[Mentor แบบชัชๆ] 2 ทักษะที่สำคัญสำหรับการทำงานในองค์กร และกับลูกค้า

 

[Mentor Profile] Thailand Group CEO, British, Leading Global Professional Services

Me: ในฐานะที่คุณเป็น CEO ในประเทศไทยมา 28 ปี คุณคิดว่าอะไรเป็นทักษะที่สำคัญในการทำงานบ้างครับ

Mentor: ผมมองเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือทักษะสำหรับการทำงานภายใน และทักษะสำหรับติดต่อกับลูกค้าภายนอก สำหรับการทำงานภายใน ทักษะที่ผมให้ความสำคัญมากๆ คือ การสื่อสาร (communication) และสำหรับติดต่อกับลูกค้าคือเรื่อง การนำเสนอ (presentation)

Me: ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยครับ

Mentor: ปัญหาของการทำงานในองค์กร ส่วนใหญ่เกิดจากการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนทำให้คนที่ทำงานด้วยเข้าใจผิด และเสียเวลา จนไปถึงสื่อสารน้อยเกินไป หรือไม่สื่อสารเลย ผมเลยคิดว่าทักษะการสื่อสาร เป็นทักษะที่สำคัญที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในองค์กร

สำหรับลูกค้าของเรา การนำเสนอเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และการนำเสนอที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจในสินค้า และบริการของเราอย่างเชี่ยวชาญก่อน แล้วจึงมาดูที่วิธีการนำเสนอ โดยเอามุมมองของลูกค้าเป็นที่ตั้ง แล้วนำเสนอในมุมที่สินค้าหรือบริการของเราช่วยแก้ปัญหา หรือเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้าได้อย่างไร

Me: แล้วมีพฤติกรรมอะไรที่ควรพัฒนาเพื่อเพิ่มความเป็นมืออาชีพในทำงานมั้ยครับ

Mentor: อย่างแรกเลย คือ ทำในสิ่งที่สัญญาว่าจะทำ (Deliver what you promise) เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับหัวหน้า และลูกค้า แล้วคำพูดของเราจะมีน้ำหนักมากขึ้น

Me: ถ้าการทำงานจริง เราเจออุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถทำได้ตามที่วางแผนไว้ ควรทำยังไงครับ?

Mentor: อย่างนั้นต้องรีบสื่อสารกับหัวหน้า หรือคนที่คุณสัญญาไว้ ซึ่งเป็นทักษะที่ผมเน้นอย่างยิ่งในการทำงานในองค์กร มีอะไรให้รีบบอก แล้วหาวิธีปรับ หรือแก้ปัญหาที่เจอด้วยกัน สิ่งที่หัวหน้าแทบทุกคนไม่อยากเจอคือ เซอร์ไพร์ส ตอนถึงกำหนดส่ง แล้วคุณทำไม่ได้ตามที่บอก โดยไม่มีการสื่อสารล่วงหน้า

Me: ครับ แล้วมีพฤติกรรมอื่นที่อยากแนะนำมั้ยครับ?

Mentor: อีกเรื่องที่ผมอยากคนไทยปรับ คือ การไม่กลัวที่จะปฏิเสธ (Never be afraid to say ‘No’) ทั้งกับทีมในบริษัท และกับลูกค้า

Me: Say ‘No’ กับลูกค้าด้วยเหรอครับ?

Mentor: เราต้องเข้าใจก่อนว่าลูกค้าแต่ละรายมีความสำคัญไม่เท่ากัน ถ้าเจอลูกค้าที่หวังจะเอาแต่ราคา โดยไม่ได้ดูที่คุณค่า หรือมองเป็น partner กับเราในระยะยาว ก็ปฏิเสธคำขอเขาไปก็ได้ ไม่มีประโยชน์ที่ต้องเอาใจลูกค้าทุกคน ทุกอย่าง โดยที่เราต้องมา suffer เอง

Me: ฟังแล้วมีประโยชน์มาก ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

Mentor: ยินดีครับ

Deliver on your promises, always.

 


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] ความสำคัญของการช่วยเพื่อนร่วมงาน

    [Mentor Profile] Senior Vice President, Global HR Consulting Me: คุณทำงานที่บริษัทมานานเท่าไหร่แล้วนะครับ Mentor: ก็ 22 ปีกว่าแล้วครับ Me: โห นานทีเดียว พอจะแบ่งปันเทคนิค หรือเคล็ดลับที่ทำให้คุณก้าวหน้ามาถึงจุดนี้ได้มั้ยครับ ถ้าสามารถระบุเป็นพฤติกรรมที่คุณทำ และคิดว่าเป็นปัจจัยในการเติบโตในการทำงานจะเยี่ยมเลย Mentor: คำถามน่าสนใจมากครับ ขอนึกแป๊บนึง ผมว่ามี 3 เรื่องหลัก ๆ ที่ผมทำและเชื่อว่าทำให้ผมประสบความสำเร็จ ถึงทุกวันนี้ Me: เรื่องอะไรบ้างครับ?

  • [Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคการพูดบนเวทีใหญ่

      [Mentor Profile] Partner from Australia, Global HR Consulting Me: เมื่อวานผมฟัง session ที่คุณพูดแล้วประทับใจมาก แม้จะเป็นเวทีใหญ่ที่คนฟัง 200 กว่าคน คุณก็เอาคนฟังอยู่ตลอด presentation ผมได้คุยกับลูกค้าหลายๆ คนหลังงานก็ฝากชมมาด้วย บอกว่าแม้จะบรรยายภาษาอังกฤษ แต่ก็ฟังรู้เรื่อง และเข้าใจง่าย ดูลื่นเหมือนเป็นนักพูดมืออาชีพมากๆ Mentor: ขอบคุณสำหรับคำชม เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นทักษะที่ผมตั้งใจฝึก ผมมีโอกาสได้พูดกับคนฟังในประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ทำให้ผมยิ่งต้องระวังตัวเองมากขึ้น Me: คุณต้องระวังเรื่องอะไรบ้างเหรอครับ? Mentor: อย่างแรกเลยคือ ความเร็ว และ จังหวะในการพูด เพราะคนฟัง อาจไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เหมือนภาษาแม่ของเขา ความเร็ว และจังหวะต้องช้าลงกว่าปกติ เพื่อให้คนฟังมีเวลาซึมซับ และย่อยประโยคที่ผมพูด คำที่ผมเลือกใช้จะเป็นคำที่เข้าใจง่ายๆ ในรูปประโยคที่กระชับ ตรงกับสิ่งที่ต้องการสื่อ Me: เห็นด้วยครับ แม้จะเป็นภาษาเดียวกัน ถ้าคน present ไม่ได้ระวัง พูดเหมือนคุยกัน 2-3 คน โอกาสที่คนฟังจะตามไม่ทันก็มีสูง นอกจากเรื่องความเร็ว และจังหวะในการพูดแล้ว…

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2016

    ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายของปี ผมจะใช้เวลาประเมินตัวเองสั้น ๆ ในด้านต่าง ๆ ก่อนที่ก้าวขึ้นปีใหม่ สำหรับรูปนี้ ถ่ายจากงาน Lucia Night ภายในบ้านท่านทูตสวีเดนประจำสิงคโปร์ ผมเลือกเป็นตัวแทนภาพรวมของปีสำหรับตัวเอง เพราะปีนี้เป็นปีที่ผมได้รู้จัก และสร้าง connection กับคนที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาถ่ายทอดใน Blog ในรูปแบบบทสัมภาษณ์ และข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ สำหรับคนที่อยากประเมินตัวเองตอนสิ้นปี ผมแนะนำให้ถามตัวเอง 2 คำถาม ซึ่งผมจดมาจาก podcast หนึ่งที่ผมฟังอยู่ โดยถามตัวเองว่า โดยรวม ปีนี้คุณดีกว่าปีที่แล้วหรือไม่ ถ้าคุณดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว คุณดีขึ้นถึงจุดที่คุณพอใจหรือไม่ แค่เพียง 2 คำถามนี้ คำตอบของคุณจะเป็นตัวตั้งต้นที่ดีว่าปีหน้า คุณควรทำอะไรต่างไปจากเดิมบ้าง สำหรับผม ถ้าเป้าหมายหลักปีที่แล้วคือการซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอนครั้งแรก  เป้าหมายหลักของผมปีนี้คือการเขียนหนังสือ และการฝึกทักษะการโค้ช ซึ่งผมบรรลุทั้ง 2 เป้าหมาย โดยหนังสือได้ส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ (ร้อน ๆ ก่อนเขียน post นี้) และสำหรับการโค้ช ผมก็ได้เรียนและฝึกโค้ช ก่อนจะเตรียม certified กับ…

  • ควรเริ่มมองหางานใหม่เมื่อ…

    ใครยังมีงานอยู่ตอนนี้กอดไว้แน่นๆ เลยนะ ถ้าใครจะคิดจะลาออกช่วงนี้ อาจได้ยินเสียงคนรอบตัวเตือนด้วยความเป็นห่วง อาจเพราะงานไม่ได้หากันง่ายๆ ยิ่งโดยเฉพาะในยุคโควิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะต้องทนอยู่อย่างทรมาน เสมือนว่าจะไม่มีบริษัทไหนต้องการเราอีกแล้ว หลายครั้งที่ผมเจอคนที่ทำงานกับองค์กรที่ไม่เหมาะ แต่ก็ยังทนอยู่นานจนเกินไปเพราะไม่มีโอกาสได้หยุดคิด หรือคิดแต่ไม่กล้าตัดสินใจก็รู้สึกเสียดายทั้งเวลา และโอกาสที่ดีกว่าถ้าได้ทำงานกับองค์กรที่ใช่ หากมีน้องๆ มาขอคำแนะนำว่าเมื่อไหร่ที่ควรหยิบ resume มาปัดฝุ่น เริ่มคิดมองหางานใหม่ ผมจะแนะนำให้มอง 3 เรื่อง 1. เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้ (culture fit) เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือเรื่องเล็กๆ

  • [Mentor แบบชัชๆ] คุณสมบัติสำคัญที่ผู้นำส่วนใหญ่ขาด

    [Mentor Profile] Head of HR Asia Pacific ดูแลพนักงานมากกว่า 15,000 คน Me: คุณคิดว่าคุณสมบัติอะไรของผู้นำที่สำคัญมาก แต่ผู้นำส่วนใหญ่ขาดอยู่ครับ Mentor: กล้าตัดสินใจ และกล้ามี tough conversation Me: ช่วยขยายความหน่อยครับ Mentor: ปัญหาขององค์กรปัจจุบันมากกว่า 90% มาจากผู้นำ องค์กรจะเดินไปข้างหน้าช้ามาก หรือไม่ไปไหนเลย ถ้าผู้นำไม่กล้าตัดสินใจ บางคนนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ตัดสินใจเลย บางคนทราบปัญหาแล้วก็ส่งต่อให้ผู้บริหารระดับสูงกว่าตัดสินใจ ผมมองว่าสาเหตุหลักมาจาก 2 เรื่อง คือ กลัวตัดสินใจผิด กับไม่กล้าสื่อสารการตัดสินใจ หรือมี tough conversation กับทีม Me: น่าสนใจมาก Mentor: หน้าที่ของผู้นำ และผู้บริหารคาดหวังคือ การตัดสินใจ ถ้าคุณไม่ตัดสินใจ คุณก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของผู้นำ และเมื่อคุณตัดสินใจแล้ว แม้การตัดสินใจนั้นจะเป็นข่าวร้ายกับคนในทีม เช่น การปรับองค์กร แล้วต้องให้พนักงานออก แต่การหลบเลี่ยง ไม่กล้ามี tough conversation จะยิ่งส่งผลกับในแง่ลบกับตัวผู้นำ และองค์กร…

  • ออเจ้าว่ากระไร ข้าฟังไม่รู้ความ

      แม่การะเกด ออเจ้าว่ากระไร ข้าฟังไม่รู้ความ   ระหว่างที่ผมดูท่านขุนหมื่นงงกับคำพูดไม่คุ้นหูของแม่การะเกดในละครบุพเพสันนิวาส ผมก็นึกถึงภาพในการทำงานที่หลายครั้งการสื่อสารของคนในทีม ก็ทำให้ผมรู้สึกงง ไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องๆ ในทีมพยายามสื่อ ไม่ต่างจากท่านขุนหมื่น ทั้งๆ ที่เข้าใจถึงความตั้งใจของน้องๆ แต่การสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพทำให้หงุดหงิด และเสียเวลาการทำงานทั้งสองฝ่าย ผมมาทบทวนจากประสบการณ์การสื่อสารกับหัวหน้าที่มีประสิทธิภาพ และไม่มีประสิทธิภาพ บวกกับความคาดหวังของตัวเองในฐานะหัวหน้า สรุปออกมาเป็น 4 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณสื่อสารกับหัวหน้า (หรือคนที่ทำงานด้วย) ได้ดีขึ้น 1. อธิบาย context กับ background ของประเด็นที่จะพูด หลายคนพอมีโอกาสพูดกับหัวหน้า ก็รัวปัญหาใส่หัวหน้าประหนึ่งแร๊พ อโยธยา ซึ่งเราต้องอย่าลืมว่าหัวหน้าไม่ได้รับผิดชอบเรื่องของเราแค่คนเดียว และเขาไม่ได้อยู่หน้างาน ใช้เวลากับงานของเราเท่ากับตัวเรา เพราะฉะนั้นก่อนพูดถึงประเด็นที่ต้องการสื่อ ควรบอก context กับ background ของเรื่องนั้นซักนิด เพื่อให้หัวหน้าเข้าใจที่มาที่ไป สถานะปัจจุบันของเรื่องที่เราต้องการจะสื่อสาร ก่อนจะลงไปที่ตัวประเด็นที่อยากจะพูด แต่ในกรณีที่หัวหน้าแม่นรายละเอียดของงาน หรือได้พูดคุยกันบ่อยๆ เราก็สามารถที่จะเจาะไปที่สิ่งที่ต้องการจะสื่อสารได้เลย ไม่ต้องเกริ่นให้มากความ 2. ไม่พูดข้ามประเด็นไปมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *