The Learning Spiral: เพราะการเรียนรู้ไม่ใช่เส้นตรง

You cannot absorb other people’s knowledge. You must create your own.

– Klas Mellander

ผมมีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาโต๊ะกลมหัวข้อ “LEARN OR LOSE in the age of digital disruption” ซึ่งจัดโดย ENPEO ร่วมกับ OMEGAWORLDCLASS โดย highlight อยู่ที่คุณ Klas Mellander co-founder และ Chief Designer ของบริษัท Celemi จากสวีเดน ซึ่งผมรู้จักผลงานผ่าน Business Simulation Board Game มาหลายปี ถือได้ว่าเป็นกูรูด้าน Learning Design คนหนึ่งของโลก

ในการสัมมนามีการพูดถึงการเรียนรู้ในโลกยุค Digital Disruption ที่ในด้านหนึ่ง คนทำงานก็มีเวลาน้อยลงสำหรับการเรียนรู้แบบ Formal Learning ซึ่งการงานวิจัยหนึ่งระบุว่า พนักงานมีเวลาเรียนเฉลี่ย 24 นาที / สัปดาห์ และอีกด้านหนึ่งเรากำลังเผชิญกับความรู้ และทักษะใหม่ๆ ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วจนทำให้ Half-life ของทักษะต่างๆ ในปัจจุบันที่เราเรียนมาอยู่ที่ 5 ปี และกำลังลดลงเรื่อยๆ

Online vs. Offline Learning

หลายคนคงคิดว่า Digital Learning Platform เช่น eLearning, mLearning จะมาตอบโจทย์ปัญหาการเรียนรู้ในยุค digital disruption เพราะตอบโจทย์ในแง่การเรียนรู้เมื่อไหร่ก็ได้ (on-demand) และเป็นการเรียนตอนละสั้นๆ (Bite-size Learning) ไม่เสียเวลามาก ซึ่งเป็นข้อดี และเหมาะสำหรับการเรียนรู้ทักษะพื้นฐาน หรือ Functional Skill ในการทำงานส่วนใหญ่

แต่การเข้ามาของ Digital Learning Platform ก็ไม่ได้จะแทนที่ Classroom Training หรือ Workshop ที่เราคุ้นเคยได้ทั้งหมด เพราะการเรียนรู้ Human Skill หรือ Soft Skill เช่น ทักษะการสื่อสาร หรือทักษะการเป็นผู้นำ ถ้าจะเรียนรู้ให้ได้ผลดี จำเป็นต้องมีประสบการณ์ปฏิสัมพันธ์กัน (Human Interaction)

ดังนั้นถ้ามองแนวโน้มการเรียนรู้ในอนาคต เราจะเห็นการใช้ Digital Learning Platform มากขึ้นโดยเฉพาะกับพนักงานแรกเข้า จนถึงผู้บริหารระดับกลาง ก่อนจะค่อยๆ ลดลง โดยมีการเรียนรู้แบบ face-to-face เข้ามาเพิ่มขึ้นจนถึงระดับผู้บริหารระดับสูง ที่การเรียนรู้ทั้งหมดแทบจะเป็นผ่าน workshop ที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของแต่ละกลุ่ม หรือแต่ละบุคคล

Intuitive Learning

ประเด็นหนึ่งที่คุณ Klas แชร์ที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากคือการออกแบบการเรียนรู้ ตามธรรมชาติการเรียนรู้ของมนุษย์ แล้วถอดบทเรียนเป็นสิ่งที่ใช้ในการออกแบบ

ถ้าลองนึกถึงเวลาเราได้ของขวัญเป็น Gadget ใหม่จนถึงเข้าใจและสนุกกับการเล่นได้ จะผ่าน 5 ขั้นตอน ซึ่งถ้าสะดุดที่ขั้นไหน การเรียนรู้ก็จะไม่สมบูรณ์ เมื่อถอดเป็นกระบวนการเรียนรู้จะได้ว่า

  1. ถ้าหัวข้อต้องน่าสนใจ และเห็นประโยชน์จากการเรียนรู้นั้น

  2. เนื้อหาที่เข้าใจง่าย ไม่ทำให้สับสน

  3. กระตุ้นให้คนเรียนอยากรู้เพิ่มเติม และช่วยเชื่อมโยงกับองค์ความรู้ที่มีอยู่ (connect the dots)

  4. เข้าใจผ่านการลงมือทำ และเป็นภาพใหญ่ของการเรียนรู้นี้

  5. ได้นำความรู้ที่ได้ใหม่ไปปฏิบัติ

ผมเชื่อเช่นกันว่าการเรียนรู้ที่ดี ต้องไม่ฝึนกับธรรมชาติการเรียนรู้ของเรา ถ้าใครจะหลักนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้เรียนไม่น้อย

The Learning Spiral

สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือ การเรียนรู้ไม่ใช่การทำครบ 5 องค์ประกอบแล้วจบ แต่ต้องประเมินว่าการเรียนรู้นั้นคุ้มค่า หรือตอบโจทย์ของเราหรือไม่ ถ้าใช่เราก็กลับมาเรียนรู้เพิ่มเติมเป็น Loop ใหม่ไปเรื่อยๆ โดยความรู้ และทักษะของเราก็จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็น The Learning Spiral

นอกจากเรื่อง The Learning Spiral คุณ Klas จะพูดถึงเรื่องอุปสรรคการเรียนรู้และมีโอกาสได้ทดลอง Business Simulation สั้นๆ เพื่อเข้าใจการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning) ทำให้ผมและคนที่เข้าร่วมงานได้เข้าใจภาพมากขึ้น

หลังจากจบ session ผมมีโอกาสได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกับคุณ Klas ทำให้รู้ว่าแม้ว่าปีนี้แกจะอายุ 73 ปีแล้ว แต่ยังคงความอยากรู้ อยากเห็นแบบเด็ก และเปิดใจในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ อย่างน่าแปลกใจ และยังมีไหวพริบดีเยี่ยม มีมุกแพรวพราวมากอีกด้วย :)


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • Roundtable Lunch: Solving the Talent Crisis (part 2/2)

    หลังจากที่ Mr. Mark Allin แบ่งปัน Insights from the Global Workforce ในช่วงแรก ก็เป็นช่วงของ Panel โดยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ ประกอบด้วย Panellist Mr. Ng Cher Pong, Chief Executive, Singapore Workforce Development Agency (WDA) Mr. Mark Allin, President and CEO, Wiley Ms. Tricia Duran, HR Director, Unilever Asia Dr. Winter Nie, Professor of Operations and Service management, IMD Ms. Wong Su-Yen, CEO,…

  • |

    30 second MBA

    ช่วงนี้งานเข้าติดกัน ทำให้ยังไม่สามารถปลีกตัวมาเขียนได้บ่อยๆเหมือนเดิม… ต้องขออภัยแฟนๆที่ติดตามและถามว่าเมื่อไหร่จะอัพเดตblog ซะที มา ณ ที่นี้ด้วย… _________________________ วันนี้ไปเจอเวปที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบริหาร ของ FastCompany ชื่อว่า 30 second MBA เหมาะสำหรับคนที่เวลาเป็นสิ่งมีค่าอย่างพวกเรา เพราะแต่ละคลิปแค่ 30 วินาทีเท่านั้น โดยแต่ละ่อาทิตย์จะมีโจทย์คำถามเกี่ยวกับการบริหารต่างๆ แล้วให้ CEO บริษัทต่างๆมาตอบภายใน 30 วินาที วันละคน เพราะฉะนั้น ก็มีแต่เนื้อๆ น้ำไม่เกี่ยว ถ้าสนใจก็คลิ้กดูที่รูปได้เลยครับ…

  • ไต่บันไดงานอย่างมีความสุข

    มนุษย์เงินเดือนแทบทุกคนย่อมมีความฝันที่จะก้าวหน้าในอาชีพการงานของตนทั้งนั้น จะก้าวเร็วก้าวช้า ก็แล้วแต่ความสามารถ และโอกาสจะเอื้ออำนวย ถ้าสามารถก้าวหน้าอย่างมีความสุขด้วยนี่ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ผมได้เจอเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง เป็นอาตี๋มาจากเมืองจีน ทำงานตึกเดียวกัน ก็ทักทายกันบ้าง แตไม่เคยได้เวลาได้คุย ทำความรู้จักกันเท่าไหร่ จนกระทั่งผมกลับไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา น้องที่รู้จักลากมาทานข้าวด้วย ถึงได้รู้ถึงว่าไม่ธรรมดา ของอาตี๋คนนี้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของบริษัท และธุรกิจ อาตี๋ (เจ้าตัวยอมรับชื่อนี้แต่โดยดี) ก้าวหน้าได้รับโปรโมทถึง 3 ครั้งในเวลาที่อยู่กับบริษัทมา 8 ปี แถมล่าสุดบริษัทส่งมาเป็น Expat ที่เมืองไทยในช่วงที่บริษัทกำลังควบคุมค่าใช้จ่าย ที่เด็ดสุด คือ เขาทำงานอย่างมีความสุข ครับ ผมไม่เคยเห็นหน้าของอาตี๋คนนี้ไม่เปื้อนยิ้มเลย (แต่ปาดน้ำตาไปแล้วรึปล่าว อันนี้ไม่แน่ใจ ^^”) อะไรจะถูกหวยในการทำงานได้ขนาดนี้! อย่ากระนั้นเลย เมื่อเจอคนที่น่าสนใจแบบนี้ ผมก็ไม่พลาดที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด และสกัดเอาประเด็นที่น่าสนใจมาแบ่งปันกัน ผมขอดึงเอาประโยคเด็ดๆที่อาตี๋คนนี้พูด แล้วมาเล่าขยายความให้ฟังนะครับ

  • เรื่องตลกซ้ำๆที่ขำไม่ออก

    ระหว่างประชุม ผู้จัดการเล่าเรื่องตลกให้ทีมฟัง เนื่องจากเรื่องมันโดน หรือลีลาการเล่าขั้นเทพ ทำให้ทุกคนอดหัวเราะไม่ได้  หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลอยู่นาน หลังจากที่ทุกคนหยุดหัวเราะ ผู้จัดการเล่าเรื่องตลกเรื่องเดิมใหม่ครั้งที่สอง คนส่วนใหญ่ก็ยังหัวเราะอยู่ พอคนหยุดขำ หัวหน้าก็เริ่มเล่าเรื่องตลกเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สาม ด้วยลีลา จัดเต็มเหมือนเดิม ยังพอได้ยินเสียงขำอยู่บ้าง แม้คนส่วนใหญ่จะเริ่มฟังแล้วเฉยๆแล้ว แต่ท่านผู้จัดการยังไม่หยุดอยู่แค่นั้นเท่านั้น ทุกครั้งที่คนหยุดหัวเราะ ผู้จัดการก็เล่าเรื่องตลกเรื่องเดิมใหม่ ครั้งที่สี่ ห้า และหก อย่างที่พอจะเดาได้ คนที่นั่งฟัง ไม่เพียงเริ่มไม่ขำ ไม่หัวเราะ หลายคนหงุดหงิด รำคาญจนอยากลุกหนี ไม่เข้าใจว่าผู้จัดการเป็นอะไร เล่าตลกมุกเดิมๆซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า สุดท้ายมีหนุ่มคนหนึ่งรวบรวมความกล้า ยกมือถามผู้จัดการว่า “หัวหน้าสบายดีรึปล่าวครับ? ทำไมเล่าเรื่องตลกเรื่องเดิม ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้” ผู้จัดการอารมณ์ดีตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆว่า “อ่าว แล้วเรื่องที่ผมเล่า ไม่ขำหรอกหรือ?” พนักงานอีกคนยกมือ ลุกขึ้นตอบว่า “เรื่องตลกของหัวหน้า ขำสุดยอดเลย แต่ผมขอพูดตรงๆนะครับ หลังจากฟังเรื่องตลกที่หัวหน้าเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีก มันเริ่มไม่ขำ แถมยังทำให้ทุกคนทั้งหงุดหงิด และอึดอัดอีกครับ” ผู้จัดการได้ยินเช่นนั้นก็ยังใจเย็น ตอบกลับเรียบๆ “นี่ขนาดเรื่องตลกเรื่องเดิมที่ทำให้คุณขำตกเก้าอี้ตอนแรก พอเล่าซ้ำๆยังทำให้คนหงุดหงิดได้ขนาดนี้ ลองนึกดูเวลาผมฟังปัญหา ความผิดพลาด เดิมๆ…

  • |

    Leadership Lesson from Daniel Myers

      วันอังคารที่ผ่านมามีโอกาสฟังคุณ Daniel Myers ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทพูดในหัวข้อผู้นำในอนาคต โดยส่วนตัวรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่ได้ฟังประสบการณ์ตรงจากผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทุกครั้งก็จะได้มุมมองใหม่ๆกลับมาพัฒนาตัวเอง ครั้งนี้ก็เช่นกัน… ตาของผู้นำ ตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่ตาของผู้นำสามารถบอกอะไรได้มากกว่านั้น เพราะทุกคนมองมาที่ผู้นำของตน ลองมองดูตาตัวเองในกระจก คุณเห็นอะไร?

  • | |

    มืออาชีพและบันได 5 ขั้นของความสามารถ

    คุณนิยาม มืออาชีพ ว่าอย่างไร? ระหว่างที่ฟังคุณวิเชียร จึงวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการของ CP Retailink เล่าเรื่องการบริหารคนในองค์กร ท่านก็ถามผมขึ้นมา ซึ่งผมก็คิดซักพักแล้วตอบอย่างกระอ้อมกระแอ้มว่า มืออาชีพน่าจะเป็นคนที่มีความสามารถ รู้หน้าที่ และทำตามมาตรฐานที่องค์กรคาดหวังได้ดี ทำให้สิ่งที่ควรทำโดยไม่อิงกับความรู้สึกของตัวเอง ท่านฟังแล้วพูดขึ้นว่า ในมุมของท่าน มืออาชีพ คือ บุคคลที่สมควรได้รับค่าจ้าง คุณวิเชียรคงเห็นผมนั่งนิ่ง อ้าปากค้างเลยขยายความต่อว่า มืออาชีพคือคนที่มีความสามารถและทำงานได้ตามที่คาดหวังได้ 100% ถึงเป็นคนที่สมควรได้รับค่าจ้าง 100% ด้วย ถ้ามองในมุมของนายจ้าง สามารถมองความความสามารถโดยดูจากผลลัพธ์ของงานได้ 5 ระดับเหมือนบันได 5 ขั้น ในแผนภาพนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *