[Mentor แบบชัชๆ] Profile ของผู้บริหารที่ Headhunter มองหา

[Mentor Profile] Director, International Executive Recruitment Firm

Me: ผมอยากรู้ว่าจากประสบการณ์ที่พี่เป็น headhunter ผู้บริหารระดับ C-level ขององค์กรใหญ่ๆ ทั้งในไทย และต่างประเทศมานาน พี่มองหาอะไรในตัว candidate

Mentor: เชื่อมั้ยว่าสำหรับผู้บริหารระดับสูง สิ่งที่ลูกค้าให้สำคัญยิ่งกว่าความเก่ง หรือ IQ คือ เรื่องของ EQ บางคน profile ดีมาก แต่พอคุยแล้วรู้เลยว่าจะมีปัญหา ถ้าไปเป็นผู้บริหารระดับสูง

Me: ครับ แล้วลักษณะของ ideal candidate ที่พี่มองหานอกจากเรื่อง EQ แล้วมีมุมไหนอีกบ้างครับ?

Mentor: ในมุมของลูกค้า corporate และ recruiter ลักษณะของ candidate ที่เป็นถือว่าเป็น full package จะมีลักษณะอยู่ 3 อย่าง 

Me: เตรียมจดแล้วครับ

Mentor: อย่างแรกคือ มี CV สวย profile ดี คือ จบมหาวิทยาลัยดี อยู่บริษัทดี มีความก้าวหน้า ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น และไม่เปลี่ยนงานบ่อยจนเกินไป หรือเป็น job hopper ประสบการณ์ หรือทักษะตรงกับที่ลูกค้าต้องการ 

อย่างที่สองคือ Character เวลาคุยกัน จะสังเกตว่าบุคลิกภาพเป็นอย่างไร คุยแล้วรู้สึกถึง energy หรือ passion ในสิ่งที่ทำรึเปล่า เพราะการจะเข้าไปเป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรใหญ่ควรมี charistma ที่ทำให้คนในยอมรับได้มากกว่าคุณสมบัติใน CV ว่าเก่ง

และอย่างที่สาม คือ ความสามารถในการเข้ากับคนทุกระดับ และคนที่มี background ที่แตกต่างได้ เป็นคนที่ลูกน้องอยากเข้าหา ไม่ใช่เป็นคนหยิ่ง ถือตัวว่าเป็นผู้บริหารระดับสูง ซึ่งจะเป็นการสร้างกำแพงกับทีม และทำให้ไม่สามารถปรับตัวให้ได้รับการยอมรับ เพื่อพัฒนาองค์กรไปได้

Me: สองข้อหลังผมว่าเข้าใจได้ แต่ข้อแรกเรื่อง CV สวยกับ profile ดี มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอครับ

Mentor: บางครั้งอาจดูเหมือนไม่ fair แต่ในความเป็นจริง ถ้า candidate 2 คน ที่พอๆ กันทุกอย่าง สุดท้ายลูกค้าจะเลือกคนที่ profile สวยกว่าเสมอ

Me: ก็จริง ขอบคุณครับพี่

 

CV สวย Profile ดี ก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้งานดีๆ เสมอไป

 


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำดีเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ

    [Mentor Profile] President, Thailand Government Agency Me: ถ้าให้ท่านลองประเมินดูระบบต่างๆ ขององค์กร ตอนนี้ท่านมีความพอใจประมาณเท่าไหร่ในสเกล 1-10 Mentor: คำถามแบบนี้ผมตอบไม่ได้ เพราะเกณฑ์ของผมขยับขึ้นตลอดเวลา บางงานทีมผมส่งมาให้ผมปีนี้ผมให้ดีมาก แต่ถ้าทำเหมือนเดิมอีกในปีหน้าผมก็มองว่าเฉยๆ ไม่ใช่เพราะผมจะแกล้งทีม แต่เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนตลอดเวลา ตั้งแต่ความต้องการของลูกค้า ความคาดหวังของ stakeholder และเทคโนโลยีต่างๆ แล้วถ้าเราทำเหมือนเดิม มันก็ไม่พอที่จะแข่งขันกับคนอื่นได้ ทีมผมจะบ่นว่าเหนื่อยตลอด ทำเสร็จก็ปรับ ทำเสร็จก็เปลี่ยน แต่มันต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่าเป็นที่หนึ่งของห้อง คุณอยู่ผิดห้องแล้ว เช่นกันถ้าคุณทำงานได้ยอดเยี่ยมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเพิ่มเติม คุณก็ควรจะย้ายองค์กร เพื่อพัฒนาและเติบโตที่อื่น Me: แล้วท่านมองว่าทักษะอะไรเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับพนักงานและผู้บริหารในการทำงานในโลกปัจจุบันครับ

  • [Mentor แบบชัชๆ] ไม่ได้งานเพราะ ‘มันดีอยู่แล้ว’

    [Mentor Profile] HR Director, Japanese Global Company Mentor: ผมจะเล่าความลับให้คุณฟัง ตอนที่ผมจบวิศวะมาใหม่ ๆ ผมสมัครงานโรงงานทำรองเท้าที่นึง ประสบการณ์ตอนนั้นยังจำมาถึงทุกวันนี้เลย Me: ครับ Mentor: จำได้ว่าหลังสัมภาษณ์เสร็จ ผู้จัดการก็ชวนเดินดูส่วนการผลิตของโรงงาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นวิธีการผลิตรองเท้า ทุกอย่างดูตื่นตา ตื่นใจไปหมด เห็นเครื่องจักร และกระบวนการผลิตรองเท้าออกมาเยอะแยะก็ยิ่งชอบ ยิ่งอยากทำงานที่โรงงานนี้ หลังจากเดินทัวร์โรงงานเสร็จ ผู้จัดการหันมาถามว่า “คุณคิดว่ามีอะไรที่สามารถปรับปรุง หรือพัฒนาได้บ้าง?” ผมก็อึ้งไปซักพักก่อนจะตอบไปว่า

  • |

    [Mentor แบบชัชๆ] ทักษะที่สำคัญที่สุดของพนักงานในปัจจุบัน

    Mentor Profile: President, Leading Retails in Thailand Me: หลังจากวิกฤติโควิด-19 พี่ว่าทักษะอะไรที่สำคัญที่สุดที่มองหาในองค์กร Mentor: ตอนแรกผมนึกถึง Hard skills กับ Soft skills หลายๆ ตัว แต่คิดอีกทีผมว่า การพัฒนาตัวเอง (self development) อย่างสม่ำเสมอเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด ที่ผมอยากให้พนักงานมี Me: ช่วยขยายความหน่อยครับ Mentor: โลกปัจจุบันเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ ถ้าไม่ปรับตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ต้องนับ เพราะอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้ยอมปรับตัว แต่รอให้องค์กรป้อนก็อาจไม่ทันแล้ว ต้องมี drive ที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด Me: ในฐานะผู้นำองค์กร อะไรที่ทำให้พี่พัฒนาตัวเองไม่หยุดเหรอครับ

  • [Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคการพูดบนเวทีใหญ่

      [Mentor Profile] Partner from Australia, Global HR Consulting Me: เมื่อวานผมฟัง session ที่คุณพูดแล้วประทับใจมาก แม้จะเป็นเวทีใหญ่ที่คนฟัง 200 กว่าคน คุณก็เอาคนฟังอยู่ตลอด presentation ผมได้คุยกับลูกค้าหลายๆ คนหลังงานก็ฝากชมมาด้วย บอกว่าแม้จะบรรยายภาษาอังกฤษ แต่ก็ฟังรู้เรื่อง และเข้าใจง่าย ดูลื่นเหมือนเป็นนักพูดมืออาชีพมากๆ Mentor: ขอบคุณสำหรับคำชม เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นทักษะที่ผมตั้งใจฝึก ผมมีโอกาสได้พูดกับคนฟังในประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ทำให้ผมยิ่งต้องระวังตัวเองมากขึ้น Me: คุณต้องระวังเรื่องอะไรบ้างเหรอครับ? Mentor: อย่างแรกเลยคือ ความเร็ว และ จังหวะในการพูด เพราะคนฟัง อาจไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เหมือนภาษาแม่ของเขา ความเร็ว และจังหวะต้องช้าลงกว่าปกติ เพื่อให้คนฟังมีเวลาซึมซับ และย่อยประโยคที่ผมพูด คำที่ผมเลือกใช้จะเป็นคำที่เข้าใจง่ายๆ ในรูปประโยคที่กระชับ ตรงกับสิ่งที่ต้องการสื่อ Me: เห็นด้วยครับ แม้จะเป็นภาษาเดียวกัน ถ้าคน present ไม่ได้ระวัง พูดเหมือนคุยกัน 2-3 คน โอกาสที่คนฟังจะตามไม่ทันก็มีสูง นอกจากเรื่องความเร็ว และจังหวะในการพูดแล้ว…

  • [Mentor แบบชัชๆ] เมื่อเบอร์หนึ่งต่างชาติมาบริหารทีมไทย

    [Mentor Profile] Vice President and Thailand Country Manager, Global Fortune 100 company Me: คุณมีวิธีเลือก และสื่อสาร strategic priority ขององค์กรยังไงครับ? Mentor: หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน ผมมองแบบง่ายๆ ว่า Priority ของผมคือ เราต้องการจะโตอย่างยั่งยืน ซึ่งในมุมมองของบริษัท Global แล้วไทยเป็นประเทศเล็กๆ เราต้องการโตเพื่อสามารถขอ resource และ support ต่างๆ จาก Global ได้มากขึ้น เพื่อช่วยให้เราโตได้อีก และผมพยายามสื่อสารกับทั้งผู้บริหาร และพนักงานอย่างต่อเนื่องให้เห็นภาพนี้ตรงกัน Me: การที่คุณเป็นคนอเมริกันมาบริหารคนในองค์กรที่เป็นคนไทยเกือบทั้งหมด คุณมีวิธีในการบริหารอย่างไร? Mentor: ผมมาประจำที่ไทยได้เกือบ 4 ปี ก็ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ตอนที่ผมมา พนักงานหลายคนชมว่าผมหล่อ ซึ่งถ้าเป็นที่อเมริกา ปกติคนจะไม่ค่อยชมกันแบบนี้ ถ้ามีคนชมว่าคุณหล่อ จะแปลได้ 2…

  • [Mentor แบบชัชๆ] มองวิกฤตเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

    [Mentor Profile] Senior Vice President and Board Member, Leadership Development and Internal Consulting Me: องค์กรคุณได้รับผลกระทบเรื่องการปรับลดคน จากสภาพเศรษฐกิจช่วงปีนี้มั้ยครับ Mentor: ก็ไม่เชิงนะ ทีมผมเพิ่งมีคนลาออกไปหนึ่งคน เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ผมไม่มัปัญหาต้องลดคน แต่ผมเลือกที่จะไม่หาคนมาแทนเอง Me: แล้วในทีมไม่บ่นเหรอครับ Mentor: ก็มีบ่นเป็นปกติแหละ แต่เราต้องแยกให้ออกว่าระหว่างส่วนของอารมณ์ กับตัวเนื้องานจริง ๆ ในส่วนของอารมณ์ ผมเข้าใจว่าทีมก็ต้องมีบ่น หรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลในช่วงแรกเป็นธรรมดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 4 ขั้นของการเปลี่ยนแปลง (4 Phases of transition: Denial > Resistance > Exploration > Commitment) สิ่งที่ผมทำคือ รับฟัง เข้าใจ และท้าทายให้ทีมตั้งคำถามกับขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมาขึ้น โดยให้จำนวนคนเท่าเดิม ส่วนตัวเนื้องานผมก็ดูเรื่องการกระจายงานในทีม ไม่ใช่หนักที่คนไดคนหนึ่งจนทำไม่ไหว…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *