[Mentor แบบชัชๆ] Transform culture ในองค์กรไทย

[Mentor Profile] Head of HR,  Leading Thai investment firm

Me: ทำไมองค์กรพี่ต้องรีบยกเครื่ององค์กรทั้งที่เป็นบริษัทชั้นนำในประเทศล่ะครับ?

Mentor: เพราะเราเป็นองค์กรไทย ถ้าอยากจะดึงดูดคนเก่ง Gen Y ก็ต้องเปลี่ยนองค์กรให้ดูสากลมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องทำมากกว่า โลโก้ หรือการแต่งออฟฟิศให้ดู inter น่ามาทำงาน

Me: สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งที่เห็นภายนอกคือ?

Mentor: คือการเปลี่ยน culture องค์กรค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น culture การประชุมของบริษัท เมื่อก่อนนัดประชุมบ่าย 2 กว่าจะได้เริ่มจริงๆ ก็บ่าย 2.45 รอกันไปรอกันมา แบบนี้ใช้ไม่ได้ และการแต่งห้องประชุมให้สวยทันสมัยก็ไม่ได้แก้ให้คนมาประชุมตรงเวลาขึ้น 

ที่ยกตัวอย่างเรื่องเล็กๆ อย่างการเริ่มประชุมไม่ตรงเวลา ทำให้องค์กรเสียเวลาไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว แล้วเรื่องอื่นๆ อีกล่ะ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยน จริงๆ ต้องเรียกว่ายกเครื่องเป็น culture transformation เลย จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ไม่ใช่สิ่งที่ nice to have อีกต่อไป

Me: ถ้าดูในมุมมองขององค์กรไทย อะไรเป็นความยากของการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรเหรอครับ?

Mentor: ความยากคือความเข้าใจของผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ถ้าเขาไม่เชื่อ ไม่เห็นความสำคัญ และเป็น role model ของ culture ที่อยากให้เป็น ต่อให้มี HR หรือทีมที่ปรึกษาที่เก่งแค่ไหน ก็ยากที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้ 

Me: แล้วพี่คาดหวังอะไรจากการทำ culture tranformation องค์กรเหรอครับ?

Mentor: พี่เชื่อว่าถ้าองค์กรมี culture ที่ดี จะช่วยให้พนักงานผูกพัน (engage) กับองค์กร และเพิ่ม business performance ในที่สุด

Me: ขอบคุณครับ

ถ้าเบอร์หนึ่งไม่ buy in ต่อให้มีหลักสูตร หรือโมเดลเจ๋งขนาดไหน ก็เจ๊งหมด


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] มองวิกฤตเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

    [Mentor Profile] Senior Vice President and Board Member, Leadership Development and Internal Consulting Me: องค์กรคุณได้รับผลกระทบเรื่องการปรับลดคน จากสภาพเศรษฐกิจช่วงปีนี้มั้ยครับ Mentor: ก็ไม่เชิงนะ ทีมผมเพิ่งมีคนลาออกไปหนึ่งคน เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ผมไม่มัปัญหาต้องลดคน แต่ผมเลือกที่จะไม่หาคนมาแทนเอง Me: แล้วในทีมไม่บ่นเหรอครับ Mentor: ก็มีบ่นเป็นปกติแหละ แต่เราต้องแยกให้ออกว่าระหว่างส่วนของอารมณ์ กับตัวเนื้องานจริง ๆ ในส่วนของอารมณ์ ผมเข้าใจว่าทีมก็ต้องมีบ่น หรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลในช่วงแรกเป็นธรรมดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 4 ขั้นของการเปลี่ยนแปลง (4 Phases of transition: Denial > Resistance > Exploration > Commitment) สิ่งที่ผมทำคือ รับฟัง เข้าใจ และท้าทายให้ทีมตั้งคำถามกับขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมาขึ้น โดยให้จำนวนคนเท่าเดิม ส่วนตัวเนื้องานผมก็ดูเรื่องการกระจายงานในทีม ไม่ใช่หนักที่คนไดคนหนึ่งจนทำไม่ไหว…

  • 5 ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Employee Engagement

    “คุณช่วยแนะนำ HR ผมหน่อยว่าจะเพิ่มคะแนน Employee Engagement อย่างไร” ผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งเดินมาบอกผมหลังจากที่ผมนำเสนอผลคะแนน และความผูกพันของพนักงาน ซึ่งผมก็พยายามอธิบายบทบาท ความสำคัญของผู้บริหาร และหัวหน้างานต่อการสร้างความผูกพันของพนักงานในองค์กรให้ท่านเข้าใจ (หวังว่าท่านจะเข้าใจมากขึ้น ^^) ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านนี้ ผมสังเกตเห็นองค์กรต่างๆ ในไทยเริ่มตื่นตัว และให้ความสนใจกับการสำรวจความผูกพันของพนักงาน หรือ Employee Engagement Survey มากขึ้น เพื่อใช้ในการพัฒนาการดูแลคนในองค์กร และวางแผนกลยุทธ์ของทีม HR ต่างจากสมัยก่อนที่มักจะมีแต่องค์กรใหญ่ๆ หรือบริษัทข้ามชาติ จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสโครงการด้าน Employee Engagement ตั้งแต่การออกแบบข้อคำถาม ไปถึงการทำสำรวจ วิเคราะห์ผล และทำแผนยกระดับความผูกพันให้กับองค์กรต่างๆ ในประเทศ ผมสังเกตประเด็นที่หลายคนมีความตั้งใจดี แต่ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง เลยขอเลือก 5 ประเด็นที่พบบ่อยๆ มาอธิบายเพิ่มเติม 1. HR เป็นเจ้าของโครงการ employee engagement และมีหน้าที่ทำให้คะแนนขึ้น ผมแอบสงสารองค์กรที่มีผู้บริหาร หรือหัวหน้างานคิดแบบนี้เยอะๆ เพราะการเพิ่มความผูกพันของพนักงานเป็นหน้าที่ของทุกคนในองค์กร ไม่ต่างกับเรื่องของ safety ใช่แล้วครับ ทุกคน ในทุกฝ่ายไม่ใช่เฉพาะ…

  • |

    Manager as Coach Workshop: คุณรู้จักการโค้ชรึปล่าว?

    “จากสเกล 0-100 คุณคิดว่าคุณเป็นโค้ชที่ดีแค่ไหน?” คุณ Craig McKenzie ซึ่งเป็น Master coach และ facilitator ของ Workshop ได้โยนคำถามนี้ก่อนเริ่มการสอนแก่ผู้บริหารระดับสูงประมาณ 25 คน ให้มายืนเรียงกันตามลำดับความมั่นใจในการโค้ชของตัวเอง จากการกะด้วยสายตา ผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองเป็นโค้ชที่ดีประมาณ 25-50% แต่หลังจากที่รู้ว่าการสั่ง การบอก การสอนลูกน้อง ไม่ถือว่าเป็นการโค้ช หลายคนถอยกราวลงมาเหลือไม่ถึง 25% คุณ Craig บอกว่าการโค้ชเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่ภายใต้การเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ ซึ่งผ่านกระบวนการอย่างเป็นระบบของ การตั้งเป้าหมาย การเริ่มหรือเปลี่ยนการกระทำที่จะปรับพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ทบทวนว่าพฤติกรรมที่เราเปลี่ยนส่งผลกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนแรกอย่างไร ดูจากนิยาม ผมก็ไม่ได้แปลกใจหรือต่างจากที่คิดเท่าไหร่ ตลอด workshop 2 วัน ผมได้เรียนรู้ทั้งเนื้อหาผ่านกิจกรรม และแบบฝึกหัดต่างๆ รวมถึงเทคนิคการนำเสนอที่เข้าขั้นเทพมาก (ในฐานะที่เป็น Trainer เหมือนกัน) แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ใหม่จาก workshop นี้มีจริงๆอยู่ 2-3 เรื่อง คนที่เป็นโค้ชไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในรายละเอียดของปัญหา เพราะโค้ชไม่ใช่คนตอบคำถาม หรือรู้ทุกเรื่อง โค้ชมีหน้าที่ถามคำถาม ให้อีกฝ่ายได้คิด…

  • | |

    มืออาชีพและบันได 5 ขั้นของความสามารถ

    คุณนิยาม มืออาชีพ ว่าอย่างไร? ระหว่างที่ฟังคุณวิเชียร จึงวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการของ CP Retailink เล่าเรื่องการบริหารคนในองค์กร ท่านก็ถามผมขึ้นมา ซึ่งผมก็คิดซักพักแล้วตอบอย่างกระอ้อมกระแอ้มว่า มืออาชีพน่าจะเป็นคนที่มีความสามารถ รู้หน้าที่ และทำตามมาตรฐานที่องค์กรคาดหวังได้ดี ทำให้สิ่งที่ควรทำโดยไม่อิงกับความรู้สึกของตัวเอง ท่านฟังแล้วพูดขึ้นว่า ในมุมของท่าน มืออาชีพ คือ บุคคลที่สมควรได้รับค่าจ้าง คุณวิเชียรคงเห็นผมนั่งนิ่ง อ้าปากค้างเลยขยายความต่อว่า มืออาชีพคือคนที่มีความสามารถและทำงานได้ตามที่คาดหวังได้ 100% ถึงเป็นคนที่สมควรได้รับค่าจ้าง 100% ด้วย ถ้ามองในมุมของนายจ้าง สามารถมองความความสามารถโดยดูจากผลลัพธ์ของงานได้ 5 ระดับเหมือนบันได 5 ขั้น ในแผนภาพนี้

  • สวัสดีวันปีใหม่ไทย 2553

    หวังว่าคงไม่สายที่จะสวัสดีปีใหม่ไทยกับทุกๆคนที่ติดตามบล็อคนี้อยู่นะครับ ปีนี้ใครที่อยู่กรุงเทพคงรู้สึกร้อนรุ่มทั้งอากาศที่ร้อนจัดและอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน เลยเจตนาเลือกรูปนี้เพื่อหวังว่าจะช่วยลดความร้อน(ในใจ)ได้บ้าง (ฮา) แฟนประจำบางคนอาจสงสัยว่าผมหายไปไหน เพราะเว้นช่วงไปนานกว่าปกติ (1เดือนพอดี) ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ แค่ช่วงนี้งานเข้าบ้าง ขี้เกียจบ้าง อะไรบ้าง – -“ ในช่วงหยุดยาวๆแบบนี้ เป็นโอกาสดีที่จะได้มีเวลาคิด อยู่กับตัวเอง ได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก ตั้งหลัก และวางแผนเรื่องต่างๆ ที่ตอนทำงานไม่ได้ทำ   ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเหมือนของขวัญของตัวเองในช่วงสงกรานต์นี้ก็คงเป็น feedback จากแฟน เป็นดั่งกระจกเงาส่องให้เห็นข้อผิดพลาด บกพร่องของตัวเอง ที่ตัวเอง(ตาถั่ว)มองไม่เห็น ผมเชื่อว่าถ้าเรามีคนหวังดี กล้าที่จะบอกข้อเสียของเราให้ปรับปรุง ก็ถือว่าเป็นพรที่ดีมากข้อหนึ่งเลย สัญญาว่าจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นนะ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณคุณแฟนมา ณ ที่นี้ด้วย…   หวังว่าคุณคงจะได้อะไรดีๆในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ไม่ว่าจะเป็นร่างกายและสมองที่สดชื่น, ความคิดดีๆ, การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆไปก่อนจะกลับไปเริ่มทำงานต่ออาทิตย์หน้านะครับ ^__^

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำไมคนไทยถึงไม่ได้ขึ้นเป็น Top Management

    [Mentor Profile] Japanese Sales Director, Japanese Global Company Mentor: คุณรู้รึเปล่า ว่าบริษัทญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่ผู้บริหารระดับ top management ต้องเป็นคนญี่ปุ่นเท่านั้น ตอนนี้หลายบริษัทรวมทั้งบริษัทผม เริ่มเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงได้ Me: ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยเลยครับ Mentor: ที่น่าแปลกใจ คือตอนนี้เรามีปัญหาในการหาคนไทยในองค์กรที่จะก้าวขึ้นมาเป็น top management ได้ยาก Me: เรื่องนี้น่าสนใจ คุณพอจะขยายความหน่อยได้มั้ยครับ ว่าคนไทยขาดอะไร? Mentor: ในความคิดผม สิ่งที่คนไทยขาด มี 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องการวางแผน (planning) ถ้าเทียบกับวัฏจักร PDCA (Plan-Do-Check-Act) คนไทยส่วนใหญ่มีจุดแข็งเรื่อง Do หรือการทำ ขณะที่เรื่องอื่นโดยเฉพาะการวางแผนยังค่อนข้างอ่อน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *