ดูมืออาชีพแสดงให้ได้มากกว่าความบันเทิง

Swan Lake Ballet Performed By Russian Royal Ballet

บ่ายวันนี้แฟนชวนไปดูบัลเล่ต์ Swan Lake ของ Matthew Bourne ซึ่งยกทีมจากอังกฤษมาแสดงที่สิงคโปร์ในเทศกาล da:ns Festival 2014

บอกตามตรง เมื่อก่อนผมรู้สึกเฉยๆมากกับการดูละครเวที หรือบัลเลต์ เพราะคิดว่าไม่สนุก ยิ่งรู้่ว่าบัลเล่ต์ที่จะไปดูวันนี้เป็นผู้ชายแสดงเป็นหงส์ด้วย ยิ่งรู้สึกแปลกๆ

แต่หลังจากที่ได้จบกลับชื่นชมในการแสดงที่เต็มไปด้วยพลัง และความอ่อนช้อย ของนักแสดงทุกคน

ยิ่งเห็นความพร้อมเพรียงในการเต้น และการจัดระเบียบตัวยิ่งชื่นชม และมั่นใจว่าต้องผ่านการซ้อมมาอย่างหนักแน่นอน

นอกจากบัลเล่ต์วันนี้ การที่ผมได้มีโอกาสดูการแสดงดีๆระดับโลกทั้งที่สิงคโปร์ และอังกฤษ ความคิดผมเกี่ยวกับการแสดงก็เปลี่ยนไป

นอกเหนือจากความบันเทิง สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้อย่างชัดเจน คือความเป็นมืออาชีพ และมาตรฐานไม่เฉพาะนักแสดง แต่รวมถึงทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มองเห็นอย่างฉาก เครื่องแต่งกาย แสง สี เสียง ไปจนถึง สิ่งที่มองไม่เห็นอย่างการเคลื่อนย้ายและประกอบฉากบนเวทีประเทศต่างๆที่ไปแสดง เป็นต้น

พูดถึงการเสพความเป็นมืออาชีพ ไม่จำเป็นว่ามีเฉพาะการแสดง เพราะถ้าเราสังเกตดีๆ ในแต่ละศาสตร์ก็มีความเป็นมืออาชีพอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

สำหรับผมนอกเหนือจากการแสดง กีฬาเป็นอีกอย่างที่เราสามารถเสพความเป็นมืออาชีพได้เต็มๆ

คุณพ่อผมเคยบอกว่าเวลาท่านชอบดูการแข่งขันกีฬา หรือการแสดงระดับโลก เพราะความเป็นมืออาชีพของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีพลังให้อยากพัฒนาความเป็นมืออาชีพของตัวเองขึ้นอีก ซึ่งผมก็เห็นด้วย

ผมเชื่อว่าแฟนบอลที่ติดตาม league อาชีพต่างๆทั้งในอังกฤษ หรือประเทศอื่น นอกจากความสามารถของตัวนักเตะแล้ว ความเป็นมืออาชีพของการทำทีม และมาตรฐานการเล่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราติดตามเป็นสาวกอย่างเต็มใจ

ถ้าถามว่าเราจะได้ประโยชน์จากการเสพความเป็นมืออาชีพนอกเหนือจากความสนุก และบันเทิงได้อย่างไร ผมเสนอ 3 ข้อง่ายๆ ไว้ลองใช้เวลามีโอกาสได้ดูมืออาชีพแสดง หรือเล่นกีฬาครั้งหน้า

1. ซึมซับและสังเกตความเป็นมืออาชีพ

ขั้นแรก ไม่ต้องคิดอะไรมาก ซึมซับความเป็นมืออาชีพของเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดง หรือการแข่งขัน ถ้ามีโอกาสเคยเจอมีเหตุการณ์เปรียบเทียบที่เป็นมือสมัครเล่น จะยิ่งเห็นชัดถึงความต่าง จำความรู้สึกของการเป็นผู้รับ หรือผู้ชมของความเป็นมืออาชีพนั้นให้ดีๆ ว่าเรารู้สึกยังไง ถ้ามีโอกาสอาจลองสังเกตและคิดดูว่าอะไรเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เราคิดถึงความเป็นมืออาชีพนั้น

2. คิดว่าจะนำอะไรมาปรับใช้ในการทำงานเราได้

กลับมาแล้วมาลองคิดต่อว่า ในสิ่งที่เราทำ อาจเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว มีอะไรที่เราสามารถทำให้เป็นมืออาชีพ ในมุมมองคนรอบตัวเราได้บ้าง อาจเริ่มจากเรื่องเล็กๆอย่างการตรงต่อเวลา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่สุดสำหรับคนที่เป็นมืออาชีพ

3. อย่ากดดันกับความเป็นมืออาชีพจนไม่กล้าเริ่ม

ผมเคยติดกับดักข้อนี้มาก่อน หลายครั้งก็ต้องคอยเตือนตัวเองเวลาที่มองคนที่เก่งกว่า หรือเป็นเทพในสิ่งที่เราอยากเป็น แล้วรู้สึกท้อแท้ เพราะมันช่างห่างไกลกับสิ่งที่เราเป็นอยู่เหลือเกิน  ว่าเทพเหล่านั้นก็เคยเป็นมือใหม่เหมือนเรา ตั้งสติ แล้วก็เริ่มจากสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราทำได้ แล้วพัฒนาจากจุดนั้นไปสู่ความเป็นมืออาชีพ เพราะถ้าไม่เริ่ม ก็ไม่มีวันพัฒนาไปเป็นมืออาชีพ อย่างเทพคนอื่นๆแน่นอน

ลองดูนะครับ แล้วคุณอาจได้อะไรมากกว่าความบันเทิงในการแสดงครั้งต่อไป

คำถาม: ถ้าสามารถพัฒนาความเป็นมืออาชีพได้ 1 อย่าง คุณอยากพัฒนาเรื่องอะไร?

________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • 4 เรื่องที่คุณอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับแบบทดสอบบุคลิกภาพ (Personality Test)

    Full disclosure: ปัจจุบันผู้เขียนเป็น Senior Consultant ของบริษัท Aon Hewitt เจ้าของแบบทดสอบ ADEPT-15, ข้อมูลใน blog นี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร ตั้งแต่เด็กๆ ผมเป็นคนชอบทำแบบทดสอบด้านบุคลิกภาพ หรือลักษณะนิสัย (Personality Test) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยากรู้ว่าผลออกมาจะตรงกับที่เราคิด ว่าเราเป็นหรือเปล่า อีกส่วนหนึ่งก็อยากรู้จักตัวเองในด้านที่เราอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน แบบทดสอบที่ทำก็มีตั้งแต่ทำขำไม่กี่ข้อในนิตยสาร ที่มีคำอธิบายผลท้ายหน้า ไปจนถึงแบบทดสอบจริงจังที่ต้องเสียเงินหลายพัน ทำเสร็จแล้วมีรายงานส่งมาให้เป็นเรื่องเป็นราว เนื่องจากงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผมมีโอกาสได้ certify เครื่องมือ The Adaptive Employee Personality Test (ADEPT-15) ซึ่งเป็น personality test ที่เน้นสำหรับการทำงาน ทำให้ผมเห็นเข้าใจแบบทดสอบบุคลิกภาพ (โดยเฉพาะ ADEPT-15) ดีขึ้น เลยขอกล่าวถึง 4 เรื่องที่มักมีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับแบบทดสอบประเภทนี้ 1. มี profile ที่สมบูรณ์แบบ ผมเคยเชื่อว่าเวลาทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ จะต้องมีคำตอบที่ถูก หรือ profile ที่ดีที่สุด…

  • 4 ทักษะที่ควรเรียนรู้เพื่อประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21

    ในโลกที่เทคโนโลยี และองค์ความรู้ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Half-life ของสิ่งที่เราเรียนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยสั้นลงจนแทบจะใช้ไม่ได้เมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน ถามว่า ทักษะอะไรที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในโลกปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้นี้? ถ้ามองสิ่งที่โรงเรียนสอน โดยเฉพาะในเมืองไทย เรายังเห็นว่าการศึกษาส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการ’ป้อน’ความรู้ หรือข้อมูล ที่ปัจจุบันหาได้เพียงไม่กี่ ‘คลิ๊ก’ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีโอกาสล้าสมัยได้เร็วที่สุด มากกว่าทักษะที่ช่วยในการพัฒนาเพื่อการทำงานต่อในอนาคต ผมอ่านเจอคำตอบเรื่องนี้จากส่วนหนึ่งของบทความ What Kids Need to Learn to Succeed in 2050 ซึ่งกล่าวถึง 4 ทักษะ (the four Cs) ซึ่งแนะนำโดย Partnership for 21st Century Learning, P21 ว่าคือ 1. Critical thinking

  • Goodbye CV?

    คุณจะเลือกคนสำหรับ 70 ตำแหน่งจากคนสมัคร 33,000 คนยังไง? นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบริษัท L’Oreal ประเทศจีน ในตลาดที่แข่งขันกันสูงมากอย่างจีนที่มีบัณฑิตใหม่กว่า 7 ล้านคนทุกปีกำลังหางานอยู่ ถ้า HR มานั่งอ่าน CV ของทุกคน ก็คงปวดหัวไม่น้อย และไม่ได้รับรองว่าจะได้คนที่ดี และเหมาะสมที่สุดสำหรับบริษัท สิ่งที่ HR บริษัทใหญ่ๆ ใช้เป็นตัวกรองอันดับแรกๆคือ มหาวิทยาลัยที่จบ ถ้าไม่ใช่อันดับต้นๆก็ตัดออกก่อน ถามว่าเป็นการตัดโอกาสมั้ย? ก็ต้องยอมรับว่าคนเก่งหลายคนที่หลุดจากตัวกรองนี้ และ CV ก็ไม่ใช่สิ่งที่สะท้อนความสามารถที่แท้จริงของผู้สมัคร ผมดูข่าวจาก BBC พูดถึงบริษัท L’Oreal ในจีน เปลี่ยนวิธีการคัดคนใหม่ น่าสนใจเพราะแทนที่จะดูที่มหาวิทยาลัยที่จบ หรือ resume บริษัทให้คนสมัครตอบคำถาม 3 ข้อ ใน smart phone แล้วให้โปรแกรมที่วิเคราะห์บุคคลิกนิสัยจากภาษาที่ใช้ในการตอบ _______________ ตัวอย่างคำถาม

  • เมื่อ Global CEO พบ Future Leaders ของไทย

    โชคดีจริงๆ ที่ได้ฟังมุมมองของผู้บริหารระดับ Global CEO และได้รู้จักน้องๆ Future Leaders ของเมืองไทยในงานเดียวกัน! ผมคิดอยู่ในใจเมื่อได้รับคำเชิญจาก Adecco Thailand เพื่อร่วมงาน The Adecco Group Global CEO Meets with Future Leaders in Thailand ซึ่งเป็นงาน Exclusive ร่วมกับน้อง Future Leaders อีกหลายสิบคน เมื่อมองกลับไปผมรู้สึกว่าเป็นงานขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถเดิน networking ได้อย่างทั่วถึง ทำให้ได้รู้จักกับทั้งผู้บริหารของ Adecco และน้องๆ คนเก่งที่ได้รับเชิญมาหลายคน Highlight ของงานคือ Panel discussion โดยคุณ Alain Dehaze, Global CEO, The Adecco Group และคุณ Lisa Frommhold, The Adecco…

  • |

    ประชุมให้ได้งาน: Working Meeting

    การประชุม กับ การทำงาน มักจะเป็นเรื่องที่หนีกันไม่พ้น เมื่อเราต้องใช้เวลาไม่น้อยไปกับการประชุม คำถามคือ จะประชุมอย่างไรให้ได้งาน เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกับหลักทั่วๆไปเกี่ยวกับการประชุมให้มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น การมีวาระการประชุม ควบคุมให้อยู่ในประเด็น หรือ จดบันทึกการประชุม เป็นต้น วันนี้หัวหน้าแนะนำทีม (เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้) ว่าให้ประชุมแบบ working meeting working meeting นี้เป็นยังไง? working meeting คือ การใช้ประชุมเป็นตัวขับเคลื่อนให้ได้งาน 

  • เป็นเจ้าของธุรกิจอาจไม่ใช่คำตอบ

    ช่วงนี้มองไปในแผงหนังสือบ้านเรา จะเห็นว่ากลุ่มหนังสือที่กำลังมาแรงกลุ่มหนึ่ง คือ การสอนวิธีให้รวย ออกมาตั้งธุรกิจตัวเอง หลายคนมองว่าคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนนี่ช่างไม่ฉลาด ทำให้ตายชาตินี้ก็ไม่รวย มาเป็นเจ้าของเองรวยกว่าแน่นอน จนหลายๆคนเคลิ้ม และลาออกมาทำธุรกิจเป็นนายตัวเองกันใหญ่ หวังจะได้มีอิสรภาพการเงินกันไวๆ ผมมีโอกาสได้รู้จักอดีตเจ้าของธุรกิจ 2 คน ที่ปัจจุบันเป็นมาเป็นมนุษย์เงินเดือน เลยขอแลกเปลี่ยนความคิดเพราะสงสัยและคิดว่าน่าสนใจ ในโลกที่เหมือนใครๆก็อยากลาออกไปเป็นเจ้าของกิจการกันหมด คนแรกเป็นหนุ่มชาวมาเลย์ อายุ 20 ปลายๆ ที่เรียนจบด้านวิศวะไฟฟ้า และร่วมทำธุรกิจกับเพื่อน ด้าน IT ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *