Digital Transformation กับมุมการสร้างประสบการณ์ของพนักงาน

ในปี 2560 นี้หัวข้อการสัมมนาที่ร้อนแรงไม่แพ้เรื่อง Thailand 4.0 คือเรื่องของ Digital Transformation

เมื่อวันก่อนผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน Thailand ICT Management Forum 2017 ซึ่งจัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ TMA โดย Theme ในปีนี้คือ “Leading Digital Transformation: From Idea to Action”

ในหัวข้อการเสวนาทั้งหมด ผมสนใจเรื่องของผลกระทบกับคน หรือพนักงานจาก Digital Transformation เป็นพิเศษ และเห็นว่าน่าสนใจ จึงสรุปประเด็นสำคัญ ๆ มาฝากครับ

Panellist

คุณกฤตภาส คูสมิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสโครงการพิเศษด้าน HR ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

คุณชูชัย วชิรบรรจง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน)

คุณภาณุวัฒน์ เบ็ญเราะมาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอออน ฮิววิท (ประเทศไทย) จำกัด

คุณโอม ศิวะดิตถ์ National Technology Officer บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

คุณรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา อนุกรรมการกลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ TMA (ผู้ดำเนินรายการ)

ประเด็นที่น่าสนใจ

คุณกฤตภาส

  • อย่าไปตื่นเต้นกับคำว่า Digital Transformation เพราะมันก็แค่ change อย่างหนึ่ง
  • เวลาพูดถึงการเปลี่ยนแปลง ธนาคารจะมอง 4 ปัจจัย คือ
  1. Mindset – อะไรคือ mindset ที่จำเป็นในการเปลี่ยนจาก traditional bank เป็น digital bank
  2. Competency – พิจารณาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงแล้วประเมินว่าทำให้ competency ขององค์กรเพิ่มขึ้นหรือไม่
  3. Behavior – อะไรคือพฤติกรรมที่คาดหวัง (expected behavior) ที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น
  4. Customers – ลูกค้าเป็นปัจจัยที่หลายองค์กรมองไม่ค่อยถึงในกระบวนการเปลี่นแปลง การเปลี่ยนแปลงนั้นก็ทำให้เราบริการลูกค้าได้ดีขึ้น
  • การทำ Digital Transformation ของธนาคารแบ่งออกเป็น 2 ขา คือ
    • Improve / Transform business process
      • พาคน IT ออกทำบริษัทใหม่ (KASIKORN Business-Technology Group, KBTG) เพื่อให้คน IT เปลี่ยน mindset และคิดแบบ business เป็น
      • หลังเปลี่ยน mindset แล้วจึง Transform กระบวนการทำงานซึ่งต้องเวลา
    • Digital workplace
      • ต้องเลี่ยงคำว่า anywhere, anytime เพราะจะไปขัดกับสิ่งที่ Gen Y มองหา คือ work/life balance แต่ให้มองว่า Digital workplace ช่วยให้คุณเลือกที่จะทำงานที่ไหนก็ได้เมื่อคุณสะดวก (You can choose to work at your convenience time) ผ่าน seamless connection
  • สร้าง New way of work ผ่าน
    • New way of communication – Broadcast & Live Chat, VDO conference
    • New way of collaboration – Real-time co-edit
    • Online Employee/ Other service – Cloud-based operatoin workflow
    • Self-develop knowledge management – User friendly platform, Self-learning
  • การทำ Knowledge Management (KM) ให้ได้ผล ต้องเข้าใจวิธีการใช้งานจริง เช่น การค้นหาจาก key word แบบ Google search หรือจาก hashtag (#) แบบ Twitter แทนการค้นหาตาม folder ที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่มีใครจะนั่งเสียเวลาหาเพื่ออ่าน หรือใส่ข้อมูลเพิ่มเข้าระบบ KM
  • สรุป Digital transformation ของธนาคาร เริ่มจาก Tools แล้วตามด้วยการสร้างความสามารถของคน IT (create IT capability) ก่อนจะมาเปลี่ยน process ซึ่งใช้เวลานานที่สุด

คุณชูชัย

  • บริษัทไม่ได้ทำ digital transformation แบบเปลี่ยนใหญ่ครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ ทำมาเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง
  • การเปลี่ยนครั้งแรก คือการเปลี่ยนจากการใช้กล้องถ่ายรูปธรรมดาของพนักงานเคลมประกัน มาเป็นกล้องดิจิตอล เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการล้างฟิล์ม
  • การเปลี่ยนครั้งที่สอง คือ การทำ paperless office โดยสแกนเอกสารย้อนหลัง และลดการใช้กระดาษ จะเก็บเฉพาะเอกสารที่ต้องใช้ในการ audit
  • การเปลี่ยนให้เอกสารต่าง ๆ อยู่ในรูปแบบ digital ทำให้สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ (anywhere, anytime)
  • สิ่งที่สำคัญในการเปลี่ยนองค์กรให้เป็น digital ไม่ใช่การเปลี่ยนที่ front หรือตำแหน่งที่ติดต่อกับลูกค้าเท่านั้น ความสำคัญอยู่ที่ระบบหลังบ้าน ว่าพร้อมเป็น digital หรือไม่

คุณภาณุวัฒน์

  • ถ้ามอง Best practice ขององค์กรที่ทำ digital transformation จะเห็นว่า process หลัก ๆ ของ HR ในการดูแลพนักงานขององค์กรไม่ได้เปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนคือความคาดหวังของพนักงานที่ต้องดูแลเหมือนลูกค้าองค์กร
  • พนักงานในปัจจุบันคาดหวังเรื่องความเร็ว และความชัดเจนในระบบต่าง ๆ ภายใน เหมือนภาพที่องค์กรสื่อสารกับลูกค้าภายนอก
  • สรุปความคาดหวังของพนักงานในมุม employee experinece กับระบบ HR
    • Easy – ง่าย, จบในที่เดียว (one-stop service)
    • Proactive – เข้าใจความต้องการของพนักงาน และให้ก่อนมากกว่าที่ตั้งรับขอ complaint
    • Relevant – ให้ข้อมูล สร้างระบบที่เกี่ยวข้องกับงาน หรือมีประโยชน์กับตัวพนักงาน
    • Confident – มั่นใจว่าติดต่อกับ HR แล้วจะได้เรื่อง (get the job done)
  • คำแนะนำระบบการดูแลพนักงานในยุค digital transformation
    • อย่ารีบด่วนสรุป – ไม่ใช่เห็นว่า best practice ของที่อื่นเป็นอย่างไรแล้วก็จะทำตามเหมือนเขา ต้องเข้าใจก่อนว่าองค์กรของเราต้องการอะไรจริง ๆ
    • อย่าคิดว่าบริษัทของเรา unique – หลายองค์กรคิดว่าองค์กรตัวเองมีความเฉพาะตัวมาก ไม่สามารถใช้ระบบ เหมือนองค์กรอื่นได้ ซึ่งความจริงไม่มีองค์กรไหนที่ unique จนไม่สามารถเรียนรู้ หรือปรับใหญ่สิ่งที่องค์กรอื่นทำได้
    • เผื่อเวลาสำหรับระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ – บางองค์กรอยากให้เปลี่ยนรวดเร็ว 3 เดือน 5 เดือนเสร็จ ซึ่งการ implement change ต้องใช้เวลา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่
    • เวลาบริษัทแนะนำระบบ หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้พนักงาน ให้ communicate benefits ในมุมของพนักงานจากการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ใช่ features ของระบบ

คุณโอม

  • ในฐานะที่เป็น Digital workforce คนหนึ่ง ออฟฟิศของผมคือ smart phone กับ tablet ซึ่งสิ่งที่ให้เกิดคือ mobile และ cloud technology
  • บริษัท enabler พนักงานให้สามารถสร้างผลงานได้ง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยี และความร่วมมือต่าง ๆ ภายในบริษัททำได้ง่ายขึ้น (Yammer)
  • แทนที่จะแชร์ข้อมูลให้พนักงานเท่าที่จำเป็นต้องรู้ (need to know basis) บริษัทเปิดให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากในบริษัท เพื่อให้พนักงานมีข้อมูลที่มากพอในการทำงานและตัดสินใจ
  • งาน operation ของ HR หลาย ๆ อย่างเริ่มเปลี่ยนเป็น self service มากขึ้น
  • Connected Collaboration ทำให้เกิด
    • Engage all employees across organization
    • Be productive anytime, anywhere, across devices
    • Improve discoverability of information and people
    • Foster a culture of collaboration and innovation

My key takeaways

  • พนักงาน หรือคนในองค์กรเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในทุกการเปลี่ยนแปลง ไม่เฉพาะ Digital Transformation ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือเครื่องมือ gadget เก๋ ๆ เท่านั้น
  • ในโลกที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้แทบทุกอย่าง ความคาดหวังของพนักงานในฐานะลูกค้าภายใน จะสูงขึ้นเพราะไม่ได้เทียบกับแค่คนในแผนกอื่น หรือองค์กรคล้าย ๆ กันในประเทศเมื่อสมัยก่อน แต่ความคาดหวังจะเทียบกับ best practice ในระดับประเทศ หรือระดับโลก ซึ่งทำให้องค์กรต้องปรับตัวเร็วขึ้น เพราะอาจส่งผลต่อความผูกพันของพนักงาน หากบริษัทไม่คำตอบที่ชัดเจน หรือสามารถจัดการความคาดหวังได้
  • การที่ทุกคนทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถมองได้ทั้งในแง่บวก (นั่งอยู่ร้านกาแฟ ริมชายหาด หรือรถติดก็ทำงานได้) และแง่ลบ (หัวหน้าคาดหวังว่าต้องตอบเมล 24/7 แม้จะเป็นวันหยุด) Seamless connection ช่วยเพิ่มความสะดวก หรืออาจจำเป็นของการทำงานก็จริง แต่วิธีการสื่อสาร และกำหนดความคาดหวังกับพนักงานสำคัญกว่า
  • ผู้บริหารมีความสำคัญมากในการตีกรอบ และกำหนดทิศทางต่าง ๆ ขององค์กร ดังนั้นการที่ผู้บริหารเข้าใจ ความหมายของกระแสต่าง ๆ รวมทั้งเรื่อง Digital Transformation แล้วเข้าใจบริบทขององค์กร ก่อนจะเลือกวิธี และเครื่องมือในการปรับองค์กร เป็นตัวชี้ว่าองค์กรนั้นจะประสบความสำเร็จในระยะยาวหรือไม่

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • การค้นหาตัวเองสำหรับนักศึกษา

      หนึ่งในคำถามที่ผมมักได้ยินน้อง ๆ ที่กำลังใกล้จบ หรือเพิ่งเรียนจบถามเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ชีวิตจริงของโลกการทำงาน คือ จะทำงานอะไรดี หรือทำงานที่ไหนดี   ซึ่งอาจเป็นคำถามคุ้น ๆ ที่เคยถามก่อนเข้ามหาวิทยาลัยว่า จะเรียนอะไรดี   รู้สึกเดจาวู (Déjà vu) มั้ยครับ? ซึ่งคนที่จะตอบคำถามนี้ได้ ก็ไม่ใช่ใครนอกจากตัวเอง แต่ปัญหาคือเราไม่รู้จักตัวเองดีพอที่จะตอบคำถามนี้ คำถามที่น่าสนใจต่อมาคือ แล้วเราจะค้นหาตัวเองอย่างไรดีล่ะ? วันนี้ผมได้รับเชิญไปร่วมงาน Thai Networking Event 2016 ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ ในฐานะหนึ่งในรุ่นพี่ที่ทำงานที่นี่มากว่า 2 ปี ระหว่างที่แนะนำตัวก็มีคำถามให้ผมแนะนำวิธีการค้นหาตัวเองให้น้อง ๆ นักศึกษาที่มาฟัง คิดว่าคำตอบของผมอาจเป็นประโยชน์กับคนอื่น เลยรีบกลับบ้านมาเขียนเก็บไว้ก่อนที่จะลืม …….. ทำไมต้องค้นหาตัวเอง?

  • กว่าจะเรียนจบก็สายไปแล้ว

    ไม่แน่ใจว่านิสิต นักศึกษาที่เพิ่งจบตอนนี้หางานยาก มากน้อยแค่ไหน? วันก่อนผมทานข้าวกับน้องคนสิงคโปร์คนหนึ่งที่เพิ่งจบปริญญาตรี และมาร่วมทีมในฐานะพนักงานสัญญาจ้าง เลยชวนคุยเรื่องสถานการณ์ของเด็กจบใหม่ที่นี่ สิ่งที่ผมได้ยิน ถือว่าสถานการณ์ของบัณฑิตใหม่ที่สิงคโปร์ไม่ค่อยดีนัก บัณฑิตใหม่ใช้เวลาหางานเฉลี่ย 6-8 เดือนก่อนจะได้งานแรก ซึ่งเป็นทุกสาขา รวมถึงมหาวิทยาลัยชื่อดัง ตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ก็มีแต่งานด้านบริการ ใน fast food chain ซึ่งเด็กมัธยมก็ทำได้ บริษัทส่วนใหญ่ต้องการคนที่ประสบการณ์ 5-8 ปี ตำแหน่งที่เปิดสำหร้บคนที่ประสบการณ์ไม่พอจะเป็นในรูป พนักงานสัญญาจ้าง 6 เดือน – 2 ปี พ่อแม่เริ่มกดดัน เด็กก็เริ่มเครียดหลังจากจบแล้วหางานไม่ได้ สุดท้ายหลายคนหางานไม่ได้ เลยตัดสินใจเรียนต่อโท ผมมองว่าภาพนี้จะเหมือน time machine เล็กๆที่จะสะท้อนสภาพการจ้างงานของบัณฑิตใหม่ของไทยในอนาคตอันใกล้ อย่าลืมว่าเด็กในสิงคโปร์ส่วนใหญ่พูดได้คล่องทั้งอังกฤษ และภาษาท้องถิ่น (จีน, มาเลย์, ฯลฯ) ยังมีปัญหาในการหางาน เชื่อว่าการแข่งขันหลังเปิด AEC โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติคงแข่งขันกันมันกว่าตอนนี้แน่นอน

  • แชร์ความคิดของเศรษฐีที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

    **Disclosure: บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)** เวลาได้ยินคำว่า เศรษฐี คุณนึกถึงอะไร? หลายคนนึกถึงคนมีบ้านหลังใหญ่ ขับรถสปอร์ต ใช้ของแบรนด์เนม อยากซื้ออะไรก็รูดบัตรเครดิตซื้อได้โดยไม่ต้องกังวล ดูเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาไม่ใช่น้อย คนส่วนใหญ่ถึงพยายาม หาวิธีเป็นเศรษฐี หรืออย่างน้อยก็ขอให้มี lifestyle บางส่วนเหมือนเศรษฐีไว้โชว์เพื่อน ๆ บนโลกโซเชียลบ้างก็ยังดี บางคนยอมเป็นหนี้บัตรเครดิตเพื่อผ่อนซื้อของราคาแพงมาอวดคนอื่น ซึ่งไม่ใช่หนทางของเศรษฐี ถ้าคุณอยากเป็นเศรษฐีตัวจริง คุณต้องมองผ่านวัตถุภายนอก ให้ถึงวิธีคิดแบบเศรษฐี ซึ่งเป็นที่มาของรายได้ และทรัพย์สินที่เรามองเห็น จากที่ผมรู้จักกับเศรษฐี และอ่านหนังสือชีวประวัติของมหาเศรษฐีมาไม่น้อยจนเริ่มเห็นรูปแบบ จึงขอแชร์ความคิดของเศรษฐี 3 เรื่องที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน 1. เป็นผู้ให้ คุณอาจจะเถียงว่า “เป็นเศรษฐี ก็ให้ได้สิ รอให้ฉันเป็นเศรษฐีก่อน ฉันก็จะให้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันไม่พร้อม ขอเก็บให้ตัวเองก่อน” แม้อาจฟังดูตลก แต่การเป็นผู้ให้คือหนึ่งในเคล็ดลับของเศรษฐี เพราะเมื่อคุณให้ แสดงว่าคุณมี เพราะถ้าไม่มีก็ให้ไม่ได้

  • 4 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการทำ Talent Analytics

    ในยุคปัจจุบันที่ HR เริ่มตื่นตัวก้าวข้ามงานแบบ admin เปลี่ยนมาเป็น business partner กับธุรกิจ เราจะเริ่มเห็นการใช้ตัวเลข หรือข้อมูล ตัววัดต่างๆ เข้ามาช่วยงาน HR เพื่อวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจมากขึ้น Talent Analytics ก็เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ข้อมูลด้านต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อประเมินหา Talent ขององค์กรสำหรับการเลื่อนขั้น และพัฒนาเพื่อเป็นกำลังสำคัญของบริษัทต่อไป ตัวอย่างของข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา เช่น ประวัติผลการประเมินผลงาน ประวัติการหมุนเวียนงาน ข้อมูลยอดขาย ผลจาก 360 feedback คะแนนทดสอบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลยิ่งมากยิ่งดีสำหรับประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้าเราดูแค่ข้อมูลอย่างเดียว เราก็มีโอกาสที่จะประเมิน Talent พลาดไปได้ สิ่งที่ HR ควรจะระวัง และพิจารณาในการทำ Talent Analytics ซึ่งผมอ้างอิงจากหลักสูตร People Analytics ของ Wharton มีอยู่ 4 ปัจจัย คือ 1. Context…

  • |

    30 second MBA

    ช่วงนี้งานเข้าติดกัน ทำให้ยังไม่สามารถปลีกตัวมาเขียนได้บ่อยๆเหมือนเดิม… ต้องขออภัยแฟนๆที่ติดตามและถามว่าเมื่อไหร่จะอัพเดตblog ซะที มา ณ ที่นี้ด้วย… _________________________ วันนี้ไปเจอเวปที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบริหาร ของ FastCompany ชื่อว่า 30 second MBA เหมาะสำหรับคนที่เวลาเป็นสิ่งมีค่าอย่างพวกเรา เพราะแต่ละคลิปแค่ 30 วินาทีเท่านั้น โดยแต่ละ่อาทิตย์จะมีโจทย์คำถามเกี่ยวกับการบริหารต่างๆ แล้วให้ CEO บริษัทต่างๆมาตอบภายใน 30 วินาที วันละคน เพราะฉะนั้น ก็มีแต่เนื้อๆ น้ำไม่เกี่ยว ถ้าสนใจก็คลิ้กดูที่รูปได้เลยครับ…

  • นำรอยยิ้มกลับมาสู่คนไทยอีกครั้ง

    สภาพบ้านเมืองของเราในสัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากจะกระทบกับเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมแล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือความคิดที่แตกแยกอย่างรุนแรงของคนในชาติ ทำให้เรารอยยิ้มสยามที่เราเคยภูมิใจเหือดหายไปจากใบหน้าของคนไทย ผมกับเพื่อนๆกลุ่มหนึ่งก็ได้คุยกันและคิดว่าเราจะช่วยประเทศเราได้อย่างไร สุดท้ายก็มาลงตัวที่การสร้าง Facebook Page เพื่อจะช่วยกันนำรอยยิ้มกลับมาสู่คนไทยอีกครั้ง โดยที่ไม่เกี่ยวกับกับ มั่นใจว่าคนไทยเกิน1ล้านคน… (ฮา) ซึ่งก็ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีหลังจากเปิดตัวไป3วัน (ขณะที่เขียนอยู่มีคนที่กดlike แล้ว 1,515คน) ถ้าเพื่อนๆสนใจ สามารถเข้าไปดู Facebook Page ได้ตามlink ข้างล่างนี้ Thailand back to land of smiles เร็วๆนี้จะเปิดตัวเวปไซต์และโครงการที่น่าสนใจต่างๆ ถ้ามีข้อเสนอแนะอะไรก็แนะนำผ่านผม หรือจะเขียนที่ Thailand back to land of smiles ก็ได้นะครับ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อให้เมืองไทยกลับมามีรอยยิ้มเหมือนเดิม… ^___^ ป.ล. Page นี้ไม่มีสีนะครับ… ^^”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *