From all around

  • Goodbye CV?

    คุณจะเลือกคนสำหรับ 70 ตำแหน่งจากคนสมัคร 33,000 คนยังไง? นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบริษัท L’Oreal ประเทศจีน ในตลาดที่แข่งขันกันสูงมากอย่างจีนที่มีบัณฑิตใหม่กว่า 7 ล้านคนทุกปีกำลังหางานอยู่ ถ้า HR มานั่งอ่าน CV ของทุกคน ก็คงปวดหัวไม่น้อย และไม่ได้รับรองว่าจะได้คนที่ดี และเหมาะสมที่สุดสำหรับบริษัท สิ่งที่ HR บริษัทใหญ่ๆ ใช้เป็นตัวกรองอันดับแรกๆคือ มหาวิทยาลัยที่จบ ถ้าไม่ใช่อันดับต้นๆก็ตัดออกก่อน ถามว่าเป็นการตัดโอกาสมั้ย? ก็ต้องยอมรับว่าคนเก่งหลายคนที่หลุดจากตัวกรองนี้ และ CV ก็ไม่ใช่สิ่งที่สะท้อนความสามารถที่แท้จริงของผู้สมัคร ผมดูข่าวจาก BBC พูดถึงบริษัท L’Oreal ในจีน เปลี่ยนวิธีการคัดคนใหม่ น่าสนใจเพราะแทนที่จะดูที่มหาวิทยาลัยที่จบ หรือ resume บริษัทให้คนสมัครตอบคำถาม 3 ข้อ ใน smart phone แล้วให้โปรแกรมที่วิเคราะห์บุคคลิกนิสัยจากภาษาที่ใช้ในการตอบ _______________ ตัวอย่างคำถาม

  • Thai Career Day

    เพราะการแข่งขันแย่งตัวคนเก่งไม่สามารถนั่งกระดิกเท้ารอให้เด็กๆมาสมัคร และเลือกเหมือนเมื่อก่อน เพราะทางเลือกของเด็กสมัยนี้มีมากมาย ไม่จำกัดเพียงบริษัทในประเทศ หรือแค่บริษัทยักษ์ใหญ่ เราคงจะได้เห็นบริษัทไทยเริ่มขยับตัวเข้าเด็กตั้งแต่ก่อนเรียนจบ เพื่อแนะนำบริษัทมากขึ้น เพื่อหาช้างเผือกไม่เพียงในประเทศ แต่ต่างประเทศโดยเฉพาะใน ASEAN ที่เป็นเป้าหมายระยะสั้นของบริษัทไทยที่ต้องการขยายความเป็นที่หนึ่งในระดับภูมิภาค แน่นอนว่าเป้าหมายของบริษัทไทย คือคนเก่งและเหมาะสมกับวัฒนธรรมบริษัท ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะเด็กนักเรียนไทยในต่างแดนเท่านั้น โจทย์ของบริษัทไทย และฝ่ายบุคคล คือจะทำยังไงให้บริษัทที่ใครๆในไทยก็รู้จัก และอยากทำงานด้วย ดูน่าสนใจ และดึงดูดกับเด็กต่างชาติที่ไม่รู้จักบริษัทของคุณเลย ถ้าไม่ติดงานด่วนอะไร ผมว่าจะแวะไปดูงานนี้ แล้วจะกลับมาเล่าบรรยากาศ และความพร้อมของบริษัทไทยในสายตานักเรียนต่างชาติให้ฟังนะครับ   ป.ล. งานนี้จัดโดย สมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ (รายละเอียด)  

  • อย่ายอมแพ้

    เวลาทำงาน แน่นอนกว่าทุกอย่างคงไม่ได้ราบเรียบ สมหวัง เป็นไปตามแผนที่วางไว้ สิ่งที่สำคัญคือเมื่อวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ ทำอะไรก็ผิด ไม่ได้ดั่งหวัง เจอทางตัน โดนปฏิเสธ จนท้อใจ เราจะรักษาใจของเราอย่างไรไม่ให้หมดแรง หรือหมดไฟไปกับอุปสรรคที่เข้ามา สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตจากที่คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนก็ล้วนผ่านความล้มเหลว ผิดหวังมาครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนกัน ใช่ว่าหนทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบไร้ขวากหนามต่างจากคนที่ล้มเหลว แต่มุมมองต่อสถานการณ์ และบทเรียนที่เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างๆ เป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาสู้จนประสบความสำเร็จ แม้จะอ่านเจอความพยายามของคนที่ประสบความสำเร็จในอดีตหลายคน แต่ส่วนตัวก็ยังรู้สึกว่าเป็นคนละสมัย ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ (แม้ว่าบทเรียนเรื่องความพยายาม และไม่ยอมแพ้ต่อปัญหานั้นจะไม่ต่างกันมาก) แต่ถ้าได้เป็นคนที่กำลังประสบความสำเร็จในปัจจุบันจะรู้สึกสัมผัสได้ ใกล้ตัว และสามารถเชื่อมโยงได้ง่ายกว่า ซึ่งในที่นี้ผมกำลังจะพูดถึงคุณ Jack Ma ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Alibaba e-commerce บุคคลที่มีทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คุณรู้มั้ยว่า Jack Ma สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่านถึง 3 ครั้ง สมัครงานแล้วถูกปฏิเสธจาก 30 ที่ ตอน KFC มาเปิดที่เมือง มีคนไปสมัครงาน 24 คน รวมถึง Jack Ma แล้ว 23 คนได้งาน…

  • 5 นิสัยสร้างความสุขต้อนรับปีใหม่

    ปีใหม่ทุกปีเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เตรียมพร้อมรับสิ่งดีๆต้อนรับสิ่งปีใหม่ ช่วงนี้หลายคนคงได้รับคำอวยพรในรูปแบบต่างๆ ทั้งการ์ดอวยพร, e-mail, หรือแม้แต่ข้อความอวยพรเก๋ๆใน LINE เพื่อส่งความสุขให้แก่กัน พูดถึงความสุข เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากมี แต่แทนที่จะอวยพรส่งความสุขเหมือนคนอื่น ผมขอส่งความสุขด้วยการแนะนำ 5 นิสัยสร้างความสุข (Happy habits) จาก Shawn Achor ผู้แต่งหนังสือ The Happiness Advantage: The Seven Principles of Positive Psychology That Fuel Success and Performance at Work ซึ่ง Shawn บอกว่า เพียงทำติดต่อกัน 21 วัน หรือ 3 อาทิตย์ จนเป็นนิสัยคุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน ทุกเช้า เขียน 3 อย่างที่เรารู้สึกอยากขอบคุณ จะขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ที่คอยดูแล ขอบคุณแมวที่นอนข้างกัน หรือขอบคุณที่ตื่นมายังมีลมหายใจก็ได้ แต่ต้องคิดใหม่ทุกวัน อย่าซ้ำเดิม ใช้เวลา…

  • เรื่องตลกซ้ำๆที่ขำไม่ออก

    ระหว่างประชุม ผู้จัดการเล่าเรื่องตลกให้ทีมฟัง เนื่องจากเรื่องมันโดน หรือลีลาการเล่าขั้นเทพ ทำให้ทุกคนอดหัวเราะไม่ได้  หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลอยู่นาน หลังจากที่ทุกคนหยุดหัวเราะ ผู้จัดการเล่าเรื่องตลกเรื่องเดิมใหม่ครั้งที่สอง คนส่วนใหญ่ก็ยังหัวเราะอยู่ พอคนหยุดขำ หัวหน้าก็เริ่มเล่าเรื่องตลกเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สาม ด้วยลีลา จัดเต็มเหมือนเดิม ยังพอได้ยินเสียงขำอยู่บ้าง แม้คนส่วนใหญ่จะเริ่มฟังแล้วเฉยๆแล้ว แต่ท่านผู้จัดการยังไม่หยุดอยู่แค่นั้นเท่านั้น ทุกครั้งที่คนหยุดหัวเราะ ผู้จัดการก็เล่าเรื่องตลกเรื่องเดิมใหม่ ครั้งที่สี่ ห้า และหก อย่างที่พอจะเดาได้ คนที่นั่งฟัง ไม่เพียงเริ่มไม่ขำ ไม่หัวเราะ หลายคนหงุดหงิด รำคาญจนอยากลุกหนี ไม่เข้าใจว่าผู้จัดการเป็นอะไร เล่าตลกมุกเดิมๆซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า สุดท้ายมีหนุ่มคนหนึ่งรวบรวมความกล้า ยกมือถามผู้จัดการว่า “หัวหน้าสบายดีรึปล่าวครับ? ทำไมเล่าเรื่องตลกเรื่องเดิม ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้” ผู้จัดการอารมณ์ดีตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆว่า “อ่าว แล้วเรื่องที่ผมเล่า ไม่ขำหรอกหรือ?” พนักงานอีกคนยกมือ ลุกขึ้นตอบว่า “เรื่องตลกของหัวหน้า ขำสุดยอดเลย แต่ผมขอพูดตรงๆนะครับ หลังจากฟังเรื่องตลกที่หัวหน้าเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีก มันเริ่มไม่ขำ แถมยังทำให้ทุกคนทั้งหงุดหงิด และอึดอัดอีกครับ” ผู้จัดการได้ยินเช่นนั้นก็ยังใจเย็น ตอบกลับเรียบๆ “นี่ขนาดเรื่องตลกเรื่องเดิมที่ทำให้คุณขำตกเก้าอี้ตอนแรก พอเล่าซ้ำๆยังทำให้คนหงุดหงิดได้ขนาดนี้ ลองนึกดูเวลาผมฟังปัญหา ความผิดพลาด เดิมๆ…