|

วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น

 

ในการปฏิบัติต่อผู้ือื่นนั้น มีสำนวนอยู่หลายสำนวน

ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า…

ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่ให้เค้าปฏิบัติกับเรา

หรือ ดีมาก็ดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายตอบ

แต่มีอีกแนวความคิดนึงที่อยากฝากให้คิดดู

เค้าบอกว่า…

เราควรปฏิบัติต่อคนอื่น ตามศักยภาพของเขา ไม่ใช่ตามที่เขาเป็น

แล้วปกติศักยภาพของคนมันก็ไม่มีขีดจำกัดอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นเราก็ควรปฏิบัติกับคนอื่นทุกคนอย่างดีที่สุดเหมือนกับเป็นคนสำคัญ (เพราะเค้ามีศักยภาพสูงงงง)

ตัวอย่างเช่น

ครูคนแรกเห็นนักเรียนคนหนึ่งเกเรไม่ตั้งใจเรียน แถมหัวไม่ดี เลยสอนแบบไม่ตั้งใจมาก (ปฏิบัติตามที่เห็นและเป็นอยู่)

ครูคนที่สองมองว่านักเรียนคนนี้มีศักยภาพและพยายามสอนแบบเข้าใจเด็ก และเชื่อว่าโดยเนื้อแท้แล้วนักเรียนทุกคนอยากตั้งใจเรียน แต่มีปัจจัยบางอย่างที่ขวางเค้าอยู่ (ปฏิบัติตามศักยภาพ)

ผมเชื่อว่ายังไงนักเรียนที่เรียนกับครูคนที่สอง จะมีพัฒนาการที่ดีกว่าคนแรก

เพราะไม่เพียงแต่เด็กจะรับรู้ได้ถึงความตั้งใจ และหวังดีจากครู แต่เค้าก็จะพยายามยกระดับความคาดหวังของตัวเองขึ้นตามที่ศักยภาพที่ครูเชื่อ

แม้สุดท้ายจะไม่สามารถทำได้เต็มศักยภาพ แต่อย่างน้อย ก็ดีกว่าการที่ครูคนแรกไม่เชื่อในตัวเค้า และปฏิบัติต่อเค้าในสิ่งที่เด็กเป็นและแสดงออก ณ ปัจจุบัน

จริงๆหลักนี้สามารถใช้ได้กับการปฏิบัติต่อผู้อื่นทั่วๆไปได้เหมือนกัน

เห้นด้วยหรือไม่อย่างไรก็อย่าลืมแวะมา comment เล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ

Similar Posts

  • |

    ดูงาน Social Enterprise ในสิงคโปร์

      ว่ากันว่า คนที่ทำธุรกิจธรรมดาว่ายากแล้ว ทำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ยิ่งยากใหญ่ เมื่อวานผมมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Singapore Insights: Social Innovation and Enterprise จัดโดย Singapore International Foundation ทำให้มีโอกาสได้ทั้งฟังเปิดโลกทัศน์ตัวเอง กับคนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงสังคมในขอบเขตที่ทำได้ ได้ฟังตัวอย่างของ Social Enterprise อย่าง Yellow Ribbon Project กับ Joan Bowen Cafe  แล้วนั่งรถไปดูงาน organic farm ของบริษัท Comcrop ต่อที่ตึก *Scape แถว Orchard ปิดท้ายด้วยการไปร่วมงาน Young Social Entrepreneurs (YSE) programme reception ซึ่งมีการประกาศผล 10 ทีมที่ชนะและได้ไปต่อจาก 37 ทีม ถือว่าเป็นวันที่ได้สนุกกับการเรียนรู้ และรู้จักคนที่น่าสนใจไปพร้อมกัน

  • 2 วินาที…เพื่อการควบคุมชีวิตที่ดีขึ้น

      หลังจากที่พบว่าหลายๆครั้งที่ชีวิตเราดำเนินไปแบบไม่มีสติ ก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีสติมากขึ้น… แล้ววันนี้ก็ไปอ่านเจอบทความอันนึงเรื่อง The Power of Pause ซึ่งพูดถึงความสำคัญของการหยุดคิดก่อนตอบ ซึ่งก็ตรงกับเรื่องต้องการจะแก้พอดี หลักการเค้าง่ายมากๆ… แค่เมื่อมีคนมาถาม หรือขอร้องให้ทำอะไร ให้เราหยุด แค่ 1-2 วินาที ก่อนที่จะตอบ เพื่อให้เราแน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ หรือสามารถที่จะรับปากได้จริงๆ และที่สำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าเราตัดสินใจจริงๆ

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2018

    ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการนั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งผมเริ่มเขียนสรุปการประเมินผลงานตัวเองในด้านต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2009 รูปที่ผมเลือกเป็นตัวแทนสำหรับปีนี้ เป็นรูปที่ผมไปพูดบนเวทีใหญ่ในงาน Thailand HR Day 2018 ซึ่งเป็นหนึ่งใน Highlight ของปีนี้ ที่ผมขยาย impact การสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้กว้างขึ้นผ่านการบรรยาย และสอนนิสิต นักศึกษา มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้ สุขภาพร่างกาย (A-) flat vs. Year Ago (YA) ปีนี้ไม่ได้ไปงานวิ่งไหน แต่ก็ยังพอรักษาวินัยการวิ่ง และออกกำลังกายไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ 1-2 ครั้งทุกอาทิตย์ เรื่องการกินเริ่มควบคุมของหวานมากขึ้น เป็นปีแรกที่เปลี่ยนกาแฟที่กินจากมอคค่าเย็น มาเป็นกาแฟเย็นที่ไม่หวานเลย น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณครึ่งกิโลกรัม ไม่น่าเกลียดมาก แต่เชื่อว่าปีหน้าจะทำได้ดีกว่านี้ Improvement Areas ลดน้ำหนักตัวลง 3-4 กิโลกรัม รักษา posture ต่างๆ ให้เหมาะสม การงาน (A) flat vs YA ปีที่สองในบทบาทของที่ปรึกษา…

  • |

    Ignite Thailand#2

    คนหนึ่งคนทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ถ้าลงมือทำ #IgniteTH ช่วงหลังๆมานี้มีเพื่อนหลายคนทักว่าหลังๆชัชออกงานบ่อยนะ จะบอกว่างานที่ไปส่วนใหญ่ก็มีแต่งานแต่งงานเพื่อนๆ ที่แต่งกันแทบอาทิตย์เว้นอาทิตย์นี่แหละ แล้วก็ไม่ได้เป็นไฮโซที่ออกงานแล้วได้เงิน กลับจะเป็นทางตรงข้ามเสียมากกว่า ^^” แต่งานที่ผมได้มีโอกาสไปเมื่อวานเป็นงานที่นอกจากจะฟรี (แต่ยังต้องเสียค่าเดินทางเอง) ยังเป็นงานที่ช่วยจุดประกายไฟ สมกับชื่องานดี (Ignite) งาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ที่จัดโดยเครือข่ายพลังบวก โดยครั้งนี้จัดที่หอประชุมใหญ่ จุฬาฯ ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรได้มีโอกาสเปิดรับมุมมองใหม่ๆ ในด้านบวก เพื่อกลับมาย้อนดูและปรับใช้กับตัวเอง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในโลกของการเร่งรีบตลอดเวลา และสภาพสังคมที่ข่าวหน้าหนึ่งไม่ช่วยจรรโลงใจเท่าไหร่ ทั้ง 21 igniters กับเวลา5 นาที อาจมีบางท่านที่อยู่เหนือกาลเวลา(5นาที)บ้าง (ฮา) แต่ละท่านก็มีความต่าง ต่างทั้งอายุ, ประสบการณ์, เนื้อหา, และวิธีนำเสนอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้ว่าเป็นจุดร่วมกันของทุกคน คือ ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องที่กลั่นมาจากประสบการณ์และชีวิตของแต่ละคน เพื่อให้เชื่อให้พลังของคนหนึ่งคน ว่าทำได้ และทุกท่านที่พูดเป็น Living proof ของการทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ สิ่งทึ่หลายๆคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หรือได้แต่คิด … ขอบคุณที่ช่วยจุดไฟ ให้กับผมและคนฟังทุกคนในหอประชุมเมื่อคืน ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เป็นคนที่พร้อมจะทำดี แต่ติดอยู่ที่ความไม่เชื่อในความสามารถของคนหนึ่งคน…

  • |

    จะวัดผล/ตรวจสอบ/ประเมิน ไปเพื่อ?

    ในโลกของการแข่งขัน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเลี่ยงการให้คะแนน(Rating)/ตรวจสอบ(Audit)/และการประเมิน(Evaluation)จากชีวิตการทำงาน (และส่วนตัว)ไปได้ บ้างก็มีการประกาศชัดเจน ถึงเกณฑ์วัด ช่วงเวลา และผลที่ต้องการเพื่อให้เตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆ หรือจะเพื่อให้เตรียมผักชีให้พร้อมก็แล้วแต่ บ้างก็เป็นไปตามธรรมชาิติของมนุษย์ผู้ซึ่งเทียบตัวเองกับคนอื่นตลอดเวลาในทุกเรื่องที่จะเทียบได้ในเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ความรวย ความเก่ง และอื่นอีกมากมายที่สรรหามาเทียบ ก่อนที่นอกเรื่องไปไกลกว่านี้ ขอย้อนกลับมานิดนึง ว่าเรามีการวัดผล ตรวจสอบ ประเมิน กันมากมายไปเพื่ออะไร หลายครั้งเราทำไปโดยไม่รู้หรือเข้าใจเหตุผลที่แท้จริง ทำไปต้องต้องทำ (doing for the sake of doing)? ที่ผมเคยถามๆคนรอบตัวมา มีตั้งแต่ ทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของผลงานเรา, หัวหน้าสั่ง, ทำเพราะให้มั่นใจว่าระบบของเราดี ได้มาตรฐาน, เป็นกฏหมาย/ระเบียบบริษัทที่ต้องทำ,… แล้วคุณล่ะ คิดว่าเราทำไปเพื่ออะไร?

  • |

    You’re not a wave

      มนุษย์เรามักจะมองว่าตัวเองแยกและเหนือกว่าธรรมชาติ ซึ่งการเข้าใจเช่นนั้นนำมาซึ่งความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่งยวด เราก็คงเห็นผลกระทบจากการกระทำต่างๆที่เป็นอยู่ในโลกนี้ สุดท้ายมนุษย์ก็ต้องมาหวาดกลัว เมื่อเวลาของตัวจะหมดลง เปรียบเสมือนคลื่นน้อยที่รอวันกระแทกฝั่งและดับสูญ…

4 Comments

  1. เห็นด้วยค่ะ ^^
    ใช้หลักของ The Secret ปฏิบัติกับผู้อื่นก้อได้ผลดีเหมือนกันนะคะ

  2. การที่บอกว่า ปฏิบัติต่อคนอื่นตาม ศักยภาพ ของเขา
    แท้ที่จริง ศักยภาพ คือตัวเขาใน อุดมคติ ของเราต่างหากล่ะ
    ซึ่ง อุดมคติ ของเราก็แค่ความคิดหรือการคาดคะเนเท่านั้น อาจจะผิดหรือถูกก็ได้
    และอาจจะผิดจุด ทำให้ไม่ได้ผลตามที่เราต้องการก็ได้นะ

    ทางที่ดี เหมี่ยวคิดว่า ทำตามธรรมชาติของเราดีกว่าค่ะ
    ถ้าธรรมชาติของเราดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายไป ก็ทำไปตามนั้น
    หรือถ้าธรรมชาติของเราชอบสร้างอุดมคติ ก็สร้างไป
    แต่อย่าไปยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง ว่าเป็นวิธีที่ควรกระทำ
    ให้ตัวเรา flexible ไหลไปตามสถานการณ์
    แล้วนี่แหละ จะให้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ :)

  3. @mameou: น่าสนใจมากกัับการทำตามทำตามธรรมชาติ พี่อาจจะเป็นคนมองโลกในแง่ดีเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เลยใช้ได้ดี :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *