[Mentor แบบชัชๆ] ทำไมคนไทยถึงไม่ได้ขึ้นเป็น Top Management

[Mentor Profile] Japanese Sales Director, Japanese Global Company

Mentor: คุณรู้รึเปล่า ว่าบริษัทญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่ผู้บริหารระดับ top management ต้องเป็นคนญี่ปุ่นเท่านั้น ตอนนี้หลายบริษัทรวมทั้งบริษัทผม เริ่มเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงได้

Me: ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยเลยครับ

Mentor: ที่น่าแปลกใจ คือตอนนี้เรามีปัญหาในการหาคนไทยในองค์กรที่จะก้าวขึ้นมาเป็น top management ได้ยาก

Me: เรื่องนี้น่าสนใจ คุณพอจะขยายความหน่อยได้มั้ยครับ ว่าคนไทยขาดอะไร?

Mentor: ในความคิดผม สิ่งที่คนไทยขาด มี 3 เรื่อง

เรื่องแรก คือ เรื่องการวางแผน (planning) ถ้าเทียบกับวัฏจักร PDCA (Plan-Do-Check-Act) คนไทยส่วนใหญ่มีจุดแข็งเรื่อง Do หรือการทำ ขณะที่เรื่องอื่นโดยเฉพาะการวางแผนยังค่อนข้างอ่อน

เรื่องที่สอง เรื่องการเปิดรับความเปลี่ยนแปลง เชื่อมั้ยเวลาผมถามคนในทีมว่ามีงานใหม่ ในอีกแผนกให้ทำ แทบไม่มีใครแสดงความสนใจ เพราะกลัวต้องเรียนรู้ใหม่ ทั้ง ๆ ที่ผมตั้งใจจะให้โอกาสทำงานหลากหลายก่อนจะเลื่อนขั้นให้ ยิ่งเรื่องการให้ไปทำงานต่างประเทศยิ่งแล้วใหญ่ คนไทยส่วนใหญ่มักจะติดเรื่องครอบครัว ทั้งต้องดูแลพ่อแม่ และลูกที่เข้าโรงเรียน จึงไม่สามารถย้ายไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นบันไดที่ผมตั้งใจวางไว้ก่อนก้าวขึ้นเป็น top management

เรื่องสุดท้าย คือ เรื่องความความภักดีกับองค์กร คนไทยไม่น้อยที่เวลาจะออกจะบอกว่าออกไปทำธุรกิจส่วนตัว หรือกลับไปดูแลพ่อแม่ แล้วบอกกระชั้นมาก จนไม่สามารถวางตัว และพัฒนาเป็น successor ของ top management ได้ ถ้าจะลาออกผมเข้าใจได้ แต่ควรจะบอกล่วงหน้าซักหน่อย ยิ่งระดับผู้บริหารแล้ว พอเจอเหตุการณ์แบบนี้หลาย ๆ ครั้ง ทำให้ลังเลเวลาจะวางตัวผู้บริหารคนไทยขึ้นเป็น top management

Me: ขอบคุณที่ช่วยขยายความให้ฟังครับ

Mentor: ยินดีครับ ผมเชื่อว่าคนไทยเก่ง และมีศักยภาพ เพียงแต่ไม่เคยมีใครถามแบบนี้ เลยยังไม่ทราบ

หลายคนกลัวการเลื่อนตำแหน่งมาก มาขอร้องว่าอย่า promote ผมเลย ผม happy กับงานปัจจุบัน ไม่อยากเรียนรู้งานใหม่ และรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งผมแปลกใจมาก


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคการให้คนออกแบบ Win-Win

    [Mentor Profile] CEO, International Consulting Firm Mentor: คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าในบรรดา project ต่างๆ ที่ทำ ผมชอบงาน downsizing ที่ต้องจัดการกับการลดคนที่สุด  Me: ผมนึกว่างานให้คนออกเป็นงานที่ไม่มีใครอยากซะอีก Mentor: เชื่อมั้ย มันเป็นเรื่องของการเปลี่ยนมุมมอง เวลาผมให้คนออก ส่วนใหญ่เราจะจากกันโดยที่เขาขอบคุณผม และยังรู้สึกดีๆ ติดต่อกันอยู่เลย Me: ช่วยขยายความหน่อยครับ ว่ามีเทคนิคยังไงที่จะให้คนออกอย่างมีความสุข

  • [Mentor แบบชัชๆ] รู้มั้ยว่าใครใหญ่?

    [Mentor Profile] Executive Vice President, leading E&P company in Thailand Me: พี่ดูแลทีมใหญ่ๆ แบบนี้เหนื่อยมั้ยครับ? Mentor: ก็มีบ้างนะ เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา ผมก็ต้องค่อยๆ สอนกันไป Me: งานยุ่งขนาดนี้ พี่มีวิธีสอนทีมยังไงบ้างครับ? Mentor: ถ้าเรื่องไหนคนไม่รู้เยอะๆ ก็เปิดเป็น training สอนเองบ้าง ไม่ก็สอนตอนประชุม หรือทีม present บ้าง Me: ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอในการ present มักเป็นเรื่องอะไรครับ?

  • [Mentor แบบชัชๆ] Empower ทีมด้วย free area

    [youtube id=”rqQGQ6upics”] ถ้าชอบเนื้อหานี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์ Click Here to Subscribe

  • [Mentor แบบชัชๆ] วิธีเปลี่ยนคนที่ไม่ยอมเปลี่ยน

    [Mentor Profile] Strategic Change Program Manager, Global Container Shipping Company Me: คุณ lead change program มาหลายเป็นสิบปีจนเชี่ยวชาญ คงมีประสบการณ์เจอคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนบ้างใช่มั้ยครับ? Mentor: มีแน่นอนอยู่แล้ว Me: ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับ ว่าเป็นยังไงและจัดการคนกลุ่มนี้อย่างไร? Mentor: เอาตัวอย่างจริงล่าสุดนี่เลย โครงการที่กำลังทำอยู่ มีพนักงานอาวุโสท่านหนึ่ง อายุน่าจะ 50 ขึ้น ตอนที่ roll out change program ในที่ประชุม ก็ดู commit ดีไม่มีคำถาม หลังจากเริ่ม project ไป 2-3 เดือน เริ่มได้ยินคนมาบอกว่า นอกจากไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกับระบบใหม่ตามที่ตกลงแล้ว เธอยังโวยวาย หาข้อผิดระบบใหม่แทบทุกวัน นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ work ทำให้กำลังใจของทีมที่ตั้งใจเริ่มตก Me: แล้วคุณทำยังไงต่อครับ

  • [Mentor แบบชัชๆ] 2 ทักษะที่สำคัญสำหรับการทำงานในองค์กร และกับลูกค้า

      [Mentor Profile] Thailand Group CEO, British, Leading Global Professional Services Me: ในฐานะที่คุณเป็น CEO ในประเทศไทยมา 28 ปี คุณคิดว่าอะไรเป็นทักษะที่สำคัญในการทำงานบ้างครับ Mentor: ผมมองเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือทักษะสำหรับการทำงานภายใน และทักษะสำหรับติดต่อกับลูกค้าภายนอก สำหรับการทำงานภายใน ทักษะที่ผมให้ความสำคัญมากๆ คือ การสื่อสาร (communication) และสำหรับติดต่อกับลูกค้าคือเรื่อง การนำเสนอ (presentation) Me: ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยครับ Mentor: ปัญหาของการทำงานในองค์กร ส่วนใหญ่เกิดจากการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนทำให้คนที่ทำงานด้วยเข้าใจผิด และเสียเวลา จนไปถึงสื่อสารน้อยเกินไป หรือไม่สื่อสารเลย ผมเลยคิดว่าทักษะการสื่อสาร เป็นทักษะที่สำคัญที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในองค์กร

  • 3 ปัจจัยลดความเสี่ยงภาวะหมดไฟในการทำงาน

    ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome เป็นภาวะที่คนทำงานไม่อยากเจอ และมีความต่างจากความเครียดซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงาน ภาวะหมดไฟนี้มักเกิดจากความเครียดสะสม จนเกิดเป็นความล้าทางอารมณ์ รู้สึกเหมือนหนูติดจั่น ไม่มีไฟที่จะทำงานต่อ ซึ่งการนอนพักก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นเหมือนการเครียดหรือเหนื่อยจากงานทั่วไป แล้วถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีอาการหมดไฟควรทำอย่างไร? นอกจากคำแนะนำที่ให้ระวัง หมั่นสังเกตตัวเองอย่าให้ความเครียดสะสมอยู่เป็นเวลานานจนกลายเป็นภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือพยายามสร้างสมดุลระหว่างงาน กับชีวิต (work-life balance) ผมได้ฟัง Adam Grant พูดถึงโมเดลหนึ่งใน podcast รู้สึกน่าสนใจ ผมเลยหาข้อมูลเพิ่มเติมฝาก 3 ปัจจัยที่จะช่วยลดโอกาสภาวะหมดไฟได้ คือ Demand – Control – Support

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *