|

วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น

 

ในการปฏิบัติต่อผู้ือื่นนั้น มีสำนวนอยู่หลายสำนวน

ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า…

ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่ให้เค้าปฏิบัติกับเรา

หรือ ดีมาก็ดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายตอบ

แต่มีอีกแนวความคิดนึงที่อยากฝากให้คิดดู

เค้าบอกว่า…

เราควรปฏิบัติต่อคนอื่น ตามศักยภาพของเขา ไม่ใช่ตามที่เขาเป็น

แล้วปกติศักยภาพของคนมันก็ไม่มีขีดจำกัดอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นเราก็ควรปฏิบัติกับคนอื่นทุกคนอย่างดีที่สุดเหมือนกับเป็นคนสำคัญ (เพราะเค้ามีศักยภาพสูงงงง)

ตัวอย่างเช่น

ครูคนแรกเห็นนักเรียนคนหนึ่งเกเรไม่ตั้งใจเรียน แถมหัวไม่ดี เลยสอนแบบไม่ตั้งใจมาก (ปฏิบัติตามที่เห็นและเป็นอยู่)

ครูคนที่สองมองว่านักเรียนคนนี้มีศักยภาพและพยายามสอนแบบเข้าใจเด็ก และเชื่อว่าโดยเนื้อแท้แล้วนักเรียนทุกคนอยากตั้งใจเรียน แต่มีปัจจัยบางอย่างที่ขวางเค้าอยู่ (ปฏิบัติตามศักยภาพ)

ผมเชื่อว่ายังไงนักเรียนที่เรียนกับครูคนที่สอง จะมีพัฒนาการที่ดีกว่าคนแรก

เพราะไม่เพียงแต่เด็กจะรับรู้ได้ถึงความตั้งใจ และหวังดีจากครู แต่เค้าก็จะพยายามยกระดับความคาดหวังของตัวเองขึ้นตามที่ศักยภาพที่ครูเชื่อ

แม้สุดท้ายจะไม่สามารถทำได้เต็มศักยภาพ แต่อย่างน้อย ก็ดีกว่าการที่ครูคนแรกไม่เชื่อในตัวเค้า และปฏิบัติต่อเค้าในสิ่งที่เด็กเป็นและแสดงออก ณ ปัจจุบัน

จริงๆหลักนี้สามารถใช้ได้กับการปฏิบัติต่อผู้อื่นทั่วๆไปได้เหมือนกัน

เห้นด้วยหรือไม่อย่างไรก็อย่าลืมแวะมา comment เล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ

Similar Posts

  • |

    Manager as Coach Workshop: คุณรู้จักการโค้ชรึปล่าว?

    “จากสเกล 0-100 คุณคิดว่าคุณเป็นโค้ชที่ดีแค่ไหน?” คุณ Craig McKenzie ซึ่งเป็น Master coach และ facilitator ของ Workshop ได้โยนคำถามนี้ก่อนเริ่มการสอนแก่ผู้บริหารระดับสูงประมาณ 25 คน ให้มายืนเรียงกันตามลำดับความมั่นใจในการโค้ชของตัวเอง จากการกะด้วยสายตา ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองเป็นโค้ชที่ดีประมาณ 25-50% แต่หลังจากที่รู้ว่าการสั่ง การบอก การสอนลูกน้อง ไม่ถือว่าเป็นการโค้ช หลายคนถอยกราวลงมาเหลือไม่ถึง 25% คุณ Craig บอกว่าการโค้ชเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่ภายใต้การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ ซึ่งผ่านกระบวนการอย่างเป็นระบบของ การตั้งเป้าหมาย การเริ่มหรือเปลี่ยนการกระทำที่จะปรับพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ทบทวนว่าพฤติกรรมที่เราเปลี่ยนส่งผลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนแรกอย่างไร ดูจากนิยาม ผมก็ไม่ได้แปลกใจหรือต่างจากที่คิดเท่าไหร่ ตลอด workshop 2 วัน ผมได้เรียนรู้ทั้งเนื้อหาผ่านกิจกรรม และแบบฝึกหัดต่างๆ รวมถึงเทคนิคการนำเสนอที่เข้าขั้นเทพมาก (ในฐานะที่เป็น Trainer เหมือนกัน) แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ใหม่จาก workshop นี้มีจริงๆอยู่ 2-3 เรื่อง คนที่เป็นโค้ชไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในรายละเอียดของปัญหา เพราะโค้ชไม่ใช่คนตอบคำถาม หรือรู้ทุกเรื่อง โค้ชมีหน้าที่ถามคำถาม ให้อีกฝ่ายได้คิด…

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2009

      และแล้วปี2009ก็กำลังจะ่ผ่านเราไปอย่างรวดเร็วเช่นเคย วันนี้อ่านข่าวที่ท่านประธานาธิบดี บารัค โอบามา ประเมินผลงานตัวเองในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาก แล้วก็นึกครึ้มๆว่าจริงๆเราก็น่าจะมีการประเมินตัวเองบ้าง ผมแบ่งเป็นหมวดๆแล้วประเมินตัวเองได้ดังนี้ สุขภาพร่างกาย (A) ปีนี้ถือเป็นปีทองของการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย น้ำหนักไม่แกว่งมากเหมือนปีที่ผ่านมา Hi-light ของปีนี้อยู่ที่การวิ่งแข่งระยะ 10.5 กม. มา 2 รายการ คือของที่กระทรวงการต่างประเทศจัด กับที่สวนหลวง ร.9 จัดเฉลิมพระเกียรติวันพ่อที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากวินัยในการออกกำลังกายได้สม่ำเสมออาทิตย์ละ 2-3 วัน ตลอดปีที่ผ่านมา Improvement Areas ปริมาณของหวาน (เค้ก, ไอศครีม, Chocolate) ปริมาณกาแฟ (ตอนนี้ดื่มวันละแก้ว) ชั่วโมงในการนอนในวันทำงาน (~5 ชั่วโมง + 1 ชั่วโมงบนรถทั้งไปและกลับจากที่ำทำงาน)

  • |

    วิธีคิดให้มีไฟที่จะทำงานอยู่เสมอ

    สังเกตว่าคนทำงานที่เป็นมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่จะมีไฟทำงาน และทำให้ได้ดีอยู่ไม่กี่ช่วง ช่วงแรกจะเป็นตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ ทุกอย่างดูน่าเรียนรู้ น่าสนใจไปหมด พอผ่านมาซักระยะ ความกระตือรือร้นก็จะ่ค่อยๆเลือนหายไป ช่วงต่อมาก็เป็นช่วงจะประเมินผลงาน แต่การมีไฟทำงานแบบนี้เป็นการทำแบบหวังผล ซึ่งก็จะไม่ค่อยยั่งยืนเท่าไหร่ ช่วงอื่นๆที่คนจะมีไฟทำงานก็เช่น ตอนจะได้เลื่อนตำแหน่ง ตอนได้รับคำชมจากหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน ตอนได้เห็นคนที่มีไฟทำงานแล้วอยากฮึดอยากเป็นแบบนั้นบ้าง เป็นต้น แต่จริงๆแล้วไฟในการทำงานที่ถูกต้องควรมาจากตัวเรา มาจากการเห็นคุณค่าของงานที่เราทำ และเห็นว่าสิ่งที่เราทำเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองและคนอื่นได้อย่างไร พูดง่ายกว่าทำอีกแล้วครับท่าน… วันนี้เลยจะมาเสนอวิธีิคิดที่จะทำให้เรามีไฟที่จะทำงานอยู่เสมอ

  • |

    You’re not a wave

      มนุษย์เรามักจะมองว่าตัวเองแยกและเหนือกว่าธรรมชาติ ซึ่งการเข้าใจเช่นนั้นนำมาซึ่งความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่งยวด เราก็คงเห็นผลกระทบจากการกระทำต่างๆที่เป็นอยู่ในโลกนี้ สุดท้ายมนุษย์ก็ต้องมาหวาดกลัว เมื่อเวลาของตัวจะหมดลง เปรียบเสมือนคลื่นน้อยที่รอวันกระแทกฝั่งและดับสูญ…

  • ความคาดหวังกับขนมลูกไ่ก่

    หายไปเที่ยวญี่ปุ่นมาสองอาทิตย์ แต่ก็ยังดีใจที่มีเพื่อนๆแวะเข้ามาอ่านอยู่สม่ำเสมอ… ^__^ กลับมาคราวได้นี้ได้ทั้งพลัง และไอเดียใหม่ๆมาแบ่งปันกันอีกเช่นเคย วันนี้ขอเล่าเรื่องความคาดหวังกับขนมลูกไก่ให้ฟังก่อน คือ ก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่นมีเพื่อนบอกว่านอกจาก Tokyo banana ที่ขึ้นชื่อสำหรับซื้อเป็นของฝากแล้ว ก็มีขนมลูกไก่ ที่ทั้งน่ารัก ทั้งอร่อย ก่อนกลับผมก็แวะที่สนามบินซื้อทั้งสองอย่าง พอกลับถึงบ้านก็ได้ทำ QC check ก่อนไปฝากชาวบ้าน

  • วันเกิด…

      วันนี้เป็นเพียงอีกวันหนึ่งสำหรับหลายๆคน… แต่ไม่ใช่สำหรับผม เพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง อิอิ ขอบคุณสำหรับทุกของขวัญและคำอวยพร วันเกิดทุกปีผมจะหาเวลามานั่งทบทวนปีที่ผ่านมา และวางแผนมองไปข้างหน้า สำหรับปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกปีที่ดีที่สุดของผมปีหนึ่งในหลายๆเรื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุดวันนี้ ไม่ดีพอสำหรับวันพรุ่งนี้ (เอ๊ะ คุ้นๆ…) สำหรับปีหน้าผมก็วางแผนไว้หลายเรื่อง ทั้งเรื่องงาน สุขภาพ ครอบครัว ความรัก แต่หนึ่งใน Hilight project ของปีหน้าคือ การเขียนหนังสือ หลังจากที่มีคนบอกมาหลายปี แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเขียนหนังสือได้ ปีนี้เลยตั้งใจว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่จะทำให้ได้ คอยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ I love my life and I can feel the wonderful things are waiting to be found everyday Chutchapol Youngwiriyakul (August 9, 2009)

4 Comments

  1. เห็นด้วยค่ะ ^^
    ใช้หลักของ The Secret ปฏิบัติกับผู้อื่นก้อได้ผลดีเหมือนกันนะคะ

  2. การที่บอกว่า ปฏิบัติต่อคนอื่นตาม ศักยภาพ ของเขา
    แท้ที่จริง ศักยภาพ คือตัวเขาใน อุดมคติ ของเราต่างหากล่ะ
    ซึ่ง อุดมคติ ของเราก็แค่ความคิดหรือการคาดคะเนเท่านั้น อาจจะผิดหรือถูกก็ได้
    และอาจจะผิดจุด ทำให้ไม่ได้ผลตามที่เราต้องการก็ได้นะ

    ทางที่ดี เหมี่ยวคิดว่า ทำตามธรรมชาติของเราดีกว่าค่ะ
    ถ้าธรรมชาติของเราดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายไป ก็ทำไปตามนั้น
    หรือถ้าธรรมชาติของเราชอบสร้างอุดมคติ ก็สร้างไป
    แต่อย่าไปยึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่ง ว่าเป็นวิธีที่ควรกระทำ
    ให้ตัวเรา flexible ไหลไปตามสถานการณ์
    แล้วนี่แหละ จะให้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ :)

  3. @mameou: น่าสนใจมากกัับการทำตามทำตามธรรมชาติ พี่อาจจะเป็นคนมองโลกในแง่ดีเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เลยใช้ได้ดี :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *