|

ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดีรึปล่าว?

คุณรู้สึกอย่างไรกับความทะเยอทะยาน?

เวลามีบอกว่าคนนั้นทะเยอทะยานจัง หรือคนนี้ไม่มีความทะเยอทะยานเลย คุณรู้สึกอย่างไรกับสองคนนี้

ส่วนตัว ผมเคยสับสนอยู่พักใหญ่ เพราะมุมนึงก็คิดว่าความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดี เป็นพลังให้เราทุ่มเททำให้สิ่งที่อยากได้

แต่อีกมุมนึงก็คิดว่าความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทำให้เราโลภ เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักพอ กระสับกระส่ายมองหาวิธีให้ได้มาโดยไม่สนว่าต้องเหยียบคนอื่นขึ้นไป (รึปล่าว?)

ต้องบอกว่าสองความคิดนี้ตีกันในหัวอยู่นานมาก ชักคะเย่อไปมา ไม่รู้ว่าตกลงเราควรจะทะเยอทะยานดีมั้ย?

จนกระทั่งผมอ่านเจอมุมมองต่อเรื่องความทะเยอทะยานที่น่าคิด

เค้าบอกว่าตัวความทะเยอทะยานไม่ได้เป็นตัวบอกหรือ แยกว่าดี/ไม่ดี

คนไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่ได้ผิด และไม่ได้แปลว่าเป็นคนขี้เกียจ

การมีความทะเยอทะยานทำให้เรา มีพลังสู้กับอุปสรรค อยากทำให้ประสบความสำเร็จ

แต่สิ่งที่ทำให้ความทะเยอทะยานดูเหมือนสิ่งที่ไม่ดี คือ mindset ของเราต่อเรื่องที่เราเป้าหมาย

ลองถามว่าทำไมเราถึงมีความทะเยอทะยานกับเรื่องๆหนึ่ง

ถ้าคำตอบเรามาจาก mindset ที่ “ขาด” เช่น ต้องการจะเอาชนะ ต้องการจะพิสูจน์ตัวเอง ต้องการการยอมรับจาก(หัวหน้า, บริษัท, เพื่อนร่วมงาน)

เราคงรู้สึกเหนื่อยที่จะเติมเต็มเป้าหมายต่างๆ ตามความทะเยอทะยานของเรา และเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว เราก็จะหาเป้าหมายใหม่ๆมาเพื่อพิสูจน์ และพยายามเติมเต็มสิ่งที่เรารู้สึกขาดไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักพอ

ลองเทียบกับคำตอบที่มาจากคนที่มี mindset ว่า “ดีพอ” เช่น ฉันต้องการจะสร้างสิ่งใหม่ๆ หรือทำให้ดีขึ้นเพราะเชื่อว่าตัวเองทำได้ และเห็นประโยชน์ หรือ ฉันอยากจะพัฒนาเป็นคนที่ดีกว่านี้ หัวหน้าที่ดีกว่านี้

แน่นอนความพยายามเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเรื่องเดียวกัน ต้องผ่านอุปสรรค และงานหนัก ไม่ต่างกัน แต่เพราะ mindset ที่ต่างกัน ย่อมส่งผลถึงความรู้สึกระหว่างฝ่าฟันอุปสรรค และผลงานที่ต่างกัน 

ข่าวดีคือ เจ้า mindset นี่มันเปลี่ยนได้!

คุณอาจให้ความทะเยอทะยานของคุณมาจาก mindset แบบไหนก็สังเกตและฝึกดูนะครับ

________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • |

    ข้อคิดการใช้ชีวิตจากเพลงกล่อมเด็ก

    Row, row, row your boat Gently down the stream Merrily, merrily, merrily, merrily Life is but a dream   เนื้อร้องเพลงกล่อมเด็กสั้นๆ เพลงนี้ วนลูปอยู่ในหัวผมอยู่เป็นสัปดาห์ เนื่องจากเพลงนี้กำลังเป็นเพลงโปรดของลูกสาว ที่คุณภรรยาใช้กล่อม ผมเลยได้ยิน (และร้อง) บ่อยเป็นพิเศษ จนติดอยู่ในหัวมาฮัมต่อเองตอนอาบน้ำ และตอนขับรถด้วย ร้องไปร้องมา ผมเริ่มตีความเนื้อเพลงกล่อมเด็กเพลงนี้ เป็นบทเรียนการใช้ชีวิตได้ดังนี้ Row, row, row your boat เปรียบเทียบชีวิตของคุณเป็นดั่งเรือ ล่องอยู่ในลำธารของชีวิต ไม่ว่าจะเจอน้ำนิ่ง น้ำเชี่ยวกราด หรือโขดหิน เช่นเดียวกับความสุขหรืออุปสรรคต่างๆ ในชีวิต เราก็พายต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

  • |

    5 เหตุผล ที่ควรไปเรียนต่อที่สวีเดน

    ถ้าพูดถึงการเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ เชื่อว่าประเทศที่อยู่ในใจหลายคนคงไม่พ้น อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย วันก่อนผมได้แนะนำประเทศสวีเดน ไปสั้นๆทาง Twitter ของผม (@Chutchapol) ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง เพราะไม่อยากให้หลายคนมองข้ามประเทศนี้ไป เลยมาลองคิด 5 เหตุผลที่คุณควรไปเรียนต่อที่ประเทศสวีเดนดู 1. มาตรฐานการศึกษาสูง อยากรู้มาตรฐานของการศึกษาของประเทศไหน ให้ดูคุณภาพของคนประเทศนั้น สำหรับประเทศสวีเดนซึ่งมีประชากรประมาณ 9 ล้านคน แต่สินค้า และ ยี่ห้อที่มีคุณภาพและดังระดับโลกมากมาย เช่น Volvo, H&M, IKEA, SAAB, ABB, Skype, Ericsson, Electrolux เป็นต้น หลายคนคงเคยชินกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆ ผมเคยถามเพื่อนที่สวีเดน เค้าบอกว่าสวีเดนไม่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เพราะมาตรฐานทุกที่ไม่ต่างกัน มีแต่ที่ไหนเชี่ยวชาญด้านไหน 2. ยังมีโอกาสเรียนฟรี หรือขอทุนการศึกษาได้ง่าย น่าเสียดายที่ประเทศสวีเดนเพิ่งเริ่มเก็บค่าเทอมจากนักศึกษาต่างชาติ (นอก EU/EEA และ สวิสเซอร์แลนด์) เมื่อปี 2010 นี่เอง เพราะต้องการลดจำนวนนักเรียนที่ตั้งใจลี้ภัยสงครามจากตะวันออกกลางมากกว่าไปเรียน (ข้อมูลจาก @paeguay) ซึ่งตอนที่ผมเรียน…

  • |

    ความทุกข์ของคนเป็น Expat

    เวลานึกถึงภาพคนที่เป็น Expat ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงคนเก่ง มีความสามารถสูง ที่บริษัทลงทุนในการพัฒนา ส่งไปทำงาน หรือดูแลธุรกิจต่างประเทศ และแน่นอนสวัสดิการที่ดี ถึงดีมากกกก สำหรับคนกลุ่มนี้เพื่อชักจูงให้จากประเทศเกิดไป อยู่ในประเทศที่ไม่คุ้นเคย ห่างไกลครอบครัว เพื่อนฝูง ไหนจะที่อยู่ฟรี รถบริษัท พร้อมคนขับ ค่าเล่าเรียนลูกในโรงเรียน inter และอื่นๆอีกมากมาย ตามตำแหน่ง และระบบของบริษัท ดูเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาซะนี่กระไร แต่ถ้าได้รู้จักคนกลุ่มนี้จริงๆ จะพบความจริงอีกด้านที่น่าสนใจ…

  • |

    วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น

      ในการปฏิบัติต่อผู้ือื่นนั้น มีสำนวนอยู่หลายสำนวน ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า… ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่ให้เค้าปฏิบัติกับเรา หรือ ดีมาก็ดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายตอบ แต่มีอีกแนวความคิดนึงที่อยากฝากให้คิดดู เค้าบอกว่า…

  • ไม่มีเวลา…จริงเหรอ?

      เคยสังเกตมั้ยว่าหนึ่งในคำที่ติดปากของคนรุ่นใหม่ คือ ไม่มีเวลา และก็มักจะตามด้วยเหตุผลต่างๆนานา ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น งานเยอะ ประชุม รถติด เหนื่อย ขี้เกียจ… ซึ่งก็น่าเสียดายที่หลายๆสิ่งที่เราอยากทำ ถูกคำว่าไม่มีเวลา ผลักให้เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งเข้าใจแบบยูเรก้าในเรื่องของการบริหารเวลาขณะวิ่งออกกำลังกายวันนี้ คือ ทุกคนมีเวลาสำหรับสิ่งที่ตัวเองให้ความสำคัญเสมอ

  • |

    มาวิ่งกันเถอะ

      วันนี้ผมจะมาชวนพวกเราไปวิ่งกัน จริงๆจะออกกำลังกายอะไรก็ได้ แต่คิดว่าวิ่งน่าจะเป็นการออกกำลังกายที่สะดวกและใช้อุปกรณ์น้อยที่สุด แค่ใส่รองเท้า้ผ้าใบก็ออกวิ่งได้เลย ผมจะไม่บอกซ้ำถึงข้อดีที่หลายๆคนทราบเกี่ยวกับการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็น ให้สุขภาพแข็งแรง ลดน้ำหนัก หรือ ช่วยให้นอนหลับสบาย แต่ผมจะบอกถึงข้อดีอีกข้อที่ผมเพิ่งพบจากการออกกำลังกาย นั่นคือ…

2 Comments

  1. ดีจังค่ะ. สรุป mindset. เหมือนหางเสือเรือ ประมาณนี้ไหมคะ..งั้นแสดงว่าจริงๆแล้ว คนเราต้องกลับไปมองตัวเองจากข้างในก่อนว่าต้องการอะไร คิดยังไงกับตัวเอง รู้จักสร้างพื้นฐานความคิดเชิงบวกสิคะ. ทุกอย่างที่ออกมาจากจุดเริ่มต้นที่ดีจะได้เป็นเครื่องมือที่ดีเพื่อนำพาตัวเราไปถึงจุดหมายอย่างมั่นคงแข็งแรง

  2. พี่มองว่า mindset เหมือนแว่นตาสีๆ ที่เป็น filter เวลาเรามองเหตุการณ์ต่างๆแม้จะเป็นเหตุการณ์เดียวกัน ก็จะเห็นต่างกัน
    mindset ที่ต่างก็มาจากระบบความเชื่อ (belief system) ของแต่ละคน มีเป็นกรอบในการรับรู้และตีความเรื่องต่างๆที่เข้ามา และสิ่งที่จะทำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *