Reflection

  • | | |

    ข้อคิดที่ช่วยให้ตัวเองกินสิ่งที่ควรกินเพื่อสุขภาพ

    คิดว่าเกือบทุกคนคงรู้ว่าควรกินอะไร ไม่ควรกินอะไรถึงจะดีต่อสุขภาพ ของหวานๆ มันๆ ทอดๆ ให้เลี่ยง เช่นเดียวกับผัก ผลไม้ ก็ควรกินเยอะๆหน่อย จากการสังเกตส่วนตัวพบว่า ความอร่อยของอาหาร กับ ไขมันหรือสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นั้นจะแปรผันตรงกันเสมอ ขนมหวานต่างๆ เช่น เค้ก ไอศครีม ยิ่งอ้วนยิ่งอร่อย เ๊อ๊ะ แล้วจะทำยังไงดี ส่วนตัวก็มีปัญหาเรื่องนี้อยู่ เพราะทั้งชอบของอร่อย (ใครล่ะไม่ชอบ) และชอบกินของหวาน (เค้ก ไอศครีม ช็อคโกแลต ที่ไหนอร่อยตามไปกินมาหมด) เลยทำให้น้ำหนักตัวจะขึ้นๆลงๆ เป็นพักๆ มานั่งคิดดูว่าจริงๆแล้วมันอยู่ที่วิธีคิด สิ่งที่ตัวเองเชื่อ มากกว่าความรู้ด้านโภชนาการ แต่การที่จะทำให้ตัวเองเชื่อว่าควรกินอะไรนี่สิ ยากกว่า

  • จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นหัวหน้าที่ได้ใจลูกน้อง (in-touch leadership)

      การจะเป็นหัวหน้าที่ดีไม่ใช่เื่รื่องง่ายเลย จากการได้เป็นเอง และโค้ชลูกน้องที่มีลูกน้อง พบปัญหาอย่างหนึ่งว่า หลายๆคนได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าเนื่องจากทำงานเดิมได้อย่างยอดเยี่ยม หัวหน้าก็เลยเลื่อนตำแหน่งให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้ามีลูกน้องบ้าง แต่พอเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาแล้วกลับไม่สามารถรักษาระดับผลงานไว้ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าไม่มีใครสอนเรื่องการบริหารจัดการคน ก่อนที่จะได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าที่มีลูกน้อง

  • |

    จะใช้ประโยชน์จากความต่างทางความคิดได้อย่างไร?

    ในปัจจุบันคงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับคนที่คิดแตกต่างจากเรา ซึ่งความต่างนี้มาได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อชาติ วัฒนธรรม การศึกษา ประสบการณ์ หรือแม้กระทั่งแผนกที่อยู่ทำให้ต้องสวมหมวกคนละใบ ความแตกต่างที่เราหนีไม่พ้นนี้ จริงๆเป็นประโยชน์มากกว่าที่เราคิดถ้าเราสามารถใช้ประโยชน์จากความแตกต่างนี้ได้ วันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสประชุมวางแผนงานสำหรับปีหน้าของบริษัท ซึ่งในที่ประชุมกว่า 20 คน ก็มีความหลากหลายกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ก็มีทั้งคนไทย คนฟิลิปปินส์ คนออสเตรเลีย อายุก็มีตั้งแต่ 20 ต้นๆ ถึง 40 กลางๆ ประสบการณ์ในบริษัทก็มีตั้งแต่ 2 ปี ไล่ไปถึง 20 กว่าปี จาก 5 แผนกหลักของบริษัท ตอนแรกผมก็ิคิดว่าประชุมครั้งนี้คงจะเถียงไป เถียงมาจนเลยเย็น แล้วก็ไ่ม่ค่อยได้อะไรเท่าที่ควร แต่ที่ไหนได้…

  • |

    วิธีคิดให้มีไฟที่จะทำงานอยู่เสมอ

    สังเกตว่าคนทำงานที่เป็นมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่จะมีไฟทำงาน และทำให้ได้ดีอยู่ไม่กี่ช่วง ช่วงแรกจะเป็นตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ ทุกอย่างดูน่าเรียนรู้ น่าสนใจไปหมด พอผ่านมาซักระยะ ความกระตือรือร้นก็จะ่ค่อยๆเลือนหายไป ช่วงต่อมาก็เป็นช่วงจะประเมินผลงาน แต่การมีไฟทำงานแบบนี้เป็นการทำแบบหวังผล ซึ่งก็จะไม่ค่อยยั่งยืนเท่าไหร่ ช่วงอื่นๆที่คนจะมีไฟทำงานก็เช่น ตอนจะได้เลื่อนตำแหน่ง ตอนได้รับคำชมจากหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน ตอนได้เห็นคนที่มีไฟทำงานแล้วอยากฮึดอยากเป็นแบบนั้นบ้าง เป็นต้น แต่จริงๆแล้วไฟในการทำงานที่ถูกต้องควรมาจากตัวเรา มาจากการเห็นคุณค่าของงานที่เราทำ และเห็นว่าสิ่งที่เราทำเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเองและคนอื่นได้อย่างไร พูดง่ายกว่าทำอีกแล้วครับท่าน… วันนี้เลยจะมาเสนอวิธีิคิดที่จะทำให้เรามีไฟที่จะทำงานอยู่เสมอ

  • |

    การสร้างนิสัยใหม่…

    Any act often repeated soon forms a habit; and habit allowed, steadily gains in strength.   At first it may be as a spider’s web, easily broken through, but if not resisted, it soon binds us with chains of steel. – Tryon Edwards มีคำกล่าวว่าสิ่งที่เราทำเป็นนิสัย จะบ่งบอกถึงอนาคตของเราได้ เช่น ถ้านักเรียนมีนิสัยขยันหมั่นเพียร เราก็พอทำนายว่าผลการเรียนจะออกมาดี หรือถ้ามีนิสัยชอบกินเค้กกินไอศครีม โอกาสที่จะมีไขมันส่วนเกินก็ไม่น่าเกินความคาดหมายไป แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ต่างจากสัตว์อื่น คือ ความสามารถในเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ซึ่งรวมถึงการสร้างนิสัยใหม่ด้วย