ถ้าลูกน้องขอลา 2 อาทิตย์ ตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร คุณจะ?

ถ้ามีลูกน้องมาขอลาไปต่างประเทศ 2 อาทิตย์ ตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร คุณจะทำยังไง?

แล้วถ้าเขาบอกและขออนุญาตตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งานล่ะ?

หลายคนอาจนึกว่า…

“ไม่รอดแน่ ไม่ต้องเสียเวลา เรียกคนอื่นมาสัมภาษณ์ต่อดีกว่า”

“นายคนนี้ช่างกล้ายิ่งนัก ไม่รู้ว่าช่วงโปรพนักงานไม่มีวันหยุดพักร้อนเหรอ”

“จะลาป่วยยังไม่ค่อยกล้าเลย เดี๋ยวโดนหมายหัว”

หรือ “อย่าว่าแต่ยังไม่ผ่านโปรเลย พี่ทำงานมาจะ 10 ปีแล้วยังไม่กล้าคิดจะลานานขนาดนี้เลย”

ว่าแต่ ถ้าคุณเป็นหัวหน้าของพนักงานคนนี้ คุณจะอนุญาตมั้ย?

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของคนในทีม ที่พอผมมีโอกาสคุยแล้ว เห็นมุมมองที่น่าสนใจในการบริหารคน เลยเก็บมาเล่าแบ่งปันกัน

เพื่อนร่วมงานคนนี้ของผม เธอเพิ่งเข้ามาร่วมงานกับบริษัทได้ไม่ถึง 3 เดือน ก่อนจะขอลาพักร้อนกลับบ้านที่ฝรั่งเศส 2 อาทิตย์

ผมก็พอทราบอยู่ว่า โดยปกติพนักงานใหม่ที่ยังไม่พ้นช่วง Probation หรือทดลองงาน จะยังไม่มีวันลาพักร้อนนี่นา

แล้วทำไมกรณีถึงลาได้หว่า?!?

พอมีโอกาสได้คุยถึงรู้ว่า เธอได้บอกกับหัวหน้าตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งานแล้วว่ามีความจำเป็นต้องลา 2 อาทิตย์ช่วงนี้ เพื่อบินกลับไปร่วมงานวันเกิดของคุณแม่ครบรอบ 84 ปี

ทุกคนในครอบครัวได้รับปากกันล่วงหน้าหลายปีแล้วว่า ทุกคนจะมาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้าให้คุณแม่ชื่นใจ

แน่นอนว่าวันสำคัญแบบนี้ มีครั้งเดียว และไม่สามารถเลื่อนได้ (นั่นสิ ใครจะเลื่อนวันเกิดได้ ^^”) เธอจึงบอกอย่างชัดเจนว่า

ถ้าลาไม่ได้ก็ จะไม่รับ offer ของที่บริษัท

เอาล่ะสิ ทำยังไงดี…

หัวหน้าก็ไปปรึกษากับ HR และผู้บริหารถึงกรณีนี้ และสุดท้ายก็อนุญาต เพราะเห็นคุณค่า และเข้าใจสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญ ซึ่งก็คือครอบครัวของเธอ

เรื่องวันลาก็ให้ถือว่าเป็นการใช้วันลาล่วงหน้าไป ซึ่งแปลว่า เธอจะไม่ได้ลาพักร้อนไปอีกพักใหญ่ๆเลย

และที่สำคัญกว่านั้น คือการซื้อใจพนักงานใหม่ท่านนี้ โดยไม่ต้องใช้เงินซักบาท

เวลาผมคุยกับเธอเรื่องนี้ เธอก็พูดอย่างประทับใจว่า 

“ถ้าบริษัทไม่เห็นคุณค่าของเรื่องเล็กๆที่สำคัญสำหรับฉัน โดยอ้างกฏ ระเบียบไม่พิจารณาถึงสถานการณ์

ก็ไม่มีความจำเป็นที่ฉันต้องสนใจที่จะทำงาน หรือทุ่มเทให้บริษัทแบบนั้นเหมือนกัน”

________________________

ในมุมของบริษัท ผมแนะนำว่า ผู้จัดการ และ HR ควรเข้าใจถึงสถานการณ์ใจแต่กรณี ก่อนพิจารณา และตัดสินว่าเรื่องไหนสามารถยืดหยุ่นได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า การไม่พยายามที่จะเข้าใจและอ้างกฏ ระเบียบ อย่างเดียว 

อาจใช้เวลามากขึ้น อาจต้องเหนื่อยขึ้นอีกหน่อยในการทำความเข้าใจ

แต่ผมเชื่อว่า ผลที่ได้จะทำให้หายเหนื่อยในระยะยาว ทั้งกับตัวพนักงาน และองค์กร

 

คำถาม: มีกฏ ระเบียบของบริษัทเรื่องอะไรบ้าง ถ้ายืดหยุ่นได้คุณจะรักบริษัทขึ้นอีกหลายเท่า?

 
________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • |

    Career Planning: Do you have a plan?

      ช่วงนี้มีผู้บริหารระดับสูงมาเยี่ยมชมที่โรงงานของเราบ่อย ผลพลอยได้อย่างหนึ่งนอกจากต้องเตรียมทำ presentation (และปลูกผัก) นั่นก็คือได้ฟังผู้ใหญ่ coach ในเรื่องต่างๆที่น่าสนใจ ล่าสุดคุณ Bruce William จาก HR ได้มาเล่าสู่กันฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการวางแผนอาชีพ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งทั้งสำหรับบริษัทที่สามารถย้ายงานข้ามสายงานได้ และ promote from within และต้องการดึงดูดพนักงานที่เก่งๆให้อยู่กับบริษัทนานๆ ขณะเดียวกันก็สำคัญสำหรับพนักงานที่ต้องการจะเติบโตขึ้นไปในองค์กร และตอบสนองความต้องการของตัวเอง สิ่งแรกที่เราควรรู้เกี่ยวกับการวางแผนอาชีพ ซึ่งคุณ Bruce Williams ได้ย้ำหลายรอบคือ Nobody cares more about your career than you do! – Bruce Williams

  • 4 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการทำ Talent Analytics

    ในยุคปัจจุบันที่ HR เริ่มตื่นตัวก้าวข้ามงานแบบ admin เปลี่ยนมาเป็น business partner กับธุรกิจ เราจะเริ่มเห็นการใช้ตัวเลข หรือข้อมูล ตัววัดต่างๆ เข้ามาช่วยงาน HR เพื่อวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจมากขึ้น Talent Analytics ก็เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ข้อมูลด้านต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อประเมินหา Talent ขององค์กรสำหรับการเลื่อนขั้น และพัฒนาเพื่อเป็นกำลังสำคัญของบริษัทต่อไป ตัวอย่างของข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา เช่น ประวัติผลการประเมินผลงาน ประวัติการหมุนเวียนงาน ข้อมูลยอดขาย ผลจาก 360 feedback คะแนนทดสอบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลยิ่งมากยิ่งดีสำหรับประกอบการตัดสินใจ แต่ถ้าเราดูแค่ข้อมูลอย่างเดียว เราก็มีโอกาสที่จะประเมิน Talent พลาดไปได้ สิ่งที่ HR ควรจะระวัง และพิจารณาในการทำ Talent Analytics ซึ่งผมอ้างอิงจากหลักสูตร People Analytics ของ Wharton มีอยู่ 4 ปัจจัย คือ 1. Context…

  • [Note] ความท้าทายของงาน HR ในปี 2012 โดย อ. ประสิทธิ์ องอาจตระกูล

      วันนี้ผมได้มีโอกาสมาฟังสัมนาเรื่อง ความท้าทายของงาน HR ในปี 2012 จัดโดย มหาวิทยาลัยศรีปทุม บรรยายโดย คุณประสิทธิ์ องอาจตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ธนาคารกสิกรไทย ผมรู้จักพี่ประสิทธิ์หรือพี่ฮิม และงานสัมนาครั้งนี้ผ่าน Facebook จึงถือว่า Social Network ก็ได้ช่วยทำหน้าที่ของมันในการช่วยขยายเครือข่ายและโอกาสดีๆอีกครั้งหนึ่ง ในการบรรยายครั้งนี้พี่ฮิม ปล่อยของแบบไม่อั้น ยิงมุขกระจาย ความรู้เพียบ  ผมจึงของสรุปเนื้อหาที่น่าสนใจบางส่วนมาแบ่งปันกันครับ   ความท้าทายบนโลกใบนี้

  • กฎ 10 ข้อสำหรับการเป็นคน

        การเป็นคน(ที่ดี) หรือที่ท่านพุทธทาส เรียกว่า มนุษย์ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนอาจจะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศประชาธิปไตย(รึเปล่า?) อย่างอิสระเสรี จนคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีกฏอะไร อย่างน้อยที่สุดเราก็อยู่ในกฏแห่งธรรมชาติ และกฏแห่งกรรม พูดถึงกฏ วันก่อนไปอ่านเจอเรื่องกฏสำหรับการเป็นคนในอินเตอร์เน็ท เห็นว่าน่าสนใจเลย เอาแบ่งปันกัน อ่านแล้วทำให้ตัวเองได้คิดว่า 1) ทุกอย่างในชีวิตเราเป็นคนกำหนดเอง 2) การเรียนรู้ไม่มีวันหมด เราสามารถนำทุกอย่างมาเป็นครูสอนเราได้เสมอ ถ้ารู้ยังมอง สำหรับคำแปลภาษาไทย ผมเป็นคนแปลเอง สำหรับบางคนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ถ้าไม่ดีอย่างไรก็โทษผมได้เต็มที่ครับ Ten Rules for Being Human กฏ 10 ข้อสำหรับการเป็นคน by Cherie Carter-Scott   1. You will receive a body. You may like it or hate it, but it’s yours…

  • What is an attitude and how to develop the positive one?

    ทัศนคติเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จ ผมเห็นVDO clip ข้างล่างจาก Facebook ของเพื่อนคนหนึ่งแล้วรู้สึกชอบมาก เพราะสามารถสรุปความหมายและความสำคัญของทัศนคติ รวมถึงวิธีการปรับทัศนคติที่ดีทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ได้กระชับ ได้ใจความ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆด้วย เลยเอามาแบ่งปันกัน

  • |

    ตาดีข้างเดียวในหมู่ตาบอด

    ห่างหายจากการอัพเดตบล็อกมานาน วันนี้มาสั้นๆระหว่างบินมาประชุม+workshop ที่เซี่ยงไฮ้ ก่อนจะกลับไทยมะรืนนี้ วันก่อนได้เรียนการใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์องค์กรตัวหนึ่ง ซึ่งฟังทฤษฏีแล้วก็ไม่น่ายากอะไร แต่ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของเครื่องมือตัวนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของคนนำ (ซึ่งต่อไปก็จะเป็นข้้าพเจ้า ^^”) มากๆ คนสอนซึ่งมีประสบการณ์การใช้เครื่องมือนี้มากว่า 15ปี แสดงตัวอย่างให้ดูก็งั้นๆ ไม่น่ายากอะไร แต่พอถึงช่วงที่ให้แต่ละกลุ่มนำเครื่องมือตัวนี้ไปใช้ถึงรู้ว่า ไม่ธรรมดาจริงๆ โชคดีที่พี่เลี้ยงกลุ่มก็น่ารัก ช่วยสังเกต และช่วยแนะนำตัวอย่างคำถามและเทคนิคต่างๆ จนผ่านไปได้อย่างกระท่อนกระแท่นทั้งกลุ่ม… สุดท้ายคนสอนพูดสรุปว่า don’t wait to be perfect before using this tool. อย่ารอให้สมบูรณ์แบบก่อนถึงจะทำ Practice, Practice, and Practice! ฝึกและเรียนรู้ไปเรื่อยๆจากการทำ ตาดีข้างเดียวในหมู่คนตาบอด ก็มีประโยชน์มากพอแล้ว ครั้งแรกของเค้าก็ไม่ได้ดีเหมือนตอนนี้หรอก . นึกไปก็จริงแฮะ เครื่องมือนี้เรารู้ดีที่สุดในองค์กรแล้ว จะไปกลัวทำไม ขนาดภาษาจีนของตัวเองที่ยังงูๆปลาๆ แต่มาที่นี่กลายเป็นฮีโ่ร่พาน้องๆคนไทยเข้าร้านอาหารจีนสั่งได้ แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว ถ้าไม่กล้าพูดเพราะคิดว่าพูดเป็นประโยคไม่ได้ถูกต้องก็คงอดกินของอร่อยๆแบบนี้… ^__^ . ขอเอาใจช่วยทุกคน(ตัวเองด้วย)ให้มีความกล้า ในการทำสิ่งดีๆ โดยเฉพาะครั้งแรกๆ… :) สู้โว้ยย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *