ประเมินผลงานตัวเองในปี 2010

ปี2010ผ่านไปสองสัปดาห์เพิ่งได้มีโอกาสนั่งทบทวนผลงานตัวเองหลังจากที่ได้เริ่มประเมินตัวเองในด้านต่างๆครั้งแรกปีที่แล้ว

ผมแบ่งเป็นหมวดๆเหมือนปีที่ผ่านมาเพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ

สุขภาพร่างกาย (B+) 2 points down vs. Year Ago (YA)

ปีนี้เป็นปีแรกที่ตัวเองป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาล (4วัน) จากไข้หวัดที่เชื้อแรง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากต้นปีเฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม เริ่มรู้สึกว่าลดน้ำหนักที่เพิ่มจากงานเลี้ยงหรือกลับจากไปเที่ยวได้ยากขึ้น (เริ่มแก่แล้วสินะ – -“) การวิ่งออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอเท่าปี2009 แต่ยังฟิตร่างกายพอที่จะวิ่งมินิมาราธอน(10 ก.ม.)ที่สวนหลวง ร.9 จัดเฉลิมพระเกียรติวันพ่อได้จนถึงเส้นชัย การนอนไม่เพียงพอเป็นปัญหามากขึ้น วันทำงานนอนเฉลี่ยที่ 5 ชั่วโมง

Improvement Areas

ปีนี้ไม่ต่างจากปีที่แล้วเลย

  • ปริมาณของหวาน (เค้ก, ไอศครีม, Chocolate)
  • ปริมาณกาแฟ (ตอนนี้ดื่มวันละแก้ว) – ลดปริมาณน้ำตาลในกาแฟ
  • ชั่วโมงในการนอนในวันทำงาน (~5 ชั่วโมง + 1 ชั่วโมงบนรถทั้งไปและกลับจากที่ำทำงาน)

การงาน (A-) 1 pt up vsYA

ได้เปลี่ยนลักษณะงานในสาย HR ตอนกลางปี ด้วยลักษณะงานที่สนใจเป็นทุนเดิมบวกกับมีเรื่องต่างๆให้เรียนรู้มากมายทำให้รู้สึกสนุกกับงาน แม้ว่าตัวงานจะท้าทายมากก็ตาม ไม่เคยคิดมาก่อนว่างาน HR จะหนักกว่างาน Operation อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ข้อดีคือได้ทั้งดึงศักยภาพของตัวเองมาใช้ และพัฒนาศักยภาพในเรื่องคนอีกหลายๆด้าน

Improvement Areas

  • เชี่ยญชาญในระบบต่างๆของ HR
  • จัดลำดับความสำคัญของงาน

การเงิน (B+) Flat vsYA

ปีนี้ได้ศึกษาการลงทุนและมีการลงทุนที่หลากหลายขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทน ได้เปิดพอร์ตหุ้นแต่จนจบปีก็ไม่ได้ซื้อเพราะไม่มีเวลาศึกษาข้อมูลงบการเงินของแต่ละบริษัท ใช้สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีมากขึ้น

Improvement Areas

  • ใช้ข้อมูลจากบันทึกค่าใช้จ่ายรายวันในการตั้งเป้าหมายในแต่ละกลุ่มรายจ่าย (Saving Project)
  • หาความรู้เพิ่มเติมในการลงทุนรูปแบบต่างๆ

สภาพจิตใจ (A) Flat vsYA

โดยรวมสามารถรักษาสภาพจิตใจได้ดีกับสิ่งกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่หลายคนทักว่ายิ้มน้อยลง (โดยไม่รู้ตัว) จากความเครียดจากงาน ซึ่งเป็นจุดต้องปรับปรุงต่อไป :)

Improvement Areas

  • พิจารณากฏไตรลักษณ์ เพื่อเข้าใจและยอมรับกับความจริงของธรรมชาติ
  • มองโลกในแง่ดี
  • ยิ้มให้มากขึ้น
  • ระวังสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษต่อจิตใจ

ความรัก (A) 1pt up vsYA

ทะเลาะกันน้อยลง เข้าใจกันมากขึ้น ซึ่งแปรผันตรงกับความสุข… :)

Improvement Areas

  • มองและเตรียมตัวสำหรับอนาคต ^^
  • มีสติทันที่จะไม่เถียง (อย่าลืมว่าเถียงยังไงก็ไม่เคยชนะ – -”)

การพัฒนาตัวเอง (B-) 1pt down vsYA

สำหรับการพัฒนาตัวเองในปีที่ผ่านมาถือว่าจะไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร อ่านหนังสือจบไม่กี่เล่ม สิ่งที่ดีสำหรับปีนี้คือการซื้อ Kindle3 และโหลดหนังสือ pdf file ไปอ่านระหว่างคอยคิว, รอคน, หรือนั่งบนไฟฟ้า สิ่งที่สามารถปรับปรุงที่เริ่มสังเกตได้คือการคืบคลานการใช้เวลาของ Social Network ต่างๆ ซึ่งกินเวลาเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

Improvement Areas

  • ระวังไม่ให้ Social Network ต่างๆมากินเวลาของเรามากเกินความจำเป็น (ใช้ไม่ใช่ถูกใช้)
  • ทำทีละเรื่อง (focus)

ทำประโยชน์ให้คนอื่น (B+) 1pt down vsYA

website นี้พยายามเขียนแต่ความถี่เริ่มน้อยลง การบริจาคต่างๆยังได้ตามเป้า (5-10%ของรายได้) ทั้งโครงการ Unicef แบบต่อเนื่อง สร้างอาคารกับโรงเรียนที่ฉะเชิงเทรา บริจาคช่วยน้ำท่วม ฯลฯ  นอกจากนี้ยังคงเป็น trainer ให้กับที่บริษัท และได้รับเชิญไปพูดข้างนอกบ้าง โครงการเขียนหนังสือยังระงับไว้ก่อนเนื่องจากยังเห็นภาพทั้งหมดไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ได้ติดต่อสมัครเป็นอาจารย์พิเศษด้วยแต่เรื่องก็ยังเงียบอยู่

Improvement Areas

  • ช่วยกิจกรรมอาสาสมัคร
  • ใช้สื่อ Social Network ในการประชาสัมพันธ์เรื่องที่ดี หรือกิจกรรมอาสาต่างๆ
  • ช่วยงานบ้านมากกว่านี้
  • ฝึกทำอาหาร

สรุป (B+) 1pt down vsYA

โดยรวมสำหรับปี2010 ผมพอใจในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากมาตรฐานผมคงสูงขึ้นเลยทำให้ภาพรวมผมมองตัวเองไว้ที่ B+

ปี2011 (ซึ่งเป็นปีชงผมด้วย) ผมมั่นใจว่าจะเป็นปีที่สนุกและท้าทายในหลายๆด้านของชีวิตผม

แค่คิดก็มันส์แล้ว… :)

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] ความสำคัญของการช่วยเพื่อนร่วมงาน

    [Mentor Profile] Senior Vice President, Global HR Consulting Me: คุณทำงานที่บริษัทมานานเท่าไหร่แล้วนะครับ Mentor: ก็ 22 ปีกว่าแล้วครับ Me: โห นานทีเดียว พอจะแบ่งปันเทคนิค หรือเคล็ดลับที่ทำให้คุณก้าวหน้ามาถึงจุดนี้ได้มั้ยครับ ถ้าสามารถระบุเป็นพฤติกรรมที่คุณทำ และคิดว่าเป็นปัจจัยในการเติบโตในการทำงานจะเยี่ยมเลย Mentor: คำถามน่าสนใจมากครับ ขอนึกแป๊บนึง ผมว่ามี 3 เรื่องหลัก ๆ ที่ผมทำและเชื่อว่าทำให้ผมประสบความสำเร็จ ถึงทุกวันนี้ Me: เรื่องอะไรบ้างครับ?

  • 5 บทเรียนจากการสื่อสารลดพนักงานของ Airbnb

    การสื่อสารข่าวร้ายไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องจำเป็น และสำคัญสำหรับองค์กร และผู้บริหาร ในฐานะผู้นำองค์กร เช้าวันนี้ผมเห็นบันทึกข้อความของ Brian Chesky, Airbnb Co-Founder and CEO ที่เขียนถึงพนักงานทั่วโลก ซึ่งสื่อสารเรื่องการลดพนักงานเกือบ 1,900 คน หรือประมาณ 25% ของพนักงานทั้งหมด เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ สำหรับ startup ดาวรุ่งที่กำลังเตรียม IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์เร็วๆ นี้ถ้าไม่เจอวิกฤต COVID-19 เสียก่อน เมื่อผมอ่าน A Message from Co-Founder and CEO Brian Chesky จบผมรู้สึกประทับใจกับวิธีการสื่อสารของ Brian มากจนต้องขอถอดบทเรียนออกมา 5 ข้อ ดังนี้ 1.การสื่อสารออกจากผู้บริหารสูงสุด การสื่อสารเรื่องสำคัญๆ กับพนักงานเป็นหน้าที่ของ CEO หรือผู้บริหารสูงสุด ไม่ใช่ HR หรือฝ่ายสื่อสารองค์กร เพราะพนักงานจากฟังจากผู้นำของเขา เพราะฉะนั้นอย่าหลบอยู่หลังชื่อองค์กร หรือคณะผู้บริหาร นี่เป็นเวลาและโอกาสที่คุณจะได้แสดงความเป็นผู้นำขององค์กร…

  • |

    มาวิ่งกันเถอะ

      วันนี้ผมจะมาชวนพวกเราไปวิ่งกัน จริงๆจะออกกำลังกายอะไรก็ได้ แต่คิดว่าวิ่งน่าจะเป็นการออกกำลังกายที่สะดวกและใช้อุปกรณ์น้อยที่สุด แค่ใส่รองเท้า้ผ้าใบก็ออกวิ่งได้เลย ผมจะไม่บอกซ้ำถึงข้อดีที่หลายๆคนทราบเกี่ยวกับการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็น ให้สุขภาพแข็งแรง ลดน้ำหนัก หรือ ช่วยให้นอนหลับสบาย แต่ผมจะบอกถึงข้อดีอีกข้อที่ผมเพิ่งพบจากการออกกำลังกาย นั่นคือ…

  • |

    วิธีคิดให้มีไฟที่จะทำงานอยู่เสมอ

    สังเกตว่าคนทำงานที่เป็นมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่จะมีไฟทำงาน และทำให้ได้ดีอยู่ไม่กี่ช่วง ช่วงแรกจะเป็นตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ ทุกอย่างดูน่าเรียนรู้ น่าสนใจไปหมด พอผ่านมาซักระยะ ความกระตือรือร้นก็จะ่ค่อยๆเลือนหายไป ช่วงต่อมาก็เป็นช่วงจะประเมินผลงาน แต่การมีไฟทำงานแบบนี้เป็นการทำแบบหวังผล ซึ่งก็จะไม่ค่อยยั่งยืนเท่าไหร่ ช่วงอื่นๆที่คนจะมีไฟทำงานก็เช่น ตอนจะได้เลื่อนตำแหน่ง ตอนได้รับคำชมจากหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน ตอนได้เห็นคนที่มีไฟทำงานแล้วอยากฮึดอยากเป็นแบบนั้นบ้าง เป็นต้น แต่จริงๆแล้วไฟในการทำงานที่ถูกต้องควรมาจากตัวเรา มาจากการเห็นคุณค่าของงานที่เราทำ และเห็นว่าสิ่งที่เราทำเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองและคนอื่นได้อย่างไร พูดง่ายกว่าทำอีกแล้วครับท่าน… วันนี้เลยจะมาเสนอวิธีิคิดที่จะทำให้เรามีไฟที่จะทำงานอยู่เสมอ

  • |

    วิธีปฏิบัติต่อคนอื่น

      ในการปฏิบัติต่อผู้ือื่นนั้น มีสำนวนอยู่หลายสำนวน ส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับสำนวนที่ว่า… ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนอย่างที่ให้เค้าปฏิบัติกับเรา หรือ ดีมาก็ดีตอบ ร้ายมาก็ร้ายตอบ แต่มีอีกแนวความคิดนึงที่อยากฝากให้คิดดู เค้าบอกว่า…

  • หลากหลายไปทำไม ทำแล้วได้อะไร? (Why Diversity?)

      ถ้าใครที่อยู่ในองค์กรใหญ่ๆ คงสังเกตว่าช่วงหลังๆ เราอาจได้ยินผู้บริหาร หรือ HR เริ่มพูดถึงคำว่า Diversity หรือความหลากหลายมากขึ้น บางองค์กรอาจไม่ใช่แค่ Diversity อย่างเดียว แต่จะมาชื่อยาวๆเป็น Diversity and Inclusion เลยทีเดียว   ความหลากหลายในองค์กร วัดอย่างไร? ตอนเริ่มใหม่ๆ เมื่อหลายปีก่อน หลายองค์กรก็เริ่มจากตัววัดที่ง่ายที่สุดคือ เพศ และ เชื้อชาติ ดูว่าสัดส่วนผู้หญิง : ผู้ชาย ในแต่ละประเทศ แต่ละระดับ ว่าเหมาะสม มากน้อยอย่างไร จำนวนเปอร์เซนต์ของคนเอเชีย คนยุโรป หรือ คนอเมริกา ในระดับผู้บริหาร เป็นต้น หลังๆเราเริ่มเห็นการวัดความหลากหลายที่ซับซ้อนขึ้น จากเพศ ที่เดิมแบ่งเพียงชาย กับหญิง กลายเป็นการแบ่งจากรสนิยมทางเพศที่หลากหลาย การแบ่งกลุ่มตามช่วงอายุ (Generation) ต่างๆ เป็นต้น

2 Comments

  1. เขียนเป็นลำดับขั้นตอนมว๊ากคะ คลาสสิค

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *