แปลงความสงสัยเป็นจุดด้วย Info Sponging


Stay hungry. Stay foolish.

– Steve Jobs

ผมเชื่อว่าทั้งสาวก และไม่ใช่สาวกของ Apple จำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับประโยคนี้ของท่านศาสดา Steve Jobs กันดี

เป็นประโยคที่กระตุ้นให้เราไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ถามว่าเรียนรู้ไปเพื่ออะไร?

ก็อาจจะตอบแบบเท่ๆได้ว่า เพื่อเอามาต่อจุด (connect the dots) เพื่อสร้างองค์ความรู้ หรือนวัตกรรมใหม่กับงาน หรือชีวิตของเราเอง

You can’t connect the dots looking forward; you can only connect them looking backwards. So you have to trust that the dots will somehow connect in your future.

– Steve Jobs

สมมติว่าคุณเชื่อศาสดา Steve Jobs อยากต่อจุดกับเขาบ้าง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง?

ผมขอแนะนำเทคนิคที่ Jeff Hoffman กล่าวไว้ใน TEDxWallStreet ปี 2012 ที่เรียกว่า

Info Sponging หรือการทำตัวเป็นฟองน้ำดูดซับข้อมูล

Jeff แนะนำให้ใช้เวลา 20 นาทีทุกวัน สงสัย ตั้งคำถาม เรียนรู้ หรือหาข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องรอบตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานที่ทำ

ยิ่งต่างกันคนละโลกทำสิ่งที่ปกติทำยิ่งดี

เช่น ทำงานด้านสายศิลป์ อาจจะลองสงสัยชนิดของหลอดไฟที่บ้าน ว่ากำลังกี่วัตต์มันคืออะไร?

เป็น HR อาจจะลองฝึกอ่านงบการเงินของบริษัท เป็นต้น

แล้วจดข้อมูลที่น่าสนใจที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน

มองข้อมูลที่เราจดทั้งเก่า ทั้งใหม่แล้วลองถามตัวเองว่า

 

มีอะไรที่วันนี้ฉันสามารถทำได้เพิ่มจากเมื่อวานจากข้อมูลเหล่านี้บ้าง?

 

วันแรกอาจไม่เห็นอะไร

ผ่านไปเดือนนึงก็อาจจะยังมองไม่ออก ก็อย่าเพิ่งท้อ

สิ่งที่เราเรียนรู้มาใหม่ในแต่ละวันนี่แหละ คือ จุด

จุดที่วันหนึ่งคุณอาจเริ่มเห็นความสัมพันธ์ และเอามาต่อยอดได้

ปัญหาที่เจอส่วนใหญ่คือ เรามีจุดไม่มากพอ เพราะไม่ขวนขวายเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ 

หรือจุดของเรา เป็นจุดซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆที่เราถนัด หรือสนใจ ทำให้ขาดความหลากหลายที่จะนำมาต่อยอดให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ที่หลุดจากกรอบเดิมๆได้

ลองดูนะครับ

มองโลกด้วยความสงสัย ใคร่รู้เหมือน เจ้าหนูจำไม

ค่อยๆเก็บจุดของคุณ

วันนึงเมื่อจุดคุณมากพอ วันนั้นคุณจะได้ประโยชน์จากการสะสมความรู้ที่หลากหลาย และต่อจุดได้เมื่อคุณมองกลับไป

____________________________________________________________

TEDxWallStreet ที่ Jeff Hoffman พูดเต็มๆ เรื่อง The Power of Wonder ซึ่งอธิบายเรื่อง Info Sponging

[youtube id=”dcV4RXC-V94″]

____________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

 

Similar Posts

  • อย่าพลาดแบบนี้นะน้องๆ Gen Y

    สัปดาห์ที่ผ่านมาได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องๆ Gen Y เกี่ยวกับการทำงานที่ฟังแล้วเสียดายแทนโอกาสในอนาคต เลยเก็บมาเล่าเป็นข้อคิดให้ลองคิดดูนะครับ ตัวอย่างที่ 1 น้องฝึกงานจบ พี่ HR โทรไปขอบคุณ และสรุปผลการประเมิน ซึ่งน้องคนนี้ทำไม่ได้ดีเท่าไหร่ ก่อนวางสาย พี่ HR บอกว่าขอให้ feedback น้องได้มั้ย? ปรากฏว่าน้องวางสายใส่เลย…   ตัวอย่างที่ 2 ผู้จัดการนัดผู้สมัครมาสัมภาษณ์งาน

  • |

    Effective Communication Coaching Session by Paul Kiely

      วันนี้ได้ฟัง Paul Kiely ซึ่งเป็น Director ที่ทำงานกับบริษัทมาแล้วกว่า 30 ปี พูดให้ผู้จัดการที่โรงงานฟัง เรื่องการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับทุกคน โดยเฉพาะถ้าไม่อยากพูดแล้วพูดอีก หรือ พูดแล้วคนฟังเข้าใจผิดแล้วทำอีกอย่าง แม้จะใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียว แต่ก็เป็นหนึ่งชั่วโมงที่ประทับใจมาก ปกติเป็นคนที่ชอบสังเกตคนที่พูด หรือสื่อสารเก่งๆ ในฐานะที่เป็นคนสอนเรื่อง Effective Presentation อยู่แล้วด้วย Paul เป็นคนหนึ่งที่สามารถใช้เป็นแบบอย่างที่ดีมากๆคนหนึ่ง เค้าใช้เทคนิคต่างๆเกี่ยวกับการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น การสบตา การโต้ตอบกับคนฟัง การทำให้ทุกคนผ่อนคลาย ไม่เกร็ง การตอบคำถามที่ตรงประเด็น อารมณ์ขัน และอื่นๆอีกมากมาย จริงๆวันนี้แค่สังเกต Paul พูดเฉยๆ โดยไม่ต้องสนใจเนื้อหาก็ถือว่าเกินคุ้มกับเวลา 1 ชั่วโมงแล้ว ช่วงแรกคุยเรื่องอุปสรรคในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็มีมากมาย เช่น ภาษา วัฒนธรรมที่ต่างกัน การเข้าใจว่าอีกฝ่ายเข้าใจ ฯลฯ แล้วก็แนะนำเทคนิคบางข้อที่จะช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่… Listen ฟัง ฟังให้รู้ว่าคนพูดจะสื่ออะไร เคยเจอมั้ยว่าคนพูดเตรียมข้อมูลมาอย่างดี…

  • การบริหารความเปลี่ยนแปลงในองค์กรกับทฤษฏีหนอนกระดึ๊บ (Inch Worm Theory: How to manage organization change)

      เห็นชื่อหัวข้ออย่าเพิ่งตกใจว่าอ่านบล็อกหรือวิทยานิพนธ์อยู่กันแน่? (แต่ถ้าจะเอาจริงๆก็เชื่อว่าเป็นหัวข้อThesisได้เลย) และต้องออกตัวด้วยว่าโพสนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังของค่ายGTH ที่เพิ่งเข้าโรง… ^^” เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่สุดที่ผมได้เรียนรู้ระหว่างที่ไปอบรมที่เซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนที่แล้ว ผมเชื่อว่าเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ต้องเจอกันทุกองค์กรไม่มากก็มากที่สุด :P ทฤษฏีหนอนกระดึ๊บ (Inch Worm Theory) นี้ซึ่งคนสอนตั้งเองจากประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปีบอกว่าโดยทั่วไปคนในองค์กรจะแบ่งออกเป็น5กลุ่มและมีการกระจายตัวแบบปกติ (Normal Distribution) เพื่อให้ง่ายในการอธิบาย ผมขอสมมติให้แกนXแทนตำแหน่งของมาตรฐานการทำงานของคน(ยิ่งขวายิ่งดี มาตรฐานสูง) และแกนYแทนจำนวนคน กลุ่มแรกคือคนในสีน้ำเงินทางขวาคือกลุ่มทีีบริษัทชอบมากเพราะมาตรฐานสูง เป็น role model ขององค์กร กลุ่มต่อมาก็ค่อยๆไล่กันลงมาจากเขียวด้านขวา(เกาะกลุ่มผู้นำ) แดง(คนส่วนใหญ่) เขียวซ้าย(มั่นใจว่าฉันไม่แย่ตราบใดที่ยังมีกลุ่มน้ำเงินทางซ้ายอยู่) และน้ำเงินซ้ายที่ทุกคน(รวมถึงเจ้าตัว)ก็รู้ว่าตัวเองรั้งท้ายในองค์กร สมมติว่าองค์กรต้องการจะยกมาตรฐานในการทำงานของพนักงานขึ้น (เขยิบไปทางขวา) ถามว่าองค์กรจะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างไร? ให้เวลาลองคิดดูซักหน่อย แล้วค่อยอ่านต่อ … ถามว่าทั้งองค์กรจะปรับตัวไปทางขวาพร้อมๆกัน และยังคงการกระจายตัวแบบปกติอยู่มั้ย? คำตอบคือ ไม่ การเปลี่ยนแปลงขององค์กรจะเป็นลักษณะของหนอนกระดึ๊บ ยังไง?

  • one big goal per year – เคล็ดลับภาษาจีนของ Mark Zuckerberg

    [youtube id=”S5qXkPNk5cA” height=”353″ width=”574″ marginbottom=”15″] วันก่อนเห็นคนแชร์คลิปที่ Mark Zuckerberg พูดภาษาจีนในช่วง Q&A ที่มหาวิทยาลัย Tsinghua ตอนแรกนึกว่าจะเป็นการพูดสวัสดี แนะนำตัว นิดๆหน่อยๆแบบที่คนต่างชาติทำเพื่อซื้อใจคนจีน ที่ไหนได้ พี่แกพูดภาษาจีนตลอดช่วง Q&A เกือบครึ่งชั่วโมง แถมมีปล่อยมุกเรียกเสียงหัวเราะด้วย ต้องบอกตรงๆว่า WOW เหนือความคาดหมายจริงๆ ในฐานะที่ผมเคยเรียนภาษาจีนมาก่อน พอฟังออกระดับนึงยังอดทึ่งไม่ได้ ถึงความพยายามจนสามารถพูดโต้ตอบได้ระดับนี้ เลยไปหาข้อมูลดู ถึงรู้ว่าจริงๆแล้วการฝึกภาษาจีนของ Mark เป็นส่วนหนึ่งของ one big goal per year ที่เขาตั้งใจเป็น personal challenge ในปี 2010 1 ปีตั้งเป้าหมายอย่างเดียว แล้วทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเป้าหมายของ Mark Zuckerberg ในปีที่ผ่านๆมา เช่น 2009 : ใส่เนคไทด์ไปทำงานทุกวัน 2010 : ฝึกภาษาจีน 2011…

  • 3 คำถามสำหรับถามตัวเองทุกวัน

    ผมเชื่อว่าคุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถามที่เราถามตัวเอง ผมอ่านเจอชุดคำถามที่ไว้ถามตัวเองเพื่อสะท้อน และฉุกความคิดของเราอยู่หลายชุด แต่ชุดคำถามนี้ผมฟังมาจากบทสัมภาษณ์ของคนที่ประสบความสำเร็จคนนึง ซึ่งเขาใช้ถามตัวเองทุกวัน ผมเห็นว่าสั้น จำง่าย และดูน่าสนใจ เลยลองใช้ถามตัวเองบ้างแล้วติดใจ เลยเอามาแบ่งปันกันครับ วิธีใช้ แต่ละคำถาม ใช้ถามตัวเองในเวลาต่าง ๆ ทุกวัน เหมือนทานยา 3 เวลาหลังอาหารเพราะแต่ละคำถามมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน   คำถามแรก Why me?

  • หลักความจริงที่เราควรพิจารณาทุกวัน

    วันนี้มาแนวธรรมะหน่อย ได้อ่านเจอตอนบวช แล้วรู้สึกถูกใจมาก สำหรับหลักความจริงทั้ง 5 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ สำหรับเตือนสติทุกคน เพราะเป็นความจริงที่ต้องประสบทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน ไม่สามารถหลีกหนีไปได้ การพิจารณาหลักความจริืงทั้ง 5 ข้อ อยู่เนืองๆสม่ำเสมอทุกวันจะช่วยให้เรามีสติ อยู่บนความจริง และลดความหลงระเริง มัวเมาในชีวิต และดำเนินชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทได้เป็นอย่างดี พระพุทธองค์ได้ตรัสเรื่องนี้ไว้ว่า…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *