|

10 สัญญาณอันตรายในมุมของคนสัมภาษณ์งาน

งานสมัยนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ หากคุณได้ผ่านการกรองใบสมัครไปถึงรอบสัมภาษณ์ โอกาสของคุณในฐานะแคนดิเดตที่จะได้งานก็เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย ถ้าคุณตอบคำถาม และนำเสนอตัวเองได้ดี เข้าตาผู้สัมภาษณ์

นอกเหนือจากคุณสมบัติ และประสบการณ์ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล และสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์มองหาสำหรับตำแหน่งที่เปิดอยู่ ผมอยากจะแบ่งปัน 10 สัญญาณอันตราย หรือเป็น Red Flag ในมุมของผู้สัมภาษณ์ ถ้าเห็นแคนดิเดตตอบคำถาม หรือมีลักษณะอย่างนี้ อาจต้องหยุดพิจารณาเป็นพิเศษ โดยผมดึงมุมมองบางส่วนมาจากหนังสือ Who: The A Method for Hiring ที่ผู้เขียนกลั่นมาจากประสบการณ์ในที่เป็นผู้สัมภาษณ์หาผู้บริหารให้กับองค์กรใหญ่ๆ

ไม่เพียงมีประโยชน์เฉพาะแคนดิเดตที่กำลังเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน หากคุณเป็น Hiring Manager หรือ HR ก็สามารถปรับใช้ Red Flag 10 ข้อนี้เพื่อช่วยกรองคนที่สัมภาษณ์ได้เช่นกัน

1. แคนดิเดตไม่ได้พูดถึงความผิดพลาด หรือความล้มเหลวของตัวเองในอดีตเลย

ประสบความสำเร็จมาตลอด ไม่เคยทำอะไรพลาดเลย

2. แคนดิเดตพยายามขยายความคำตอบให้ดูมากเกินความจริง

ฟังแล้วจะรู้สึกว่า too good to be true

3. แคนดิเดตเอาผลงานของคนอื่นมาอ้างว่าเป็นคนตัวเอง

ตั้งแต่คิดไอเดียเอง ชงเรื่องเอง ทำเอง present เอง ไม่มีใครช่วยเลย ผลงานฉันล้วนๆ

4. แคนดิเดตพูดถึงหัวหน้าเก่าในด้านลบอย่างเสียๆ หายๆ

ว่าที่หัวหน้าใหม่ๆ ที่สัมภาษณ์อยู่ ฟังไปก็เหงื่อตก ถ้ารับมาจะพูดถึงเราแบบนี้มั้ย?

5. แคนดิเดตไม่สามารถอธิบายเหตุผลการเปลี่ยนงานแต่ละครั้งได้

ทุกอย่างดูมีเงื่อนงำ ฟังแล้วไม่ค่อย make sense

6. ครอบครัวหรือคนที่แคนดิเดตให้ความสำคัญ ไม่สนับสนุนการย้ายงาน

โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อย หรือไปประจำที่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ปัจจัยการสนับสนุนจากครอบครัวมีความสำคัญมาก

7. แคนดิเดตในตำแหน่งหัวหน้างานหรือผู้บริหาร ไม่เคยรับคน หรือให้คนออก

ข้อนี้พอเข้าใจได้ถ้าประสบการณ์การเป็นหัวหน้างานยังไม่นาน แต่ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้วยังไม่เคยรับคน หรือให้คนออก อาจจะขาดมุมมองส่วนสำคัญของการบริหารจัดการคนได้

8. แคนดิเดตสนใจกับค่าตอบแทนและสวัสดิการมากกว่าตัวเนื้องาน

เอะอะ ก็ถามแต่โบนัสกี่เดือน ลาพักร้อนติดกันได้กี่วัน โดยไม่สนใจ และพยายามเข้าใจรายละเอียดของงาน ถือเป็น Red Flag เต็มๆ

9. แคนดิเดตพยายามที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญมากเกินไป

บางคนพยายามที่จะทำให้ตัวเองดูเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่พยายามมาเกินไปก็เลยโป๊แตก ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเขาไม่ต้องพูดเยอะ

10. แคนดิเดตที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

ถ้ามองแต่เรื่องของตัวเอง ความรู้สึกของตัวเอง สิ่งที่ตัวเองจะได้ โดยไม่มองภาพของงาน หรือองค์กร ก็ยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้


หวังว่า 10 สัญญาณอันตรายนี้จะมีประโยชน์ ถ้าคุณมี Red Flag อื่นที่ไม่อยู่ใน 10 ข้อนี้ก็เขียน comment แบ่งปันกันได้เพิ่มเติมนะครับ

Similar Posts

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2015

    ผมเลือกรูปนี้เป็นตัวแทนภาพรวมของปีสำหรับตัวเองที่ทั้งสนุก และได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่ท้าทาย ได้เรียนรู้ และโตขึ้นจากการพัฒนาตัวเอง เช่นเคย ผมประเมินตัวเองด้านต่าง ๆ แต่เนื่องจากปีก่อน ผมไม่ได้เขียน เลยต้องเทียบกับ 2 ปีที่แล้วแทน สุขภาพร่างกาย (A+) 3pt up vs. 2 Years Ago (2YA) ปีนี้เป็นปีทองด้านสุขภาพสำหรับผม สุขภาพแข็งแรงไม่มีป่วยหนักตลอดปี ด้านการออกกำลังกาย ผมลงรายการวิ่งทั้ง mini marathon และ half marathon เพื่อเตรียมร่างกายก่อนวิ่ง full marathon รายการ Standard Chartered Marathon Singapore ตอนปลายปี ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ ผลพลอยได้ของการซ้อมคือ น้ำหนักลดลงมาถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ทั้งที่เป้าน้ำหนักนี้ตั้งไว้หลายปี แต่ยังทำไม่สำเร็จ Improvement Areas รักษาน้ำหนักตัว และความสม่ำเสมอของการออกกำลังกาย ลดของหวาน การงาน (A) 1pt up vs 2YA งานปีนี้ก็ทั้งสนุกทั้งท้าทาย ได้ทั้งเรียนรู้การทำงานกับหัวหน้าใหม่ที่เก่ง และเพื่อนร่วมงานใหม่ที่มีประสบการณ์สูงหลายคน ได้ทำงาน scope regional…

  • การวางกลยุทธ์ในโลกยุค VUCA กับคนขับบอลลูน

    สัปดาห์ก่อนผมได้ไปร่วมงาน Strategy Essential Summit 2020 ซึ่งจัดโดยอ.ธนัย ชรินทร์สาร ซึ่งในบรรดาข้อมูล เทรนด์ และเรื่องราวต่างๆ ที่มีประโยชน์อัดแน่นทั้งวันจากทั้งอ.ธนัย และแขกรับเชิญในวันนั้น เรื่องที่ผมชอบ และจำได้ดีที่สุดคือเรื่อง คนขับบอลลูน อ.ธนัยเล่าว่านักกลยุทธ์ส่วนใหญ่มักทำตัวเหมือน นักบิน ขับเครื่องบินจากจุดเริ่มต้น ไปถึงจุดหมายที่แน่นอน ระหว่างทางอาจมีลมพายุบ้าง นักบินก็ขับหลบหลีก พาเครื่องบินไปสู่จุดหมายปลายทางได้ เปรียบได้กับนักกลยุทธ์ที่รู้ว่าสภาพปัจจุบันขององค์กรเป็นอย่างไร (As-Is) และเป้าหมายขององค์กรที่จะไปคืออะไร (To-Be) นักกลยุทธ์ก็วางแผนเพื่อพาองค์กรไปถึงจุดนั้น การเป็นนักกลยุทธ์แบบนักบินก็ไม่มีอะไรผิดปกติถ้า สถานการณ์ต่างๆ ในโลกค่อนข้างเสถียร และคาดเดาได้เหมือน 40-50 ปีที่ผ่านมา

  • เปลี่ยนมุมมองเพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวเองแบบง่าย ๆ

    เรื่องความมั่นใจในตัวเอง เป็นเรื่องหนึ่งที่ใคร ๆ ก็อยากให้ตัวเองมี เพราะไม่เพียงช่วยในการทำงาน การเข้าสังคม แต่ยังช่วยเรื่องความรู้สึก และความภูมิใจที่มีต่อตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ประโยคคำถามที่ผมได้ฟังจากคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองจำนวนไม่น้อย คือ ผม/ฉันไม่มีอะไรดีซักอย่าง ทำอะไรก็ไม่เก่ง ไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องไหนซักเรื่อง แถมหน้าตาก็ไม่ได้ดีเหมือนคนอื่น แล้วจะเอาความมั่นใจในตัวเองมาจากไหน? ต้องบอกว่าผมก็เคยคิดแบบนี้ ก่อนจะมาเจอวิธีคิดเรื่องการสร้างความมั่นใจตัวเองที่ช่วยพัฒนาให้ผมมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ถ้าลองถอดรหัสความคิดของคนที่พูดประโยคข้างบน จะเห็นว่าคนที่พูดผูกความมั่นใจในตัวเองกับความสำเร็จ ความเก่ง หรือเชี่ยวชาญในบางเรื่อง ที่คนอื่นหรือสังคมยอมรับ นั่นหมายความว่า ถ้าฉันไม่เก่ง ไม่ประสบความสำเร็จ ก็จะไม่มีเหตุผลให้ฉันมีความมั่นใจในตัวเอง แม้จะฟังดูก็เป็นเหตุเป็นผลดี แต่ปัญหาคือ ถ้าฉันเป็นคนธรรมดาเดินดินทั่วไป ฉันจะสร้างความมั่นใจในตัวเองได้จากไหน? วิธีคิดในการสร้างความมั่นใจในตัวเองที่ได้ผลมากกว่า คือ

  • [Note] ความท้าทายของงาน HR ในปี 2012 โดย อ. ประสิทธิ์ องอาจตระกูล

      วันนี้ผมได้มีโอกาสมาฟังสัมนาเรื่อง ความท้าทายของงาน HR ในปี 2012 จัดโดย มหาวิทยาลัยศรีปทุม บรรยายโดย คุณประสิทธิ์ องอาจตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย ผมรู้จักพี่ประสิทธิ์หรือพี่ฮิม และงานสัมนาครั้งนี้ผ่าน Facebook จึงถือว่า Social Network ก็ได้ช่วยทำหน้าที่ของมันในการช่วยขยายเครือข่ายและโอกาสดีๆอีกครั้งหนึ่ง ในการบรรยายครั้งนี้พี่ฮิม ปล่อยของแบบไม่อั้น ยิงมุขกระจาย ความรู้เพียบ  ผมจึงของสรุปเนื้อหาที่น่าสนใจบางส่วนมาแบ่งปันกันครับ   ความท้าทายบนโลกใบนี้

  • 5 คำถามเด็ดเพื่อชีวิตที่ประสบความสำเร็จและมีความสุข

    [youtube id=”bW0NguMGIbE”] ผมเชื่อว่าคุณภาพของชีวิตเรา ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถามที่เราใช้ถามตัวเอง คำถามที่ดีจะช่วยให้เราฉุกคิด และดึงให้เราหาคำตอบ และก้าวไปข้างหน้าได้ คลิปนี้เป็นตัดมาจากช่วงท้ายของสุนทรพจน์ของ James Ryan คณบดี Harvard Graduate School of Education ในงาน 2016 HGSE Presentation of Diplomas and Certificates ซึ่งเป็นคำถาม 5 คำถาม + 1 คำถามพิเศษที่ James แนะนำให้ถามตัวเองและคนอื่นเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสทั้งประสบความสำเร็จ และมีความสุขในชีวิต มาดูกันว่าทั้ง 5 คำถาม + 1 คำถามพิเศษ มีอะไรบ้าง? 1. เฮ้ย อะไรนะ? (“Wait, what?”)

  • ถ้าลูกน้องขอลา 2 อาทิตย์ ตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร คุณจะ?

    ถ้ามีลูกน้องมาขอลาไปต่างประเทศ 2 อาทิตย์ ตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร คุณจะทำยังไง? แล้วถ้าเขาบอกและขออนุญาตตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งานล่ะ? หลายคนอาจนึกว่า… “ไม่รอดแน่ ไม่ต้องเสียเวลา เรียกคนอื่นมาสัมภาษณ์ต่อดีกว่า” “นายคนนี้ช่างกล้ายิ่งนัก ไม่รู้ว่าช่วงโปรพนักงานไม่มีวันหยุดพักร้อนเหรอ” “จะลาป่วยยังไม่ค่อยกล้าเลย เดี๋ยวโดนหมายหัว” หรือ “อย่าว่าแต่ยังไม่ผ่านโปรเลย พี่ทำงานมาจะ 10 ปีแล้วยังไม่กล้าคิดจะลานานขนาดนี้เลย” ว่าแต่ ถ้าคุณเป็นหัวหน้าของพนักงานคนนี้ คุณจะอนุญาตมั้ย?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *