2 วินาที…เพื่อการควบคุมชีวิตที่ดีขึ้น

 

หลังจากที่พบว่าหลายๆครั้งที่ชีวิตเราดำเนินไปแบบไม่มีสติ ก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีสติมากขึ้น…

แล้ววันนี้ก็ไปอ่านเจอบทความอันนึงเรื่อง The Power of Pause ซึ่งพูดถึงความสำคัญของการหยุดคิดก่อนตอบ

ซึ่งก็ตรงกับเรื่องต้องการจะแก้พอดี

หลักการเค้าง่ายมากๆ…

แค่เมื่อมีคนมาถาม หรือขอร้องให้ทำอะไร ให้เราหยุด แค่ 1-2 วินาที ก่อนที่จะตอบ

เพื่อให้เราแน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ หรือสามารถที่จะรับปากได้จริงๆ

และที่สำคัญ

เพื่อให้แน่ใจว่าเราตัดสินใจจริงๆ

Similar Posts

  • |

    วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น

      ในการปฏิบัติต่อผู้ือื่นนั้น มีสำนวนอยู่หลายสำนวน ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า… ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่ให้เค้าปฏิบัติกับเรา หรือ ดีมาก็ดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายตอบ แต่มีอีกแนวความคิดนึงที่อยากฝากให้คิดดู เค้าบอกว่า…

  • สิ่งที่ได้รู้จากการนอนโรงพยาบาล

    ต้องบอกว่าเกิดมาไม่เคยป่วยถึงขั้นนอนโรงพยาบาลมาก่อน แล้วคิดไม่ถึงว่าโรคที่ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลคือ ไข้หวัด… – -” … ไหนๆก็เข้ามานอนในโรงพยาบาลก็ลองเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยการพักผ่อนให้เต็มที่ นอนไปเลย5วัน เต็มถัง หลังจากออกจากโรงพยาบาลมาก็มานั่งคิดว่าเราได้รู้อะไรใหม่ๆหรือข้อคิดจากการป่วยครั้งนี้บ้าง? (ข้อคิดเหล่านี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะครับ) เวลาป่วยนอนได้ทั้งวัน ไม่เคยคิดว่าเราจะนอนติดต่อกันได้มากขนาดนี้ กินๆนอนๆของแท้เลย (แต่น้ำหนักลดเกือบสองกิโล หลังออกจากรพ.) นอนก็ไม่สบาย ใครที่เคยฝันอยากมีชีวิตนอนอยู่บนเตียงไม่ต้องทำอะไร ต้องลองป่วยมานอนบนเตียงหลายๆวันดู มันอาจจะสบายวันสองวันแรก แต่หลายๆวันไม่ดีแน่นอน อยู่กับตัวเอง เนื่องจากกลัวคนอื่นจะติดหวัดไปด้วย เลยไม่ได้ให้ใครมาเฝ้า อยู่คนเดียวทั้งวันตอนแรกก็ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ มีฟุ้งซ่านบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ทำมานานแล้วคือได้ดูพระอาทิตย์ตกดิน จำไม่ได้ว่าไม่ได้ดูพระอาทิตย์ตกดินมานานเท่าไหร่แล้ว ขนาดไปเที่ยวเวลานี้ก็จะเป็นเวลาอาบน้ำเตรียมไปหาที่ทานข้าวเย็น พลาดโอกาสนี้ไปเสียทุกครั้ง… ดูละคร วนิดา ปกติอยู่บ้านแทบไม่ได้ดูทีวีเลยโดยเฉพาะละครไทย พอป่วยก็ได้มีเวลาดูละคร (เอาซะหน่อย) เปิดมาเจอ วนิดา จำได้ว่าเด็กๆเคยดูแล้วนี่หว่า ไม่เป็นไร ดูไปก็เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนไทย100% แน่ๆ เพราะดูตอนแรกก็แทบจะติดเลย… -*- ดูโฆษณา ได้มีโอกาสดูโฆษณาในช่วงเวลาต่างๆ สังเกตถึงการครอบครองสื่อของบริษัทใหญ่ๆไม่กี่บริษัท การใช้คำเพื่อหลบการอ้างเกินจริง การทำสิ่งที่จับต้องยากให้ัจับต้องง่ายขึ้น เช่น แถบวัดระดับสีผิว, ข้อดี 5 ประการ 7…

  • สวัสดีวันปีใหม่ไทย 2553

    หวังว่าคงไม่สายที่จะสวัสดีปีใหม่ไทยกับทุกๆคนที่ติดตามบล็อคนี้อยู่นะครับ ปีนี้ใครที่อยู่กรุงเทพคงรู้สึกร้อนรุ่มทั้งอากาศที่ร้อนจัดและอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน เลยเจตนาเลือกรูปนี้เพื่อหวังว่าจะช่วยลดความร้อน(ในใจ)ได้บ้าง (ฮา) แฟนประจำบางคนอาจสงสัยว่าผมหายไปไหน เพราะเว้นช่วงไปนานกว่าปกติ (1เดือนพอดี) ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ แค่ช่วงนี้งานเข้าบ้าง ขี้เกียจบ้าง อะไรบ้าง – -“ ในช่วงหยุดยาวๆแบบนี้ เป็นโอกาสดีที่จะได้มีเวลาคิด อยู่กับตัวเอง ได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก ตั้งหลัก และวางแผนเรื่องต่างๆ ที่ตอนทำงานไม่ได้ทำ   ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเหมือนของขวัญของตัวเองในช่วงสงกรานต์นี้ก็คงเป็น feedback จากแฟน เป็นดั่งกระจกเงาส่องให้เห็นข้อผิดพลาด บกพร่องของตัวเอง ที่ตัวเอง(ตาถั่ว)มองไม่เห็น ผมเชื่อว่าถ้าเรามีคนหวังดี กล้าที่จะบอกข้อเสียของเราให้ปรับปรุง ก็ถือว่าเป็นพรที่ดีมากข้อหนึ่งเลย สัญญาว่าจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นนะ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณคุณแฟนมา ณ ที่นี้ด้วย…   หวังว่าคุณคงจะได้อะไรดีๆในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ไม่ว่าจะเป็นร่างกายและสมองที่สดชื่น, ความคิดดีๆ, การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆไปก่อนจะกลับไปเริ่มทำงานต่ออาทิตย์หน้านะครับ ^__^

  • |

    เทคนิคในการตั้งเป้าหมายต่างๆให้สำเร็จได้ง่ายขึ้น

    ปกติเมื่อเราตั้งเป้าหมายแล้ว หลายๆครั้งเมื่อทำไม่ได้แล้วก็บั่นทอนกำลังใจ ทำให้ไม่ได้สามารถทำได้อย่างที่ตั้ง ผมไปอ่านเจอเทคนิคการตั้งเป้าหมายของ Jack Canfield ผู้แต่งหนังสือ Chicken Soup for the Soul โดย Jack เรียกวิธีการนี้ว่า MTO เป็นตัวย่อมาจาก Minimum, Target, และ Outrageous ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการมีสุขภาพดีด้วยการออกกำลังกาย เป้าหมายการออกกำลังกายขั้นต่ำที่สุด (Minimum)ควรเป็นเท่าไหร่ ตั้งแบบที่คิดว่าใครๆก็ทำได้ ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรพิเศษ สมมติว่า 5 นาที แล้วเป้าหมายที่ควรจะเป็น (Target) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่คนทั่วไปตั้งเพื่อให้มีสุขภาพดี ซึ่งเราก็คงเคยได้ยินในทีวีบ่อยๆว่า ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 20 นาทีต่อครั้ง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วเป้าหมายอะไรที่ถ้าเราทำได้แล้ว จะดีสุดๆ (Outrageous) เช่น ถ้าออกกำลังได้ทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง ร่างกายต้องฟิตสุดๆแน่นอน ถามว่าเมื่อได้เป้าหมายทั้ง 3 แล้ว ทำยังไงต่อ… คำตอบก็คือ ทำให้ได้อย่างน้อยตามเป้าหมายที่น้อยที่สุดที่ตั้งเอาไว้ เป้าหมายแรกสำคัญที่สุด…

  • “คุณเข้าใจมั้ย?” คำถามที่ไม่ควรถาม

    “คุณเข้าใจมั้ย?” เมื่อก่อนผมมักใช้คำถามนี้ไม่ว่าจะเป็นกับทีมเวลาที่อธิบายงาน หรือเวลาเป็นผู้บรรยายสอนในอบรม หรือ workshp ต่างๆ เจตนาก็มาจากความหวังดีที่เราอยากให้อีกฝ่ายแน่ใจว่าเข้าใจสิ่งที่เราสอน หรืออธิบายจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสื่อความผิดตามมา จนกระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้เรียนรู้จากโค้ชผู้บริหารท่านหนึ่งว่า การถามว่าอีกฝ่ายเข้าใจมั้ย? เป็นประโยคคำถามที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ควรถาม ตอนแรกผมก็ทั้งงง ทั้งแปลกใจว่า เป็นไปได้อย่างไร จนได้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่อยากถามมักไม่กล้าถาม เท่าที่สังเกตดูเวลาที่ทั้งตัวเองถาม หรือคนอื่นถามคำถามนี้ แทบไม่มีคนตอบว่าไม่เข้าใจ และให้อธิบายเพิ่ม อาจเป็นเพราะ กลัวคนถามอายที่อธิบายไม่รู้เรื่อง เห็นคนอื่นไม่ถามเลยไม่กล้าถาม กลัวอายเพื่อนๆ คิดว่าตัวเองตามไม่ทัน ถามคำถามอะไรโง่ๆ ตัวเองไม่ตั้งใจฟัง ไม่รู้เรื่องทั้งหมด เลยไม่รู้จะตั้งคำถามว่าไม่เข้าใจประเด็นไหน สุดท้ายถามไปก็แทบไม่เคยได้ยินคนที่ตอบว่าไม่เข้าใจ ดังนั้นอย่าถามดีกว่า

  • ความคาดหวังกับขนมลูกไ่ก่

    หายไปเที่ยวญี่ปุ่นมาสองอาทิตย์ แต่ก็ยังดีใจที่มีเพื่อนๆแวะเข้ามาอ่านอยู่สม่ำเสมอ… ^__^ กลับมาคราวได้นี้ได้ทั้งพลัง และไอเดียใหม่ๆมาแบ่งปันกันอีกเช่นเคย วันนี้ขอเล่าเรื่องความคาดหวังกับขนมลูกไก่ให้ฟังก่อน คือ ก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่นมีเพื่อนบอกว่านอกจาก Tokyo banana ที่ขึ้นชื่อสำหรับซื้อเป็นของฝากแล้ว ก็มีขนมลูกไก่ ที่ทั้งน่ารัก ทั้งอร่อย ก่อนกลับผมก็แวะที่สนามบินซื้อทั้งสองอย่าง พอกลับถึงบ้านก็ได้ทำ QC check ก่อนไปฝากชาวบ้าน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *