|

อาสาสมัครเรื่องไกลตัว?

วันนี้ได้ไปช่วยทำกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษน้องๆในชุมชนโค้งรถไฟยมราชกับ Dwight (Twitter: @DwightTurner) และกลุ่ม InSearchOfSanuk ตามคำชวนของพี่ต่าย (@srisuda) และวาว (@vow_vow)

จริงๆผมได้รู้จักกับ Dwight มาสักพักใหญ่ๆจากงาน Tweet Meetup และได้ตามผลงานของกลุ่ม InsearchOfSanuk ผ่านเว็บแต่ไม่เคยมีโอกาสไปร่วมทำกิจกรรมอาสาสมัครกับกลุ่มนี้มาก่อน

แม้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือใจที่จะให้

ถ้าใครเคยทำงานอาสาสมัครมาก่อนจะรู้ว่าแม้พื้นเพจะต่างกันจนไม่่น่าเชื่อว่าจะรู้จักกันได้ในชีวิตประจำวัน

แต่เราสามารถทำงานร่วมกัน และเป็นเพื่อนกันได้เพราะมีใจที่จะให้เหมือนกัน (common objective)

สิ่งที่ผมทึ่งและประทับใจกลุ่มนี้มากๆ (แถมเป็นการตบหน้าคนไทยกลายๆ)

คือ เราพูดเสมอว่าประเทศเราจะพัฒนาได้อยู่ที่การพัฒนาการศึกษา การให้ความรู้กับเด็กที่ด้อยโอกาส

แล้วเราก็โยนว่าเป็นเรื่องระดับชาติ เรื่องของกระทรวงศึกษา เรื่องของโรงเรียน

แต่…

เราไม่เคยทำอะไรเลย มากไปกว่านั่งวิจารณ์ในห้องแอร์แล้วก็ปล่อยมันผ่านไป

ขณะที่ฝรั่งกลุ่มนี้เข้าไปบุกเบิกชุมชมแออัดที่แม้แต่เราคนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยย่างกลายเข้าไป

ทำในสิ่งที่ตัวเองช่วยได้

บางคนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนนานาชาติ บางคนเป็น Expat ในบริษัทข้ามชาิติมาประจำในไทยแค่ปีกว่าๆ

แต่ทุกคนก็เต็มใจมาช่วยเด็กไทย

ซึ่งผมสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างที่กลุ่มนี้ได้ทำจริงๆ

ตั้งแต่ชาวบ้านทักทายและต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

เด็กๆวิ่งเข้ามากอด มาคุยด้วย อย่างไม่กลัวที่จะพูดผิดเหมือนนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน

น้องๆหลายคน (7-8ขวบ) สามารถเข้าใจพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่านักเรียนม.ปลายหลายๆคนที่มีโอกาสทุกอย่าง

นี่คือตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงที่ผมสัมผัสได้แม้จะเป็นครั้งแรกที่ผมไปร่วมกิจกรรม

และนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อที่ว่าเราสามารถสร้างความแตกต่างในสังคมได้

ถ้าเราทำ…

แน่นอนว่าอาสาสมัครเป็นเรื่องของความสมัครใจ

แต่ผมก็ยังอาจให้เพื่อนๆได้มีโอกาสเป็นผู้ให้บ้าง

ซึ่งไม่ได้หมายถึงการให้เงิน แต่เป็นการให้เวลา ให้ความสนใจ ให้ความรัก…

ผมรับรองว่าเพื่อนๆจะพบความสุขอีกรู้แบบที่ iPhone4 หรือ iPad2 ก็ให้ไม่ได้… :D

____________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • |

    You’re not a wave

      มนุษย์เรามักจะมองว่าตัวเองแยกและเหนือกว่าธรรมชาติ ซึ่งการเข้าใจเช่นนั้นนำมาซึ่งความเห็นแก่ตัวอย่างยิ่งยวด เราก็คงเห็นผลกระทบจากการกระทำต่างๆที่เป็นอยู่ในโลกนี้ สุดท้ายมนุษย์ก็ต้องมาหวาดกลัว เมื่อเวลาของตัวจะหมดลง เปรียบเสมือนคลื่นน้อยที่รอวันกระแทกฝั่งและดับสูญ…

  • Roundtable Lunch: Solving the Talent Crisis (part 1/2)

    ปัญหาการขาดบุคคลากรเก่ง ๆ  (Talents) ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระดับองค์กร แต่เป็นวิกฤตระดับโลก ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน เมื่อวันจันทร์ (18 ก.ค.) ผมได้รับเชิญไปร่วมงาน Roundtable Lunch: Reimagining Education to Employment Pathways: Insights from Global Workforce and Implications for Students, Institutions of Higher Learning, Employers and Government ซึ่งจัดโดย Wiley ร่วมกับ Unilever ซึ่งประเด็นหลักที่คุยกันคือเรื่อง Solving the Talent Crisis ในงานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ Global Workforce Insights ซึ่งนำเสนอโดย Mr. Mark Allin, President and…

  • |

    ทีมคือ…?

      ความหมายของทีมในความคิดของคุณคืออะไร? ผมเคยคิดว่า ทีม คือ กลุ่มคนที่มีเป้าหมายร่วมกันที่ทำงานชิ้นหนึ่งออกมา จนกระทั่งวันนี้ได้ฟังคุณ Tom Lally จาก HR ได้อธิบายถึงความหมายของทีม Team is a group of people working toward common goals/objectives and generate exceptional result. Otherwise, it’s not a team. It’s just a group of people. – Tom Lally ว่านอกเหนือจากมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ร่วมกันแล้ว ทีมต้องสร้างผลลัพธ์ที่สุดยอดอีกด้วย ไม่อย่างนั้นก็เป็นแค่กลุ่มคนทำงานธรรมดา ไม่ใช่ทีม พอฟังเสร็จ กรอบความคิดของผมก็ขยับ ทันที… กลับมานึกถึงทีมตัวเอง (ไม่รู้ว่ายังเรียกว่าทีมอยู่ได้รึป่าว?) มีการบ้านให้ทำอีกเยอะเลย เพื่อให้ได้เป็นทีมจริงๆ… แล้วทีมของคุณล่ะ เป็นทีม หรือเพียงแค่กลุ่มคนทำงานร่วมกัน… ________________________________________________________________________________…

  • |

    ตัวอยู่บ้าน (แต่)งานยังอยู่ในใจ

    ผมเคยคิดว่าการที่เราคิดเรื่องงานตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ดี แปลว่าเราทุ่มเทในการทำงาน… หลายครั้งที่สมองยังคิดเรื่องงานอยู่แม้จะกลับบ้านมาแล้ว วันนี้มีโอกาสได้คุยกับท่านผู้จัดการโรงงานคนใหม่ระหว่างทานข้าวเที่ยงที่โรงอาหาร ท่านก็เล่าให้ฟังว่าสิ่งหนึ่งที่พยายามฝึกและใช้เวลาถึง 7 ปี คือ การฝึกให้วางปัญหา ความเครียดต่างๆจากที่ทำงาน เมื่อกลับมาได้ให้ได้ เหมือนปิดสวิตซ์ ฟังดูง่ายๆเหมือนเป็นสิ่งที่ใครๆก็รู้ แต่ผมก็ยังทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะยังทำไม่ได้ ก็การบังคับใจไม่ให้รักเธอนี่มันง่ายซะที่ไหน ^^” ขนาดท่านผู้จัดการโรงงานยังใช้เวลาถึง7ปี กว่าจะฝึกได้ พอถามท่านต่อว่าอะไรเป็นจุดเปลี่ยนให้ต้องมาใส่ใจฝึกฝนเรื่องนี้ ท่านก็เล่าให้ฟังว่า

  • หางานยังไงให้มีโอกาสได้งานมากขึ้น

    ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี มีจำนวนงานน้อยกว่าคนหางาน ก็เป็นธรรมดาที่คนหางานจะต้องเหนื่อยหน่อย เพราะคู่แข่งเยอะ โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ เดือนสองเดือนแรกโดนปฏิเสธ ยังทำตัวชิวบอกเพื่อนขอทำตัว Slow Life บ้าง เรียนเหนื่อยมานาน 3 เดือนผ่านไป 6 เดือนผ่านไป หากยังไร้วี่แววจะได้งานคงมีใจแป๊ว เสียselfกันบ้างล่ะ ถ้าลองถามคนที่หางานว่าไอ้ที่หาไม่ได้นี่หากันยังไง? คำตอบส่วนใหญ่จะเริ่มจาก…  หาตำแหน่งว่างจากแหล่งต่างๆ จาก web หางานบ้าง หนังสือพิมพ์หางานบ้าง  แล้วก็ส่ง resume หว่านไปตามบริษัทต่างๆที่มีตำแหน่งที่สนใจ ถามต่อ แล้วถ้ายังไม่มีสัญญาณตอบรับจากบริษัทล่ะ?

  • 2 วินาที…เพื่อการควบคุมชีวิตที่ดีขึ้น

      หลังจากที่พบว่าหลายๆครั้งที่ชีวิตเราดำเนินไปแบบไม่มีสติ ก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีสติมากขึ้น… แล้ววันนี้ก็ไปอ่านเจอบทความอันนึงเรื่อง The Power of Pause ซึ่งพูดถึงความสำคัญของการหยุดคิดก่อนตอบ ซึ่งก็ตรงกับเรื่องต้องการจะแก้พอดี หลักการเค้าง่ายมากๆ… แค่เมื่อมีคนมาถาม หรือขอร้องให้ทำอะไร ให้เราหยุด แค่ 1-2 วินาที ก่อนที่จะตอบ เพื่อให้เราแน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ หรือสามารถที่จะรับปากได้จริงๆ และที่สำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าเราตัดสินใจจริงๆ

6 Comments

  1. เคยไปสอนภาษาอังกฤษน้องๆ ทำ CSR กับที่บริษัท เหนื่อยมากๆ เลยค่ะ เพราะน้องๆที่ตูนไปสอนตอนนั้น พื้นความรู้มาต่างกันบางคนไวบางคนช้า (ซึ่งส่วนใหญ่จะช้า) แล้วพอเรากลับไป น้องๆก็ขาดตอน เลยรู้สึกว่าที่เราทำไปมันไม่ effective เต็มที่ ใจนึงก็อิ่มใจที่ได้ช่วยน้อง ใจนึงก็นะ…

  2. @katoonix: บริษัทส่วนใหญ่ที่ทำCSRปีละครั้งมักไม่ได้อะไร(นอกจากหน้า และข่าวในสื่อ) CSRที่ดีต้องต่อเนื่องและให้แน่ใจว่าชุมชนที่เราไปช่วยนั้นสามารถรักษาและต่อยอดได้ ซึ่งต้องใช้ทั้งเงินและเวลาแต่คนนอกมองไม่ค่อยเห็น…

  3. แล้วกลุ่มนี้ไปบ่อยแค่ไหนอ่ะ
    อังกฤษงูๆปลาๆแบบพี่ไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหน
    อยากให้ขยายผลไปต่างจังหวัดด้วยอ่ะ

    สู้ๆ

  4. ดีจังเลยค่ะ
    มีคนญี่ปุ่นที่รู้จักกัน เขาตาบอดแต่ก็กำลังทำโครงการแบ่งกันอ่านให้เด็กตจว.อยู่ น่าทึ่งมากๆตอนที่ได้คุยกะเขาครั้งแรก

    ^___^

  5. @birdsosweet: เห็นด้วยครับ ยิ่งถ้าเป็นชาวต่างชาติที่ต้องใช้ความพยายามมากกว่าเรามากๆจะยิ่งทึ่ง! ลองนึกภาพคนไทยไปทำโครงการอาสาที่เมืองจีนโดยที่คุยกับใครไม่รู้เรื่องคงได้อารมณ์คล้ายๆกัน… :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *