[Mentor แบบชัชๆ] เมื่อเบอร์หนึ่งต่างชาติมาบริหารทีมไทย

[Mentor Profile] Vice President and Thailand Country Manager, Global Fortune 100 company

Me: คุณมีวิธีเลือก และสื่อสาร strategic priority ขององค์กรยังไงครับ?

Mentor: หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน ผมมองแบบง่ายๆ ว่า Priority ของผมคือ เราต้องการจะโตอย่างยั่งยืน ซึ่งในมุมมองของบริษัท Global แล้วไทยเป็นประเทศเล็กๆ เราต้องการโตเพื่อสามารถขอ resource และ support ต่างๆ จาก Global ได้มากขึ้น เพื่อช่วยให้เราโตได้อีก และผมพยายามสื่อสารกับทั้งผู้บริหาร และพนักงานอย่างต่อเนื่องให้เห็นภาพนี้ตรงกัน

Me: การที่คุณเป็นคนอเมริกันมาบริหารคนในองค์กรที่เป็นคนไทยเกือบทั้งหมด คุณมีวิธีในการบริหารอย่างไร?

Mentor: ผมมาประจำที่ไทยได้เกือบ 4 ปี ก็ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ตอนที่ผมมา พนักงานหลายคนชมว่าผมหล่อ ซึ่งถ้าเป็นที่อเมริกา ปกติคนจะไม่ค่อยชมกันแบบนี้ ถ้ามีคนชมว่าคุณหล่อ จะแปลได้ 2 อย่าง คือ คุณหล่อจริงๆ หรือเขาพยายามที่จะชมเพื่อหวังผลประโยชน์

แต่ที่ไทยผมเดาไม่ออกเลยว่า ชมเพราะหล่อจริงๆ พูดตามมารยาท หรือหวังผลอะไร ซึ่งในการทำงานผมเลยต้องพยายามทำความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม และเข้าใจ context และ intention ของคนพูดมากขึ้น

Me: ปัญหาหนึ่งที่ผู้บริหารส่วนใหญ่เจอเวลารับรายงานข้อมูลคือการถูก filter ข้อมูลจากพนักงาน เพราะกลัวว่าจะทำให้ผู้บริหารไม่พอใจ ทำให้สุดท้ายผู้บริหารได้ข้อมูลที่ถูกปรับแต่ง หรือถูกเลือกแล้ว ไม่ได้สะท้อนปัญหาที่แท้จริง ยิ่งในกรณีของคุณที่เป็นผู้บริหารชาวต่างชาติ คุณมีวิธีในการรับข้อมูลต่างๆ อย่างไรครับ?

Mentor: เรื่องนี้สำคัญมากๆ ถ้าผมได้ข้อมูลที่ไม่ได้ Fact ก็อาจตัดสินใจพลาด เกิดความเสียหายได้ วิธีที่ผมใช้คือการสร้าง network เพื่อที่จะได้ indirect input

เพราะคนที่เป็นเจ้าของเรื่อง หรือคนรับผิดชอบเรื่องโดยตรงอาจไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมด ผมจะหาโอกาสคุยกับคนในระดับต่างๆ ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานของเขา เพื่อ probe ข้อมูลและความรู้สึกของพนักงานในมุมต่างๆ พอมีภาพในเรื่องเดียวกันจากหลายมุม ผมก็จะช่วยให้ผมมีข้อมูลที่ครบถ้วนขึ้น

ผมโชคดีที่ HR ผมเป็น Business Partner จริงๆ เข้าใจธุรกิจ ให้คำแนะนำเรื่องพนักงาน กล้าเบรค กล้าเตือนผม แม้จะรู้ว่าผมอาจไม่ถูกใจ

Me: ผมสงสัยอีกเรื่อง คุณเป็นผู้บริหารที่โตมาจากสายการเงิน แต่ผมสัมผัสได้ว่าคุณเป็น People Leader ที่ให้ความสำคัญ และเอาใจใส่เรื่องคนมากๆ อะไรเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้สนใจเรื่องนี้ครับ?

Mentor: ผมเคยถามพนักงานที่รับรางวัล long service award ว่าอะไรทำให้คุณอยากอยู่ที่นี่ เขาบอกว่าเพื่อนร่วมงาน และสังคมการทำงาน อย่างที่รู้ว่าเราใช้เวลาในการทำงานวันละ 8-10 ชั่วโมง หรือมากกว่า ทำไมเราไม่สร้างให้เวลาที่เราใช้ส่วนใหญ่น่าอยู่ล่ะ

แน่นอนว่าเราไม่ได้เป็นองค์กรการกุศลที่จะให้สวัสดิการเยอะๆ โดยไม่สนใจเรื่องของผลงาน แต่สิ่งที่ผมทำได้ในฐานะผู้นำองค์กรคือ นำทีมให้ exceed target เพื่อจะได้ support และ resources ต่างๆ รวมถึง headcount มากขึ้น ซึ่งจะช่วยทั้งในเรื่องของ career, compensation & benefit ของพนักงาน และการเป็น Winning Team ก็เป็น Employer Branding ที่ดีที่ช่วยดึงดูดคนเก่งๆ ให้อยากมาทำงานกับเราในอนาคต หน้าที่ของผมคือการทำให้พนักงานเห็นภาพนี้ และผม commit ในส่วนที่ผมในฐานะ Country Manager สามารถทำได้ครับ

Me: ขอบคุณมากครับ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com newsletter ที่ผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] ความสำคัญของการช่วยเพื่อนร่วมงาน

    [Mentor Profile] Senior Vice President, Global HR Consulting Me: คุณทำงานที่บริษัทมานานเท่าไหร่แล้วนะครับ Mentor: ก็ 22 ปีกว่าแล้วครับ Me: โห นานทีเดียว พอจะแบ่งปันเทคนิค หรือเคล็ดลับที่ทำให้คุณก้าวหน้ามาถึงจุดนี้ได้มั้ยครับ ถ้าสามารถระบุเป็นพฤติกรรมที่คุณทำ และคิดว่าเป็นปัจจัยในการเติบโตในการทำงานจะเยี่ยมเลย Mentor: คำถามน่าสนใจมากครับ ขอนึกแป๊บนึง ผมว่ามี 3 เรื่องหลัก ๆ ที่ผมทำและเชื่อว่าทำให้ผมประสบความสำเร็จ ถึงทุกวันนี้ Me: เรื่องอะไรบ้างครับ?

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำไมคนไทยถึงไม่ได้ขึ้นเป็น Top Management

    [Mentor Profile] Japanese Sales Director, Japanese Global Company Mentor: คุณรู้รึเปล่า ว่าบริษัทญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่ผู้บริหารระดับ top management ต้องเป็นคนญี่ปุ่นเท่านั้น ตอนนี้หลายบริษัทรวมทั้งบริษัทผม เริ่มเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงได้ Me: ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยเลยครับ Mentor: ที่น่าแปลกใจ คือตอนนี้เรามีปัญหาในการหาคนไทยในองค์กรที่จะก้าวขึ้นมาเป็น top management ได้ยาก Me: เรื่องนี้น่าสนใจ คุณพอจะขยายความหน่อยได้มั้ยครับ ว่าคนไทยขาดอะไร? Mentor: ในความคิดผม สิ่งที่คนไทยขาด มี 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องการวางแผน (planning) ถ้าเทียบกับวัฏจักร PDCA (Plan-Do-Check-Act) คนไทยส่วนใหญ่มีจุดแข็งเรื่อง Do หรือการทำ ขณะที่เรื่องอื่นโดยเฉพาะการวางแผนยังค่อนข้างอ่อน

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำดีเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

    [Mentor Profile] President, Thailand Government Agency Me: ถ้าให้ท่านลองประเมินดูระบบต่างๆ ขององค์กร ตอนนี้ท่านมีความพอใจประมาณเท่าไหร่ในสเกล 1-10 Mentor: คำถามแบบนี้ผมตอบไม่ได้ เพราะเกณฑ์ของผมขยับขึ้นตลอดเวลา บางงานทีมผมส่งมาให้ผมปีนี้ผมให้ดีมาก แต่ถ้าทำเหมือนเดิมอีกในปีหน้าผมก็มองว่าเฉยๆ ไม่ใช่เพราะผมจะแกล้งทีม แต่เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนตลอดเวลา ตั้งแต่ความต้องการของลูกค้า ความคาดหวังของ stakeholder และเทคโนโลยีต่างๆ แล้วถ้าเราทำเหมือนเดิม มันก็ไม่พอที่จะแข่งขันกับคนอื่นได้ ทีมผมจะบ่นว่าเหนื่อยตลอด ทำเสร็จก็ปรับ ทำเสร็จก็เปลี่ยน แต่มันต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่าเป็นที่หนึ่งของห้อง คุณอยู่ผิดห้องแล้ว เช่นกันถ้าคุณทำงานได้ยอดเยี่ยมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติม คุณก็ควรจะย้ายองค์กร เพื่อพัฒนาและเติบโตที่อื่น Me: แล้วท่านมองว่าทักษะอะไรเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับพนักงานและผู้บริหารในการทำงานในโลกปัจจุบันครับ

  • [Mentor แบบชัชๆ] Empower ทีมด้วย free area

    [youtube id=”rqQGQ6upics”] ถ้าชอบเนื้อหานี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์ Click Here to Subscribe

  • [Mentor แบบชัชๆ] Transform culture ในองค์กรไทย

    [Mentor Profile] Head of HR,  Leading Thai investment firm Me: ทำไมองค์กรพี่ต้องรีบยกเครื่ององค์กรทั้งที่เป็นบริษัทชั้นนำในประเทศล่ะครับ? Mentor: เพราะเราเป็นองค์กรไทย ถ้าอยากจะดึงดูดคนเก่ง Gen Y ก็ต้องเปลี่ยนองค์กรให้ดูสากลมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องทำมากกว่า โลโก้ หรือการแต่งออฟฟิศให้ดู inter น่ามาทำงาน Me: สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งที่เห็นภายนอกคือ?

  • [Mentor แบบชัชๆ] เคล็ดลับในการได้ job offer โดยไม่ต้องใช้ resume

    [Mentor Profile] Global HR Director, อายุ 40 ต้น ๆ ประสบการณ์ทำงานใน  5 บริษัทใน 4 ประเทศ   Mentor: คุณรู้รึเปล่าว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ offer งานดี ๆ และเปลี่ยนงานทั้งในบริษัท และย้ายไปบริษัทอื่นโดยไม่ได้ใช้ resume เลย Me: โห คุณทำได้ยังไงครับ? Mentor: เคล็ดลับอยู่ที่ผลงานของคุณ ทุกอย่างที่คุณส่งออกไป ไม่ว่าจะเป็นอีเมล หรือไฟล์ต่าง ๆ เช่น PowerPoint presentation หรือไฟล์ Excel ที่เป็นผลงานที่มีชื่อคุณ คุณต้องทำให้ดีที่สุดเสมือนเป็นตัวแทนคุณ Me: ทำไมเหรอครับ? Mentor: คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอีเมล หรือไฟล์งานที่คุณส่งออกไปนั้น จะถูก forward ไปหาใครต่อ หรือ ใครจะได้อ่าน คุณรู้มั้ยว่าผมรู้เลยว่า Excel ไฟล์ไหนที่ทำให้ผมได้งานในอีกประเทศ ผมถึงตั้งใจ 120% ทุกครั้งก่อนส่งไฟล์ออกไปในชื่อของเรา ถ้าสิ่งที่เราทำดีมากพอ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *