เสียงของความคิด

ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย แถมเดี๋ยวตกเดี๋ยวหยุดได้ทั้งวัน

เลยไม่มีโอกาสได้วิ่งตอนเย็นรอบซอยเหมือนเดือนก่อนๆ

อาทิตย์ที่ผ่านมาได้วิ่งแค่วันเดียวเอง

ระหว่างที่วิ่งๆไปก็เกิดได้ยินเสียงนกร้อง

วินาทีนั้นก็เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่าปกติก็ใช้เวลาวิ่งครั้งละ 40-50 นาที แต่ทำไมกลับไม่ได้ยินหรือสังเกตเสียงธรรมชาติรอบๆตัวเลย…

แล้วก็ได้คำตอบว่า…

เพราะเสียงของความคิดมันกลบเสียงทุกอย่างรอบตัวไปหมด

วิ่งก็วิ่งอยู่คนเดียว ไม่ได้คุยกับใคร แต่ความคิดก็ไม่ได้หยุดคิด

คิดจนไม่ได้ยินเสียงรอบตัว

ไม่เพียงแค่นั้น

ความคิดทำให้เราไม่มีสติอยู่กับตัวอีก

ปล่อยให้เท้าวิ่งไปเหมือน auto-pilot

(นึกกลับไปสมัยฝึกเดินจงกรม ที่ต้องพยายามให้จิตอยู่กับปัจจุบัน พยายามให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรอยู่)

อ่านหนังสือมาก็เยอะ รู้ก็รู้ว่า ความคิดแบบคิดฟุ้งซ่านนั้นเป็นศัตรูกับ ความรู้สึกตัว หรือ สติ ซึ่งตัวเองก็ตั้งใจจะพยายามเจริญสติให้มากขึ้น

สรุปว่าวันนั้นเป็นการวิ่งที่มีประโยชน์มาก

เพราะทำให้เตือนสติให้ระวังใจไม่ให้ติดอยู่ในความคิด

รู้เท่าทันความคิด

แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง… ^__^

Similar Posts

  • วันเกิด…

      วันนี้เป็นเพียงอีกวันหนึ่งสำหรับหลายๆคน… แต่ไม่ใช่สำหรับผม เพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง อิอิ ขอบคุณสำหรับทุกของขวัญและคำอวยพร วันเกิดทุกปีผมจะหาเวลามานั่งทบทวนปีที่ผ่านมา และวางแผนมองไปข้างหน้า สำหรับปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีกปีที่ดีที่สุดของผมปีหนึ่งในหลายๆเรื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุดวันนี้ ไม่ดีพอสำหรับวันพรุ่งนี้ (เอ๊ะ คุ้นๆ…) สำหรับปีหน้าผมก็วางแผนไว้หลายเรื่อง ทั้งเรื่องงาน สุขภาพ ครอบครัว ความรัก แต่หนึ่งใน Hilight project ของปีหน้าคือ การเขียนหนังสือ หลังจากที่มีคนบอกมาหลายปี แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเขียนหนังสือได้ ปีนี้เลยตั้งใจว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่จะทำให้ได้ คอยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ I love my life and I can feel the wonderful things are waiting to be found everyday Chutchapol Youngwiriyakul (August 9, 2009)

  • |

    วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น

      ในการปฏิบัติต่อผู้ือื่นนั้น มีสำนวนอยู่หลายสำนวน ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า… ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่ให้เค้าปฏิบัติกับเรา หรือ ดีมาก็ดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายตอบ แต่มีอีกแนวความคิดนึงที่อยากฝากให้คิดดู เค้าบอกว่า…

  • หาเวลาอยู่กับตัวเอง…

    วันนี้มีงาน Ignite Bangkok ซึ่งเป็นวันที่สองที่ TCDC เป็นงานที่น่าสนใจมากที่ท้าทายคนพูดที่จะต้องสื่อสิ่งที่ต้องการจะบอกภายใน 5 นาที ผ่านสไลด์ 20 แผ่น โดยแต่ละแผ่นจะเปลี่ยนอัตโนมัติทุก 15 วินาที ตอนเย็นกลับมาถึงบ้าน ชั่งใจอยู่พักใหญ่ๆว่าจะไปดีรึป่าว? สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ไป แล้วเอาเวลาไปวิ่งออกกำลังกายแทน แม้ว่าเหตุผลหนึ่งที่เลือกไปวิ่งคือต้องการเผาผลาญไขมันส่วนเกินจากทริปหัวหินที่เพิ่งกลับมา แต่จริงๆแล้วผมต้องการเวลาอยู่กับตัวเอง และการวิ่งก็ตอบโจทย์ผมได้เป็นอย่างดี ได้ทั้งสุขภาพ แถมยังได้มีเวลาได้คิดอยู่กับตัวเองอีกประมาณชั่วโมงนึง (อ้อ ผมไม่พกโทรศัพท์ขณะวิ่งนะครับ…) ซึ่งผมถือว่าเวลาช่วงนี้เป็นเวลาที่มีค่ามาก ได้ปล่อยให้ความคิดตกผลึกบ้าง อะไรบ้าง (ตามกระแสนิดนึง) หลายๆครั้งที่ผมได้ไอเดียดีๆมาเขียนบล็อกจากช่วงเวลานี้ จริงๆ แ้ล้วการอยู่กับตัวเองนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการวิ่งเหมือนผมก็ได้ บางคนอาจจะนั่งสมาธิ บางคนอาจจะนั่งฟังเพลงเบาๆระหว่างขับรถ บางคนอาจจะกิน (อันนี้ไม่ค่อยอยากแนะนำ – -“) แต่ประเด็นคือ เราควรหาเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง ท่ามกลางความเร่งรีบของชีวิต และการทำงาน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็ยังดี …….. บางคนอาจจะสงสัยว่าผมไม่เสียดายที่ไม่ได้ไปงาน Ignite Bangkok เหรอ? ไม่เท่าไหร่หรอกครับ เพราะผมนั่งดูถ่ายทอดสดผ่าน web หลังวิ่งเสร็จ… :)

  • ความเครียด: บทเรียนจากไก่วัด

    ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอีกช่วงที่รู้สึกเครียดๆกับงาน ทั้งๆที่ปกติจะพยายามที่จะไม่เครียดไปกับงาน แต่ก็มีบางครั้งที่ลืมถอดหมวก หรือ ถอดไม่ออก หลังเวลางาน ผลที่ตามมาคือ นอนไม่หลับ กับ ลืมหายใจ นอนไม่หลับนี่หลายๆคนก็เป็นกัน แต่ ลืมหายใจนี่สิ ไม่แน่ใจว่าจะมีใครเป็นเหมือนกันมั้ย ส่วนตัวอาการลืมหายใจคือ หายใจเบา และตื้นมากๆ แล้วก็หายใจไม่เข้าปอด ทำให้หาวบ่อย เนื่องจากร่างกายได้อากาศไม่พอ คนใกล้ตัวก็คอยเตือนว่า จะเครียดไปทำไม บริษัทก็ไม่ใช่ของเรา จะคิดนู่นคิดนี่มากมายไปทำไม ฯลฯ ซึ่งก็เข้าใจด้วยเหตุและผลทุกประการ แต่… บางครั้งความรับผิดชอบ กับความคาดหวังของทั้งตัวเองและคนอื่นก็ค้ำคออยู่ คืนก่อนระหว่างนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงจนเกือบตี3 แล้วยังนอนไม่หลับ ก็นึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาส สมัยตอนจำวัดอยู่ที่สวนโมกข์ ท่านพุทธทาสสอนว่า… ถ้าจะอยู่ในโลกนี้อย่างมีสุข อย่าประยุกต์สิ่งทั้งผองเป็น “ของฉัน” เออ…ก็จริง เราไปคิดว่าเป็นนี่งาน”ของฉัน” ลูกน้อง”ของฉัน” ความก้าวหน้า”ของฉัน” ทำให้มาเครียดนอนไม่หลับอยู่คนเดียว ระหว่างนั้นก็นึกถึงเรื่องไก่วัดที่ท่านพุทธทาสเทศน์ ตอนหนึ่งว่า …ไก่ที่วัดนี่กลางวันมันก็หากินไปตามเรื่อง ตกค่ำก็นอนอยู่ตามต้นไม้ไม่เห็นมีปัญหาอะไร คนที่เครียดนอนไม่หลับนี่ใช้ไม่ได้ ดูไก่วัดเป็นตัวอย่างสิ…  ต่อไปถ้ายังเครียดจนนอนไม่หลับอีกก็คงมีอายไก่วัดกันบ้างหล่ะ…

  • 2 วินาที…เพื่อการควบคุมชีวิตที่ดีขึ้น

      หลังจากที่พบว่าหลายๆครั้งที่ชีวิตเราดำเนินไปแบบไม่มีสติ ก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีสติมากขึ้น… แล้ววันนี้ก็ไปอ่านเจอบทความอันนึงเรื่อง The Power of Pause ซึ่งพูดถึงความสำคัญของการหยุดคิดก่อนตอบ ซึ่งก็ตรงกับเรื่องต้องการจะแก้พอดี หลักการเค้าง่ายมากๆ… แค่เมื่อมีคนมาถาม หรือขอร้องให้ทำอะไร ให้เราหยุด แค่ 1-2 วินาที ก่อนที่จะตอบ เพื่อให้เราแน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ หรือสามารถที่จะรับปากได้จริงๆ และที่สำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าเราตัดสินใจจริงๆ

  • การให้เกียรติผู้อื่นในที่ประชุม

      Observation เรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็มีการประชุมเพื่อวางแผนเป้าหมายสำหรับปีหน้า ซึ่งคนที่เข้าประชุมแต่ละคนก็ไม่ใช่ระดับเล็กๆกันแล้ว ต่างคนก็มีความรับผิดชอบในงานที่ตัวเองดูแลอยู่ไม่ใช่น้อย… ก่อนการประชุมก็จบลงให้ตอนเย็น ก็มีการเปิดโอกาสให้แต่ละคนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประชุมวันนี้ว่ามีอะไรที่ดี และอะไรที่ควรนำไปปรับปรุง… สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ การให้เกียรติผู้อื่นในที่ประชุม… หลายครั้งที่หลายคน (รวมทั้งผมด้วย) ไม่ได้ตั้งใจฟังขณะที่คนอื่นกำลังพูด เท่านั้นยังไม่พอ ยังเปิด notebook ทำงานของตัวเองไปด้วย ซึ่งก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะแต่ละคนก็มีงานเข้าอยู่ทั้งวัน… แต่… ก็เหมือนกับความเคยชินที่ทุกคนจะทำงานอื่น หรือ ไม่ได้ตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้พูดจะพูดขณะประชุม Reflection กลับมานั่งคิดๆดูถ้าเป็นตัวเราเองก็คงรู้สึกไม่ดีถ้าสิ่งที่เราใช้เวลาเตรียมมานำเสนอ แต่กลับไม่มีคนสนใจฟัง หรือ ฟังแค่บางคนที่เกี่ยวกับเรื่องที่พูดเท่านั้น ตั้งใจว่าจากนี้ไปจะไม่เอาnotebook เข้าไปในห้องประชุม และจะตั้งใจฟังในสิ่งที่คนอื่นพูดเพื่อเป็นการให้เกียรติในสิ่งที่เค้าจะพูด หรือนำเสนอในที่ประชุม ถ้าต่อไปเห็นผมไม่ตั้งใจฟังเรื่องที่คุณพูด ก็ช่วยสะกิดผมแรงๆให้รู้ตัว จะเป็นพระคุณอย่างสูง… :)

One Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *