ้าง เลยชวนคุยเรื่องสถานการณ์ของเด็กจบใหม่ที่นี่

สิ่งที่ผมได้ยิน ถือว่าสถานการณ์ของบัณฑิตใหม่ที่สิงคโปร์ไม่ค่อยดีนัก

  • บัณฑิตใหม่ใช้เวลาหางานเฉลี่ย 6-8 เดือนก่อนจะได้งานแรก ซึ่งเป็นทุกสาขา รวมถึงมหาวิทยาลัยชื่อดัง
  • ตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ก็มีแต่งานด้านบริการ ใน fast food chain ซึ่งเด็กมัธยมก็ทำได้
  • บริษัทส่วนใหญ่ต้องการคนที่ประสบการณ์ 5-8 ปี
  • ตำแหน่งที่เปิดสำหร้บคนที่ประสบการณ์ไม่พอจะเป็นในรูป พนักงานสัญญาจ้าง 6 เดือน – 2 ปี
  • พ่อแม่เริ่มกดดัน เด็กก็เริ่มเครียดหลังจากจบแล้วหางานไม่ได้
  • สุดท้ายหลายคนหางานไม่ได้ เลยตัดสินใจเรียนต่อโท

ผมมองว่าภาพนี้จะเหมือน time machine เล็กๆที่จะสะท้อนสภาพการจ้างงานของบัณฑิตใหม่ของไทยในอนาคตอันใกล้

อย่าลืมว่าเด็กในสิงคโปร์ส่วนใหญ่พูดได้คล่องทั้งอังกฤษ และภาษาท้องถิ่น (จีน, มาเลย์, ฯลฯ) ยังมีปัญหาในการหางาน

เชื่อว่าการแข่งขันหลังเปิด AEC โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติคงแข่งขันกันมันกว่าตอนนี้แน่นอน

ภาพตลาดแรงงานมีฝีมือที่เห็นตอนนี้คือ Expat จากยุโรปมาแย่งงานระดับกลางถึงสูงของสิงคโปร์ เพราะเศรษฐกิจของยุโรปก็ไม่ค่อยดี

แน่นอนว่าคนสิงคโปร์ก็โวย ให้รัฐบาลดูแลงานให้คนในประเทศ แม้รัฐบาลจะออกมาตรการมาช่วยบ้าง แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ความสามารถ

เพราะรัฐบาลต้องการให้สิงคโปร์เป็น Talent Hub ของเอเชีย เพื่อใช้ดึงนักลงทุนอีกที

เพราะฉะนั้น ผมเชื่อว่าอีกไม่นานคนสิงคโปร์คงไปแย่งงานคนไทยได้อีกไม่น้อย ด้วยความได้เปรียบทางภาษา

ถ้าจะให้แนะนำน้องๆคนไทยที่กำลังเรียนอยู่ คงอยากให้เน้น 3 เรื่อง

  1. ภาษาอังกฤษ อย่ามองข้ามด้วยประการทั้งปวง ที่ผ่านมาคนได้ภาษาอังกฤษถือเป็นข้อได้เปรียบ แต่ตอนนี้และต่อไป ภาษาอังกฤษ ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่ต้องได้ ถ้าไม่มีจะเสียเปรียบมาก เพราะตอนนี้หลายคนมองถึงภาษาที่ 3 และ 4 เพื่อสร้างความได้เปรียบกันแล้ว
  2. การฝึกงาน ที่ผ่านมา หลายคนคงฝึกงานตอนปี 3 เพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ซึ่งอาจไม่พอ ถ้าเป็นไปได้หาที่ฝึกงานตั้งแต่ปี 1 จะเยี่ยมมาก แต่ก็ควรตั้งเป้าหมายในการฝึกงานที่เรียนรู้การทำงาน และเข้าใจธุรกิจ การความสัมพันธ์ระหว่างแผนก ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ของตัวเองว่าจบแล้วอยากทำงานในธุรกิจประเภทไหน และด้านอะไร ซึ่งแน่นอนว่าลำบาก และเหนื่อยกว่าการหาที่ฝึกงาน เพื่อเก็บชั่วโมง แล้วนั่งเล่นคอม อ่านหนังสือพิมพ์ฆ่าเวลาให้หมดวัน แต่ไม่ได้ทำงานจริงๆ
  3. การทำกิจกรรมระหว่างเรียน สิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญเวลาสัมภาษณ์งาน ที่จะบอกว่าเราเข้าใจการทำงาน ผ่านกิจกรรมที่เคยทำ ซึ่งดีกว่าเกรดสวยแต่ไม่เคยทำกิจกรรมมาก่อนแน่นอน

4 ปีในมหาวิทยาลัยไม่ได้เวลานาน ถ้าไม่เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ จบมาอาจเคว้งกับสภาพการแข่งขันในการทำงานจริง และคงโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองที่ไม่ได้เตรียมตัวก่อน

โชคดีครับ

 

Similar Posts

  • 26 ข้อแนะนำจากผู้บริหารที่เด็กจบใหม่ต้องอ่าน

    หลังจากเรียนจบ การเริ่มชีวิตทำงานถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต ทั้งความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น และการปรับตัวเข้ากับองค์กร และเพื่อนร่วมงานในหลายระดับ ในอิสระที่มีมากขึ้นจากตอนเรียน หลายคนกลับรู้สึกเคว้งกับทางเลือก และบทบาทใหม่ของตัวเองในโลกการทำงาน บางคนโชคดีมีหัวหน้า หรือรุ่นพี่ที่ทำงานคอยแนะนำ ชี้แนะ แต่อีกหลายคนไม่มีคนช่วยเตือน รอวันพลาด ก่อนโดนรับน้องชุดใหญ่ คงจะดีไม่น้อย ถ้ามีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ ตอนที่ก้าวสู่โลกการทำงาน เพราะคำแนะนำดี ๆ อาจทำให้ชีวิตการทำงานของเราพัฒนาไปก้าวกระโดดอย่างคาดไม่ถึง แต่ใครล่ะที่น้อง ๆ จะขอคำปรึกษาได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นคนรอบตัวที่รู้จัก รุ่นพี่ที่เรียนมาด้วยกัน ซึ่งอาจไม่เห็นภาพกว้าง หรือมีประสบการณ์มากพอจะให้คำแนะนำ ส่วนตัวก็มีน้อง ๆ มาขอคำแนะนำอยู่บ้าง แม้จะให้คำแนะนำไปตามประสบการณ์ที่พอมี แต่เชื่อว่าคงจะดีกว่า ถ้าเราขอคำแนะนำจากผู้บริหารระดับสูง หรือ HR ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาโชกโชนทั้งไทย และต่างประเทศ นี่จึงเป็นที่มาของ project เล็ก ๆ ที่ผมตั้งใจรวบรวมคำแนะนำ เพื่อเป็นของขวัญแบบ pay it forward เนื่องในเดือนสิงหาคมเป็นเดือนเกิดของตัวเอง คำถามที่ผมส่งไปหาผู้บริหารคือ What would be your one career advice for…

  • เทคนิคหางานที่ใช่ด้วย 5E

    ใครๆ ก็อยากเจองาน หรืออาชีพที่ใช่ งานที่เป็น life’s calling ของตัวเอง แต่จะเริ่มจากตรงไหน ต้องทำอย่างไรบ้างล่ะ ผมอ่านเจอเทคนิค 5 E จากหนังสือ The Lemonade Life: How to Fuel Success, Create Happiness, and Conquer Anything ของ Zack Friedman ซึ่งเห็นว่าน่าสนใจ เลยเก็บมาเล่าและขยายความต่อ Explore ขั้นแรกของการหางานที่ใช่ คือ การเปิดโลกของตัวเองเรื่องงาน ว่าปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้นี้ มีงานอะไรในโลกบ้าง อย่ามองแต่งานที่เรารู้จัก หรืองานที่ตรงกับที่เรียนมาเท่านั้น ถ้าคุณอยู่ในองค์กรแล้วก็อาจจะทำความรู้จัก และเข้าใจว่าตำแหน่งงานต่างๆ เขาทำอะไรกันบ้าง ถ้าเราสนใจ เราสนใจตรงส่วนไหนของงานนั้น ถ้าไม่สนใจ ทำไมถึงไม่สนใจ การ Explore เป็นการเปิดโอกาสให้เห็นความเป็นได้ ทำความเข้าใจกับทั้งงานตรงสาย งานไม่ตรงสาย งานในอุตสาหกรรมที่เราอยู่ และต่างอุตสาหกรรม งานประจำ งาน freelance…

  • 4 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการทำ Talent Analytics

    ในยุคปัจจุบันที่ HR เริ่มตื่นตัวก้าวข้ามงานแบบ admin เปลี่ยนมาเป็น business partner กับธุรกิจ เราจะเริ่มเห็นการใช้ตัวเลข หรือข้อมูล ตัววัดต่างๆ เข้ามาช่วยงาน HR เพื่อวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจมากขึ้น Talent Analytics ก็เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ข้อมูลด้านต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อประเมินหา Talent ขององค์กรสำหรับการเลื่อนขั้น และพัฒนาเพื่อเป็นกำลังสำคัญของบริษัทต่อไป ตัวอย่างของข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา เช่น ประวัติผลการประเมินผลงาน ประวัติการหมุนเวียนงาน ข้อมูลยอดขาย ผลจาก 360 feedback คะแนนทดสอบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลยิ่งมากยิ่งดีสำหรับประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้าเราดูแค่ข้อมูลอย่างเดียว เราก็มีโอกาสที่จะประเมิน Talent พลาดไปได้ สิ่งที่ HR ควรจะระวัง และพิจารณาในการทำ Talent Analytics ซึ่งผมอ้างอิงจากหลักสูตร People Analytics ของ Wharton มีอยู่ 4 ปัจจัย คือ 1. Context…

  • My takeaways จากงาน Education Disruption Conference 2018

    เรื่องการศึกษาเป็นหัวข้อที่ตัวผมเองให้ความสำคัญมาก เมื่อพี่กระทิงจัดงาน Education Disruption Conference 2018 จึงไม่อยากพลาดโอกาสที่จะเปิดมุมมองตัวเองด้วย ยิ่งได้เห็น agenda ที่น่าสนใจทั้งวัน แต่ด้วยความรับผิดชอบ ทำให้มาร่วมงานได้ช่วงหลังเบรคตอนบ่าย แต่กระนั้นก็ยังได้ความรู้ และมุมมองใหม่ๆ กลับไปไม่น้อยจากงาน ผมสรุป takeaway มาฝากเผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่ไม่มีโอกาสได้ไปร่วมงาน โดยเขียนเป็นข้อๆ จากสิ่งที่ผมฟังบวกการตีความส่วนตัวในแต่ละช่วงที่ผมฟัง ถ้าจะเข้าใจผิดจากคนพูดอย่างไร ก็ให้เป็นที่การตีความผิดของผมเองนะครับ Disrupting and Driving Efficiency in School Operation by  Mr. Wicharn Manawanitjarern, CEO of Taamkru งานหลายๆ อย่างของคุณครูเช่น การตรวจข้อสอบ หรือการเช็คชื่อนักเรียน เป็นงานที่ซ้ำซ้อน กินเวลามาก แถมยังไม่มีประสิทธิภาพจาก human error อีกด้วย การใช้ technology เข้ามาช่วยสามารถ free up เวลาของคุณครูได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และลดความซ้ำซ้อน และความผิดพลาดของงานได้ดีมาก Technology for All:…

  • |

    Manager as Coach Workshop: คุณรู้จักการโค้ชรึปล่าว?

    “จากสเกล 0-100 คุณคิดว่าคุณเป็นโค้ชที่ดีแค่ไหน?” คุณ Craig McKenzie ซึ่งเป็น Master coach และ facilitator ของ Workshop ได้โยนคำถามนี้ก่อนเริ่มการสอนแก่ผู้บริหารระดับสูงประมาณ 25 คน ให้มายืนเรียงกันตามลำดับความมั่นใจในการโค้ชของตัวเอง จากการกะด้วยสายตา ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองเป็นโค้ชที่ดีประมาณ 25-50% แต่หลังจากที่รู้ว่าการสั่ง การบอก การสอนลูกน้อง ไม่ถือว่าเป็นการโค้ช หลายคนถอยกราวลงมาเหลือไม่ถึง 25% คุณ Craig บอกว่าการโค้ชเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่ภายใต้การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ ซึ่งผ่านกระบวนการอย่างเป็นระบบของ การตั้งเป้าหมาย การเริ่มหรือเปลี่ยนการกระทำที่จะปรับพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ทบทวนว่าพฤติกรรมที่เราเปลี่ยนส่งผลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนแรกอย่างไร ดูจากนิยาม ผมก็ไม่ได้แปลกใจหรือต่างจากที่คิดเท่าไหร่ ตลอด workshop 2 วัน ผมได้เรียนรู้ทั้งเนื้อหาผ่านกิจกรรม และแบบฝึกหัดต่างๆ รวมถึงเทคนิคการนำเสนอที่เข้าขั้นเทพมาก (ในฐานะที่เป็น Trainer เหมือนกัน) แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ใหม่จาก workshop นี้มีจริงๆอยู่ 2-3 เรื่อง คนที่เป็นโค้ชไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในรายละเอียดของปัญหา เพราะโค้ชไม่ใช่คนตอบคำถาม หรือรู้ทุกเรื่อง โค้ชมีหน้าที่ถามคำถาม ให้อีกฝ่ายได้คิด…

  • The Learning Spiral: เพราะการเรียนรู้ไม่ใช่เส้นตรง

    You cannot absorb other people’s knowledge. You must create your own. – Klas Mellander ผมมีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาโต๊ะกลมหัวข้อ “LEARN OR LOSE in the age of digital disruption” ซึ่งจัดโดย ENPEO ร่วมกับ OMEGAWORLDCLASS โดย highlight อยู่ที่คุณ Klas Mellander co-founder และ Chief Designer ของบริษัท Celemi จากสวีเดน ซึ่งผมรู้จักผลงานผ่าน Business Simulation Board Game มาหลายปี ถือได้ว่าเป็นกูรูด้าน Learning Design คนหนึ่งของโลก ในการสัมมนามีการพูดถึงการเรียนรู้ในโลกยุค Digital Disruption ที่ในด้านหนึ่ง คนทำงานก็มีเวลาน้อยลงสำหรับการเรียนรู้แบบ Formal Learning…

5 Comments

  1. อ่านแล้วสะดุ้งโหยงเลย (=__=)

  2. สะดุ้งตอนที่ยังมีเวลาเตรียมตัว ยังดีกว่ารู้เมื่อสายนะครับ ^^

  3. สถานการณ์นี้ในเมืองไทยก็เกิดขึ้นแล้วครับ เด็กเรียนจบตรีทุกวันนี้เกือบทั้งหมดหาที่เรียนต่อโทแบบภาคบังคับเลย เว้นแต่พวกที่ได้งานรอแล้วตั้งแต่ก่อนเรียนจบ กลายเป็นว่าทุกวันนี้ ยิ่งเรียนน้อยยิ่งตกงานยากครับ ยิ่งเรียนมากยิ่งตกงาน

  4. ปัญหาดูงูกินหางนะครับ นายจ้างหาคนที่วุฒิสูงกว่าความต้องการ เพราะคิดว่าเด็กคุณภาพด้อยลง เด็กก็เรียนสูงเพื่อจบมาเจอว่ามีแต่งานที่ไม่ตรง และต้องเรียนต่อเพื่อหางานระดับเริ่มต้น

  5. ในตลาดจริงๆ จะเจอปัญหาสองสามเรื่องเป็นหลักครับ
    – การเลือกงานของแรงงานที่สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป
    – การขาดแรงงานวิชาชีพ
    – ภาวะการดูดผู้จบด้านวิชาชีพไปเรียนต่อระดับบปริญญา
    ไอ้หนึ่งกับสามมันล้อกันอยู่ครับ

    ทุกวันนี้สายงานช่างแทบหาคนทำงานไม่ได้เลย เพราะเป็นงานใช้ทักษะ
    ใช้แรงงานต่างด้าวแทนก็ไม่ได้ ราคาช่างอย่างวางระบบท่อ ประปา ไฟฟ้า
    เลยกลายเป็นรับงานแบบเหมาแทนที่จะจ่ายรายวันหรือเงินเดือนไปแล้ว
    เพราะช่างที่คุมงานได้จะได้รับงานได้หลายแห่งพร้อมกัน
    ตรงนี้เป็นเรื่องน่าห่วงนะครับ เพราะเป็นงานทักษะที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *