|

วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น

 

ในการปฏิบัติต่อผู้ือื่นนั้น มีสำนวนอยู่หลายสำนวน

ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า…

ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่ให้เค้าปฏิบัติกับเรา

หรือ ดีมาก็ดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายตอบ

แต่มีอีกแนวความคิดนึงที่อยากฝากให้คิดดู

เค้าบอกว่า…

เราควรปฏิบัติต่อคนอื่น ตามศักยภาพของเขา ไม่ใช่ตามที่เขาเป็น

แล้วปกติศักยภาพของคนมันก็ไม่มีขีดจำกัดอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นเราก็ควรปฏิบัติกับคนอื่นทุกคนอย่างดีที่สุดเหมือนกับเป็นคนสำคัญ (เพราะเค้ามีศักยภาพสูงงงง)

ตัวอย่างเช่น

ครูคนแรกเห็นนักเรียนคนหนึ่งเกเรไม่ตั้งใจเรียน แถมหัวไม่ดี เลยสอนแบบไม่ตั้งใจมาก (ปฏิบัติตามที่เห็นและเป็นอยู่)

ครูคนที่สองมองว่านักเรียนคนนี้มีศักยภาพและพยายามสอนแบบเข้าใจเด็ก และเชื่อว่าโดยเนื้อแท้แล้วนักเรียนทุกคนอยากตั้งใจเรียน แต่มีปัจจัยบางอย่างที่ขวางเค้าอยู่ (ปฏิบัติตามศักยภาพ)

ผมเชื่อว่ายังไงนักเรียนที่เรียนกับครูคนที่สอง จะมีพัฒนาการที่ดีกว่าคนแรก

เพราะไม่เพียงแต่เด็กจะรับรู้ได้ถึงความตั้งใจ และหวังดีจากครู แต่เค้าก็จะพยายามยกระดับความคาดหวังของตัวเองขึ้นตามที่ศักยภาพที่ครูเชื่อ

แม้สุดท้ายจะไม่สามารถทำได้เต็มศักยภาพ แต่อย่างน้อย ก็ดีกว่าการที่ครูคนแรกไม่เชื่อในตัวเค้า และปฏิบัติต่อเค้าในสิ่งที่เด็กเป็นและแสดงออก ณ ปัจจุบัน

จริงๆหลักนี้สามารถใช้ได้กับการปฏิบัติต่อผู้อื่นทั่วๆไปได้เหมือนกัน

เห้นด้วยหรือไม่อย่างไรก็อย่าลืมแวะมา comment เล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ

Similar Posts

  • |

    เก็บตกงาน Give&Take ครั้งที่ 8: THAI Story

    “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ” อ.ไชยยศ ปั้นสกุลไชย กล่าวต้อนรับผู้ชมสู่งานทอล์คการกุศล Give&Take ครั้งที่ 8 ในหัวข้อ THAI Story เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 กุมภาพันธ์) งานนี้ต้องบอกว่าคุ้มจริงๆเพราะนอกจากได้มุมมอง แง่คิด จากวิทยากรหลากหลายอาชีพ แล้วรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดยังได้ร่วมสมทบทุน มูลนิธิพระดาบส ทอล์คการกุศลนี้ ได้ 20 วิทยากร โดย 10 ท่านเป็นลูกศิษย์ อ.ไชยยศ และอีก 10 ท่านเป็นวิทยากรชั้นนำจากหลากหลายอาชีพ โดยแต่ละท่านมีเวลาเพียง 15 นาที ในการนำเสนอ ซึ่งสำหรับวิทยากรส่วนใหญ่ที่มักจะบรรยายทีละหลายๆชั่วโมง ถือเป็นเรื่องท้าทายทีเดียวเลยที่จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในเวลาที่จำกัดแบบนี้ ทุกท่านล้วนมีมุมมองนำเสนอที่น่าสนใจ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างบางท่าน มาเป็นตัวอย่าง อ.สวยศ ด่านบรรพต มาในชุดโปรกอล์ฟ พร้อมเทคนิคในการเรียนรู้ทุกอย่างผ่าน G.O.L.F. G: Guru เรียนรู้จากกูรู หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นคน หรือหนังสือ หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ต หรือ YouTube ก็เป็นครูเราได้ O:…

  • | |

    ด้านที่ดีกว่าของชีวิต?

    ธนาคารกรุงไทย-ด้านที่ดีกว่าของชีวิต วันนี้นั่งรถไฟฟ้าแล้วเห็นโฆษณาตัวใหม่ของธนาคารกรุงไทย ถ้าดูเผินๆก็เหมือนว่าเป็นโฆษณาที่ให้กำลังใจดีอีกตัวหนึ่ง เพราะแน่นอนว่าในทุกปัญหาย่อมมีโอกาสแฝงอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่หลายๆคนอาจลืมไป คือ อีกด้านหนึ่งของเหรียญ

  • Connecting Customers

      เคยมั้ยว่าทำงานในสายงานเดิมมานานๆ แล้วรู้สึกตัน แต่ไม่รู้ว่าแผนกอื่นเค้าทำอะไร หรือ บริษัทบอกว่าเราต้องเข้าใจลูกค้ามากขึ้น แต่งานที่เราทำรู้สึกห่างไกลกับลูกค้าของบริษัทจริงๆเสียเหลือเกิน แม้กระทั่งอยากออกไปเปิดบริษัทของตัวเอง กลับไม่รู้จักใคร หรือจะเริ่มยังไงเลย ช่วงหลังๆ เริ่มมีเพื่อนๆ น้องๆ หลายคนที่รู้สึกมาปรึกษาเรื่องนี้กับผมมากขึ้น อาจเป็นเพราะประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาทั้งอยู่ในโรงงาน อยู่ในออฟฟิศกลางเมือง และต่างประเทศ(แม้จะเพิ่งมาได้ 2 อาทิตย์) ในหลายแผนก แถมช่วงหลังๆ ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ติดต่อกับทั้งลูกค้า และ Stakeholders ของบริษัททั้งภาคราชการ และเอกชน ทำให้ผมเห็นความสำคัญ และโอกาสที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน เลยอยากมาเล่าสู่กันฟัง…   ลูกค้ามีความสำคัญมาก และสำคัญเสมอสำหรับธุรกิจ ไม่ว่าจะเล็ก จะใหญ่แค่ไหน สิ่งที่ต้องระวังคือ เวลาอยู่ในองค์กรที่ใหญ่มากๆ เป็นไปได้ที่เราจะอยู่ห่างกับลูกค้า จนไม่สามารถเชื่อมได้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่เกี่ยวกับลูกค้ายังไง หรือไม่รู้ว่าลูกค้าของเราจริงๆคือใคร ซึ่ง อันตรายมาก! ที่อันตรายเพราะ ถ้าธุรกิจมีปัญหาอะไรที่ต้องปรับองค์กร หรือลดคน คนที่ add value กับลูกค้าน้อยที่สุดมักจะโดนลดก่อน ดังนั้น ถ้ามีโอกาส ควรหาทางทำงานที่ได้ติดต่อกับลูกค้าภายนอกของบริษัท ถ้ายังไม่มีโอกาส ก็พยายามทำความรู้จักและหาความคาดหวังของลูกค้าของงานเรา หรือของแผนกของเรา ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลภายนอก หรือลูกค้าภายใน…

  • |

    Commitment

    วันนี้มีโอกาสได้ให้หัวหน้าโค้ชให้เรื่องทำอย่างไรถึงจะพัฒนาจากหัวหน้าที่ดีเป็นหัวหน้าที่ยอดเยี่ยม… สิ่งหนึ่งที่หัวหน้าย้ำว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของ commitment หรือคือการรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนอื่น (โดยเฉพาะหัวหน้า) สำหรับผู้บริหารสูงๆนั้น ไม่มีคำแก้ตัวสำหรับคนที่ไม่สามารถทำได้ตามที่สัญญาไว้ ไม่มีเลย… ตัวอย่างที่หัวหน้ายกมาประกอบก็ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เห็นภาพสุดๆ… เป็นเรื่องของ A.G. Lafley CEO ของ P&G ที่บอกกับผู้ถือหุ้นที่ Wallstreet ว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก (two digits)หรือมากกว่า 10% ทุกปีติดต่อกันสิบปี… 6-7 ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำได้อย่างที่พูด คือ มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ทุกปี จนกระทั่งปีนี้… ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงมากในปีนี้ ทำให้ A.G. ออกมากับตลาดหุ้นว่าปีนี้จะขยายตัวเป็นตัวเลขหลักเดียว หรือ น้อยกว่า 10% ซึ่งในสภาพตลาดซบเซา กำลังซื้อหดตัวแบบนี้ แค่การขายให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว แถมเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นสุดๆ แต่… ทันทีที่ประกาศออกไป หุ้น P&G ร่วงมากว่า $20 ทันที แม้ว่าในปีนี้บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นสูงว่าหลายๆปีที่ผ่านมาก็ตาม เพราะอะไร… เพราะบริษัทไม่สามารถทำตามที่พูดได้ ฉันใดก็ฉันนั้น… เราก็ต้องฝึกที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่ได้รับปากกับคนอื่นไว้เหมือนกัน ขอสรุปด้วยคำพูดของหัวหน้าเกี่ยวกับความคาดหวังของการรักษาสิ่งที่สัญญาไว้ อาจจะไม่ตรง…

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2012

    ประเมินผลตัวเองปีนี้มาช้าไปนิด เพราะไปลันล้าอยู่สิงคโปร์ช่วงปีใหม่ ปีนี้ก็เป็นปีที่ 4 ที่ได้หาเวลามาทบทวนดูชีวิตที่ผ่านมาในปีว่ามีไฮไลต์ หรือเรื่องอะไรต้องปรับปรุงต่อไปกันบ้าง (การประเมินตัวเองในปี 2011, 2010, 2009) โดยจุดเริ่มต้นที่ผมเริ่มประเมินตัวเองในปลายปี 2009 เพราะเห็นข่าวท่านประธานาธิบดี บารัค โอบามา ประเมินผลงานตัวเองในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา แล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะกับผู้นำระดับประเทศ แต่สำหรับทุกคนที่อยากมีเวลามองกลับไปในรอบปีที่ผ่านมา ก่อนจะก้าวสู่ปีใหม่ และผมแบ่งเป็นหมวดๆเช่นทุกปีที่ผ่านมาเพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ   สุขภาพร่างกาย (A-) 1pt up vs. Year Ago (YA) ปีนี้เป็นปีทองของการออกกำลังกาย แม้น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยจะขึ้นจากปลายปีที่แล้ว 2-3 กิโลกรัม แต่สามารถออกกำลังกายได้สม่ำเสมอขึ้น และร่วมรายการวิ่ง mini marathon ได้ 4 รายการ และ half marathon ครั้งแรกในชีวิตในรายการกรุงเทพมาราธอน โดยทำเวลาได้ 2.27 hr. ซึ่งเป้าหมายตอนแรกคือแค่เข้าเส้นชัย  การนอนยังสวิงระหว่างวันทำงานและวันหยุดอยู่ ตลอดปีไม่มีการเจ็บหนักเข้าโรงพยาบาล Improvement Areas ลดปริมาณของหวาน (เค้ก, ไอศครีม,…

  • |

    เทคนิคในการตั้งเป้าหมายต่างๆให้สำเร็จได้ง่ายขึ้น

    ปกติเมื่อเราตั้งเป้าหมายแล้ว หลายๆครั้งเมื่อทำไม่ได้แล้วก็บั่นทอนกำลังใจ ทำให้ไม่ได้สามารถทำได้อย่างที่ตั้ง ผมไปอ่านเจอเทคนิคการตั้งเป้าหมายของ Jack Canfield ผู้แต่งหนังสือ Chicken Soup for the Soul โดย Jack เรียกวิธีการนี้ว่า MTO เป็นตัวย่อมาจาก Minimum, Target, และ Outrageous ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการมีสุขภาพดีด้วยการออกกำลังกาย เป้าหมายการออกกำลังกายขั้นต่ำที่สุด (Minimum)ควรเป็นเท่าไหร่ ตั้งแบบที่คิดว่าใครๆก็ทำได้ ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรพิเศษ สมมติว่า 5 นาที แล้วเป้าหมายที่ควรจะเป็น (Target) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่คนทั่วไปตั้งเพื่อให้มีสุขภาพดี ซึ่งเราก็คงเคยได้ยินในทีวีบ่อยๆว่า ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 20 นาทีต่อครั้ง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วเป้าหมายอะไรที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะดีสุดๆ (Outrageous) เช่น ถ้าออกกำลังได้ทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง ร่างกายต้องฟิตสุดๆแน่นอน ถามว่าเมื่อได้เป้าหมายทั้ง 3 แล้ว ทำยังไงต่อ… คำตอบก็คือ ทำให้ได้อย่างน้อยตามเป้าหมายที่น้อยที่สุดที่ตั้งเอาไว้ เป้าหมายแรกสำคัญที่สุด…

4 Comments

  1. เห็นด้วยค่ะ ^^
    ใช้หลักของ The Secret ปฏิบัติกับผู้อื่นก้อได้ผลดีเหมือนกันนะคะ

  2. การที่บอกว่า ปฏิบัติต่อคนอื่นตาม ศักยภาพ ของเขา
    แท้ที่จริง ศักยภาพ คือตัวเขาใน อุดมคติ ของเราต่างหากล่ะ
    ซึ่ง อุดมคติ ของเราก็แค่ความคิดหรือการคาดคะเนเท่านั้น อาจจะผิดหรือถูกก็ได้
    และอาจจะผิดจุด ทำให้ไม่ได้ผลตามที่เราต้องการก็ได้นะ

    ทางที่ดี เหมี่ยวคิดว่า ทำตามธรรมชาติของเราดีกว่าค่ะ
    ถ้าธรรมชาติของเราดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายไป ก็ทำไปตามนั้น
    หรือถ้าธรรมชาติของเราชอบสร้างอุดมคติ ก็สร้างไป
    แต่อย่าไปยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง ว่าเป็นวิธีที่ควรกระทำ
    ให้ตัวเรา flexible ไหลไปตามสถานการณ์
    แล้วนี่แหละ จะให้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ :)

  3. @mameou: น่าสนใจมากกัับการทำตามทำตามธรรมชาติ พี่อาจจะเป็นคนมองโลกในแง่ดีเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เลยใช้ได้ดี :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *