ประเมินผลงานตัวเองในปี 2022

ผมรู้สึกว่าปี 2022 เป็นปีที่ผ่านไปเร็วกว่าปีก่อนๆ เป็นปีที่ใช้เวลากับการทำงานเยอะที่สุด ใช้เวลาอยู่ และทำงานจากที่บ้านเยอะเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญยังรอดจาก COVID มาจนถึงซีซั่นนี้ทั้งครอบครัวโดยยังการ์ดสูงระวังอยู่เสมอ

สำหรับ Theme ในปีนี้ผมยกให้เป็นเรื่อง Mental Wellness จากปริมาณงานที่สูงเต็มคาราเบลตลอดทั้งปี มีโอกาส burnout ไปหลายรอบ ทำให้ต้องระวังรักษาทั้งสุขภาพกาย และใจไม่ให้ตกตลอดทั้งปี

รูปที่ผมเลือกมาเป็นตัวแทนของปี 2022 เป็นรูปที่สะท้อนการเริ่มมีกิจกรรมแบบ on-site มากขึ้น บางงานยังคงรูปแบบ online บางงานเป็น hybrid ลูกผสม ป้าย Like นอกจากเป็นตัวแทนของ hybrid แล้วยังสะท้อนว่าเป็นอีกปีที่ผม Like อีกด้วย

สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้

สุขภาพร่างกาย (B+) flat vs Year Ago (YA)

สุขภาพปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดีน่าพอใจ รักษาน้ำหนักตัวได้ดีตลอดปี มีขึ้นบ้างเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่สามารถเอาลงมาได้ภายใน 2 อาทิตย์ (เมื่อก่อน 2-3 วัน ก็ดึงกลับมาที่ระดับเดิมได้) สามารถออกกำลังกายวิ่ง และกระโดดเชือกได้สม่ำเสมอ โดยเป้าหมายตอนนี้ไม่ได้เตรียมวิ่งไปแข่งในรายการต่างๆ เหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นการออกกำลังกายเพื่อรักษาร่างกายให้แข็งแรงมากกว่า

ผลตรวจสุขภาพในปีนี้นอกจากค่าต่างๆ จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ ถือเป็นกำลังใจให้รักษาสุขภาพตัวเองต่อไป

สำหรับปีหน้า นอกจากรักษาความสม่ำเสมอในการออกกำลังกายแล้ว ตั้งใจตัดน้ำตาลออกจากอาหารให้มากที่สุด หลังจากเริ่มศึกษาเห็นโทษของน้ำตาลต่อร่างกายมากพอที่จะเอาชนะความอยากทานของหวาน มั่นใจว่าสุขภาพจะดีขึ้นอีก

การงาน (A-) 1 pt up vs YA

ปีนี้ด้านงานเป็นอีกปีที่ peak ทั้งปริมาณงาน ระยะเวลา และความท้าทายในการบริหาร ในมุมหนึ่งก็ล้าจนเริ่มเข้าใจการ burnout อีกมุมหนึ่งเมื่อมองกลับไปก็ภูมิใจที่ผ่านมาได้อย่างดี ทั้งๆ ที่ตอนคืนวันอาทิตย์ของแต่ละสัปดาห์เห็นตารางตัวเองยังนึกไม่ออกว่าจะผ่านไปถึงวันศุกร์ได้อย่างไร

เป็นโชคดีของผมที่ไม่ว่างานจะเยอะขนาดไหนก็ยังมีความสนุกกับตัวงาน กับเพื่อนร่วมงาน และลูกค้าทุกราย ทำให้ยังมีไฟลุยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

สำหรับปีหน้าที่ความรับผิดชอบและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายผมคือการจัดลำดับความสำคัญของงาน เลือกที่จะไม่ทำหลายๆ ที่สร้างคุณค่าไม่มากพอ และการสร้างทีมให้เก่งขึ้น

การเงิน (B+) 1pt up vs YA

ปีนี้เก็บเงินได้ดีส่วนหนึ่งเพราะยัง Work From Home เป็นหลัก และสถานการณ์โควิดที่จะไม่ได้ไปเที่ยวไกลๆ นอกจากนั้นยังเก็บเงินสำหรับการสร้างบ้านได้ตามเป้าที่วางไว้

ปีหน้าตั้งใจจะเก็บเงินสดไว้มากขึ้นในสถานการณ์ที่ดูไม่แน่นอน และเผื่อลงทุนเมื่อมีโอกาส

สภาพจิตใจ (B) flat vs YA

ปีที่แล้วว่าเหนื่อย เจอปีนี้รู้สึกว่าเหนื่อย และล้ากว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้วพอสมควร เลยต้องหมั่นเช็คสภาพจิตใจของตัวเองอยู่เรื่อยๆ และให้คนรอบตัวช่วยเตือน ช่วยดึงในบางครั้ง ไม่ให้ใช้เวลาทำงานในสิ่งที่เกินความคาดหวังของลูกค้า (แต่ไม่จำเป็น) มากเกินไป

โชคดีที่ถ้าผมรู้ตัวว่าถ้าทำงานจนรู้สึกเหนื่อยหรือล้า ผมจะไปออกกำลังกาย หรือเล่นกับลูก ซึ่งช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้เสมอ

ครอบครัว (B+) flat vs YA

ให้ปีนี้ครอบครัวเราก็ยังได้อยู่อย่างใกล้ชิดทั้งปี แม้โรงเรียนลูกจะเปิดตามปกติ และภรรยาจะก็กลับไปทำงานที่ออฟฟิศ 100% แล้ว แต่ด้วยความยืดหยุ่นของงานผมทำให้มีเวลาที่จะไปส่งลูกที่โรงเรียนและภรรยาที่ทำงานทำงานทุกวัน แม้บางครั้งอาจมีประชุมในรถบ้าง แต่ถือว่าตอบโจทย์ของครอบครัวในยุคที่รถกลับมาติด (มาก) เป็นปกติ

ปีนี้น่าจะช่วงที่เห็นพัฒนาด้านต่างๆ ของลูกขึ้นอยากชัดเจน และเห็นความน่ารักในมุมต่างๆ มากขึ้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณพ่อถึงมักหลงลูกสาว

การพัฒนาตัวเอง (A-) 1 flat vs YA

การพัฒนาตัวเองปีนี้คิดว่าทำได้ดีสำหรับเวลาที่มีจำกัดจากปริมาณงาน ตามที่ track ไว้ใน goodreads ปีนี้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษจบไป 26 เล่ม จากเป้าที่ตั้งไว้ตอนต้นปีที่ 30 เล่ม

ช่วงต้นปีได้ผ่านเป็น Certified Action Learning Coach (CALC) ของ WIAL หลังจากไปเรียนช่วงปลายปี 2021และได้ร่วมกิจกรรมกับทาง WIAL Thailand

ช่วงปลายปีได้รับทุนโครงการ True x Samart Skills เรียนเพิ่มเติมผ่าน Coursera ก็ยังสามารถเรียนได้ตาม pace ที่วางไว้ ได้ความรู้พื้นฐานดีๆ จาก Google

People Capital (B+) 1 pt up vs YA

จากเป้าที่ตั้งใจให้ตัวเองเป็น trusted advisor สำหรับผู้บริหารของลูกค้า ปีนี้เริ่มเห็นผลที่ดี มีผู้บริหารมั่นใจและขอความเห็นของเรานอกเหนือจากขอบเขตงานมากขึ้น ซึ่งเป็น win-win ทั้ง 2 ฝ่าย ที่ช่วยให้ผมเข้าใจ context สิ่งที่ผู้บริหารคิดในภาพรวมมากขึ้นเพื่อที่จะช่วยแนะนำได้ดียิ่งขึ้น ช่วงปลายปีเริ่มมีโอกาสได้ reach out แบบ face to face มากขึ้นซึ่งทำให้เห็นโอกาสทำอะไรร่วมกันเยอะขึ้นสำหรับปีหน้า

ทำประโยชน์ให้คนอื่น (B+) flat vs YA

ปีนี้สิ่งที่ทำได้สม่ำเสมอที่สุดคือการเป็น columnist ให้กับ The Story Thailand เขียนบทความที่น่าสนใจในมุมของ Happy Talent ทุกๆ พุธที่ 2 ของเดือน แต่ blog นี้แทบร้างไม่ได้เขียนเลย

สำหรับการบรรยาย แบ่งปันต่างๆ ปีนี้ก็ได้รับเชิญทั้งในรูปแบบ onsite และ online ซึ่งคิดว่าจะยังเห็นทั้ง 2 รูปแบบนี้ต่อไปในปีหน้า


สรุปภาพรวมตลอดปี (B+) 1 pt up vs YA

ภาพรวมในปีนี้ผมพอใจในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการรักษาสุขภาพกายและใจให้ผ่านปีมาได้อย่างปลอดภัยไร้โรค และไม่ burnout ไปเสียก่อน ปีหน้าทำใจร่มๆ เตรียมพร้อมลุยกับชีวิตและโอกาสใหม่ๆ กันต่อ

หวังว่าคุณจะมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงตลอดปี

สวัสดีปีใหม่ 2023 ครับ!

Similar Posts

  • 3 คำถามที่ HR Business Partner ควรตอบได้

    CY: บริษัทพี่มี HR Business Partner มั้ยครับ? HR Director: มีสิ เราเพิ่งเปลี่ยนชื่อตำแหน่งให้ HR ของเราเป็น Business Partner ปีที่แล้ว CY: นอกจากเปลี่ยนชื่อตำแหน่งแล้ว พี่ได้เพิ่มความสามารถให้กับทีม หรือดึงงาน admin ที่ทำอยู่ออกบ้างรึเปล่าครับ? HR Director: ก็ยังนะ บริษัท freeze headcount อยู่ HR Business Partner เลยยังต้องทำงาน admin ต่อ แล้วด้วยความคาดหวังจากผู้บริหารจากชื่อตำแหน่ง HR Business Partner ที่ต้องการให้เข้าใจ Business และทำงาน strategic มากขึ้น ก็ยิ่งไม่มีเวลาไปอบรมเพิ่มเติมเลย ว่าแต่คุณมีวิธีง่ายๆ เพื่อเช็คว่าทีมของพี่มีความเป็น HR Business Partner มากน้อยแค่ไหนมั้ย? นี่เป็นตัวอย่างบทสนทนาและคำถามที่ผมได้ยินจากลูกค้าหลายองค์กร ซึ่งถ้าถามผม ผมจะนึกถึงคำถาม 3 ข้อที่คุณ…

  • [Mentor แบบชัชๆ] เคล็ดลับในการได้ job offer โดยไม่ต้องใช้ resume

    [Mentor Profile] Global HR Director, อายุ 40 ต้น ๆ ประสบการณ์ทำงานใน  5 บริษัทใน 4 ประเทศ   Mentor: คุณรู้รึเปล่าว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ offer งานดี ๆ และเปลี่ยนงานทั้งในบริษัท และย้ายไปบริษัทอื่นโดยไม่ได้ใช้ resume เลย Me: โห คุณทำได้ยังไงครับ? Mentor: เคล็ดลับอยู่ที่ผลงานของคุณ ทุกอย่างที่คุณส่งออกไป ไม่ว่าจะเป็นอีเมล หรือไฟล์ต่าง ๆ เช่น PowerPoint presentation หรือไฟล์ Excel ที่เป็นผลงานที่มีชื่อคุณ คุณต้องทำให้ดีที่สุดเสมือนเป็นตัวแทนคุณ Me: ทำไมเหรอครับ? Mentor: คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอีเมล หรือไฟล์งานที่คุณส่งออกไปนั้น จะถูก forward ไปหาใครต่อ หรือ ใครจะได้อ่าน คุณรู้มั้ยว่าผมรู้เลยว่า Excel ไฟล์ไหนที่ทำให้ผมได้งานในอีกประเทศ ผมถึงตั้งใจ 120% ทุกครั้งก่อนส่งไฟล์ออกไปในชื่อของเรา ถ้าสิ่งที่เราทำดีมากพอ…

  • | |

    มืออาชีพและบันได 5 ขั้นของความสามารถ

    คุณนิยาม มืออาชีพ ว่าอย่างไร? ระหว่างที่ฟังคุณวิเชียร จึงวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการของ CP Retailink เล่าเรื่องการบริหารคนในองค์กร ท่านก็ถามผมขึ้นมา ซึ่งผมก็คิดซักพักแล้วตอบอย่างกระอ้อมกระแอ้มว่า มืออาชีพน่าจะเป็นคนที่มีความสามารถ รู้หน้าที่ และทำตามมาตรฐานที่องค์กรคาดหวังได้ดี ทำให้สิ่งที่ควรทำโดยไม่อิงกับความรู้สึกของตัวเอง ท่านฟังแล้วพูดขึ้นว่า ในมุมของท่าน มืออาชีพ คือ บุคคลที่สมควรได้รับค่าจ้าง คุณวิเชียรคงเห็นผมนั่งนิ่ง อ้าปากค้างเลยขยายความต่อว่า มืออาชีพคือคนที่มีความสามารถและทำงานได้ตามที่คาดหวังได้ 100% ถึงเป็นคนที่สมควรได้รับค่าจ้าง 100% ด้วย ถ้ามองในมุมของนายจ้าง สามารถมองความความสามารถโดยดูจากผลลัพธ์ของงานได้ 5 ระดับเหมือนบันได 5 ขั้น ในแผนภาพนี้

  • [Mentor แบบชัชๆ] Empower ทีมด้วย free area

    [youtube id=”rqQGQ6upics”] ถ้าชอบเนื้อหานี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์ Click Here to Subscribe

  • [Mentor แบบชัชๆ] เมื่อ Gen Y อยากกลับมาทำงานบริษัท?

    [Mentor Profile] CHRO, Thailand leading retail Me: พี่ว่า เดี๋ยวนี้หาคนเก่งมาทำงานยากมั้ยครับ? Mentor: โดยรวมพี่ว่าคนเก่งยังหาไม่ยากเท่าไหร่ แต่ต้องเข้าใจว่าคนเก่งมีทั้งกลุ่มที่เก่งพร้อมใช้งาน และกลุ่มที่มีศักยภาพและยังต้องพัฒนาอยู่ Me: ครับ แล้วพี่มีมุมมองอย่างไรกับกระแสของน้องๆ Gen Y ที่เรียนจบมาแล้วสนใจอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือทำ Startup เป็น Founder มากกว่าเข้าทำงานในบริษัทบ้างครับ? Mentor: พูดถึงเรื่องนี้ พี่นึกถึงน้องคนหนึ่งที่เพิ่งสัมภาษณ์มา เป็นเด็ก Gen Y ที่เรียนจบมาแล้วทำธุรกิจ เป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ ตอนนี้อายุ 30 เกิดเปลี่ยนใจอยากทำงานบริษัท เลยมาสมัครงานกับพี่ Me: น่าสนใจจังครับ Mentor: จะบอกว่านี่ไม่ใช่กรณีแรกที่พี่เห็นเด็กจบมาไปทำธุรกิจของตัวเอง หรือ Startup แล้วสุดท้ายกลับมาสมัครงาน อย่างคนนี้เขา profile ดีมากนะ แล้วเขาเลือกที่จะทำธุรกิจค้าขายเล็กๆ ของตัวเอง ซึ่งก็ไปได้ดี มียอดขาย และกำไรไม่น้อยทีเดียว Me: แล้วจะมาสมัครงานทำไมล่ะครับ?

  • |

    วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น

      ในการปฏิบัติต่อผู้ือื่นนั้น มีสำนวนอยู่หลายสำนวน ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า… ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่ให้เค้าปฏิบัติกับเรา หรือ ดีมาก็ดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายตอบ แต่มีอีกแนวความคิดนึงที่อยากฝากให้คิดดู เค้าบอกว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *