5 นิสัยสร้างความสุขต้อนรับปีใหม่

Happy people is jumping in field

ปีใหม่ทุกปีเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เตรียมพร้อมรับสิ่งดีๆต้อนรับสิ่งปีใหม่

ช่วงนี้หลายคนคงได้รับคำอวยพรในรูปแบบต่างๆ ทั้งการ์ดอวยพร, e-mail, หรือแม้แต่ข้อความอวยพรเก๋ๆใน LINE เพื่อส่งความสุขให้แก่กัน

พูดถึงความสุข เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากมี แต่แทนที่จะอวยพรส่งความสุขเหมือนคนอื่น ผมขอส่งความสุขด้วยการแนะนำ 5 นิสัยสร้างความสุข (Happy habits) จาก Shawn Achor ผู้แต่งหนังสือ The Happiness Advantage: The Seven Principles of Positive Psychology That Fuel Success and Performance at Work

ซึ่ง Shawn บอกว่า เพียงทำติดต่อกัน 21 วัน หรือ 3 อาทิตย์ จนเป็นนิสัยคุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน

  1. ทุกเช้า เขียน 3 อย่างที่เรารู้สึกอยากขอบคุณ จะขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ที่คอยดูแล ขอบคุณแมวที่นอนข้างกัน หรือขอบคุณที่ตื่นมายังมีลมหายใจก็ได้ แต่ต้องคิดใหม่ทุกวัน อย่าซ้ำเดิม
  2. ใช้เวลา 2 นาทีทุกวัน จดบันทึกเรื่องราวดีๆหนึ่งเรื่อง ที่เกิดขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยิ่งละเอียดยิ่งดี
  3. ทำสมาธิ 2 นาทีทุกวัน หลายคนแค่นึกก็หลับแล้ว แต่ทำสมาธิในที่นี้ แค่นั่งสบายๆ หลับตา ผ่อนคลาย ตามหายใจเข้า-ออก เพียง 2 นาที เท่านั้น ไม่เกินความสามารถใช่มั้ยครับ?
  4. ช่วยคนอื่นอย่างง่ายๆทุกวัน โดยไม่ต้องเสียเงิน หรือ เวลา แต่อาจต้องสร้างสรรค์บ้าง เช่น ขอบคุณแม่บ้าน กดลิฟท์รอคน เปิดประตูค้างให้คนข้างหลัง หรือจ่ายเงินค่ากาแฟให้สาวน่ารักคนข้างหลัง (อะไรนะ?)
  5. ออกกำลังกายวันละ 15 นาที ให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า เพราะจะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ อยู่บ้านก็อาจกระโดดตบ อยู่ที่ทำงานก็ลองเดินแทนการใช้ลิฟท์หรือบันไดเลื่อน ถ้าขึ้นลงชั้นเดียว อยากให้ร่างกายอยู่นิ่งไม่ว่าจะนั่ง หรือนอน นานเกินไป

จะเห็นว่าทั้ง 5 ข้อ ไม่ยากเกินความสามารถของทุกคน แต่ช้าก่อน…

คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มทำทั้ง 5 อย่างพรุ่งนี้ เพียงเลือก 1 อย่างที่คุณอยากทำ แล้วทำทุกวันจนติดเป็นนิสัยก่อนจะเพิ่มอีก 1 อย่าง

ไม่ต้องเร่ง ค่อยๆทำทีละอย่าง ให้ติดเป็นนิสัย

แล้วความสุขก็อยู่กับคุณ

สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ

Similar Posts

  • อย่ายอมแพ้

    เวลาทำงาน แน่นอนกว่าทุกอย่างคงไม่ได้ราบเรียบ สมหวัง เป็นไปตามแผนที่วางไว้ สิ่งที่สำคัญคือเมื่อวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ ทำอะไรก็ผิด ไม่ได้ดั่งหวัง เจอทางตัน โดนปฏิเสธ จนท้อใจ เราจะรักษาใจของเราอย่างไรไม่ให้หมดแรง หรือหมดไฟไปกับอุปสรรคที่เข้ามา สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตจากที่คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนก็ล้วนผ่านความล้มเหลว ผิดหวังมาครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนกัน ใช่ว่าหนทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบไร้ขวากหนามต่างจากคนที่ล้มเหลว แต่มุมมองต่อสถานการณ์ และบทเรียนที่เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างๆ เป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาสู้จนประสบความสำเร็จ แม้จะอ่านเจอความพยายามของคนที่ประสบความสำเร็จในอดีตหลายคน แต่ส่วนตัวก็ยังรู้สึกว่าเป็นคนละสมัย ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ (แม้ว่าบทเรียนเรื่องความพยายาม และไม่ยอมแพ้ต่อปัญหานั้นจะไม่ต่างกันมาก) แต่ถ้าได้เป็นคนที่กำลังประสบความสำเร็จในปัจจุบันจะรู้สึกสัมผัสได้ ใกล้ตัว และสามารถเชื่อมโยงได้ง่ายกว่า ซึ่งในที่นี้ผมกำลังจะพูดถึงคุณ Jack Ma ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Alibaba e-commerce บุคคลที่มีทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คุณรู้มั้ยว่า Jack Ma สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่านถึง 3 ครั้ง สมัครงานแล้วถูกปฏิเสธจาก 30 ที่ ตอน KFC มาเปิดที่เมือง มีคนไปสมัครงาน 24 คน รวมถึง Jack Ma แล้ว 23 คนได้งาน…

  • ลีกวนยูที่ผมรู้จักใน 7 วันที่ผ่านมา

    วันนี้ (29 มีนาคม 2558) เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ กับรัฐพิธีเคารพศพนาย ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ ที่ถึงแก่อสัญกรรมวันจันทร์ที่ผ่านมา ในฐานะที่ได้ทำงานที่สิงคโปร์มาปีกว่าๆ และได้สัมผัสกับระบบการทำงานของข้าราชการ และระบบและแผนต่างๆของประเทศนี้ ต้องยอมรับจริงว่า ลี กวน ยู เป็นบุคคลที่สำคัญ และผลักดันวิสัยทัศน์ จนออกมาเป็นรูปธรรม และเปลี่ยนประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งไม่มีทรัพยากรอะไร จากประเทศเกิดใหม่ด้อยพัฒนา ก้าวหน้าจนกลายเป็นประเทศพัฒนา เจริญอันดับต้นๆ เพียงหนึ่งชั่วอายุคน ต้องออกตัวก่อนว่า ตอนเรียนมัธยมวิชาสังคม ก็ได้ยินชื่อของลี กวน ยู ว่าเป็นคนสำคัญ เป็นนายกคนแรกและยาวนานแบบผูกขาดหลายสิบปี ก่อนจะถอยออกมาอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ได้ทำความรู้จักหรือจำรายละเอียดเกี่ยวกับท่านได้มากเท่าไหร่ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากวันจันทร์ที่ ลี กวน ยู ถึงแก่อสัญกรรม ผมได้รู้จักท่านมากขึ้นผ่านสารคดี และข่าวต่างๆทั้ง Channel News Asia ของสิงคโปร์เอง สื่อต่างประเทศอย่าง BBC, Discovery Channel และนิตยสาร The Economist ที่ต่างนำเสนอบทความต่างๆเกี่ยวกับลี…

  • |

    30 second MBA

    ช่วงนี้งานเข้าติดกัน ทำให้ยังไม่สามารถปลีกตัวมาเขียนได้บ่อยๆเหมือนเดิม… ต้องขออภัยแฟนๆที่ติดตามและถามว่าเมื่อไหร่จะอัพเดตblog ซะที มา ณ ที่นี้ด้วย… _________________________ วันนี้ไปเจอเวปที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบริหาร ของ FastCompany ชื่อว่า 30 second MBA เหมาะสำหรับคนที่เวลาเป็นสิ่งมีค่าอย่างพวกเรา เพราะแต่ละคลิปแค่ 30 วินาทีเท่านั้น โดยแต่ละ่อาทิตย์จะมีโจทย์คำถามเกี่ยวกับการบริหารต่างๆ แล้วให้ CEO บริษัทต่างๆมาตอบภายใน 30 วินาที วันละคน เพราะฉะนั้น ก็มีแต่เนื้อๆ น้ำไม่เกี่ยว ถ้าสนใจก็คลิ้กดูที่รูปได้เลยครับ…

  • กว่าจะเรียนจบก็สายไปแล้ว

    ไม่แน่ใจว่านิสิต นักศึกษาที่เพิ่งจบตอนนี้หางานยาก มากน้อยแค่ไหน? วันก่อนผมทานข้าวกับน้องคนสิงคโปร์คนหนึ่งที่เพิ่งจบปริญญาตรี และมาร่วมทีมในฐานะพนักงานสัญญาจ้าง เลยชวนคุยเรื่องสถานการณ์ของเด็กจบใหม่ที่นี่ สิ่งที่ผมได้ยิน ถือว่าสถานการณ์ของบัณฑิตใหม่ที่สิงคโปร์ไม่ค่อยดีนัก บัณฑิตใหม่ใช้เวลาหางานเฉลี่ย 6-8 เดือนก่อนจะได้งานแรก ซึ่งเป็นทุกสาขา รวมถึงมหาวิทยาลัยชื่อดัง ตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการประสบการณ์ก็มีแต่งานด้านบริการ ใน fast food chain ซึ่งเด็กมัธยมก็ทำได้ บริษัทส่วนใหญ่ต้องการคนที่ประสบการณ์ 5-8 ปี ตำแหน่งที่เปิดสำหร้บคนที่ประสบการณ์ไม่พอจะเป็นในรูป พนักงานสัญญาจ้าง 6 เดือน – 2 ปี พ่อแม่เริ่มกดดัน เด็กก็เริ่มเครียดหลังจากจบแล้วหางานไม่ได้ สุดท้ายหลายคนหางานไม่ได้ เลยตัดสินใจเรียนต่อโท ผมมองว่าภาพนี้จะเหมือน time machine เล็กๆที่จะสะท้อนสภาพการจ้างงานของบัณฑิตใหม่ของไทยในอนาคตอันใกล้ อย่าลืมว่าเด็กในสิงคโปร์ส่วนใหญ่พูดได้คล่องทั้งอังกฤษ และภาษาท้องถิ่น (จีน, มาเลย์, ฯลฯ) ยังมีปัญหาในการหางาน เชื่อว่าการแข่งขันหลังเปิด AEC โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติคงแข่งขันกันมันกว่าตอนนี้แน่นอน

  • |

    ออกความเห็นในที่ประชุมให้เป็น

    เวลาที่คุณไปประชุม แล้วอยากพูดเพื่อแสดงความเห็น คุณจะทำยังไง?   ไม่ยาก เพราะมีแค่ 2 ทางเลือก คือ พูด กับ ไม่พูด ปัญหาคือ ถ้าเราเลือกที่จะ “พูด” แต่ดันพูดไม่เป็น ผลลัพธ์ ก็อาจจะออกมาแย่กว่าไม่พูด ตั้งแต่อาจโดนมองว่าอยากดัง ความเห็นไม่เห็นมีประโยชน์ ก้าวร้าว หรือไปทับเส้นใครแล้วโดนตอกกลับหน้าหงาย ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการเลือกที่จะพูดเพื่อที่จะแสดงความเห็นของตัวเอง ก่อนที่ประสบการณ์ (แย่ๆ) จะค่อยๆบอกให้เราหุบปาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะที่ผ่านมาเรายังแสดงความเห็นไม่เป็น เมื่อโตขึ้นหลายคนจึงเลือกที่จะ “ไม่พูด” แล้วไปบ่น หรือระบายกับเพื่อนหลังประชุมเสร็จ ซึ่งก็ไม่มีประโยชน์กับตัวเองและทีมเลย ผมอ่านเจอเทคนิคการพูดเพื่อเสนอความคิดของเราในที่ประชุมจาก Chris Argyris, Harvard Business School ซึ่งผู้บริหารของ P&G พยายามนำมาใช้ (source: Playing to Win: How Strategy Really Works) โดยก่อนจะออกความเห็น ให้พูดประโยคนำนี้ก่อน I have a view…

  • |

    การให้ และขอคำแนะนำจากหัวหน้า

      ผมไม่รู้ว่าคนอื่นมีปัญหานี้เหมือนผมรึปล่าว? ตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ เวลามีปัญหาไม่รู้ว่าจะขอคำแนะนำจากหัวหน้ายังไงถึงจะดี กลัวไปสารพัด ว่าถ้าแก้ปัญหาแล้วเข้าไปถามทื่อๆก็กลัวจะถูกหาว่าทำไมเรื่องง่ายๆแค่นี้คิดไม่ได้ บางปัญหาพอลองคิดแล้วคิดไม่ออก พอไปถามกลายไปว่าทำไมเพิ่งมาถามตอนนี้ เช่นเดียวกับการให้คำแนะนำหัวหน้า และข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในฐานะที่เรารับผิดชอบเรื่องนั้นอยู่ หรืออยู่ใกล้หน้างานมากกว่าหัวหน้า ซึ่งเป็นธรรมดาที่หัวหน้าต้องการคำแนะนำจากเรา แต่หลายครั้งที่เราเสนอสิ่งที่เราคิดว่าดีกว่า แต่สุดท้ายหัวหน้ากลับเลือกอีกอย่าง แล้วยังไงต่อล่ะ ไปไม่เป็นเลย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *