[คุยแบบชัชๆ] #007: คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์

interview_ron

ผมรู้จักพี่ชายคนนี้ครั้งแรกตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2010 ตอนเราเป็นอาสาสมัคร และได้ใช้ social network ในการประสานงาน และประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่าน #TWT4TH ทุกครั้งที่ผมได้เจอ ผมได้สัมผัสถึงความสามารถ และพลังบวกของพี่ชายคนนี้ ภายใต้รอยยิ้ม และความเป็นกันเอง

[คุยแบบชัชๆ] ครั้งนี้ ผมได้รับเกียรติจาก คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์ หรือพี่รอน ปัจจุบันนอกจากดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด แล้วยังสวมหมวกในบทบาทอื่นอีกหลายใบ ในบทสัมภาษณ์นี้ ผมได้มีโอกาสถามถึงเทคนิคต่าง ๆ ในการบริหาร รวมไปถึงเรื่องธรรมะ และการพัฒนาตัวเองที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับอีกหลายคนที่กำลังทำงานอยู่  

_____________________________________________________________________________

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • เทคนิคการบริหารเวลา
  • เทคนิคในการบริหารทีม และการฟัง
  • ทำงานจากความว่างเปล่า
  • วิธีการบริหารคนที่ไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน
  • คำแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่อยากประสบความสำเร็จในบริษัทข้ามชาติ

_____________________________________________________________________________

แนะนำตัว และการทำงานที่ผ่านมาสั้น ๆ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก

ขอออกตัวก่อนว่าผมเป็นตัวแทนของคน Gen X ที่เข้าใกล้ Gen Y

ผมจบจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เตรียมอุดม จบวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมคอมพิวเตอร์) จากจุฬาฯ เมือปี ค.ศ.1989 จบมาแรก ๆ ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ที่ สหวิริยา และ AIT แต่มีความสนใจด้านการบริหารและการตลาดเลยไปต่อ MBA ที่ ศศินทร์ เมือปี ค.ศ.1991 และ Exchange Program ที่ Kellogg, Northwestern University จบมาทำงานสร้างแบรนด์อย่าง Sunsilk ที่ยูนิลีเวอร์ เคยไปทำงานพัฒนาแบรนด์อยู่ที่ Nippon Lever (ยูนิลีเวอร์ ที่ประเทศญี่ปุ่น) เมื่อปี ค.ศ.1995 และ Pepsi-Cola International ก่อนจะมาทำงานด้าน Promotion & Licensing Agency ที่ Promotional Partners Worldwide ในปี 2000

ปัจจุบันเป็น Managing Director ของ Universal Music (Thailand) Ltd. เป็นนายกสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย (TECA) และเป็นกรรมการบริษัท Phonorights และ MPC ดูแลด้านการบริหารลิขสิทธิ์เพลง ตั้งแต่ปี 2007

 

ในฐานะผู้บริหารบริษัทค่ายเพลง พี่รอนชอบฟังเพลงแนวไหน

ผมโตมากับเพลงในยุค 70’s อย่างเพลงของ ABBA, Bee Gees, Carpenters และยุค 80’s อย่างเช่น Spandau Ballet, Air Supply, The Alan Parsons Project, Michael Jackson, Madonna, Petshop Boys ฟังแล้วมีความสุข นึกถึงความฝันสมัยวัยเด็กวัยรุ่น

จริง ๆ ก็ฟังทุกแนวนะครับ ขึ้นอยู่กับอารมณ์และบรรยากาศด้วย อย่างถ้าให้รู้สึกผ่อนคลายก็ต้องแนว Jazz อย่างของ John Coltrane, Mile Davis, Louis Armstrong หรือ Bossa อย่างของ Stan Getz, Antonio Carlos Jobim, Astrud Gilberto ถ้าฟังแล้วคึกคักก็พวก EDM อย่างของ Avicii, Alesso, Zedd ถ้าให้เป็นตัวเองที่สุด ฟังแล้วฮึกเหิมก็ต้องเป็น Rock, Alternative, Indy Rock อย่างเช่น Bon Jovi, Nirvana, Imagine Dragons, Catfish and the Bottlemen แนวนี้ ไม่ถึงกับ Heavy Metal แต่เพลงไทย และแนวอื่น ๆ ก็ฟังเหมือนกันนะครับ

 

ตารางชีวิตในวันทำงานปกติเป็นอย่างไร

ปกติเป็นคนตื่นเช้าครับ ก็จะตื่นมาออกกำลังกายเบา ๆ ในยิม รดน้ำต้นไม้ในสวนบนระเบียง ติดตามข่าวสารจาก iPad แล้วก็ออกไปออฟฟิศที่ ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค พูดคุย ประชุมกับทีมงาน แต่นอกจากงานที่บริษัทแล้วก็ยังมีงานของอุตสาหกรรม ของสมาคม เลยมีออฟฟิศอีก 2 แห่งที่ต้องช่วยดูแล

นอกเหนือจากนั้นก็มีประชุมกับพันธมิตรธุรกิจ และภาครัฐบ้าง แต่ก็สามารถทำงานได้จากทุกที่ครับ ส่วนตอนเย็นหากไม่มีงานคอนเสิร์ต หรือกิจกรรมของวงการเพลง ก็มีสังสรรค์กับเพื่อน ๆ บ้างครับ

 

ในฐานะนายกสมาคมสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย อะไรคือสิ่งที่อยากผลักดันเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล

ยุคดิจิตอลมีผลกับวงการเพลงมาก จริงๆแล้วผลกระทบเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ.2000 ตั้งแต่ตอนที่มี Napster ปัจจุบันวงการเพลงพัฒนาไปไกลพอสมควรในเรื่องรูปแบบ การบริหารจัดการธุรกิจดิจิตอล แต่ในเมืองไทยยังไม่แข็งแรง เนื่องจากคนยังไม่ความสำคัญกับมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาเท่าที่ควร อันนี้รวมถึงด้านอื่นๆ อย่างเช่น บทความ วรรณกรรม ภาพถ่าย วีดีโอคลิป ภาพยนตร์ เกมส์ แอนนิเมชั่น งานออกแบบ หรืออื่น ๆ ด้วยนะครับ

นอกจากนี้กฎหมายที่คุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์ก็ยังขาดความชัดเจน มีช่องโหว่ให้ผู้แสวงหาผลประโยชน์มาหารายได้ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจในวงกว้าง จึงเป็นเรื่องที่เราต้องผลักดันแก้ไขให้ได้ครับ

 

เทคนิคการบริหารเวลา ทั้งงานผู้บริหาร งานสมาคม แถมยังมีเวลาออกกำลังกาย และให้กับครอบครัว

ทั้ง 3 ด้านที่ยกมา งาน สุขภาพ และครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ อย่างสุขภาพนี่ถ้าเป็นไรไปทุกอย่างจบนะ ดังนั้นจึงต้องเต็มร้อยกับทั้ง 3 ด้าน งานด้านธุรกิจบันเทิงไม่ได้ทำงาน 9-5 คือเฉพาะ office hours เท่านั้น แต่ยังมีงานอีเว้นต์ ประชุมกับลูกค้า หรือ พาร์ทเนอร์อื่น ๆ

ดังนั้นการจัดสรรเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่นเราตื่นเช้าอยู่แล้วถ้าไม่มีนัดหมาย อะไรที่ทำได้เช่น ออกกำลังกาย ดูและบ้าน ดูแลครอบครัว ก็ลงตารางไว้ ทำอะไรได้ทำก่อนเลย อย่ารอ บางครั้งวันหยุดนั่งทำงาน ประชุม ติดต่อลูกค้า ดูงานบ้าง ก็ไม่ได้มาคิดว่าทำไมต้องมาทำงานวันหยุด กลับจะสนุกกับมันเสียอีก เพราะมันเป็นเรื่องที่เราเต็มใจ อยากทำ

การแบ่งเวลาสำคัญ แต่มันก็เป็นเพียงเส้นบาง ๆ ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละช่วงเวลาอะไรคือสิ่งที่สำคัญ ที่เป็น priority ต้องทำงานแบบ multi-tasking ให้ได้ด้วยครับ

 

ธรรมะมีประโยชน์กับการทำงานในปัจจุบันอย่างไร ช่วยยกตัวอย่างง่ายๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

“ปัจจุบัน” สำคัญที่สุด ชีวิตมีเพียงปัจจุบันขณะ อดีตก็ผ่านไปแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ อนาคตก็ยังไม่มาถึง ใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบนขณะ อย่างมีสติ

ทำงานจากความว่างเปล่า หมายความว่า ทำโดยเอาผลลัพธ์เป็นตัวตั้ง ใช้ความรู้ ประสบการณ์ ข้อมูลทั้งหมด มาประมวลว่าอะไรคือสิ่งที่ดีทีสุด และกล้าที่จะตัดสินใจทำมัน ในเมื่อไม่ได้เอาตัวตนเป็นที่ตั้ง ว่างเปล่า ก็ไม่ต้องกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเรา ทำให้ดีที่สุด จบ

 

เทคนิคการบริหารทีมในการทำงาน

เปิดใจรับฟัง เวลามีปัญหายอมรับว่ามันเป็นปัญหาระดมสมองแก้ไขมัน ให้เกียรติทีมงานในงานที่มอบหมายไป มองไปข้างหน้า และออกไปข้างนอก สร้างสรรค์โอกาสใหม่ ๆ และช่วยเติมเต็มให้ทีมงานทำงานได้อย่างประสบความสำเร็จครับ

 

เทคนิคในการพัฒนาการฟัง

ฟังจากความว่างเปล่า ความหมายคือ ฟังโดยพยามเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อพยามให้คำตอบ ฟังโดยปราศจากเรื่องราวเดิม ๆ หรืออคติ

เคยเป็นไหมบางคนไม่ทันจะอ้าปากเราก็คิดแล้วว่าเค้าต้องมาแบบนั้นแบบนี้ ในกรณีนี้เราจะไม่ได้ยินอะไรใหม่ ๆ เลยครับ

การฟังจากความว่างเปล่าจะทำให้เราได้ยินสิ่งที่สำคัญจริง ๆ หรือต้นเหตุของปัญหา ที่เราอาจไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยครับ

 

วิธีการบริหารคนไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน โดยเฉพาะคนที่ทำงานมานานไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง

เปิดใจพูดความจริงเกี่ยวกับความรู้สึกที่เรามีเกี่ยวกับการทำงานในส่วนั้น และรับฟังปัญหาของเค้า โดยพื้นฐานแล้วมนุษย์ทุกคนอยากได้รับความสนใจ ได้การยอมรับ และอยากประสบความสำเร็จกันอยู่แล้วทุกคน ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าที่การงาน การเงิน ครอบครัว ความรัก เพียงแต่เค้าอาจติดขัดอะไรบางเรื่อง ด้วยเงี่อนไขอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง

การเปิดอกพูดคุยรับฟัง จะทำให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และสนับสนุนให้เค้าพัฒนาขีดความสามารถของตนเองขึ้นมาได้ ธรรมชาติของคน พอเริ่มประสบความสำเร็จแม้เพียงก้าวเล็กๆ ก็จะเป็นกำลังใจให้เดินต่อได้

 

อะไรคือแรงจูงใจในการทำงานของตัวเอง

ผลลัพธ์ (KPI หรือ Objectives ที่ตั้งไว้) ความสำเร็จและความสุขของทุกคนในทีม เพราะงานจะสำเร็จไม่ได้เลยหากขาดทีมงาน หากประสบความสำเร็จทุกคนก็มีความสุขร่วมกัน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเป้าหมายของธุรกิจที่อยู่ตรงหน้า เช่นเป้าหมายพัฒนาอุตสาหกรรม พัฒนาชาติในด้านที่เราให้คุณค่า ก็จะทำให้เรามีพลังขับเคลื่อน และทำให้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นเรื่องเล็ก และเป็นเรื่องที่เราต้องทำให้สำเร็จ เพื่อที่จะไปต่อได้ครับ

 

มุมมองของผู้บริหารค่ายเพลงต่อ “ติ่ง” ศิลปิน

เราทุกคนก็เป็น หรือเคยเป็น “ติ่ง” อะไรซักอย่างนึงนะ ไม่ดารา นักร้อง ศิลปิน ก็นักกีฬา idol นักธุรกิจ Innovators ต่าง ดังนั้นเราจึงให้เกียรติแฟนเพลง เรียกเค้าว่า “แฟน” ไม่ใช่ติ่งนะครับ

เขารักศิลปินของเรา ช่วยโปรโมท สนับสนุน อุดหนุนศิลปินเรา ในบางครั้งยังทึ่งว่าพวกเค้าทำงานหนักยิ่งกว่าค่ายซะอีก ทำด้วยใจจริงๆ แบบนี้ต้องเรียกว่าผู้มีอุปการะคุณ นะครับเนี่ย

 

ติ่งแบบไหนที่ค่ายเพลงไม่ปลื้ม

แฟนเพลงของศิลปินเราน่ารักมากนะครับ ที่ดื้อ ๆ บอกแล้วไม่เชื่อ ห้ามไม่ฟัง นี่แทบไม่มีนะครับแบบนั้น แฟนเพลงของ Universal Music น่ารักทุกคนครับ

 

ความสำคัญในการพัฒนาตัวเอง พี่รอนพัฒนาตัวเองอย่างไรบ้าง

ต้องเรียนรู้ตลอดเวลาจริง ๆ ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในปัจจุบัน (เหมือนกองทุนรวม 555) ยิ่งยุคนี้ทุกอย่างไม่ใช่แค่เปลี่ยน แต่พลิกเร็วมาก การหยุดนิ่งเฉย ๆ คือจุดจบ การอ่าน ติดตาม แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็น และวิสัยทัศน์ กับผู้คนทุกวงการ จึงทำให้เรา alert ตื่นรู้ และเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลาครับ

นอกจากนี้การอบรมสัมมนาความเป็นผู้นำ การพัฒนาตนเอง ก็ช่วยให้เรามองเห็นตนเองและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ครับ

 

พฤติกรรมหรือนิสัยที่ช่วยให้พี่ประสบความสำเร็จ

เรื่องของ Integrity คือความซื่อสัตย์ต่อตนเอง เป็นคำพูดของตนเองนี่เป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งไม่ใช่แค่การตรงต่อเวลาเท่านั้น แต่หมายถึง การทำในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าคนคาดหวังจากตัวเรา และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำถึงแม้จะไม่มีใครเห็นและไม่ผิด ขั้นสูงสุดคือการที่เราเป็นคำพูดของตัวเองคือเราพูดอะไรไป คนเค้าจะเชื่อถือว่านั่นคือตัวเราได้เลย เรื่องนี้ยังฝึกอยู่เรื่อย ๆ นะครับ

 

คำแนะนำสำหรับน้อง ๆ ที่อยากประสบความสำเร็จในฐานะผู้บริหารบริษัทข้ามชาติ

บริษัทใหญ่ ๆ ที่เป็นบริษัทข้ามชาติมีข้อดีคือมีระบบ ขั้นตอนการบริหารที่ดี หลายแห่งมีระบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เราจึงทำงานได้อย่างสบายใจเพราะเรื่องต่างๆเหล่านี้ได้รับการดูแล สนับสนุนอยู่แล้ว

สิ่งที่สำคัญคือการมี Integrity เช่นการตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบ อันนี้สำคัญมากโดยเฉพาะกับบริษัทต่างชาติ อีกอย่างคือต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก เปิดรับโอกาส ความท้าทายใหม่ หากมีโอกาสได้ไปทำงานในต่างประเทศให้รีบไป อย่าลังเล โดยเฉพาะเมื่ออายุยังน้อย ความรับผิดชอบต่อครอบครัวในเมืองไทยยังไม่มาก แสดงความสามารถให้เต็มที่ บริษัทต่างชาติ KPI ชัดเจน ทำดีได้ดี การเมืองมีบ้างแต่น้อยมากครับ

 

อีก 10 ปีข้างหน้าเห็นตัวเองทำอะไรอยู่

มีความสุข กับสิ่งที่ทำ ไม่ว่าเรื่องงาน สุขภาพ ครอบครัว สังคม ได้ช่วยเหลือสังคมในด้านการศึกษา ศาสนา การพัฒนาตนเอง และ Integrity ความมีวินัยของคนในชาติครับ

 

สมมติว่ามีโอกาสนั่ง time machine กลับไปเจอตัวเองตอนที่ตัวเองจบตรีใหม่ๆ อยากจะบอกอะไรกับตัวเอง

จริง ๆ ถ้าย้อนกลับไปได้คงบอกว่าอย่าทำนั่นอย่าทำนี่ พวกการตัดสินใจที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน การลงทุน เรื่องการเงินต่างๆ บางเรื่องนิ่ง ๆ ไว้ stay on course ก็ได้ผลลัพธ์สุดยอดแล้ว ไม่ต้องยุกยิกมาก

แต่มานั่งคิดดูอีกที หากไม่มีวันเหล่านั้น ก็จะไม่มีวันนี้ที่เป็นแบบนี้ ดังนั้นคงจะบอกตัวเองแค่ว่า “ยินดีที่ได้รู้จักนายนะ” แค่นี้ครับ

________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • 26 ข้อแนะนำจากผู้บริหารที่เด็กจบใหม่ต้องอ่าน

    หลังจากเรียนจบ การเริ่มชีวิตทำงานถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต ทั้งความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น และการปรับตัวเข้ากับองค์กร และเพื่อนร่วมงานในหลายระดับ ในอิสระที่มีมากขึ้นจากตอนเรียน หลายคนกลับรู้สึกเคว้งกับทางเลือก และบทบาทใหม่ของตัวเองในโลกการทำงาน บางคนโชคดีมีหัวหน้า หรือรุ่นพี่ที่ทำงานคอยแนะนำ ชี้แนะ แต่อีกหลายคนไม่มีคนช่วยเตือน รอวันพลาด ก่อนโดนรับน้องชุดใหญ่ คงจะดีไม่น้อย ถ้ามีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ ตอนที่ก้าวสู่โลกการทำงาน เพราะคำแนะนำดี ๆ อาจทำให้ชีวิตการทำงานของเราพัฒนาไปก้าวกระโดดอย่างคาดไม่ถึง แต่ใครล่ะที่น้อง ๆ จะขอคำปรึกษาได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นคนรอบตัวที่รู้จัก รุ่นพี่ที่เรียนมาด้วยกัน ซึ่งอาจไม่เห็นภาพกว้าง หรือมีประสบการณ์มากพอจะให้คำแนะนำ ส่วนตัวก็มีน้อง ๆ มาขอคำแนะนำอยู่บ้าง แม้จะให้คำแนะนำไปตามประสบการณ์ที่พอมี แต่เชื่อว่าคงจะดีกว่า ถ้าเราขอคำแนะนำจากผู้บริหารระดับสูง หรือ HR ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาโชกโชนทั้งไทย และต่างประเทศ นี่จึงเป็นที่มาของ project เล็ก ๆ ที่ผมตั้งใจรวบรวมคำแนะนำ เพื่อเป็นของขวัญแบบ pay it forward เนื่องในเดือนสิงหาคมเป็นเดือนเกิดของตัวเอง คำถามที่ผมส่งไปหาผู้บริหารคือ What would be your one career advice for…

  • [คุยแบบชัชๆ] #002: ฯพณฯ นายบรรสาน บุนนาค

    แขกรับเชิญ [คุยแบบชัชๆ] ท่านที่สอง ผมได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ สิงคโปร์ มาแบ่งปันประสบการณ์ในมุมมองของนักการทูต อาชีพที่น้อยคนจะมีโอกาสได้สัมผัส ตลอดหนึ่งชั่วโมงผมที่สัมภาษณ์ ผมได้เรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่องเกี่ยวกับงานด้านการทูตที่ไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับการทำงาน และการใช้ชีวิตได้ทันที บทสัมภาษณ์นี้อาจจะยาวซักนิด แต่ผมเชื่อว่าคุ้มค่าเวลาแน่นอนครับ _____________________________________________________________________________ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ คุณจะฝึกเมตตากับลูกน้องที่ทำให้ปรี๊ดได้อย่างไร ป้ายแกะสลักชื่อตัวเอง กับคำสอนสำหรับคนที่เริ่มทำงาน ความสอนที่ซ่อนอยู่ในเพลงบัวแก้ว จุดแข็งของคนไทย สิ่งสำคัญที่สุดในการปรับตัวให้เข้ากับสังคม หรือประเทศใหม่ที่ไปอยู่  _____________________________________________________________________________ อยากให้ท่านทูตแนะนำตัวเองในมุมที่คนทั่วไปอาจไม่เคยทราบมาก่อน พี่ชื่อบรรสาน บุนนาค บรรสาน เป็นชื่อที่ล้อมาจากชื่อของคุณพ่อ ซึ่งท่านชื่อ “บรรจบ” สมเด็จพระสังฆราช จวน อุฏฐายี ท่านทรงตั้งให้ ชื่อ”บรรสาน” เป็นคำแผลงของคำว่า “ประสาน” โดยธรรมชาติของชื่อ น่าจะทำหน้าที่ประสานงาน ประสานความสัมพันธ์เรื่องต่าง ๆ ได้ พี่เรียนจบปริญญาตรีที่จุฬาฯ ก่อนไปต่อปริญญาโทที่อเมริกา ที่ University of Detroit, Michigan

  • ฝึกวิธีคิดแบบสายลับ CIA

    เวลาผมดูหนังสายลับ ไม่ว่าจะเป็น James Bond,  Mission Impossible, Jason Bourne นอกเหนือจากอุปกรณ์ gadget เท่ ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมอดทึ่งไม่ได้ คือ ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ข้อมูลภายใต้ความกดดันและเวลาที่จำกัด ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง วันก่อนผมอ่านหนังสือสั้น ๆ เล่มหนึ่ง เขียนโดยอดีต CIA เล่าเรื่องวิธีการคิดของสายลับ ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจ และเอามาใช้ได้จริง เลยขอถอดกระบวนวิธีคิดของสายลับมาเล่าสู่กันฟัง พูดถึงวิธีการคิด ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คน (รวมถึงผมด้วย) เริ่มจากการหาข้อมูล เพื่อหาทางเลือก และประกอบการตัดสินใจ ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง ปัญหาที่เราเจอในปัจจุบันไม่ใช่หาข้อมูลที่ต้องการได้ยาก แต่เป็นตรงกันข้ามคือข้อมูลเยอะมาก จนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน หรือเท่าไหร่ถึงจะพอ หลายครั้งที่เราติดอยู่ที่ขั้นนี้ ใช้เวลาเก็บข้อมูลมาก มีข้อมูลเยอะแยะ แต่ก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ เพราะไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่เรามีครอบคลุมทุกทางเลือกหรือยัง สำหรับวิธีการคิดของสายลับ ซึ่งปรับมาจากวิธีทดลองของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้เริ่มจากการเก็บข้อมูล ถ้าเราจำการทดลองสมัยมัธยมได้ กระบวนการทดลองไม่ได้เริ่มจากการเก็บข้อมูล แต่เริ่มจากการสร้างสมมติฐานก่อน เช่น แสงแดดมีผลต่อการงอกของถั่วเขียว เป็นต้น เมื่อได้สมมติฐาน ถึงจะเริ่มทำการทดลองเก็บข้อมูล ปลูกถั่วเขียวในห้องมืด เทียบกับปลูกในห้องปกติ…

  • |

    เด็กฝึกงาน ใครคิดว่าไม่สำคัญ?

    [หลังจากบทความเรื่อง Treat your intern right! ที่เขียนลง The Nation คอลัมน์ Tweeple’s Corner วันอาทิตย์ที่ผ่านมา นึกขึ้นได้ว่าน่าจะแปล(บทความตัวเอง)เป็นภาษาไทย ให้อีกหลาย ๆ คนได้อ่านด้วย ออกตัวไว้ก่อนว่าการแปลนี้ไม่ได้แปลคำต่อคำ จึงมีการตัดและเพิ่มตามความพอใจ เพราะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทความแล้ว :P ] ทุกๆปี น้องๆนิสิต นักศึกษาปี 3 ส่วนใหญ่จะใช้เวลาปิดเทอมใหญ่ไปฝึกงาน ซึ่งบ้างก็ทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร (ไม่ทำไม่จบว่างั้น) บ้างก็ต้องการสร้าง portfolio สวย ๆ สำหรับทำงาน/เรียนต่อ หรือต้องการอยากได้ประสบการณ์ทำงานจริง ๆ แต่คุณรู้รึปล่าวว่าเด็กฝึกงานเค้าทำอะไรกัน? ผมเชื่อว่าเราอาจเคยได้ยินตั้งแต่ไม่มีอะไรให้ทำ ชงกาแฟ ถ่ายเอกสาร ไปจนถึงทำงานที่มีคุณค่ามากๆประหยัดให้องค์กรเป็นล้าน และทำให้พี่พนักงานประจำหลายคนเริ่มร้อนๆหนาวๆกับเก้าอี้ตัวเอง… ^^” ด้วยงานที่ทำอยู่ ทำให้ผมเห็นความสำคัญของโครงการนักศึกษาฝึกงาน ทั้งต่อตัวเด็กเอง และต่อบริษัทด้วย สำหรับน้องนิสิต-นักศึกษา นี่เป็นโอกาสแรกๆที่จะได้สัมผัสชีวิตการทำงาน ที่เราจะต้องเจออีกค่อนชีวิตหลังจากที่เราเรียนจบ ซึ่งการเรียนได้คะแนนดีๆ เกรดสวยหรูไม่ได้รับประกันความสำเร็จในการทำงาน (เป็นได้อย่างมากก็แค่ใบเบิกทางที่ดี) นอกจากนั้นน้องจะได้ฝึกเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาจากโจทย์ มาเป็นตั้งโจทย์ (และแก้ปัญหา)เอง…

  • 4 ทักษะที่ควรเรียนรู้เพื่อประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21

    ในโลกที่เทคโนโลยี และองค์ความรู้ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Half-life ของสิ่งที่เราเรียนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยสั้นลงจนแทบจะใช้ไม่ได้เมื่อเข้าสู่โลกการทำงาน ถามว่า ทักษะอะไรที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในโลกปัจจุบัน หรืออนาคตอันใกล้นี้? ถ้ามองสิ่งที่โรงเรียนสอน โดยเฉพาะในเมืองไทย เรายังเห็นว่าการศึกษาส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการ’ป้อน’ความรู้ หรือข้อมูล ที่ปัจจุบันหาได้เพียงไม่กี่ ‘คลิ๊ก’ บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีโอกาสล้าสมัยได้เร็วที่สุด มากกว่าทักษะที่ช่วยในการพัฒนาเพื่อการทำงานต่อในอนาคต ผมอ่านเจอคำตอบเรื่องนี้จากส่วนหนึ่งของบทความ What Kids Need to Learn to Succeed in 2050 ซึ่งกล่าวถึง 4 ทักษะ (the four Cs) ซึ่งแนะนำโดย Partnership for 21st Century Learning, P21 ว่าคือ 1. Critical thinking

  • [Mentor แบบชัชๆ] ทำไมคนไทยถึงไม่ได้ขึ้นเป็น Top Management

    [Mentor Profile] Japanese Sales Director, Japanese Global Company Mentor: คุณรู้รึเปล่า ว่าบริษัทญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนที่ผู้บริหารระดับ top management ต้องเป็นคนญี่ปุ่นเท่านั้น ตอนนี้หลายบริษัทรวมทั้งบริษัทผม เริ่มเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงได้ Me: ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยเลยครับ Mentor: ที่น่าแปลกใจ คือตอนนี้เรามีปัญหาในการหาคนไทยในองค์กรที่จะก้าวขึ้นมาเป็น top management ได้ยาก Me: เรื่องนี้น่าสนใจ คุณพอจะขยายความหน่อยได้มั้ยครับ ว่าคนไทยขาดอะไร? Mentor: ในความคิดผม สิ่งที่คนไทยขาด มี 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องการวางแผน (planning) ถ้าเทียบกับวัฏจักร PDCA (Plan-Do-Check-Act) คนไทยส่วนใหญ่มีจุดแข็งเรื่อง Do หรือการทำ ขณะที่เรื่องอื่นโดยเฉพาะการวางแผนยังค่อนข้างอ่อน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *