|

5 เหตุผล ที่ควรไปเรียนต่อที่สวีเดน

Image by © Douglas Pearson/Corbis

ถ้าพูดถึงการเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ เชื่อว่าประเทศที่อยู่ในใจหลายคนคงไม่พ้น อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย

วันก่อนผมได้แนะนำประเทศสวีเดน ไปสั้นๆทาง Twitter ของผม (@Chutchapol) ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง

เพราะไม่อยากให้หลายคนมองข้ามประเทศนี้ไป เลยมาลองคิด 5 เหตุผลที่คุณควรไปเรียนต่อที่ประเทศสวีเดนดู

1. มาตรฐานการศึกษาสูง

อยากรู้มาตรฐานของการศึกษาของประเทศไหน ให้ดูคุณภาพของคนประเทศนั้น สำหรับประเทศสวีเดนซึ่งมีประชากรประมาณ 9 ล้านคน แต่สินค้า และ ยี่ห้อที่มีคุณภาพและดังระดับโลกมากมาย เช่น Volvo, H&M, IKEA, SAAB, ABB, Skype, Ericsson, Electrolux เป็นต้น

หลายคนคงเคยชินกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆ ผมเคยถามเพื่อนที่สวีเดน เค้าบอกว่าสวีเดนไม่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เพราะมาตรฐานทุกที่ไม่ต่างกัน มีแต่ที่ไหนเชี่ยวชาญด้านไหน

2. ยังมีโอกาสเรียนฟรี หรือขอทุนการศึกษาได้ง่าย

น่าเสียดายที่ประเทศสวีเดนเพิ่งเริ่มเก็บค่าเทอมจากนักศึกษาต่างชาติ (นอก EU/EEA และ สวิสเซอร์แลนด์) เมื่อปี 2010 นี่เอง เพราะต้องการลดจำนวนนักเรียนที่ตั้งใจลี้ภัยสงครามจากตะวันออกกลางมากกว่าไปเรียน (ข้อมูลจาก @paeguay) ซึ่งตอนที่ผมเรียน แม้ไม่ได้ทุน แต่ถ้ามหาวิทยาลัยรับก็เรียนฟรีเลย

อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ มหาวิทยาลัย ยังเปิดโอกาสให้ทุนการศึกษา 50-100% ของค่าเทอมอยู่ ต้องหาดี ๆ นิดนึง

3. ไม่จำเป็นต้องเรียนภาษาที่ 3

นี่เป็นอีกสาเหตุที่ผมเลือกไปเรียนที่สวีเดน แม้ตอนแรกตั้งใจจะไปต่อโทที่เยอรมัน ถึงขนาดไปเรียนภาษาที่เกอเธ่ 2-3 หลักสูตร ก่อนจะยอมแพ้กับ grammar  และเพศทั้ง 3 สวีเดนมีหลักสูตร international ค่อนข้างหลากหลาย และสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพูดภาษาสวีดิชเป็นเลย เพราะคนของเขาตั้งแต่เด็กยันชรา สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี(มาก)ทุกคน แถมไม่ติดสำเนียงเหมือนหลายประเทศในยุโรป ทำให้ฟังและเข้าใจได้ง่าย

4. เที่ยวสบาย

เนื่องจากตอนไปเรียน เราจะได้วีซ่าเชงเก็น (Schengen Visa) ซึ่งจะทำให้เข้าประเทศแถบยุโรปได้มากมาย (ยกเว้นอังกฤษ) จึงเหมาะแก่การเที่ยวมาก เพื่อนๆผมแทบทุกคนที่ไปเรียนยุโรป จะใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต (เที่ยว) ไม่น้อยกว่าเวลาในห้องเรียนเลยทีเดียว :D

รูปนี้ถ่ายตอนที่ Backpack เที่ยวยุโรป คนเดียวอยู่ครึ่งเดือน โดยไปพักบ้านเพื่อนๆยุโรปที่เรียนโปรแกรมเดียวกัน แล้วให้เค้าพาเที่ยว แบบ Local Guide (ประหยัด และประทับใจสุดๆ)

แบกเป้ตะลุยเที่ยวยุโรปคนเดียว ^^

 

5. หนุ่ม-สาว หน้าตาดี

หนุ่ม-สาว ประเทศนี้โดยเฉลี่ย จะหน้าตาดี หุ่นดี เหมือนนายแบบ นางแบบเลยทีเดียว (โดยเฉพาะถ้าเทียบกับคนอังกฤษ) ถ้าไม่เชื่อ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองได้

ก็นับข้อดีได้ 5 ข้อแล้ว ผมก็ฝากพิจารณาประเทศสวีเดนไว้พิจารณา เวลาหาที่เรียนต่อแล้วกันนะครับ

ป.ล. ผมควรเรียงเหตุผลจากล่างขึ้นบนใช่มั้ยครับ… :P

……..

เนื่องจากมีหลายคนติดต่อผม อยากถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนไปเรียนที่สวีเดน ผมเลยเปิดบริการตอบคำถามซะเลย ถ้าสนใจ กดที่นี่ ครับ

………..

ข้อมูลผู้เขียน:

นักเรียนทุนรัฐบาลสวีเดน (STINT) ศึกษาปริญญาโท สาขา Manufacturing Management (International Program) ที่ Linköping University ปีการศึกษา 2003

Similar Posts

  • Thai Career Day

    เพราะการแข่งขันแย่งตัวคนเก่งไม่สามารถนั่งกระดิกเท้ารอให้เด็กๆมาสมัคร และเลือกเหมือนเมื่อก่อน เพราะทางเลือกของเด็กสมัยนี้มีมากมาย ไม่จำกัดเพียงบริษัทในประเทศ หรือแค่บริษัทยักษ์ใหญ่ เราคงจะได้เห็นบริษัทไทยเริ่มขยับตัวเข้าเด็กตั้งแต่ก่อนเรียนจบ เพื่อแนะนำบริษัทมากขึ้น เพื่อหาช้างเผือกไม่เพียงในประเทศ แต่ต่างประเทศโดยเฉพาะใน ASEAN ที่เป็นเป้าหมายระยะสั้นของบริษัทไทยที่ต้องการขยายความเป็นที่หนึ่งในระดับภูมิภาค แน่นอนว่าเป้าหมายของบริษัทไทย คือคนเก่งและเหมาะสมกับวัฒนธรรมบริษัท ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะเด็กนักเรียนไทยในต่างแดนเท่านั้น โจทย์ของบริษัทไทย และฝ่ายบุคคล คือจะทำยังไงให้บริษัทที่ใครๆในไทยก็รู้จัก และอยากทำงานด้วย ดูน่าสนใจ และดึงดูดกับเด็กต่างชาติที่ไม่รู้จักบริษัทของคุณเลย ถ้าไม่ติดงานด่วนอะไร ผมว่าจะแวะไปดูงานนี้ แล้วจะกลับมาเล่าบรรยากาศ และความพร้อมของบริษัทไทยในสายตานักเรียนต่างชาติให้ฟังนะครับ   ป.ล. งานนี้จัดโดย สมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ (รายละเอียด)  

  • หลักความจริงที่เราควรพิจารณาทุกวัน

    วันนี้มาแนวธรรมะหน่อย ได้อ่านเจอตอนบวช แล้วรู้สึกถูกใจมาก สำหรับหลักความจริงทั้ง 5 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ สำหรับเตือนสติทุกคน เพราะเป็นความจริงที่ต้องประสบทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน ไม่สามารถหลีกหนีไปได้ การพิจารณาหลักความจริืงทั้ง 5 ข้อ อยู่เนืองๆสม่ำเสมอทุกวันจะช่วยให้เรามีสติ อยู่บนความจริง และลดความหลงระเริง มัวเมาในชีวิต และดำเนินชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทได้เป็นอย่างดี พระพุทธองค์ได้ตรัสเรื่องนี้ไว้ว่า…

  • |

    5 secrets to high performance by Michael Gelb

    ผมเชื่อเสมอว่าเราสามารถเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัวเราได้เสมอ ถ้าเรารู้จักมอง วันนี้มีตัวอย่างคนที่เรียนรู้บทเรียนจากการฝึกโยนบอล3ลูก มาปรับใช้กับการเรียนรู้เรื่องต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณ Michael Gelb สรุปเป็นเคล็ดลับ5ข้อของการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ Model of excellence สร้างภาพของสิ่งที่เราต้องการจะให้เกิดขึ้น แล้วเทียบกับสิ่งที่เราเป็นหรือทำอยู่ให้เรื่องนั้นๆ อย่างถ้าเล่นกอล์ฟก็อาจจะนึกว่าเรากำลังตีวงสวิงสวยๆ เสมือนว่าเราตีได้อย่างนั้นจริงๆ แล้วเทียบกับวงสวิงปัจจุบันว่าต่างกันตรงไหนแล้วปรับ ยิ่งเห็นภาพนั้นชัดเท่าไหร่สมองก็จะช่วยเราให้ปรับความต่างระหว่างสิ่งที่เป็นอยู่กับสิ่งที่อยากเป็นได้เร็วเท่านั้น Transform your attitude toward mistake ความผิดพลาดไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นส่วนที่จำเป็นของกระบวนการเรียนรู้ แต่ประเด็นคือ เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นให้เร็วที่สุดได้อย่างไร Embrace power of play พยายามทำให้การเรียนรู้นั้นสนุก และน่าสนใจ เครียดเกินไปจะทำให้เราเรียนรู้ได้ช้าลง Embrace relaxed concentration อย่าเกร็งหรือพยายามกับการเรียนรู้มากเกินไป ตัวอย่างที่ผมนึกออกคือการฝึกนั่งสมาธิ ถ้าตั้งใจมากว่าจิตต้องสงบ สุดท้ายก็จะยิ่งฟุ้งซ่าน แถมเครียดกว่าเิดิมด้วย Practicing the art of coaching ตอนเด็กๆเรามีพ่อแม่ หรือคุณครูที่คอยสอนเราเรื่องต่างๆ แต่พอโตขึ้นมาโค้ชที่ดีที่สุดก็คือตัวเราเอง หน้าที่ของโค้ชสำหรับการเรียนรู้ก็คือ 4 ข้อข้างบนที่กล่าวมา Five Secrets…

  • อย่าพลาดแบบนี้นะน้องๆ Gen Y

    สัปดาห์ที่ผ่านมาได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องๆ Gen Y เกี่ยวกับการทำงานที่ฟังแล้วเสียดายแทนโอกาสในอนาคต เลยเก็บมาเล่าเป็นข้อคิดให้ลองคิดดูนะครับ ตัวอย่างที่ 1 น้องฝึกงานจบ พี่ HR โทรไปขอบคุณ และสรุปผลการประเมิน ซึ่งน้องคนนี้ทำไม่ได้ดีเท่าไหร่ ก่อนวางสาย พี่ HR บอกว่าขอให้ feedback น้องได้มั้ย? ปรากฏว่าน้องวางสายใส่เลย…   ตัวอย่างที่ 2 ผู้จัดการนัดผู้สมัครมาสัมภาษณ์งาน

  • |

    จะใช้ประโยชน์จากความต่างทางความคิดได้อย่างไร?

    ในปัจจุบันคงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับคนที่คิดแตกต่างจากเรา ซึ่งความต่างนี้มาได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อชาติ วัฒนธรรม การศึกษา ประสบการณ์ หรือแม้กระทั่งแผนกที่อยู่ทำให้ต้องสวมหมวกคนละใบ ความแตกต่างที่เราหนีไม่พ้นนี้ จริงๆเป็นประโยชน์มากกว่าที่เราคิดถ้าเราสามารถใช้ประโยชน์จากความแตกต่างนี้ได้ วันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสประชุมวางแผนงานสำหรับปีหน้าของบริษัท ซึ่งในที่ประชุมกว่า 20 คน ก็มีความหลากหลายกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ก็มีทั้งคนไทย คนฟิลิปปินส์ คนออสเตรเลีย อายุก็มีตั้งแต่ 20 ต้นๆ ถึง 40 กลางๆ ประสบการณ์ในบริษัทก็มีตั้งแต่ 2 ปี ไล่ไปถึง 20 กว่าปี จาก 5 แผนกหลักของบริษัท ตอนแรกผมก็ิคิดว่าประชุมครั้งนี้คงจะเถียงไป เถียงมาจนเลยเย็น แล้วก็ไ่ม่ค่อยได้อะไรเท่าที่ควร แต่ที่ไหนได้…

  • 60B430 Project

    จะว่าไปปีนี้ก็จะอายุขึ้น30แล้ว หาอะไรทำสนุกๆดีกว่า ว่าแล้วก็ตั้งเป็นProject ชื่อเก๋ๆว่า 60B430 (sixty before thirty) Project แปลง่ายๆว่าลดน้ำหนักลงมาที่60 กิโลกรัมก่อนอายุขึ้น30 ถามว่าทำไมเป็น60กิโลกรัม? จริงๆน้ำหนักที่เหมาะสมของผมอยู่ที่ 62 แต่ผมได้ factor เผื่อความขี้เกียจ และทำให้เป้าหมายท้าทายขึ้นอีกหน่อย เลยปัดเป็นเลข60 กลมๆ วิธีการ ก็ใช้วิธีง่ายๆ ถือเป็นการทดลอง(กับตัวเอง)ไปในตัว คือ ปรับtemplate ที่มาจากหนังสือ The 4-Hour Body ให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเอง และพิมพ์แปะในห้องนอน ชั่งน้ำหนักทุกวันและใส่จุดน้ำหนักตัวเองทุกวัน หน้าที่เราก็แค่อย่าให้น้ำหนักออกขอบบนกับขอบล่าง แค่นั่นเอง! ไม่มีแผนการคุมอาหารหรือออกกำลังกายเป็นพิเศษ สองหลักการที่จะช่วยแผนนี้ได้ผล ทำให้เห็นชัด(Visibility) เอากันให้ชัดๆเลยว่าแต่ละวันน้ำหนักอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ต้องชั่งเวลาเดียวกันจาก ตาชั่งเดียวกันทุกวัน บอกทุกคนถึงเป้าหมายนี้(Peer Pressure) เป็นแรงกดดันอ่อนๆ ไม่ใช่เราล้มเลิก (ง่ายเกินไป :P) แล้วมาดูกันว่า Project นี้จะได้ผลอย่างที่ต้องการมั้ย? :) ข้างล่างจะเป็นบันทึกในแต่ละช่วง จนถึงวันเกิด ว่าเจอเทคนิึึคอุปสรรคอะไรตลอด project นี้มาเล่าสู่กันฟัง……

8 Comments

  1. อยู่ที่นี่เหมือนกัน แต่ไม่มีเพื่อนเลย

  2. แต่โดยปนะสบการณ์เรา คนสวีดิชพูดอังกฤษได้น้อยมากอะ ขนาดไปชื้อของในชอป H&M พนักงานยังพูดไม่ได้เลย
    คนส่วนใหญ่ที่มาอยู่ที่นี้เป็นพวกลี้ภัย พูดสวีดิชได้ จะไปไหนมาไหนเค้าเลยเหมารวมหมดว่าต้องสื่อสารภาษาเค้าได้
    ป้ายบอกทางไรๆก็สวีดิชหมด รู้สึกเหมือนตัวเองไปเป็นกระเหรี่ยงในบ้านเค้าไงก็ไม่รุ555
    คนที่นี่เค้ารักความสะอาดมากๆๆๆๆๆ ยิ้มแย้มอัธยาศัยดีซะยิ่งกว่าคนไทยอิก บ้านเราแค่ซื้อของเคยทักทายกะแคชเชียร์(หน้าหยั่งกะตูด)มั๊ย?
    ที่นี้เค้าทักทายกันก่อนซื้อทุกครั้ง ดูเป็นมิตรมากๆ^^

  3. คนที่นี่เป็นมิตรมาก แต่คนแก่ๆ ส่วนมาก หรือ น้อยไม่รุ้ เค้าพูดอังกฤษไม่ได้นะ

  4. ผมสนใจอยากไปศึกษาต่อที่ สวีเดน รบกวนขอคำแนะนำได้มั้ยครับ ต้องติดต่อที่ไหนยังไง เตรียมตัวยังไง
    ขอบคุณมากครับ

  5. อยากสอบถามค่าครองชีพในสวีเดนอ่าค่ะ ว่าตกๆประมาณเดือนละกี่บาทค่ะ ส่วนตัวสนใจไปเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ ที่อังกฤษ แต่ว่าสู้ค่าเทอมรวมกับค่ากินอยู่ไม่ไหวค่ะ เลยหันมาเล็งทางโซนยุโรป เห็นว่าบางมหาลัยมีเรียนฟรี และบางมหาลัยค่าเทอมถูกกว่าที่อังกฤษ รบกวนขอข้อมูลด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^

  6. @Rabbit: ค่าครองชีพต้องขึ้นอยู่กับว่าเรา Lifestyle ของเราด้วยครับ หนักๆจะอยู่ที่ค่าห้อง กับค่าอาหาร (ถ้าทำเองก็จะประหยัดได้เยอะ) ลองศึกษาข้อมูลจาก http://www.studyinsweden.se/ ดูก่อน เพราะมีข้อมูลหลักสูตรของมหาวิทยาลัยต่างๆไว้ครบ และอัพเดตครับ

  7. ตอนนี้สนใจไปศึกษาโทที่สวีเดนเหมือนกัน จริงๆ อยากไปใช้ชีวิตด้วยครับ
    ข้อมูล 5 ข้อน่าสนมากครับ :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *