ความคาดหวังกับขนมลูกไ่ก่

ขนมลูกไก่

หายไปเที่ยวญี่ปุ่นมาสองอาทิตย์ แต่ก็ยังดีใจที่มีเพื่อนๆแวะเข้ามาอ่านอยู่สม่ำเสมอ… ^__^

กลับมาคราวได้นี้ได้ทั้งพลัง และไอเดียใหม่ๆมาแบ่งปันกันอีกเช่นเคย

วันนี้ขอเล่าเรื่องความคาดหวังกับขนมลูกไก่ให้ฟังก่อน

คือ ก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่นมีเพื่อนบอกว่านอกจาก Tokyo banana ที่ขึ้นชื่อสำหรับซื้อเป็นของฝากแล้ว ก็มีขนมลูกไก่ ที่ทั้งน่ารัก ทั้งอร่อย

ก่อนกลับผมก็แวะที่สนามบินซื้อทั้งสองอย่าง

พอกลับถึงบ้านก็ได้ทำ QC check ก่อนไปฝากชาวบ้าน

ซึ่งจากการทดสอบ(ชิม) พบว่า Banana Tokyo ผ่านทั้งหน้าตา และรสชาติ (เพราะได้ชิมมาจากญี่ปุ่นแล้ว)

แต่เจ้าขนมลูกไก่นี่สิ แกะห่อมาก็หน้าตาน่ารักดี (ดูได้จากรูปประกอบด้านบน)

รสชาติกลับผิดหวังอย่างแรง

เลยบอกเพื่อนๆว่าไม่อร่อย ไม่น่าซื้อมาเลย

แต่เพื่อนๆที่ได้ชิมกลับบอกว่าก็โอเค ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหนิ – -”

ทันใดนั้นก็เกิดปิ้งเรื่องความคาดหวังที่ต่างกันกับของเหมือนกัน ผลลัพธ์เลยต่างกัน

จริงๆแล้วขนมลูกไก่น่าจะอร่อยปานกลาง แต่…

เราคาดหวังสูง (จากที่่เพื่อนบอก) เลยรู้สึกว่าไม่อร่อย (เทียบกับความคาดหวัง)

ขณะที่เพื่อนๆคาดหวังต่ำ (จากที่ผมบอกว่าไม่อร่อย) เลยรู้สึกว่าอร่อย (กว่าที่คาด)

…..

พูดถึงเรื่องความคาดหวังก็ย้อนนึกขึ้นมาถึงเรื่องงาน

หลายครั้งที่ความคาดหวัง (expectation) ที่ไม่ตรงกันทำให้ทีมขัดแย้งกันและผลงานไม่เกิดอย่างที่ควรจะเป็น

ในบางบริษัทถึงกับมีการสอนเรื่องการบริหารความคาดหวัง เพราะนั่นหมายถึงความก้าวหน้าของเรา และผลงานของทีมเรา

สำหรับบทเรียนที่ได้มาจากการทำงาน เรื่องความคาดหวังมีอยู่ 2 ข้อ

1. เ้ข้าใจในความคาดหวังจากคนที่เราทำงานด้วยให้ได้เร็วที่สุด ยิ่งเร็วยิ่งดี โดยเฉพาะกับหัวหน้า และลูกน้องโดยตรงของเรา ที่เราต้องอธิบายให้เคลียร์ที่สุด ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหา่ต่างๆตามมามากมาย

2. อย่าคิดว่าคนอื่นเข้าใจว่าความคาดหวังของเราเป็นอย่างไร พยายามอธิบายให้ละเอียดพอที่คนอื่นจะเข้าใจจริงๆ อย่านึกเอาเองว่าคนอื่นคิดเหมือนที่เราคิด แต่ให้คิดว่าสามารถสอนได้ เช่น ผมคาดหวังให้ทุกคนมี high standard มีโอกาสสูงมากที่แต่ละคนจะมีภาพ high standard ที่ต่างกัน แต่ถ้าเรายกตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่ออธิบายว่า high standard ของเราเป็นอย่างไร ในมุมที่คนอื่นใช้ในการทำงานจริง ก็จะเป็นการปรับความคาดหวังให้ตรงกันมากขึ้น

ถ้าใครมีข้อคิดจะเสริมเรื่องการจัดการกับความคาดหวังอย่างไรก็อย่าลืมมาแบ่งปันกันนะครับ…

Similar Posts

  • “คุณเข้าใจมั้ย?” คำถามที่ไม่ควรถาม

    “คุณเข้าใจมั้ย?” เมื่อก่อนผมมักใช้คำถามนี้ไม่ว่าจะเป็นกับทีมเวลาที่อธิบายงาน หรือเวลาเป็นผู้บรรยายสอนในอบรม หรือ workshp ต่างๆ เจตนาก็มาจากความหวังดีที่เราอยากให้อีกฝ่ายแน่ใจว่าเข้าใจสิ่งที่เราสอน หรืออธิบายจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสื่อความผิดตามมา จนกระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้เรียนรู้จากโค้ชผู้บริหารท่านหนึ่งว่า การถามว่าอีกฝ่ายเข้าใจมั้ย? เป็นประโยคคำถามที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ควรถาม ตอนแรกผมก็ทั้งงง ทั้งแปลกใจว่า เป็นไปได้อย่างไร จนได้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่อยากถามมักไม่กล้าถาม เท่าที่สังเกตดูเวลาที่ทั้งตัวเองถาม หรือคนอื่นถามคำถามนี้ แทบไม่มีคนตอบว่าไม่เข้าใจ และให้อธิบายเพิ่ม อาจเป็นเพราะ กลัวคนถามอายที่อธิบายไม่รู้เรื่อง เห็นคนอื่นไม่ถามเลยไม่กล้าถาม กลัวอายเพื่อนๆ คิดว่าตัวเองตามไม่ทัน ถามคำถามอะไรโง่ๆ ตัวเองไม่ตั้งใจฟัง ไม่รู้เรื่องทั้งหมด เลยไม่รู้จะตั้งคำถามว่าไม่เข้าใจประเด็นไหน สุดท้ายถามไปก็แทบไม่เคยได้ยินคนที่ตอบว่าไม่เข้าใจ ดังนั้นอย่าถามดีกว่า

  • 2 วินาที…เพื่อการควบคุมชีวิตที่ดีขึ้น

      หลังจากที่พบว่าหลายๆครั้งที่ชีวิตเราดำเนินไปแบบไม่มีสติ ก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีสติมากขึ้น… แล้ววันนี้ก็ไปอ่านเจอบทความอันนึงเรื่อง The Power of Pause ซึ่งพูดถึงความสำคัญของการหยุดคิดก่อนตอบ ซึ่งก็ตรงกับเรื่องต้องการจะแก้พอดี หลักการเค้าง่ายมากๆ… แค่เมื่อมีคนมาถาม หรือขอร้องให้ทำอะไร ให้เราหยุด แค่ 1-2 วินาที ก่อนที่จะตอบ เพื่อให้เราแน่ใจว่านั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ หรือสามารถที่จะรับปากได้จริงๆ และที่สำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าเราตัดสินใจจริงๆ

  • Career Ladder: เราฝากอนาคตไว้กับอะไร?

    ในชีวิตของคนทำงานกินเงินเดือนอย่างเราๆ นอกเหนือจากความมั่นคงในบริษัท ที่จะไม่ล้มละลาย หรือไล่เราออกก่อนที่เราต้องการ ความก้าวหน้าในอาชีพเป็นอีกเรื่องที่คนส่วนใหญ่หวังไว้ในการทำงาน คงไม่มีใครอยากจะทำงานเดิม ความรับผิดชอบเหมือนเดิม โดยไม่มีความก้าวหน้าตลอดชีวิต อย่าว่าแต่ไม่ก้าวหน้าตลอดชีวิตเลย แค่ให้ทำงานเดิม ซ้ำๆนานกว่าที่คาดหวัง หลายคนก็จะเริ่มกระสับกระส่าย หรือแม้กระทั่งมองหางานในที่ใหม่กันแล้ว โดยเฉพาะ Gen Y เช่นผม (เนียนได้อีก :P ) และน้องๆ ที่ความก้าวหน้ามีความหมายมากกว่าเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น หลายๆคนจะผูกความก้าวหน้าไว้กับการประสบความสำเร็จ การได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆและสังคม หรือแม้แต่เป็นหนึ่งในสิ่งที่สาวๆ (หรือหนุ่ม) ใช้พิจารณาว่าจะฝากชีวิตไว้กับคนนี้ได้หรือไม่เลย! … ในมุมขององค์กร องค์กรใหญ่ๆระดับประเทศ หรือระดับโลก เค้ามีการคิดและพัฒนาเรื่องนี้มานาน จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า Career Path (แผนภูมิเส้นทางอาชีพ) และ Career Ladder (แผนภูมิบันไดอาชีพ) ขึ้นเพื่อให้รักษาพนักงานที่เก่งไว้เพื่อทำประโยชน์กับบริษัทให้ได้มากและนานที่สุด ที่ผ่านมาผมก็มองว่า Win-Win ได้ด้วยกันทุกฝ่าย บริษัทก็รักษาพนักงานที่ต้องการได้ พนักงานก็ได้เห็นและกำหนดอนาคตของตัวเอง ผ่านหลักสูตรการพัฒนา และงานที่ท้าทายในรูปแบบต่างๆ ปัญหาคือ ด้วยสถานการณ์ของเศรษฐกิจรอบโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบคาดเดาได้ยากมากถึงมากที่สุด ไหนจะเสถียรภาพของยูโร ไหนจะอัตราว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก และอื่นๆอีกมากมาย ยังไม่นับภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ซึ่งแน่นอนที่สุด ธุรกิจก็ต้องปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีต่างๆ…

  • ไม่มีเวลา…จริงเหรอ?

      เคยสังเกตมั้ยว่าหนึ่งในคำที่ติดปากของคนรุ่นใหม่ คือ ไม่มีเวลา และก็มักจะตามด้วยเหตุผลต่างๆนานา ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น งานเยอะ ประชุม รถติด เหนื่อย ขี้เกียจ… ซึ่งก็น่าเสียดายที่หลายๆสิ่งที่เราอยากทำ ถูกคำว่าไม่มีเวลา ผลักให้เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งเข้าใจแบบยูเรก้าในเรื่องของการบริหารเวลาขณะวิ่งออกกำลังกายวันนี้ คือ ทุกคนมีเวลาสำหรับสิ่งที่ตัวเองให้ความสำคัญเสมอ

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2017

    เป็นธรรมเนียมส่วนตัวที่ผมจะใช้เวลาประเมินตัวเองสั้นๆ ในด้านต่างๆ ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี สำหรับรูปที่เลือกมาเป็นตัวแทนสำหรับปีนี้ เป็นรูปที่ผมไปถ่ายที่ Impress Studio ซึ่งแสดงถึงความพร้อมที่จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างมีพลัง และมีความสุขด้วย ในปี 2017 นี้ ชีวิตผมมี Highlight อยู่ 3 เรื่อง เรื่องงาน – ย้ายกลับมาไทย ในตำแหน่งใหม่ ซึ่งข้ามสายงานมาเป็นที่ปรึกษาด้าน HR หลังจากที่อยู่ฝั่ง corporate มาตลอด เรื่องครอบครัว – ต้อนรับสมาชิกใหม่ ‘สกาย’ ซึ่งตอนนี้กำลังพูดอ้อแอ้ และเริ่มหัดยืน หัดประคองตัวเดิน เรื่องเป้าหมายส่วนตัว – เปิดตัวหนังสือเล่มแรก Happy Talent: เก่งให้สุด สุขไปกับงาน สำหรับการประเมินชีวิตในด้านต่าง ๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้ สุขภาพร่างกาย (A-) 1pt down vs. Years Ago (YA) รู้สึกเลยว่าชีวิตการทำงานในกรุงเทพฯ ทำให้เรามีโอกาสเดินน้อยกว่าตอนอยู่สิงคโปร์หลายพันก้าวต่อวัน ปีนี้ไม่ได้ลงรายการวิ่งที่ไหน เพราะเวลาส่วนตัวอยู่ในกำมือของลูกสาวอย่างแท้จริง…

  • |

    ฆ่าไก่เอาไข่ทองคำ?

      สำนวนฆ่าไก่ (หรือ เป็ด หรือ ห่าน) เอาไข่ทองคำ มาจากนิทานอีสปเรื่อง ไก่ที่ไข่เป็นทอง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็เคยได้ยินได้ฟังมาแต่เด็ก ผมไม่คิดว่าจะได้เข้าใจสำนวนนี้มากขึ้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่บริษัทเร็วๆนี้ เรื่องก็มีอยู่ว่าพนักงานกลุ่มหนึ่งได้ยื่นข้อเรียกร้องกับผู้บริหาร เพื่อขอเพิ่มสวัสดิการต่างๆจากที่บริษัทให้ ในกรณีนี้ผมสวมหมวก2ใบ ทั้งในฐานะพนักงาน และหัวหน้างาน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการมองและเข้าใจสถานการณ์เดียวกันจากสองด้าน ในฐานะพนักงาน แน่นอนว่าการได้อะไรเพิ่มอะไร ก็ยิ่งดี ยิ่งมากยิ่งชอบ แต่ในฐานะหัวหน้างาน ผมก็เข้าใจว่าสถานการณ์ของบริษัท สามารถในการแข่งขัน และต้นทุนมีความสำคัญอย่างไร ควบคู่ไปกับความพยายามของบริษัทเพื่อดึงดูด และรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ด้วย ถามว่าอะไรคือจุดสมดุลของทั้งสองฝ่าย ผมมองว่าในส่วนของพนักงาน ความเข้าใจภาพกว้างของธุรกิจ ของสถานการณ์เศรษฐกิจ และการมองระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ในขณะที่บริษัทก็ต้องเข้าใจสิ่งที่พนักงานต้องการจริงๆ ที่เป็นตัวผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวนี้ ซึ่งอาจไม่ใช่ข้อเรียกร้องเหล่านั้น แต่อาจหมายถึงการขาดการฟังและเข้าใจอย่างไม่มีอคติจากหัวหน้างาน และผู้บริหาร ทำให้พนักงานต้องพึ่งบุคคลที่สามที่ไม่ใช่บริษัท ผมเชื่อว่าจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันและกันมากขึ้น สำหรับพนักงานผมให้คิดยาวๆ ว่าเราอยากฆ่าไก่เพื่อเอาไข่ทองคำ หรือควรช่วยกันขุนไก่ให้แข็งแรงเพื่อที่จะออกไข่ทองคำให้เราได้มากขึ้น? __________________________________ ป.ล. บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ได้เป็นมุมมองหรือจุดยืนของบริษัทแต่อย่างใด

6 Comments

  1. เห็นด้วยกับทั้งสองข้อนะคะ
    แต่บางทีความคาดหวังมากเกินไป ก็อาจจะทำให้ผิดหวังนะ พี่ชัช

    จะบอกว่าขนมลูกไก่ มันดังนะคะ จริงๆมาจากฟูกุโอกะ

    จ๊อยว่ามันก็โอเคนะ โดยที่คิดว่า Tokyo Banana มันธรรมดา

  2. @Joice: คนส่วนใหญ่มักคิดว่าไม่ควรหวังมาก แต่พี่กลับคิดว่าปัญหาอยู่ที่สองฝ่ายไม่เข้าใจความคาดหวังจริงๆมากกว่า ทั้งนี้ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสามารถอีกฝ่ายด้วย…

  3. เห็นด้วยกับคุณ CHUTCHAPOL ครับ
    เป็นเรื่องจัดการความคาดหวังทั้งสองฝั่งให้สอดคล้องกัน
    หากทำไม่ดี..มันอาจจะกลายเป็นความผิดหวังได้ง่ายๆ

  4. @zeng_kd: ใช่ครับ ผมเคยปัญหาเรื่องความคาดหวังที่ไม่ตรงกันหลายครั้งเหมือนกัน…

  5. ชอบขนมลูกไก่มากค่ะ
    ตอนนี้อยากทานอีก
    ขออนุญาตใช้รูปภาพขนม
    ถามร้านที่จะซื้อได้ในพันทิพย์นะคะ

    ขอโทษที่ตั้งกระทู้แล้วเพิ่งมาขอนะคะ
    ขอบคุณมากค่ะ

  6. @มน: ยินดีครับถ้าช่วยให้คุณมนได้ทานขนมลูกไก่อีกครั้ง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *