ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

[youtube id=”h_Gv9JEUaV4″ height=”353″ width=”574″ marginbottom=”15″]

VDO clip นี้เป็นสุนทรพจน์ของ Rakesh Khurana คณบดีของมหาวิทยาลัย Harvard กล่าวตอนรับนักศึกษาใหม่ประจำปี (Class of 2018)

ผมสรุปเนื้อความจาก clip นี้มาฝาก สำหรับน้องๆที่ไม่สันทัดภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับตัวน้องในอนาคต

  • Rakesh มองการศึกษาในระดับอุดมศึกษาปัจจุบันอย่างเป็นห่วง เพราะมีสภาพการแข่งขันเหมือนหนัง The Hunger Games แก่งแย่งกันเพื่อจะให้ได้คะแนนดี ดูฉลาดกว่าคนอื่น
  • การเรียนในมหาวิทยาลัย คุณจะได้ประสบการณ์อีกแบบ ที่ไม่เหมือนกับการเรียนมัธยมที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการสอบวิชาต่างๆ เหมือนการกระโดดลอดห่วง
  • จากการถามทั้งอาจารย์ และนักศึกษาว่า อะไรคือแก่นประสบการณ์ของการเรียนและการใช้ชีวิตใน Harvard ที่นักศึกษาควรได้ สรุปออกมาเป็นคำว่า Transformation
  • อธิบายให้เห็นความต่างของ Transformation โดยเทียบกับ Transaction เช่น ถ้าลงเรียนก็ตั้งใจเรียนตามแผนที่วางไว้ ซึ่งข้อดีก็คือ อาจทำให้จบด้วยเกรดดี ได้งานดีๆ อยู่ในกรอบ หรือ comfort zone ของตัวเอง
  • ถ้าเป็น Transformation ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยให้เต็มที่ใน 3 ด้าน คือด้านสติปัญญา สังคม และตัวเอง จะต้องกล้าเปลี่ยนแปลง ทำให้สิ่งที่ยาก หรือออกจาก comfort zone ของตัวเอง
  • ด้านสติปัญญา คุณต้องค้นหาองค์ความรู้นอกเหนือตำรา ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่นที่คิดต่างจากคุณ แล้วมาสะท้อนคิด (reflect) ว่า คุณอยากเป็นคนแบบไหน หรือแทนที่จะสนใจเรื่องวัตถุหรือชื่อเสียงของโรงเรียนที่จะเรียนต่อ ให้สนใจที่ เส้นทาง (path) ซึ่งหมายถึงเลือกลงเรียนวิชาที่ยาก และน่าสนใจ มากกว่าวิชาที่ลงเพราะว่าเรียนง่าย หรือเกรดง่าย
  • ด้านสังคม แทนที่จะรู้จักกับคนในวงสังคมเดิมๆเหมือนมัธยม คุณต้องตั้งใจที่จะทำความรู้จักกับคนที่หลากหลาย มีวิธีคิดต่างจากคุณ และไม่เพียงรู้จักแบบผิวเผิน หรือ เพื่อผลประโยชน์ แต่พยายามเปิดใจทำความรู้จัก เข้าใจ เคารพในตัวตน และความต่างแต่ละบุคคล ซึ่งจะเปิดโอกาสเครือข่ายของเราลึกขึ้น และยั่งยืนกว่า
  • ด้านตัวเอง ให้สะท้อนคิด เพื่อจะตอบ 3 คำถามกับตัวเอง คือ 1) ฉันคือใคร? 2) คนอื่นมีประสบการณ์อย่างไรกับฉัน? และ 3) ฉันจะใช้ความสามารถหรือพรสวรรค์ที่มีอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด?
  • แน่นอนว่า Transformation path นี้ไม่ง่าย แต่ถ้าเราไม่ใช้โอกาสในการคิดและย้ำในจุดยืน สิ่งที่ตัวเองเชื่อ เพื่อตอบคำถามว่าคุณเป็นใคร แล้วคุณต้องการอะไรในชีวิต อีก 20 ปี คุณก็จะยังทำ และใช้ชีวิตเหมือนเดิม

แม้ส่วนตัวจะเรียนจบมาหลายปีแล้ว ผมก็คิดว่าคลิปนี้ยังมีประโยชน์ ยิ่งถ้าน้องๆที่กำลังเรียนอยู่ได้มีโอกาสฟัง คิดตาม และเอาไปใช้ ผมเชื่อว่าน้องๆจะใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้อย่างคุ้มค่า และชีวิตหลังจากเรียนจบก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีอย่างก้าวกระโดดจนคาดไม่ถึงแน่นอนครับ

 
____________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • Warhawk Matt Scott in Nike 'No Excuses' Commercial

    [youtube=http://www.youtube.com/watch?v=obdd31Q9PqA] โพสที่แล้วพูดเรื่องการแก้ตัวไป วันนี้ไปเจอโฆษณาของไนกี้ตัวหนึ่ง เป็นโฆษณาที่เต็มไปด้วยคำแก้ตัว ทุกประเภท เท่าที่จะนึกได้ แต่ลงท้ายได้ใจ และตรงตามสโลแกนของไนกี้จริงๆ  Just do it!

  • |

    ทำยังไง กับ ต้องเป็นยังไง?

    วันนี้บังเอิญไปเจอคลิปใน YouTube ของ อ.ชัชชัย ตั้งธรรม แห่ง Access ผ่าน Twitter @Chachchy โดยบังเอิญอีกเช่นกัน จริงๆผมก็เป็นเคยหนึ่งในลูกศิษย์ของอ.ชัชชัย สมัยเรียน ม.4 ยังจำได้ว่าหลังเลิกเรียนก็ออกประตูหลังตึกคุณหญิงหรั่ง ลัดเลาะผ่านคณะสัตวแพทย์ มาแวะทานข้างที่โรงอาหารเภสัช ก่อนเดินไปเรียนที่สยาม ก่อนที่จะกลายเป็นโพสระลึกถึงความหลัง 10+ ปี ไปมากกว่านี้ กลับมาที่เรื่องของเราดีกว่า ^^” ในคลิปนี้อ.ชัชชัย พูดถึงวิธีการคิดจากคำถามที่ว่า ร้อยล้านทำได้จริงเหรอ? ซึ่งเงินร้อยล้านก็เปรียบเสมือน 1 ในเป้าหมายที่เราต้องการ เป้าหมายเราอาจจะเป็น จบปริญญาเอก, มีแฟนสวย/หล่อ, มีบ้านสวยๆ รถเท่ๆ เป็นต้น   ไอเดียนึงที่ผมได้จากการดูคลิปนี้คือ มุมมอง และกรอบในการคิด เพื่อไปถึงเป้าหมาย คนส่วนใหญ่รู้ว่าเป้าหมายคืออะไร ก็จะหาวิธี “ทำยังไง” ให้ได้ตามเป้าหมาย โดยมองจากกรอบของเราเป็นที่ตั้ง และกรอบนี้เองที่จะปิดกั้นไม่เราไปถึงเป้าหมายที่เราหวัง จึงไม่น่าแปลกใจที่ บางครั้งเราไม่เข้าใจ ความคิด หรือการกระทำบางอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จ ในทางกลับกัน… ถ้าเราเข้าใจว่าวิธีการคิด หรือสิ่งที่คนที่ประสบความสำเร็จทำคืออะไร ซึ่งในที่นี้ อ.ชัชชัย…

  • อย่าทิ้งความฝันของคุณ [Susan Boyle : Britains Got Talent 2009]

    ต้องยกให้เป็นหนึ่งใน VDO Clip ที่สร้างแรงบัลดาลใจที่สุดของปีนี้คลิปหนึ่ง เมื่อ Susan Boyle สาวชาวอังกฤษ วัย 42 ปี มาออกรายการ Britains Got Talent เพื่อทำตามความฝันของเธอ ซึ่งคือการเป็นนักร้องอาชีพ แม้ว่าทั้งกรรมการและผู้ชมในห้องส่งจะไม่เชื่อว่า หญิงวัยกลางคน คนนี้จะมีดีอะไรมาโชว์ แต่เมื่อเธอเริ่มร้องเพลงเพียงวรรคแรกเท่านั้น… เสียงของซูซานก็ทำให้ทุกคนตะลึงในความสามารถ และต่างยืนขึ้นปรบมือและสงเสียงเชียร์เธอกันยกใหญ่ เธอกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน ทุกคนต่างพูดถึงและอยากรู้จักกันทั่วโลก ซูซานเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนมากเรื่องการไม่ละทิ้งความฝัน แม้ว่ามันจะดูแทบจะเป็นไปไม่ได้ในสายตาคนอื่นก็ตาม [youtube=http://www.youtube.com/watch?v=9lp0IWv8QZY]

  • คำแนะนำจากรุ่นพี่

    [youtube id=”sycgL3Qg_Ak”] ข้อดีของการเรียนรู้จากประสบการณ์ของรุ่นพี่ หรือคนที่มีอายุมากกว่า คือ เราไม่ต้องไปเสียเวลาลองผิด ลองถูกด้วยตัวเอง คลิปนี้ของ CBC Radio น่าสนใจ ตรงที่ให้คนอายุต่าง ๆ มาให้คำแนะนำกับรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าไม่มาก ซึ่งคำแนะนำจะเหมาะสมกับคนในวัยนั้น ๆ เพราะเพิ่งมาช่วงอายุนั้นมา เริ่มตั้งแต่คำแนะนำสำหรับเด็ก 6 ขวบ จากรุ่นพี่อายุ 7 ขวบ ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงคำแนะนำสำหรับคนอายุ 91 ปี โดยคุณปู่วัย 93 ปี ลองดูนะครับ แม้จะเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็เชื่อว่าศัพท์ไม่ยากเกินความสามารถ แถมยังได้เกร็ดคำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับวัยต่าง ๆ อีกด้วย

  • กว่าจะเรียนจบก็สายไปแล้ว

    ไม่แน่ใจว่านิสิต นักศึกษาที่เพิ่งจบตอนนี้หางานยาก มากน้อยแค่ไหน? วันก่อนผมทานข้าวกับน้องคนสิงคโปร์คนหนึ่งที่เพิ่งจบปริญญาตรี และมาร่วมทีมในฐานะพนักงานสัญญาจ้าง เลยชวนคุยเรื่องสถานการณ์ของเด็กจบใหม่ที่นี่ สิ่งที่ผมได้ยิน ถือว่าสถานการณ์ของบัณฑิตใหม่ที่สิงคโปร์ไม่ค่อยดีนัก บัณฑิตใหม่ใช้เวลาหางานเฉลี่ย 6-8 เดือนก่อนจะได้งานแรก ซึ่งเป็นทุกสาขา รวมถึงมหาวิทยาลัยชื่อดัง ตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ก็มีแต่งานด้านบริการ ใน fast food chain ซึ่งเด็กมัธยมก็ทำได้ บริษัทส่วนใหญ่ต้องการคนที่ประสบการณ์ 5-8 ปี ตำแหน่งที่เปิดสำหร้บคนที่ประสบการณ์ไม่พอจะเป็นในรูป พนักงานสัญญาจ้าง 6 เดือน – 2 ปี พ่อแม่เริ่มกดดัน เด็กก็เริ่มเครียดหลังจากจบแล้วหางานไม่ได้ สุดท้ายหลายคนหางานไม่ได้ เลยตัดสินใจเรียนต่อโท ผมมองว่าภาพนี้จะเหมือน time machine เล็กๆที่จะสะท้อนสภาพการจ้างงานของบัณฑิตใหม่ของไทยในอนาคตอันใกล้ อย่าลืมว่าเด็กในสิงคโปร์ส่วนใหญ่พูดได้คล่องทั้งอังกฤษ และภาษาท้องถิ่น (จีน, มาเลย์, ฯลฯ) ยังมีปัญหาในการหางาน เชื่อว่าการแข่งขันหลังเปิด AEC โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติคงแข่งขันกันมันกว่าตอนนี้แน่นอน

  • |

    เก็บตกงาน Give&Take ครั้งที่ 8: THAI Story

    “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ” อ.ไชยยศ ปั้นสกุลไชย กล่าวต้อนรับผู้ชมสู่งานทอล์คการกุศล Give&Take ครั้งที่ 8 ในหัวข้อ THAI Story เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 กุมภาพันธ์) งานนี้ต้องบอกว่าคุ้มจริงๆเพราะนอกจากได้มุมมอง แง่คิด จากวิทยากรหลากหลายอาชีพ แล้วรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดยังได้ร่วมสมทบทุน มูลนิธิพระดาบส ทอล์คการกุศลนี้ ได้ 20 วิทยากร โดย 10 ท่านเป็นลูกศิษย์ อ.ไชยยศ และอีก 10 ท่านเป็นวิทยากรชั้นนำจากหลากหลายอาชีพ โดยแต่ละท่านมีเวลาเพียง 15 นาที ในการนำเสนอ ซึ่งสำหรับวิทยากรส่วนใหญ่ที่มักจะบรรยายทีละหลายๆชั่วโมง ถือเป็นเรื่องท้าทายทีเดียวเลยที่จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในเวลาที่จำกัดแบบนี้ ทุกท่านล้วนมีมุมมองนำเสนอที่น่าสนใจ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างบางท่าน มาเป็นตัวอย่าง อ.สวยศ ด่านบรรพต มาในชุดโปรกอล์ฟ พร้อมเทคนิคในการเรียนรู้ทุกอย่างผ่าน G.O.L.F. G: Guru เรียนรู้จากกูรู หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นคน หรือหนังสือ หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ต หรือ YouTube ก็เป็นครูเราได้ O:…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *