ประเมินผลงานตัวเองในปี 2017

เป็นธรรมเนียมส่วนตัวที่ผมจะใช้เวลาประเมินตัวเองสั้นๆ ในด้านต่างๆ ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี

สำหรับรูปที่เลือกมาเป็นตัวแทนสำหรับปีนี้ เป็นรูปที่ผมไปถ่ายที่ Impress Studio ซึ่งแสดงถึงความพร้อมที่จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างมีพลัง และมีความสุขด้วย

ในปี 2017 นี้ ชีวิตผมมี Highlight อยู่ 3 เรื่อง

เรื่องงาน – ย้ายกลับมาไทย ในตำแหน่งใหม่ ซึ่งข้ามสายงานมาเป็นที่ปรึกษาด้าน HR หลังจากที่อยู่ฝั่ง corporate มาตลอด

เรื่องครอบครัว – ต้อนรับสมาชิกใหม่ ‘สกาย’ ซึ่งตอนนี้กำลังพูดอ้อแอ้ และเริ่มหัดยืน หัดประคองตัวเดิน

เรื่องเป้าหมายส่วนตัว – เปิดตัวหนังสือเล่มแรก Happy Talent: เก่งให้สุด สุขไปกับงาน

สำหรับการประเมินชีวิตในด้านต่าง ๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้

สุขภาพร่างกาย (A-) 1pt down vs. Years Ago (YA)

รู้สึกเลยว่าชีวิตการทำงานในกรุงเทพฯ ทำให้เรามีโอกาสเดินน้อยกว่าตอนอยู่สิงคโปร์หลายพันก้าวต่อวัน ปีนี้ไม่ได้ลงรายการวิ่งที่ไหน เพราะเวลาส่วนตัวอยู่ในกำมือของลูกสาวอย่างแท้จริง สิ่งที่ทำคือเน้นการออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเวลาที่จำกัดมากๆ โดยผมให้ personal trainer ช่วยออกแบบการออกกำลังกายตามรูปแบบ lifestyle ของพ่อลูกอ่อนให้ ซึ่งได้ผลดีมาก แม้จะยังไม่เห็น 6-pack ตามที่ตั้งใจ แต่อย่างน้อย ก็สร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลักต่างๆ ได้ดี

อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมากในปีนี้ คือ การนอน แอบแปลกใจที่ตัวเองอยู่รอด จากการนอนน้อย และตื่นเป็นระยะตามเสียงร้อง ทั้งขณะหลับลึก หลับตื้น ซึ่งแม้จะเตรียมใจไว้ล่วงหน้า แต่ก็ทำให้เห็นได้ชัดว่าการนอนที่มีคุณภาพส่งผลกับการทำงานอย่างไร

Improvement Areas

  • รักษาน้ำหนักตัว และความสม่ำเสมอของการออกกำลังกาย
  • ลดของหวาน

การงาน (A) flat vs YA

แม้จะเป็นงานแรกในสาย Consult แต่รู้สึกเป็นความลงตัวของประสบการณ์ที่มี จุดแข็งของตัวเอง และจังหวะของชีวิต ซึ่งช่วยให้เกิดความสมดุลระหว่างการเรียนรู้ของเรา กับสิ่งที่เรา contribute ให้กับองค์กร แน่นอนว่ายังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำให้ดีกว่านี้ในปีหน้า แต่การที่อยู่ในองค์กรที่หัวหน้า และเพื่อนร่วมงานดี ช่วยให้เราไม่ต้องเสียพลังไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็น

Improvement Areas

  • ใช้เวลากับเรื่องที่จะสร้าง impact ต่อธุรกิจมากขึ้น
  • พัฒนาตัวเองเป็น Thought Leader ในวงการ

การเงิน (A-) flat up vsYA

ปีนี้เป็นปีที่มีเรื่องให้ใช้เงินเยอะที่สุด ทั้งรถ ทั้งลูก โชคดีที่กันเงินไว้ก่อนตั้งแต่ตอนทำงานอยู่สิงคโปร์เลยไม่รู้สึกว่าหนักจนเกินไป นอกจากนี้ผมเพิ่งได้รวบรวมรายการทรัพย์สิน ที่มีอยู่กระจัดกระจายทั้ง LTF ทั้งพันธบัตร และอีกสารพัดกองทุน (แต่ไม่มีนาฬิกา และแหวนเพชร) ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าตอนนี้ Portfolio ของเราเป็นอย่างไร มีเงินอยู่ตรงไหนบ้าง หลังจากผลัดวันประกันพรุ่งกับตัวเองมาหลายปี เพราะคิดว่ามีเงินไม่เท่าไหร่ (จริงๆ ก็มีไม่เท่าไหร่นั่นแหละ) ซึ่งถ้าใครยังไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่ ที่ไหนบ้าง ผมขอแนะนำอย่างยิ่งให้ทำครับ

Improvement Areas

  • เปลี่ยนทุนทางปัญญาเป็นรายได้หลายช่องทาง
  • หาช่องทางสร้าง asset เพิ่มขึ้น

สภาพจิตใจ (A) flat vsYA

สภาพจิตใจปีนี้มีเรื่องให้ฟู และแฟบหลายเรื่อง แต่สามารถรู้ตัวและปล่อยอารมณ์ได้ไวพอที่จะไม่ถือให้หนักและเหนื่อยโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี

Improvement Areas

  • ฝึกให้มีสติอยู่กับตัวมากขึ้น รู้ทันสิ่งมากระทบกับอารมณ์ให้เร็วขึ้น
  • หยุดเพื่อหายใจเรียกสติ และกำหนดความตั้งใจ ในช่วงเปลี่ยนกิจกรรมต่างๆ

ความรัก (A+) 1 pt up vsYA

ความรักเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ เมื่อมีสาวน้อยน่ารักเพิ่มเข้ามาในครอบครัว ได้รู้จักความรักในรูปแบบ unconditional love ซึ่งเป็นความปรารถนาดีที่คุณพ่อ คุณแม่มีต่อลูก เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

Improvement Areas

  • ดูแล เอาใจใส่ภรรยามากขึ้น

การพัฒนาตัวเอง (A-) 1 pt down vsYA

ด้านการพัฒนาตัวเอง ปีนี้ผมตั้งใจลด priority เพราะต้องการเอาเวลาไปทุ่มกับครอบครัว และงานใหม่เป็นหลัก ทำให้เวลาที่ใช้ในการลับความคิด พัฒนาตัวเองลดลงจากปีที่แล้วพอสมควร จบปีนี้ผมอ่านหนังสือจบ 18 เล่ม (เทียบกับ 50 เล่ม ในปีที่แล้ว) แต่ผมได้ปรับวิธีโดยการฟัง audio book summary ของ Blinklist แทน ซึ่งช่วยให้ผมฟังสรุปหนังสือระหว่างรถติดได้เพิ่มอีกหลายสิบเล่มตลอดปีที่ผ่านมา

Improvement Areas

  • หาวิธีแปลง idle / waiting time เป็นเวลาในการพัฒนาตัวเอง
  • ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของตัวเองในสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ทำประโยชน์ให้คนอื่น (B+) 2 pt down vsYA

ปีนี้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำประโยชน์ให้คนอื่นมากอย่างที่ตั้งใจ มีบริจาคเงินบ้าง ไปพูดแบ่งปันความรู้ให้องค์กรต่างๆ บ้าง หรือช่วยแนะคนที่รู้จักผ่าน network ที่มีบ้าง แต่รู้สึกว่าตัวเองยังทำได้มากกว่านี้

Improvement Areas

  • ทำประโยชน์ให้คนอื่นที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง

สรุปภาพรวมตลอดปี (A) flat vsYA

ภาพรวมปีนี้เป็นอีกปีที่ผมพอใจกับตัวเองมาก ประเมินให้ตัวเอง Solid A เหมือนปีที่แล้ว เพราะแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ กับชีวิตในเกือบทุกด้าน ทั้งการทำงาน สภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตเมื่อกลับมาเมืองไทย แถมยังมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว เกิดขึ้นพร้อมๆ กันในปีนี้ แต่ผมก็สามารถผ่านความท้าทายต่างๆ มาด้วยความสุข และความภูมิใจ

เช่นเดิม ปีหน้าผมมีเป้าหมายที่ท้าทายขึ้นไปอีกไม่ให้ตัวเองอยู่ใน comfort zone

สวัสดีปีใหม่ 2018 ครับ


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • 4 เรื่องที่คุณอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับแบบทดสอบบุคลิกภาพ (Personality Test)

    Full disclosure: ปัจจุบันผู้เขียนเป็น Senior Consultant ของบริษัท Aon Hewitt เจ้าของแบบทดสอบ ADEPT-15, ข้อมูลใน blog นี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร ตั้งแต่เด็กๆ ผมเป็นคนชอบทำแบบทดสอบด้านบุคลิกภาพ หรือลักษณะนิสัย (Personality Test) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยากรู้ว่าผลออกมาจะตรงกับที่เราคิด ว่าเราเป็นหรือเปล่า อีกส่วนหนึ่งก็อยากรู้จักตัวเองในด้านที่เราอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน แบบทดสอบที่ทำก็มีตั้งแต่ทำขำไม่กี่ข้อในนิตยสาร ที่มีคำอธิบายผลท้ายหน้า ไปจนถึงแบบทดสอบจริงจังที่ต้องเสียเงินหลายพัน ทำเสร็จแล้วมีรายงานส่งมาให้เป็นเรื่องเป็นราว เนื่องจากงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผมมีโอกาสได้ certify เครื่องมือ The Adaptive Employee Personality Test (ADEPT-15) ซึ่งเป็น personality test ที่เน้นสำหรับการทำงาน ทำให้ผมเห็นเข้าใจแบบทดสอบบุคลิกภาพ (โดยเฉพาะ ADEPT-15) ดีขึ้น เลยขอกล่าวถึง 4 เรื่องที่มักมีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับแบบทดสอบประเภทนี้ 1. มี profile ที่สมบูรณ์แบบ ผมเคยเชื่อว่าเวลาทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ จะต้องมีคำตอบที่ถูก หรือ profile ที่ดีที่สุด…

  • 26 ข้อแนะนำจากผู้บริหารที่เด็กจบใหม่ต้องอ่าน

    หลังจากเรียนจบ การเริ่มชีวิตทำงานถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต ทั้งความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น และการปรับตัวเข้ากับองค์กร และเพื่อนร่วมงานในหลายระดับ ในอิสระที่มีมากขึ้นจากตอนเรียน หลายคนกลับรู้สึกเคว้งกับทางเลือก และบทบาทใหม่ของตัวเองในโลกการทำงาน บางคนโชคดีมีหัวหน้า หรือรุ่นพี่ที่ทำงานคอยแนะนำ ชี้แนะ แต่อีกหลายคนไม่มีคนช่วยเตือน รอวันพลาด ก่อนโดนรับน้องชุดใหญ่ คงจะดีไม่น้อย ถ้ามีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ ตอนที่ก้าวสู่โลกการทำงาน เพราะคำแนะนำดี ๆ อาจทำให้ชีวิตการทำงานของเราพัฒนาไปก้าวกระโดดอย่างคาดไม่ถึง แต่ใครล่ะที่น้อง ๆ จะขอคำปรึกษาได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นคนรอบตัวที่รู้จัก รุ่นพี่ที่เรียนมาด้วยกัน ซึ่งอาจไม่เห็นภาพกว้าง หรือมีประสบการณ์มากพอจะให้คำแนะนำ ส่วนตัวก็มีน้อง ๆ มาขอคำแนะนำอยู่บ้าง แม้จะให้คำแนะนำไปตามประสบการณ์ที่พอมี แต่เชื่อว่าคงจะดีกว่า ถ้าเราขอคำแนะนำจากผู้บริหารระดับสูง หรือ HR ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาโชกโชนทั้งไทย และต่างประเทศ นี่จึงเป็นที่มาของ project เล็ก ๆ ที่ผมตั้งใจรวบรวมคำแนะนำ เพื่อเป็นของขวัญแบบ pay it forward เนื่องในเดือนสิงหาคมเป็นเดือนเกิดของตัวเอง คำถามที่ผมส่งไปหาผู้บริหารคือ What would be your one career advice for…

  • 3 วิธีเพิ่มความเฉียบคมทางธุรกิจ (Business Acumen)

    เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมคนที่ขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรอย่าง CEO หรือ MD มักเป็นผู้บริหารที่โตขึ้นมาจากสายธุรกิจ เช่น สาย Sales หรือ Marketing หรือไม่ก็จากฝั่ง Finance หาได้น้อยรายที่จะข้ามจากฝั่ง support function อย่าง QA, IT, HR ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจะเป็นผู้บริหารองค์กรที่ดี นอกจากทักษะเฉพาะทางตามสายงานตัวเองซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานแล้ว การเข้าใจภาพรวมของธุรกิจ เข้าใจตัวเลขทางการเงินขององค์กรก็มีความสำคัญ ในการพาองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าได้ นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ Business Acumen (อ่านเจอหลายคำแปล แต่ผมชอบคำว่า ความเฉียบคมทางธุรกิจ มากที่สุด) กลายเป็นทักษะหนึ่งที่หลายองค์กรพูดถึงและให้ความสำคัญมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนที่อยู่ในฝั่งธุรกิจโดยตรงจะได้เปรียบ เห็นภาพได้ง่ายหน่อย เพราะตรงกับงานที่ทำ ทั้งยอดขาย กิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลโดยตรงกับกำไรของบริษัท แต่ใช่ว่าคนที่อยู่ในแผนกสนับสนุน หรือ support function เช่น QA, IT, HR ก็ไม่ต้องน้อยใจว่าจะไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะด้านนี้ซึ่งมีความสำคัญมากกับการก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารองค์กรในอนาคต ผมขอแนะนำ 3 วิธีที่คุณสามารถเพิ่มความเฉียบคมทางธุรกิจของตัวคุณได้ โดยไม่ต้องง้อ training ที่ไหน 1. ทำความเข้าใจกระบวนการสำคัญหลัก…

  • [Mentor แบบชัชๆ] Empower ทีมด้วย free area

    [youtube id=”rqQGQ6upics”] ถ้าชอบเนื้อหานี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์ Click Here to Subscribe

  • Career Ladder: เราฝากอนาคตไว้กับอะไร?

    ในชีวิตของคนทำงานกินเงินเดือนอย่างเราๆ นอกเหนือจากความมั่นคงในบริษัท ที่จะไม่ล้มละลาย หรือไล่เราออกก่อนที่เราต้องการ ความก้าวหน้าในอาชีพเป็นอีกเรื่องที่คนส่วนใหญ่หวังไว้ในการทำงาน คงไม่มีใครอยากจะทำงานเดิม ความรับผิดชอบเหมือนเดิม โดยไม่มีความก้าวหน้าตลอดชีวิต อย่าว่าแต่ไม่ก้าวหน้าตลอดชีวิตเลย แค่ให้ทำงานเดิม ซ้ำๆนานกว่าที่คาดหวัง หลายคนก็จะเริ่มกระสับกระส่าย หรือแม้กระทั่งมองหางานในที่ใหม่กันแล้ว โดยเฉพาะ Gen Y เช่นผม (เนียนได้อีก :P ) และน้องๆ ที่ความก้าวหน้ามีความหมายมากกว่าเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น หลายๆคนจะผูกความก้าวหน้าไว้กับการประสบความสำเร็จ การได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆและสังคม หรือแม้แต่เป็นหนึ่งในสิ่งที่สาวๆ (หรือหนุ่ม) ใช้พิจารณาว่าจะฝากชีวิตไว้กับคนนี้ได้หรือไม่เลย! … ในมุมขององค์กร องค์กรใหญ่ๆระดับประเทศ หรือระดับโลก เค้ามีการคิดและพัฒนาเรื่องนี้มานาน จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า Career Path (แผนภูมิเส้นทางอาชีพ) และ Career Ladder (แผนภูมิบันไดอาชีพ) ขึ้นเพื่อให้รักษาพนักงานที่เก่งไว้เพื่อทำประโยชน์กับบริษัทให้ได้มากและนานที่สุด ที่ผ่านมาผมก็มองว่า Win-Win ได้ด้วยกันทุกฝ่าย บริษัทก็รักษาพนักงานที่ต้องการได้ พนักงานก็ได้เห็นและกำหนดอนาคตของตัวเอง ผ่านหลักสูตรการพัฒนา และงานที่ท้าทายในรูปแบบต่างๆ ปัญหาคือ ด้วยสถานการณ์ของเศรษฐกิจรอบโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบคาดเดาได้ยากมากถึงมากที่สุด ไหนจะเสถียรภาพของยูโร ไหนจะอัตราว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก และอื่นๆอีกมากมาย ยังไม่นับภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ซึ่งแน่นอนที่สุด ธุรกิจก็ต้องปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีต่างๆ…

  • วิธีตอบให้ตรงคำถาม

      การตอบคำถามเป็นอีกทักษะหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไปเหมือนกับการฟัง คิดว่าใครๆก็ตอบคำถามได้ ฟังได้ดี โดยไม่ต้องฝึกฝน ซึ่งจริงๆแล้ว การทำได้ กับ ทำเป็น นั้นต่างกันมาก จากที่ได้สังเกตคนรอบๆตัวพบว่า การตอบคำถามให้ตรงประเด็น หรือ ตรงกับสิ่งที่ถูกถาม นั้นเป็นปัญหาสำหรับหลายๆคน ทั้งๆที่ก็ฟังดูไม่น่ายาก เพียงแค่ถามอะไรก็ตอบอย่างนั้น แต่หลายครั้งที่ผมเจอก็มีตั้งแต่ตอบอ้อมไปอ้อมมา ตอบหว่านแห ครอบจักรวาล (สงสัยใช้ตอนสอบบ่อย) หรือแม้กระทั่งตอบได้ไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ถามไปเลย ซึ่งการตอบได้ตรงคำถามนั้น จะช่วยได้ตั้งแต่การสนทนากับคนอื่น ไปจนถึงเรื่องงาน ไม่ว่าจะเป็น การสอบสัมภาษณ์ การประชุม การนำเสนองาน การตอบคำถามที่กระชับ และตรงประเด็น จะช่วยให้เราโดนเด่นจากคนอื่นได้ไม่ยาก วิธีการตอบให้ตรงคำถามมีหลักอยู่ง่ายๆ 4 ข้อ คือ 1.ฟัง ข้อนี้สำคัญมาก ฟังคำถามให้เข้าใจก่อน อย่าไปคิดแทนคนถาม บางคนฟังคำถามไม่จบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *