|

Leadership Lesson from Daniel Myers

 

วันอังคารที่ผ่านมามีโอกาสฟังคุณ Daniel Myers ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทพูดในหัวข้อผู้นำในอนาคต โดยส่วนตัวรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่ได้ฟังประสบการณ์ตรงจากผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทุกครั้งก็จะได้มุมมองใหม่ๆกลับมาพัฒนาตัวเอง ครั้งนี้ก็เช่นกัน…

  • ตาของผู้นำ

ตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่ตาของผู้นำสามารถบอกอะไรได้มากกว่านั้น เพราะทุกคนมองมาที่ผู้นำของตน ลองมองดูตาตัวเองในกระจก คุณเห็นอะไร? คุณเห็นสิ่งเหล่านี้ในตาของคุณมั้ย?

  1. เห็นความชัดเจน (Clearly)
  2. เห็นมุมมองที่กว้าง (Broadly)
  3. เห็นไกลกว่าเรื่องหรือปัญหาเฉพาะหน้า (Beyond)
  4. เห็นความกระตือรือล้น (Passion)
  • Inspiration Organization

มีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่าง ที่จะทำให้องค์กรของคุณเป็น Inspirational Organization

  1. ความศรัทธาในตัวผู้นำ (Faith) ซึ่งจะเกิดได้เมื่อทีมเชื่อใน เจตนา(Intention) ความมุ่งมั่น (Commitment) และความสามารถของผู้นำ (Ability)
  2. ความสนุก (Fun) สนุกที่จะทำงานร่วมกัน และประสบความสำเร็จร่วมกัน
  3. มีไฟ (Fire) เป็นทีมที่มุ่งมั่นจะชนะและคอยกระตุ้นให้กันและกัน
    • การพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

People will become obsolete faster than equipment if not continuing learning – Daniel Myers

  • คุณเป็นนกอะไร?

นกกระจอกเทศ – เจอปัญหาแล้ว เอาหน้ามุดดิน หนีปัญหา นกยูง – สวย พูดเก่ง แต่ไ่ม่ทำอะไร นกแ้ก้ว – เจ้านายพูดอะไรก็ พูดตาม เห็นด้วยทุกอย่าง นกในกรง – ติดยึดกับกรอบความคิดแคบๆของตน ไม่ยอมรับฟัง และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นกกระจิบ – ทำแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ ทำงานใหญ่ไม่ได้ หรือว่า… นกอินทรีย์ – นกที่ทะยานเหนือความวุ่นวาย และนำความสงบกลับมา, นกที่มีความรวดเร็วในการจัดการเหยื่อหรือปัญหา, นกที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล, นกที่สร้างความภักดีให้ในกลุ่มจากการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการลงมือทำจริง, นกที่คบกับแต่กับนกอินทรีย์ (ยังไม่เคยเห็นนกอินทรีย์เป็นเพื่อนกับนกพิราบ) และเรียนรู้จากตัวที่ดีที่สุด (Learn from the best)

  • การสร้างการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด (Lead Break-through Change)

Not small improvement…. Set break-through and see what has to be true to achieve that – Daniel Myers

Similar Posts

  • หางานยังไงให้มีโอกาสได้งานมากขึ้น

    ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี มีจำนวนงานน้อยกว่าคนหางาน ก็เป็นธรรมดาที่คนหางานจะต้องเหนื่อยหน่อย เพราะคู่แข่งเยอะ โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ เดือนสองเดือนแรกโดนปฏิเสธ ยังทำตัวชิวบอกเพื่อนขอทำตัว Slow Life บ้าง เรียนเหนื่อยมานาน 3 เดือนผ่านไป 6 เดือนผ่านไป หากยังไร้วี่แววจะได้งานคงมีใจแป๊ว เสียselfกันบ้างล่ะ ถ้าลองถามคนที่หางานว่าไอ้ที่หาไม่ได้นี่หากันยังไง? คำตอบส่วนใหญ่จะเริ่มจาก…  หาตำแหน่งว่างจากแหล่งต่างๆ จาก web หางานบ้าง หนังสือพิมพ์หางานบ้าง  แล้วก็ส่ง resume หว่านไปตามบริษัทต่างๆที่มีตำแหน่งที่สนใจ ถามต่อ แล้วถ้ายังไม่มีสัญญาณตอบรับจากบริษัทล่ะ?

  • เป็นเจ้าของธุรกิจอาจไม่ใช่คำตอบ

    ช่วงนี้มองไปในแผงหนังสือบ้านเรา จะเห็นว่ากลุ่มหนังสือที่กำลังมาแรงกลุ่มหนึ่ง คือ การสอนวิธีให้รวย ออกมาตั้งธุรกิจตัวเอง หลายคนมองว่าคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนนี่ช่างไม่ฉลาด ทำให้ตายชาตินี้ก็ไม่รวย มาเป็นเจ้าของเองรวยกว่าแน่นอน จนหลายๆคนเคลิ้ม และลาออกมาทำธุรกิจเป็นนายตัวเองกันใหญ่ หวังจะได้มีอิสรภาพการเงินกันไวๆ ผมมีโอกาสได้รู้จักอดีตเจ้าของธุรกิจ 2 คน ที่ปัจจุบันเป็นมาเป็นมนุษย์เงินเดือน เลยขอแลกเปลี่ยนความคิดเพราะสงสัยและคิดว่าน่าสนใจ ในโลกที่เหมือนใครๆก็อยากลาออกไปเป็นเจ้าของกิจการกันหมด คนแรกเป็นหนุ่มชาวมาเลย์ อายุ 20 ปลายๆ ที่เรียนจบด้านวิศวะไฟฟ้า และร่วมทำธุรกิจกับเพื่อน ด้าน IT ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย

  • |

    อาสาสมัครเรื่องไกลตัว?

    วันนี้ได้ไปช่วยทำกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษน้องๆในชุมชนโค้งรถไฟยมราชกับ Dwight (Twitter: @DwightTurner) และกลุ่ม InSearchOfSanuk ตามคำชวนของพี่ต่าย (@srisuda) และวาว (@vow_vow) จริงๆผมได้รู้จักกับ Dwight มาสักพักใหญ่ๆจากงาน Tweet Meetup และได้ตามผลงานของกลุ่ม InsearchOfSanuk ผ่านเว็บแต่ไม่เคยมีโอกาสไปร่วมทำกิจกรรมอาสาสมัครกับกลุ่มนี้มาก่อน แม้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือใจที่จะให้ ถ้าใครเคยทำงานอาสาสมัครมาก่อนจะรู้ว่าแม้พื้นเพจะต่างกันจนไม่่น่าเชื่อว่าจะรู้จักกันได้ในชีวิตประจำวัน แต่เราสามารถทำงานร่วมกัน และเป็นเพื่อนกันได้เพราะมีใจที่จะให้เหมือนกัน (common objective) สิ่งที่ผมทึ่งและประทับใจกลุ่มนี้มากๆ (แถมเป็นการตบหน้าคนไทยกลายๆ) คือ เราพูดเสมอว่าประเทศเราจะพัฒนาได้อยู่ที่การพัฒนาการศึกษา การให้ความรู้กับเด็กที่ด้อยโอกาส แล้วเราก็โยนว่าเป็นเรื่องระดับชาติ เรื่องของกระทรวงศึกษา เรื่องของโรงเรียน แต่… เราไม่เคยทำอะไรเลย มากไปกว่านั่งวิจารณ์ในห้องแอร์แล้วก็ปล่อยมันผ่านไป ขณะที่ฝรั่งกลุ่มนี้เข้าไปบุกเบิกชุมชมแออัดที่แม้แต่เราคนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยย่างกลายเข้าไป ทำในสิ่งที่ตัวเองช่วยได้ บางคนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนนานาชาติ บางคนเป็น Expat ในบริษัทข้ามชาิติมาประจำในไทยแค่ปีกว่าๆ แต่ทุกคนก็เต็มใจมาช่วยเด็กไทย ซึ่งผมสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างที่กลุ่มนี้ได้ทำจริงๆ ตั้งแต่ชาวบ้านทักทายและต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เด็กๆวิ่งเข้ามากอด มาคุยด้วย อย่างไม่กลัวที่จะพูดผิดเหมือนนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน น้องๆหลายคน (7-8ขวบ) สามารถเข้าใจพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่านักเรียนม.ปลายหลายๆคนที่มีโอกาสทุกอย่าง นี่คือตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงที่ผมสัมผัสได้แม้จะเป็นครั้งแรกที่ผมไปร่วมกิจกรรม … และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อที่ว่าเราสามารถสร้างความแตกต่างในสังคมได้ ถ้าเราทำ……

  • |

    ความทุกข์ของคนเป็น Expat

    เวลานึกถึงภาพคนที่เป็น Expat ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงคนเก่ง มีความสามารถสูง ที่บริษัทลงทุนในการพัฒนา ส่งไปทำงาน หรือดูแลธุรกิจต่างประเทศ และแน่นอนสวัสดิการที่ดี ถึงดีมากกกก สำหรับคนกลุ่มนี้เพื่อชักจูงให้จากประเทศเกิดไป อยู่ในประเทศที่ไม่คุ้นเคย ห่างไกลครอบครัว เพื่อนฝูง ไหนจะที่อยู่ฟรี รถบริษัท พร้อมคนขับ ค่าเล่าเรียนลูกในโรงเรียน inter และอื่นๆอีกมากมาย ตามตำแหน่ง และระบบของบริษัท ดูเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาซะนี่กระไร แต่ถ้าได้รู้จักคนกลุ่มนี้จริงๆ จะพบความจริงอีกด้านที่น่าสนใจ…

  • ดูมืออาชีพแสดงให้ได้มากกว่าความบันเทิง

    บ่ายวันนี้แฟนชวนไปดูบัลเล่ต์ Swan Lake ของ Matthew Bourne ซึ่งยกทีมจากอังกฤษมาแสดงที่สิงคโปร์ในเทศกาล da:ns Festival 2014 บอกตามตรง เมื่อก่อนผมรู้สึกเฉยๆมากกับการดูละครเวที หรือบัลเลต์ เพราะคิดว่าไม่สนุก ยิ่งรู้่ว่าบัลเล่ต์ที่จะไปดูวันนี้เป็นผู้ชายแสดงเป็นหงส์ด้วย ยิ่งรู้สึกแปลกๆ แต่หลังจากที่ได้จบกลับชื่นชมในการแสดงที่เต็มไปด้วยพลัง และความอ่อนช้อย ของนักแสดงทุกคน ยิ่งเห็นความพร้อมเพรียงในการเต้น และการจัดระเบียบตัวยิ่งชื่นชม และมั่นใจว่าต้องผ่านการซ้อมมาอย่างหนักแน่นอน นอกจากบัลเล่ต์วันนี้ การที่ผมได้มีโอกาสดูการแสดงดีๆระดับโลกทั้งที่สิงคโปร์ และอังกฤษ ความคิดผมเกี่ยวกับการแสดงก็เปลี่ยนไป

10 Comments

  1. ยังเขียนอะไรได้คม ๆ และโดนใจเหมือนเดิมแฮะ

  2. ภาษิตของเก่าท่านเล่าขาน มาแต่ครั้งโบราณมีมากหลาย
    เป็นคำกลอนสอนสั่งทั้งหญิงชาย “สุภาษิตสอนนาย” ไม่เห็นมี
    แม้โชคช่วยอำนวยเป็นนายเขา อย่าเป็นคนหูเบาไม่ถ้วนถี่
    จับเอาความข้างเดียวเที่ยวพาที ให้พิจารณาความดีที่ผลงาน
    นายที่ดีต้องเอาใจใส่ลูกน้อง คอยสอดส่องทุกข์สุขอยู่ทุกด้าน
    คอยช่วยเหลือลูกน้องถ้าต้องการ แต่ไม่ถึงกับจุ้นจ้านจนเกินควร
    แม้ลูกน้องทำผิดไม่คิดข่ม พิจารณาเหมาะสมโดยทั่วถ้วน
    จงพูดจาว่ากล่าวอย่างนิ่มนวล ไม่ลามรวนเรื่องเก่าให้เนานาน
    อันการเตือนนั้นเล่าต้องเข้าท่า ไม่ดุด่าต่อหน้าคนทั่วบ้าน
    เรียกไปเตือนสองต่อสองห้องทำงาน เที่ยวโจษขานลับหลังฟังไม่งาม
    งานสำเร็จลงก็ด้วยเข้าช่วยกัน ไม่ควรดื้อถือรั้นฟังไม่ห้าม
    เป็นนายเขาเอาแต่ใจใครก็ตาม ควรฟังความเห็นอื่นบ้างเป็นทางดี
    อันการงานทั้งหลายควรจ่ายแจก มีการจัดแบ่งแยกเป็นหน้าที่
    หากคนเดียวจะรวบไว้ไม่เข้าที ลูกน้องหรือจะมีกำลังใจ
    เป็นนายเขาต้องขยันหมั่นศึกษา ดูให้เป็นก้าวหน้าทันสมัย
    ไม่ล้าหลังห่างเหินจนเกินไป ลูกน้องก้าวหน้าไกลตามไม่ทัน
    ไม่จำเป็นต้องศึกษามากกว่าเขา ให้รู้หลักพอเป็นเค้าเขาเชื่อมั่น
    แม้เป็นนายรู้จักใช้สบายครัน ไม่จำเป็นต้องฟาดฟันอยู่คนเดียว
    เมื่อลูกน้องก้าวหน้าก็อย่าขวาง หรือคิดหาลู่ทางคอยหน่วงเหนี่ยว
    ทำทีท่าบึ้งตึงข++เกลียว เข้าขับเขี้ยวกันท่าไม่น่ายล
    เมื่อมีส่วนร่วมแบ่งไม่แย้งก่อน ลูกน้องต่างเดือดร้อนอยู่ทุกหน
    ไม่คิดแต่จะเอาเข้ากระเป๋าตน คิดถึงคนอื่นเขาจึงเข้าการ
    อันหัวหน้าที่ดีมีเมตตา ปรารถนาให้เขาสุขทุกสถาน
    กรุณาเติมต่อพอประมาณ ให้เขาผ่านพ้นทุกสุขฤทัย
    ประกอบกับมุทิตาคือพาชื่น เห็นคนอื่นก้าวหน้าพาสดใส
    ไม่ควรคิดอิจฉาอยู่ในใจ เขาทำได้ดีกว่าน่าจะชม
    อีกทั้งอุเบกขาไม่อาฆาต เห็นลูกน้องผิดพลาดไม่ทับถม
    คอยจับผิดคิดว่าตามอารมณ์ ไม่เหมาะสมเที่ยวว่าด่าประจาน
    หัวหน้าดีนั้นให้เห็นเป็นตัวอย่าง ช่วยเขาทำทุกอย่างจนรอบด้าน
    ไม่เอาเปรียบใช้คนอื่นตัวชื่นบาน แล้วเสนอผลงานเพื่อตนเอง
    เมื่อปัญหาเกี่ยวไปถึงภายนอก ตัวหัวหน้าต้องออกถึงจะเก่ง
    เข้ารับผิดชอบด้วยช่วยบรรเลง ลูกน้องเกรงว่าเรานั้นเอางาน
    แม้หัวหน้าคนใดได้เช่นนี้ คงจะมีคนรักสมัครสมาน
    มีคนขอเป็นลูกน้องเกินต้องการ ใครพบพานก็เป็นบุญเกื้อหนุนเอย
    …….

  3. คำถามประจำวันนี่….คุณต้องบุคลากรแบบไหน
    1.คนทำงาน..แต่พูดไม่เก่ง.. Report ความเป็นจริง..ไม่หลอกลวง พิมพ์ 1
    2.คนไม่ทำงาน..เลียเก่ง..พูดเก่ง..เอาผลงานของคนอื่นไปนำเสนอเพื่อให้ตัวเองบรรลุเป้า หมาย ของตัวเอง..พิมพ์2
    เมื่อลูกน้องจะก้าวหน้าก็อย่าขวาง หรือคิดหาลู่ทางคอยหน่วงเหนี่ยว

  4. @ พอดีผ่านมาเจอ..อิ อิ: ขอบคุณสำหรับและกลอนเก๋ๆแต่ความหมายดี และคำอวยพรครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *