[Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคทำให้พนักงานอยากลองหมุนไปงานใหม่ (lateral move)

Mentor Profile: Vice President, Leading Food and Beverage in Thailand

Me: ทีมที่พี่ดูอยู่มีแต่คนรุ่นใหม่ หัวกระทิ แต่ด้วยโครงสร้าง น้องๆ ในทีมคงไม่ได้ขึ้นง่ายๆ เหมือนทีมอื่น พี่มีวิธีรักษาคน และดูแลเรื่อง career ยังไงเหรอครับ

Mentor: คุณรู้มั้ย ผมอยู่ปวดหัวกับปัญหานี้มานาน เพราะเด็กรุ่นใหม่ยิ่งเก่งๆ แบบนี้ ถ้าทำงานแบบไม่เห็น career ก็คงอยู่กับเราไม่นาน

Me: พี่เคยมีโอกาสลองใช้ lateral move กับทีมรึยังครับ

Mentor: ผมลองแล้ว ตอนแรกไม่มีคนอยากย้ายเลย น้องๆ กลัวการออกจาก comfort zone กลัวย้ายไปงานใหม่แล้วทำพลาด ผมกลับมาคิดและลองวิธีใหม่ซึ่ง work มาก ตอนนี้ทำมา 3 รุ่นแล้ว มีคนสนใจอยากย้ายงานเพิ่มขึ้นกว่ารุ่นแรกเยอะเลย

Me: พี่ทำยังไงเหรอครับ ช่วยขยายความหน่อย

Mentor: แทนที่จะ rotate งานใหม่แบบเต็มตัวเลย พี่ใช้หาอาสาสมัครทำ project ของแผนกอื่น 1 วันต่อสัปดาห์ โดยให้ function head คิด project ที่อยากหาคนทำ และมาประกาศหาคนในช่วย โดยที่ function head ซึ่งเป็นเจ้าของ project จะต้องมี coaching session กับน้องที่มาทำ project นั้น เดือนละ 2 ครั้ง นอกเหนือจากการประชุมเรื่องงาน เพื่อให้ feedback สำหรับการพัฒนาน้องที่มาช่วยทำ project

Me: Win-Win มากครับพี่ function head ได้คนมาช่วยทำ project แถมได้ดูหน่วยก้านของน้องต่างแผนก ส่วนน้องก็ได้ลองทำงานใหม่ โดยยังไม่ต้อง commit เต็มตัว แถมได้รับ feedback และ coaching จาก function head ด้วย

Mentor: หลังจากโครงการนี้ พอเราเปิดตำแหน่งสำหรับ internal job rotation ผมสังเกตคนกล้าที่จะย้ายงานเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากขึ้น เพราะมีโอกาสได้ลอง และมั่นใจในความสามารถของตัวเองมากขึ้น ฝั่งคนรับก็มั่นใจในการรับคนต่างแผนกมากขึ้น

Me: สุดยอดมากครับ เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวเลย แถมช่วยปลดล็อคเรื่อง career development ของพนักงานรุ่นใหม่ด้วย ขอบคุณพี่ที่เล่าให้ฟังมากครับ

Lateral move ยังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในหลายองค์กรในไทย พนักงานไม่น้อยมองเรื่อง career path คือการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งในยุคที่องค์กร flat ลง ถ้าไม่กระตุ้นให้พนักงานเข้าใจประโยชน์ของการเรียนรู้ และพัฒนาผ่านการหมุนเวียนงาน ก็ยากที่จะรักษาคนเก่งไว้กับองค์กรได้นาน

Similar Posts

  • [Mentor แบบชัชๆ] การสร้าง profile สำหรับเด็กจบใหม่

    [Mentor Profile] Ex-Talent Acquisition & Recruitment Executive, Thailand Me: จากประสบการณ์สรรหา และคัดเลือกพนักงานให้องค์กรต่างๆ มาหลายสิบปี พี่มีคำแนะนำอะไรสำหรับน้องๆ ที่เพิ่งจบใหม่บ้างครับ Mentor: อยากบอกกับน้องๆ ว่าควร ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมในช่วงที่เรียน Me: เกรดดีอย่างเดียวไม่พอเหรอครับ?

  • [Mentor แบบชัชๆ] 2 ทักษะที่สำคัญสำหรับการทำงานในองค์กร และกับลูกค้า

      [Mentor Profile] Thailand Group CEO, British, Leading Global Professional Services Me: ในฐานะที่คุณเป็น CEO ในประเทศไทยมา 28 ปี คุณคิดว่าอะไรเป็นทักษะที่สำคัญในการทำงานบ้างครับ Mentor: ผมมองเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือทักษะสำหรับการทำงานภายใน และทักษะสำหรับติดต่อกับลูกค้าภายนอก สำหรับการทำงานภายใน ทักษะที่ผมให้ความสำคัญมากๆ คือ การสื่อสาร (communication) และสำหรับติดต่อกับลูกค้าคือเรื่อง การนำเสนอ (presentation) Me: ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยครับ Mentor: ปัญหาของการทำงานในองค์กร ส่วนใหญ่เกิดจากการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนทำให้คนที่ทำงานด้วยเข้าใจผิด และเสียเวลา จนไปถึงสื่อสารน้อยเกินไป หรือไม่สื่อสารเลย ผมเลยคิดว่าทักษะการสื่อสาร เป็นทักษะที่สำคัญที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในองค์กร

  • [Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคการสร้าง network

    [Mentor Profile] CHRO, Top Thai Public Company Mentor: คุณรู้มั้ย คนเก่ง ๆ อย่างคุณมีเยอะแยะ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มีใครรู้จักคุณ ผมบอกได้จากประสบการณ์ส่วนตัวเลยว่า network สำคัญกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด Me: ถ้าผมอยากสร้าง network ผมควรทำอย่างไรครับ? Mentor: สำหรับผม การสร้าง network มี 2 วิธี คือ คุณทำตัวโดดเด่น แล้วคนจะวิ่งเข้าหา หรือ คุณเข้าหา right influencer Me: วิธีไหนดีกว่ากันเหรอครับ?

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำไมคนไทยถึงไม่ได้ขึ้นเป็น Top Management

    [Mentor Profile] Japanese Sales Director, Japanese Global Company Mentor: คุณรู้รึเปล่า ว่าบริษัทญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่ผู้บริหารระดับ top management ต้องเป็นคนญี่ปุ่นเท่านั้น ตอนนี้หลายบริษัทรวมทั้งบริษัทผม เริ่มเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงได้ Me: ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยเลยครับ Mentor: ที่น่าแปลกใจ คือตอนนี้เรามีปัญหาในการหาคนไทยในองค์กรที่จะก้าวขึ้นมาเป็น top management ได้ยาก Me: เรื่องนี้น่าสนใจ คุณพอจะขยายความหน่อยได้มั้ยครับ ว่าคนไทยขาดอะไร? Mentor: ในความคิดผม สิ่งที่คนไทยขาด มี 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องการวางแผน (planning) ถ้าเทียบกับวัฏจักร PDCA (Plan-Do-Check-Act) คนไทยส่วนใหญ่มีจุดแข็งเรื่อง Do หรือการทำ ขณะที่เรื่องอื่นโดยเฉพาะการวางแผนยังค่อนข้างอ่อน

  • [Mentor แบบชัชๆ] เมื่อเบอร์หนึ่งต่างชาติมาบริหารทีมไทย

    [Mentor Profile] Vice President and Thailand Country Manager, Global Fortune 100 company Me: คุณมีวิธีเลือก และสื่อสาร strategic priority ขององค์กรยังไงครับ? Mentor: หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน ผมมองแบบง่ายๆ ว่า Priority ของผมคือ เราต้องการจะโตอย่างยั่งยืน ซึ่งในมุมมองของบริษัท Global แล้วไทยเป็นประเทศเล็กๆ เราต้องการโตเพื่อสามารถขอ resource และ support ต่างๆ จาก Global ได้มากขึ้น เพื่อช่วยให้เราโตได้อีก และผมพยายามสื่อสารกับทั้งผู้บริหาร และพนักงานอย่างต่อเนื่องให้เห็นภาพนี้ตรงกัน Me: การที่คุณเป็นคนอเมริกันมาบริหารคนในองค์กรที่เป็นคนไทยเกือบทั้งหมด คุณมีวิธีในการบริหารอย่างไร? Mentor: ผมมาประจำที่ไทยได้เกือบ 4 ปี ก็ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ตอนที่ผมมา พนักงานหลายคนชมว่าผมหล่อ ซึ่งถ้าเป็นที่อเมริกา ปกติคนจะไม่ค่อยชมกันแบบนี้ ถ้ามีคนชมว่าคุณหล่อ จะแปลได้ 2…

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทักษะที่จำเป็นในการทำงานปัจจุบัน

    [Mentor Profile] HR Senior Executive, Thailand leading retail Mentor: คุณรู้มั้ย ความรู้เดี๋ยวนี้มันล้าสมัยเร็วมาก ยิ่งสาย IT แค่ 2-3 ปี สิ่งที่เคยรู้มาก็แทบใช้ไม่ได้แล้ว ผมนี่เป็นห่วงหลานผมที่กำลังโตขึ้นมา พยายามคิดว่าจะเขาเรียนอะไรแล้วจะ sustain ในโลกอนาคต Me: แล้วอาจารย์ได้คำตอบมั้ยครับ Mentor: จากประสบการณ์ผม สิ่งสำคัญที่จำเป็นสำหรับการทำงานในปัจจุบันและอนาคตไม่ใช่เรื่องของวิชา หรือองค์ความรู้ เท่ากับทักษะอยู่ 2 เรื่อง คือ learning agility หรือ ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว กับ adapability หรือ ความสามารถในการปรับตัว ถ้ามี 2 ทักษะนี้ คุณจะอยู่รอดได้ในการทำงานปัจจุบัน Me: ขอบคุณครับ แล้วนอกเหนือจาก 2 ทักษะนี้ ซึ่งผมคิดว่าจำเป็นกับแทบทุกคนที่ทำงาน มีเคล็ดลับอะไรที่จะช่วยให้เราก้าวได้เร็วกว่าคนอื่นในการทำงานบ้างครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *