[Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคการพูดบนเวทีใหญ่

 

[Mentor Profile] Partner from Australia, Global HR Consulting

Me: เมื่อวานผมฟัง session ที่คุณพูดแล้วประทับใจมาก แม้จะเป็นเวทีใหญ่ที่คนฟัง 200 กว่าคน คุณก็เอาคนฟังอยู่ตลอด presentation ผมได้คุยกับลูกค้าหลายๆ คนหลังงานก็ฝากชมมาด้วย บอกว่าแม้จะบรรยายภาษาอังกฤษ แต่ก็ฟังรู้เรื่อง และเข้าใจง่าย ดูลื่นเหมือนเป็นนักพูดมืออาชีพมากๆ

Mentor: ขอบคุณสำหรับคำชม เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นทักษะที่ผมตั้งใจฝึก ผมมีโอกาสได้พูดกับคนฟังในประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ทำให้ผมยิ่งต้องระวังตัวเองมากขึ้น

Me: คุณต้องระวังเรื่องอะไรบ้างเหรอครับ?

Mentor: อย่างแรกเลยคือ ความเร็ว และ จังหวะในการพูด เพราะคนฟัง อาจไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เหมือนภาษาแม่ของเขา ความเร็ว และจังหวะต้องช้าลงกว่าปกติ เพื่อให้คนฟังมีเวลาซึมซับ และย่อยประโยคที่ผมพูด คำที่ผมเลือกใช้จะเป็นคำที่เข้าใจง่ายๆ ในรูปประโยคที่กระชับ ตรงกับสิ่งที่ต้องการสื่อ

Me: เห็นด้วยครับ แม้จะเป็นภาษาเดียวกัน ถ้าคน present ไม่ได้ระวัง พูดเหมือนคุยกัน 2-3 คน โอกาสที่คนฟังจะตามไม่ทันก็มีสูง นอกจากเรื่องความเร็ว และจังหวะในการพูดแล้ว มีเรื่องไหนที่คุณระวังอีกบ้างครับ

Mentor: เรื่องภาษากายก็สำคัญ ปกติเวลาผมพูดบนเวที ถ้าเลือกได้ผมจะไม่ยืนพูดอยู่หลังแท่น podium แต่จะยืนบนเวที ในคนเห็นผมเต็มตัว ซึ่งมีประโยชน์ในการสื่อ หรือเน้นข้อความ แต่ผมต้องคอยเตือนตัวเอง ให้ยืนอยู่นิ่งๆ ไม่เดินไปเดินมาโดยไม่รู้ตัว แต่จะเปลี่ยนตำแหน่งเมื่อ เปลื่ยนหัวข้อ หรือเปลี่ยนประเด็น เพื่อช่วยให้คนฟังตามสิ่งที่ผมพยายามสื่อได้ง่ายขึ้น

Me: เรื่องนี้ผมสังเกตเห็นเหมือนกันครับ

Mentor: แล้วประเด็นที่จะพูด ก็ไม่ควรลงรายละเอียดจนเกินไป เพราะคนส่วนใหญ่อาจตามไม่ทันไม่เข้าใจ หรือไม่สนใจในรายละเอียดนั้น ผมจะพยายามให้รายละเอียดในแต่ละอย่างแตกออกมาแล้วอยู่ 3 ประเด็น คนฟังจะรู้สึกว่ากำลังดี ไม่มากไป หรือน้อยไป

Me: แล้วเรื่องของสไลด์ที่ใช้ ผมสังเกตว่าคุณเตรียมมาไม่กี่หน้าเอง

Mentor: ใช่ครับ ผมจะใช้สไลด์เพื่อแสดง Framework หรือประเด็นหลักๆ ที่สำคัญ เพื่อให้คนฟังสนใจฟังรายละเอียดจากสิ่งที่ผมพูดมากกว่าอ่านจากจอ

ประโยชน์อีกอย่างคือ พอใช้คำน้อย font ก็เป็นตัวใหญ่ๆ อ่านได้ง่าย และแต่ละหน้าพยายามดู key message ที่ต้องการสื่อให้ชัด

Me: สมแล้วที่เป็นคนฟังชมว่าเหมือนนักพูดมืออาชีพจริงๆ แล้วคุณมีคำแนะนำอะไรสุดท้ายสำหรับแนะนำคนที่จะ present กับคนเยอะๆ มั้ยครับ

Mentor: เทคนิคที่ผมใช้กับตัวเองแล้วมีประโยชน์คือการขอ feedback จากคนฟังในการพูดแต่ละครั้ง แล้วนำมาปรับปรุง และพัฒนาในการพูดครั้งต่อไป ผมเองก็ไม่ได้พูดได้อย่างนี้ตั้งแต่แรกนะ แค่โชคดีที่มีโอกาสได้พูดบ่อย และพยายามพัฒนาตัวเองจาก feedback ที่ได้ทุกครั้ง

Me: ขอบคุณมากครับสำหรับเทคนิคนะครับ ผมก็จะนำไปปรับใช้ในการพูดของตัวเองในอนาคต

Mentor: ยินดีครับ

คุณต้องตระหนัก และคิดถึงคนฟังเสมอ ยิ่งถ้าเขาไม่ได้พูดภาษาเดียวกับคุณ


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] Empower ทีมด้วย free area

    [youtube id=”rqQGQ6upics”] ถ้าชอบเนื้อหานี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์ Click Here to Subscribe

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำดีเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

    [Mentor Profile] President, Thailand Government Agency Me: ถ้าให้ท่านลองประเมินดูระบบต่างๆ ขององค์กร ตอนนี้ท่านมีความพอใจประมาณเท่าไหร่ในสเกล 1-10 Mentor: คำถามแบบนี้ผมตอบไม่ได้ เพราะเกณฑ์ของผมขยับขึ้นตลอดเวลา บางงานทีมผมส่งมาให้ผมปีนี้ผมให้ดีมาก แต่ถ้าทำเหมือนเดิมอีกในปีหน้าผมก็มองว่าเฉยๆ ไม่ใช่เพราะผมจะแกล้งทีม แต่เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนตลอดเวลา ตั้งแต่ความต้องการของลูกค้า ความคาดหวังของ stakeholder และเทคโนโลยีต่างๆ แล้วถ้าเราทำเหมือนเดิม มันก็ไม่พอที่จะแข่งขันกับคนอื่นได้ ทีมผมจะบ่นว่าเหนื่อยตลอด ทำเสร็จก็ปรับ ทำเสร็จก็เปลี่ยน แต่มันต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่าเป็นที่หนึ่งของห้อง คุณอยู่ผิดห้องแล้ว เช่นกันถ้าคุณทำงานได้ยอดเยี่ยมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติม คุณก็ควรจะย้ายองค์กร เพื่อพัฒนาและเติบโตที่อื่น Me: แล้วท่านมองว่าทักษะอะไรเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับพนักงานและผู้บริหารในการทำงานในโลกปัจจุบันครับ

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำไมคนไทยถึงไม่ได้ขึ้นเป็น Top Management

    [Mentor Profile] Japanese Sales Director, Japanese Global Company Mentor: คุณรู้รึเปล่า ว่าบริษัทญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่ผู้บริหารระดับ top management ต้องเป็นคนญี่ปุ่นเท่านั้น ตอนนี้หลายบริษัทรวมทั้งบริษัทผม เริ่มเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงได้ Me: ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยเลยครับ Mentor: ที่น่าแปลกใจ คือตอนนี้เรามีปัญหาในการหาคนไทยในองค์กรที่จะก้าวขึ้นมาเป็น top management ได้ยาก Me: เรื่องนี้น่าสนใจ คุณพอจะขยายความหน่อยได้มั้ยครับ ว่าคนไทยขาดอะไร? Mentor: ในความคิดผม สิ่งที่คนไทยขาด มี 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องการวางแผน (planning) ถ้าเทียบกับวัฏจักร PDCA (Plan-Do-Check-Act) คนไทยส่วนใหญ่มีจุดแข็งเรื่อง Do หรือการทำ ขณะที่เรื่องอื่นโดยเฉพาะการวางแผนยังค่อนข้างอ่อน

  • [Mentor แบบชัชๆ] 2 ทักษะที่สำคัญสำหรับการทำงานในองค์กร และกับลูกค้า

      [Mentor Profile] Thailand Group CEO, British, Leading Global Professional Services Me: ในฐานะที่คุณเป็น CEO ในประเทศไทยมา 28 ปี คุณคิดว่าอะไรเป็นทักษะที่สำคัญในการทำงานบ้างครับ Mentor: ผมมองเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือทักษะสำหรับการทำงานภายใน และทักษะสำหรับติดต่อกับลูกค้าภายนอก สำหรับการทำงานภายใน ทักษะที่ผมให้ความสำคัญมากๆ คือ การสื่อสาร (communication) และสำหรับติดต่อกับลูกค้าคือเรื่อง การนำเสนอ (presentation) Me: ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยครับ Mentor: ปัญหาของการทำงานในองค์กร ส่วนใหญ่เกิดจากการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนทำให้คนที่ทำงานด้วยเข้าใจผิด และเสียเวลา จนไปถึงสื่อสารน้อยเกินไป หรือไม่สื่อสารเลย ผมเลยคิดว่าทักษะการสื่อสาร เป็นทักษะที่สำคัญที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในองค์กร

  • [Mentor แบบชัชๆ] การสร้าง profile สำหรับเด็กจบใหม่

    [Mentor Profile] Ex-Talent Acquisition & Recruitment Executive, Thailand Me: จากประสบการณ์สรรหา และคัดเลือกพนักงานให้องค์กรต่างๆ มาหลายสิบปี พี่มีคำแนะนำอะไรสำหรับน้องๆ ที่เพิ่งจบใหม่บ้างครับ Mentor: อยากบอกกับน้องๆ ว่าควร ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมในช่วงที่เรียน Me: เกรดดีอย่างเดียวไม่พอเหรอครับ?

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทักษะที่จำเป็นในการทำงานปัจจุบัน

    [Mentor Profile] HR Senior Executive, Thailand leading retail Mentor: คุณรู้มั้ย ความรู้เดี๋ยวนี้มันล้าสมัยเร็วมาก ยิ่งสาย IT แค่ 2-3 ปี สิ่งที่เคยรู้มาก็แทบใช้ไม่ได้แล้ว ผมนี่เป็นห่วงหลานผมที่กำลังโตขึ้นมา พยายามคิดว่าจะเขาเรียนอะไรแล้วจะ sustain ในโลกอนาคต Me: แล้วอาจารย์ได้คำตอบมั้ยครับ Mentor: จากประสบการณ์ผม สิ่งสำคัญที่จำเป็นสำหรับการทำงานในปัจจุบันและอนาคตไม่ใช่เรื่องของวิชา หรือองค์ความรู้ เท่ากับทักษะอยู่ 2 เรื่อง คือ learning agility หรือ ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว กับ adapability หรือ ความสามารถในการปรับตัว ถ้ามี 2 ทักษะนี้ คุณจะอยู่รอดได้ในการทำงานปัจจุบัน Me: ขอบคุณครับ แล้วนอกเหนือจาก 2 ทักษะนี้ ซึ่งผมคิดว่าจำเป็นกับแทบทุกคนที่ทำงาน มีเคล็ดลับอะไรที่จะช่วยให้เราก้าวได้เร็วกว่าคนอื่นในการทำงานบ้างครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *