อย่าพลาดแบบนี้นะน้องๆ Gen Y

Cute Girl And Concerned Parent

สัปดาห์ที่ผ่านมาได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องๆ Gen Y เกี่ยวกับการทำงานที่ฟังแล้วเสียดายแทนโอกาสในอนาคต เลยเก็บมาเล่าเป็นข้อคิดให้ลองคิดดูนะครับ

ตัวอย่างที่ 1

น้องฝึกงานจบ พี่ HR โทรไปขอบคุณ และสรุปผลการประเมิน ซึ่งน้องคนนี้ทำไม่ได้ดีเท่าไหร่

ก่อนวางสาย พี่ HR บอกว่าขอให้ feedback น้องได้มั้ย?

ปรากฏว่าน้องวางสายใส่เลย…

 

ตัวอย่างที่ 2

ผู้จัดการนัดผู้สมัครมาสัมภาษณ์งาน

เมื่อถึงเวลาเห็นยังไม่มาผู้จัดการเลยโทรไป เพราะคิดว่าอาจจะมาช้าเพราะรถติด

ปรากฏว่า คนสมัครลืมไปแล้วว่ามีสัมภาษณ์วันนี้

แถมบอกว่าได้งานอีกที่แล้ว เลยไม่ได้สนใจจะมา ก่อนจะวางหูไป

โดยไม่รู้สึกผิดหรือขอโทษซักคำ

 

ตัวอย่างที่ 3 

น้องคนเก่งไฟแรง ผ่านสัมภาษณ์ทุกอย่างเรียบร้อย

พอได้จดหมาย offer ไป กลับถามเรื่องของผลประโยชน์ตัวเองเล็กน้อยเพิ่มเติม จากที่ตกลง

มีการส่งเมล โต้ตอบกัน จนสุดท้ายบริษัทเปลี่ยนใจ

 

ตัวอย่างสั้นๆทั้ง 3 ตัวอย่าง ผมฟังแล้วก็เสียดาย…

เสียดาย โอกาสที่จะเรียนรู้ว่าตัวเองควรปรับปรุงอะไร (ตัวอย่างที่ 1)

เสียดาย โอกาสที่จะได้ร่วมงานกับบริษัทในอนาคต (ตัวอย่างที่ 2)

และ เสียดาย โอกาสที่จะได้งานทั้งๆที่ดูไม่น่าจะพลาด (ตัวอย่างที่ 3)

 

ผมเชื่อว่าน้องๆรุ่นใหม่มีความมั่นใจในความสามารถตัวเอง แต่อยากให้มองไกลๆ เอาใจเขามาใส่ใจเรา

ลองคิดดู…

ถ้าน้องเป็น HR ที่หวังดีอยากจะให้ feedback เพื่อปรับปรุง เพื่อการทำงานในอนาคต

ถ้าน้องเป็นผู้จัดการที่ใช้เวลาทำการบ้านศึกษาข้อมูลของผู้สมัครและกันเวลาไว้สัมภาษณ์แทนที่จะทำงานอย่างอื่น

หรือ ถ้าน้องเป็นครอบครัวที่คาดหวังรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากงานใหม่จะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว

 

น้องจะยังทำแบบนี้มั้ย?

 

________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [คุยแบบชัชๆ] #005: Magali Simon

    คนเก่งหรือ Talents เป็นทรัพยากรสำคัญที่ทุกองค์กรพยายามสร้างและรักษาไว้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่านิยาม Talents และคุณสมบัติที่องค์กรข้ามชาติใหญ่ ๆ มองหาคืออะไร เพื่อที่คุณจะได้ปรับไปพัฒนาตัวเองต่อได้ วันนี้ผมได้รับเกียรติ [คุยแบบชัชๆ] คุณ Magali Simon ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท BASF บริษัทผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำของโลก ปัจจุบันคุณ Magali ดำรงตำแหน่ง Vice President Talent Development, Learning and perspectives รับผิดชอบการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และศักยภาพพนักงานของบริษัทจำนวนกว่า 17,000 คน ในเอเชียแปซิฟิก บทสัมภาษณ์นี้ ผมแปลจากภาษาอังกฤษเพราะไม่อยากให้คนไทยที่อาจไม่ถนัดภาษาอังกฤษพลาดโอกาสสัมผัสมุมมองจากผู้บริหารต่างชาติ ถ้าอ่านแล้วสะดุด สำนวนไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร ผมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ (มือใหม่หัดแปล) _____________________________________________________________________________ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ วัฒนธรรมการโค้ชกับโลกธุรกิจ นิยามของ Talents ในมุมมองขององค์กรข้ามชาติ สิ่งที่มองหาในตัว Talents เทคนิคการพูดให้คนอื่นฟังในองค์กรขนาดใหญ่ การรักษาทัศนคติบวกเวลาประสบปัญหาหรืออุปสรรค 1 อย่างที่แนะนำให้คนเอเชียรุ่นใหม่ที่ทำงานในองค์กรข้ามชาติ _____________________________________________________________________________

  • |

    Career Planning: Do you have a plan?

      ช่วงนี้มีผู้บริหารระดับสูงมาเยี่ยมชมที่โรงงานของเราบ่อย ผลพลอยได้อย่างหนึ่งนอกจากต้องเตรียมทำ presentation (และปลูกผัก) นั่นก็คือได้ฟังผู้ใหญ่ coach ในเรื่องต่างๆที่น่าสนใจ ล่าสุดคุณ Bruce William จาก HR ได้มาเล่าสู่กันฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการวางแผนอาชีพ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งทั้งสำหรับบริษัทที่สามารถย้ายงานข้ามสายงานได้ และ promote from within และต้องการดึงดูดพนักงานที่เก่งๆให้อยู่กับบริษัทนานๆ ขณะเดียวกันก็สำคัญสำหรับพนักงานที่ต้องการจะเติบโตขึ้นไปในองค์กร และตอบสนองความต้องการของตัวเอง สิ่งแรกที่เราควรรู้เกี่ยวกับการวางแผนอาชีพ ซึ่งคุณ Bruce Williams ได้ย้ำหลายรอบคือ Nobody cares more about your career than you do! – Bruce Williams

  • ผู้นำกับกัปตันเรือ

    คุณคิดว่า ผู้นำที่ดีในทีมควรเป็นอย่างไร? วันนี้ผมมีโอกาสได้คุยกับหัวหน้าเรื่องนี้ หัวหน้าตอบได้ประทับใจมากเลยขอเก็บมาเล่าแบ่งปันต่อนะครับ หัวหน้าบอกว่า ผู้นำที่ดีในทีมควรเป็นเหมือน กัปตันเรือ กัปตัน เป็นคนกำหนด และตัดสินใจว่าจะพาเรือไปในทิศทางไหน คนในเรือเห็นอะไร หรือได้ข้อมูลอะไรที่คิดว่ากัปตันไม่เห็น หรืออาจทำให้ตัดสินใจผิด ก็ที่หน้าที่บอก แต่สุดท้าย กัปตันต้องเป็นคนตัดสินใจ ถ้ามีปัญหา เรื่อรั่ว เจอพายุ หรือพาหลงทาง กัปตันควรรีบยอมรับว่าตัดสินใจผิด แล้วทุกคนในเรือรวมทั้งกัปตันต้องช่วยกันอุด และประคองเรือไปให้รอดฝั่ง ปัญหาที่เจอส่วนใหญ่ คือ กัปตัน ไม่ยอมตัดสินใจ เพราะกลัวตัดสินใจผิด พอเจอพายุหรือหินโสโครกก็โทษลูกเรือว่าไม่บอก หรือทำหน้าที่ตัวเองไม่ดี หรือในอีกกรณีคือ ลูกเรือบอกข้อมูลกัปตัน แต่กัปตันไม่ฟัง แต่มั่นใจว่าตัวเองถูกแน่ๆ เลยตัดสินใจแทน ซึ่งแม้เรื่องที่ตัดสินใจจะถูกจริงๆ ทำให้เรือถึงฝั่ง แต่ก็ไม่ถูก เพราะการตัดสินใจสุดท้ายจริงๆต้องเป็นกัปตันเสมอ  แน่นอน กัปตันต้องรับผิดชอบ ถ้าสุดท้ายกัปตันตัดสินใจผิดทำให้เรือล่ม แม้จะมีข้อมูลที่ถูกต้องจากลูกเรือ จะมาโยนความผิดให้ลูกเรือไม่ได้ทุกกรณี ลองมองกลับไปดูว่าตอนนี้ผู้นำในทีมของคุณเป็นกัปตันแบบไหน? หรือว่าคุณเป็นกัปตันเอง คุณกำลังนำเรือไปทางไหน? ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋ง ๆ คำถามโดน…

  • กว่าจะเรียนจบก็สายไปแล้ว

    ไม่แน่ใจว่านิสิต นักศึกษาที่เพิ่งจบตอนนี้หางานยาก มากน้อยแค่ไหน? วันก่อนผมทานข้าวกับน้องคนสิงคโปร์คนหนึ่งที่เพิ่งจบปริญญาตรี และมาร่วมทีมในฐานะพนักงานสัญญาจ้าง เลยชวนคุยเรื่องสถานการณ์ของเด็กจบใหม่ที่นี่ สิ่งที่ผมได้ยิน ถือว่าสถานการณ์ของบัณฑิตใหม่ที่สิงคโปร์ไม่ค่อยดีนัก บัณฑิตใหม่ใช้เวลาหางานเฉลี่ย 6-8 เดือนก่อนจะได้งานแรก ซึ่งเป็นทุกสาขา รวมถึงมหาวิทยาลัยชื่อดัง ตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ก็มีแต่งานด้านบริการ ใน fast food chain ซึ่งเด็กมัธยมก็ทำได้ บริษัทส่วนใหญ่ต้องการคนที่ประสบการณ์ 5-8 ปี ตำแหน่งที่เปิดสำหร้บคนที่ประสบการณ์ไม่พอจะเป็นในรูป พนักงานสัญญาจ้าง 6 เดือน – 2 ปี พ่อแม่เริ่มกดดัน เด็กก็เริ่มเครียดหลังจากจบแล้วหางานไม่ได้ สุดท้ายหลายคนหางานไม่ได้ เลยตัดสินใจเรียนต่อโท ผมมองว่าภาพนี้จะเหมือน time machine เล็กๆที่จะสะท้อนสภาพการจ้างงานของบัณฑิตใหม่ของไทยในอนาคตอันใกล้ อย่าลืมว่าเด็กในสิงคโปร์ส่วนใหญ่พูดได้คล่องทั้งอังกฤษ และภาษาท้องถิ่น (จีน, มาเลย์, ฯลฯ) ยังมีปัญหาในการหางาน เชื่อว่าการแข่งขันหลังเปิด AEC โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติคงแข่งขันกันมันกว่าตอนนี้แน่นอน

  • |

    สะกดชื่อภาษาอังกฤษยังไง ไม่ให้ไก่กา

      คุณสะกดชื่อภาษาอังกฤษตัวเองอย่างไร? อย่างผมก็ C-H-U-T-C-H-A-P-O-L ในการทำงาน ผมเชื่อว่าคุณได้มีโอกาสสะกดชื่อ หรืออย่างน้อยก็อีเมลให้คนอื่นฟังแน่ๆ ปัญหาของการสะกดแบบทีละตัวคือ เสียงของหลายตัวอักษรอาจคล้ายกันจนคนฟังไม่แน่ใจต้องถามซ้ำ D หรือ E P หรือ T ถ้าออกเสียงไม่ชัด สัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี หรือคนที่มีชื่อภาษาอังกฤษ หรืออีเมลยาวๆ โอกาสฟังผิดก็ยิ่งสูงขึ้น อีเมลของผมที่บริษัทให้มีทั้งชื่อ และนามสกุลเต็ม รวมแล้ว 24 ตัวอักษรไม่รวมชื่อบริษัท ตามด้วย .com อีก เวลาสะกดเสร็จแล้ว พออีกฝ่ายทวนแล้วสะกดผิด จะชวนหงุดหงิดไม่น้อยเพราะต้องสะกดตั้งแต่ต้นใหม่ (ขอจิบน้ำแป๊บ) วิธีหนึ่งที่จะช่วยคุณได้คือ เวลาสะกดอักษรทีละตัวนั้น ให้มีคำศัพท์ต่อท้ายเพื่อแยกแยะตัวอักษรได้ชัดเจน แต่ปัญหาที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นปัญหาคือ แล้วจะใช้คำอะไรต่อท้ายตัวอักษรนั้นดี

  • |

    การประเมินผลงานประจำปีควรเทียบกับอะไร?

    “การประเมินผลงานจะให้เทียบกับอะไร ถ้าไม่ใช่เป้าหมาย?” ผมตอบไปอย่างไม่ลังเลกับคำถามที่หัวหน้าเปิดประเด็นมา “จริงเหรอ?” คำตอบสั้นๆ ของหัวหน้าทำให้ผมลังเล แล้วหัวหน้าแชร์และแลกเปลี่ยนความเห็นกันเรื่องการประเมินผลงาน ซึ่งทำให้ผมมองเห็นอีกมุมของงานวัดผลงานเทียบกับเป้าหมายที่ตั้ง ซึ่งผมเชื่อว่าองค์กรส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ ถามว่าจุดอ่อนของการประเมินผลเทียบกับเป้าหมายคืออะไร? สมมติง่ายๆ เช่น ปีที่แล้วนาย ช. ทำยอดขายได้ 100 บาท ปีนี้บริษัทต้องการโต 15% เลยกำหนดเป็นเป้าหมายให้ นาย ช. ขายให้ได้ 115 บาท แต่จบปี นาย ช. ขายได้ 112 บาท ถ้าประเมินผลเทียบกับเป้าหมาย แน่นอนว่า นาย ช. ทำไม่ได้ดีตามความคาดหวัง ซึ่งอาจจะกระทบกับเงินเดือนที่จะขึ้น การเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น ถามว่า นาย ช. ไม่เก่งใช่มั้ย? ถามว่า บริษัทจะกระตุ้น (motivate) นาย ช. ที่ผิดหวังจากการพยายามทำงานเต็มที่จนดีกว่าปีที่แล้ว 12% แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไร? ถามว่า เป้าหมายนี้ใครตั้ง? ผู้จัดการ?…

2 Comments

  1. ผมเจอมาหลายรูปแบบมากเลยครับพี่ชัช นัดแล้วไม่มา ไม่โทรบอก ไม่รู้สึกผิด สัมภาษณ์แล้วนัดเซ็นสัญญาแล้วไม่มาบ้าง ไม่บอกกล่าว ทำให้เสียเวลากันไป

  2. เสียเวลาไม่เท่าไหร่ เสียความรู้สึกมากกว่า คิดว่าน้องๆหลายคนคงคิดว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องติดต่อกลับบริษัทนี้อีกแล้ว แต่โลกปัจจุบันมันเล็กกว่าที่คิด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *