การบริหารความเปลี่ยนแปลงในองค์กรกับทฤษฏีหนอนกระดึ๊บ (Inch Worm Theory: How to manage organization change)

 

เห็นชื่อหัวข้ออย่าเพิ่งตกใจว่าอ่านบล็อกหรือวิทยานิพนธ์อยู่กันแน่? (แต่ถ้าจะเอาจริงๆก็เชื่อว่าเป็นหัวข้อThesisได้เลย)

และต้องออกตัวด้วยว่าโพสนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังของค่ายGTH ที่เพิ่งเข้าโรง… ^^”

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่สุดที่ผมได้เรียนรู้ระหว่างที่ไปอบรมที่เซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนที่แล้ว

ผมเชื่อว่าเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

ต้องเจอกันทุกองค์กรไม่มากก็มากที่สุด :P

ทฤษฏีหนอนกระดึ๊บ (Inch Worm Theory) นี้ซึ่งคนสอนตั้งเองจากประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปีบอกว่าโดยทั่วไปคนในองค์กรจะแบ่งออกเป็น5กลุ่มและมีการกระจายตัวแบบปกติ (Normal Distribution)

เพื่อให้ง่ายในการอธิบาย ผมขอสมมติให้แกนXแทนตำแหน่งของมาตรฐานการทำงานของคน(ยิ่งขวายิ่งดี มาตรฐานสูง)

และแกนYแทนจำนวนคน

กลุ่มแรกคือคนในสีน้ำเงินทางขวาคือกลุ่มทีีบริษัทชอบมากเพราะมาตรฐานสูง เป็น role model ขององค์กร

กลุ่มต่อมาก็ค่อยๆไล่กันลงมาจากเขียวด้านขวา(เกาะกลุ่มผู้นำ) แดง(คนส่วนใหญ่) เขียวซ้าย(มั่นใจว่าฉันไม่แย่ตราบใดที่ยังมีกลุ่มน้ำเงินทางซ้ายอยู่) และน้ำเงินซ้ายที่ทุกคน(รวมถึงเจ้าตัว)ก็รู้ว่าตัวเองรั้งท้ายในองค์กร

สมมติว่าองค์กรต้องการจะยกมาตรฐานในการทำงานของพนักงานขึ้น (เขยิบไปทางขวา)

ถามว่าองค์กรจะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

ให้เวลาลองคิดดูซักหน่อย แล้วค่อยอ่านต่อ

ถามว่าทั้งองค์กรจะปรับตัวไปทางขวาพร้อมๆกัน และยังคงการกระจายตัวแบบปกติอยู่มั้ย?

คำตอบคือ ไม่

การเปลี่ยนแปลงขององค์กรจะเป็นลักษณะของหนอนกระดึ๊บ

ยังไง?

ลองนึกภาพตามดู

กลุ่มแรก(น้ำเงินขวา)ไม่ยาก เป็นกลุ่มแรกที่จะเปลี่ยน คนกลุ่มนี้พร้อมจะพัฒนาตนเอง และเติบโตไปกับบริษัทเสมอ น่าเสียดายที่คนกลุ่มนี้มีไม่เยอะเท่าไหร่

กลุ่มที่สอง (เขียวขวา) ก็ไม่ค่อยยาก เพราะกลุ่มนี้จะเกาะและตามกลุ่มผู้นำ แม้จะช้าบ้าง

กลุ่มที่สาม (แดง) จะยังไม่ปรับในทันที แต่จะมองก่อนว่า ผู้ใหญ่เอาจริงกับการเปลี่ยนแปลงนี้รึป่าว คนส่วนใหญ่ยอมรับและปรับตัวหรือไม่ ถ้าใช่ ก็จะค่อยๆปรับตาม

กลุ่มสุดท้าย (น้ำเงินซ้าย) อย่างที่คาด ฝันไปเถอะถ้าจะให้ปรับ ส่วนใหญ่จะอยู่กับองค์กรไม่ได้ถ้าองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

หัวใจของการบริหารการเปลี่นแปลงอยู่อยู่ที่กลุ่มที่สี่ (เขียวซ้าย)

ทำไม?

ให้ลองคิดดูอีกที

เพราะคนกลุ่มนี้เชื่อว่าัยังไงตัวเองก็ดีกว่ากลุ่มรั้งท้ายขององค์กร(น้ำเงินซ้าย) ตราบใดที่มั่นใจว่ามีคนที่ยังอยู่เหนือกลุ่มสุดท้าย ก็จะไม่ยอมปรับ หรือรับความเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกัน กลุ่มอื่นโดยเฉพาะกลุ่มคนส่วนใหญ่ในองค์กร(แดง)รู้สึกว่าคนกลุ่มนี้ไม่ต่างกับตัวเอง

ถ้าผู้บริหารสามารถทำให้องค์กรเห็นผ่านกลุ่ม(เขียวซ้าย)ว่า ไม่โอเคกับการไม่ปรับตัว หรือปรับ จะเป็นการกระตุ้นทุกองค์กรโดยเฉพาะคนส่วนใหญ่(แดง)ว่า คนนั้นซึ่งก็มีมาตรฐานไม่ต่างกับเรายังโดน เราคงต้องรีบทำอะไรแล้ว…

แน่นอนว่าทุกการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารต้องส่งสัญญาณตรงกัน อย่าให้คนในองค์กร โดยเฉพาะกลุ่มแรกรู้สึกว่า จะเปลี่ยนไปทำไม ในเมื่อเปลี่ยนหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน

เพราะเรื่องของคนสนุก(และท้าทาย)อย่างนี้

ผมถึงมีความสุขกับงานที่ทำจริง… ^__^

ป.ล. ชื่อ “ทฤษฏีหนอนกระดึ๊บ” (Inch Worm Theory) เป็นคำแปลของผมเอง
________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • ลีกวนยูที่ผมรู้จักใน 7 วันที่ผ่านมา

    วันนี้ (29 มีนาคม 2558) เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ กับรัฐพิธีเคารพศพนาย ลี กวน ยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ ที่ถึงแก่อสัญกรรมวันจันทร์ที่ผ่านมา ในฐานะที่ได้ทำงานที่สิงคโปร์มาปีกว่าๆ และได้สัมผัสกับระบบการทำงานของข้าราชการ และระบบและแผนต่างๆของประเทศนี้ ต้องยอมรับจริงว่า ลี กวน ยู เป็นบุคคลที่สำคัญ และผลักดันวิสัยทัศน์ จนออกมาเป็นรูปธรรม และเปลี่ยนประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งไม่มีทรัพยากรอะไร จากประเทศเกิดใหม่ด้อยพัฒนา ก้าวหน้าจนกลายเป็นประเทศพัฒนา เจริญอันดับต้นๆ เพียงหนึ่งชั่วอายุคน ต้องออกตัวก่อนว่า ตอนเรียนมัธยมวิชาสังคม ก็ได้ยินชื่อของลี กวน ยู ว่าเป็นคนสำคัญ เป็นนายกคนแรกและยาวนานแบบผูกขาดหลายสิบปี ก่อนจะถอยออกมาอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ได้ทำความรู้จักหรือจำรายละเอียดเกี่ยวกับท่านได้มากเท่าไหร่ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากวันจันทร์ที่ ลี กวน ยู ถึงแก่อสัญกรรม ผมได้รู้จักท่านมากขึ้นผ่านสารคดี และข่าวต่างๆทั้ง Channel News Asia ของสิงคโปร์เอง สื่อต่างประเทศอย่าง BBC, Discovery Channel และนิตยสาร The Economist ที่ต่างนำเสนอบทความต่างๆเกี่ยวกับลี…

  • โครงการ กระปุกความดี สู่วิถีชุมชน2 จ.พังงา‏

    ฝากประชาสัมพันธ์โครงการอาสาสมัครดีๆจากพี่นุ้งนิ้ง ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม โดยเริ่มจากกลุ่มคนเล็กๆที่คิดเหมือนกัน แล้วก็ติดต่อ จัดโครงการเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอหาเงินสนับสนุนจากข้างนอก ผมได้มีโอกาสไปร่วมค่ายสร้างบ้านดินที่ระยองเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว แล้วรู้สึกประทับใจมาก เพราะเป็นกลุ่มเล็กๆที่มีจุดร่วมเหมือนกันในการอยากทำอะไรดีๆให้สังคมเท่าที่จะทำได้ และยังรู้สึกได้ถึงมิตรภาพ และความจริงใจของผู้จัดและเพื่อนๆที่ไป เมื่อพี่นุ้งนิ้งบอกว่าจะมีการจัดกิจกรรมดีๆอีกเลยอยากบอกให้เพื่อนๆได้ทราบด้วย ถ้าสนใจก็ติดต่อพี่นุ้งนิ้งได้ตามรายละเอียดด้านล่างนะครับ ชัช _________________________________________________________ โครงการ กระปุกความดี สู่วิถีชุมชน ๒

  • อย่ายอมแพ้

    เวลาทำงาน แน่นอนกว่าทุกอย่างคงไม่ได้ราบเรียบ สมหวัง เป็นไปตามแผนที่วางไว้ สิ่งที่สำคัญคือเมื่อวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ ทำอะไรก็ผิด ไม่ได้ดั่งหวัง เจอทางตัน โดนปฏิเสธ จนท้อใจ เราจะรักษาใจของเราอย่างไรไม่ให้หมดแรง หรือหมดไฟไปกับอุปสรรคที่เข้ามา สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตจากที่คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนก็ล้วนผ่านความล้มเหลว ผิดหวังมาครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนกัน ใช่ว่าหนทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบไร้ขวากหนามต่างจากคนที่ล้มเหลว แต่มุมมองต่อสถานการณ์ และบทเรียนที่เรียนรู้จากความผิดพลาดต่างๆ เป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาสู้จนประสบความสำเร็จ แม้จะอ่านเจอความพยายามของคนที่ประสบความสำเร็จในอดีตหลายคน แต่ส่วนตัวก็ยังรู้สึกว่าเป็นคนละสมัย ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ (แม้ว่าบทเรียนเรื่องความพยายาม และไม่ยอมแพ้ต่อปัญหานั้นจะไม่ต่างกันมาก) แต่ถ้าได้เป็นคนที่กำลังประสบความสำเร็จในปัจจุบันจะรู้สึกสัมผัสได้ ใกล้ตัว และสามารถเชื่อมโยงได้ง่ายกว่า ซึ่งในที่นี้ผมกำลังจะพูดถึงคุณ Jack Ma ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Alibaba e-commerce บุคคลที่มีทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คุณรู้มั้ยว่า Jack Ma สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่านถึง 3 ครั้ง สมัครงานแล้วถูกปฏิเสธจาก 30 ที่ ตอน KFC มาเปิดที่เมือง มีคนไปสมัครงาน 24 คน รวมถึง Jack Ma แล้ว 23 คนได้งาน…

  • |

    การให้ และขอคำแนะนำจากหัวหน้า

      ผมไม่รู้ว่าคนอื่นมีปัญหานี้เหมือนผมรึปล่าว? ตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ เวลามีปัญหาไม่รู้ว่าจะขอคำแนะนำจากหัวหน้ายังไงถึงจะดี กลัวไปสารพัด ว่าถ้าแก้ปัญหาแล้วเข้าไปถามทื่อๆก็กลัวจะถูกหาว่าทำไมเรื่องง่ายๆแค่นี้คิดไม่ได้ บางปัญหาพอลองคิดแล้วคิดไม่ออก พอไปถามกลายไปว่าทำไมเพิ่งมาถามตอนนี้ เช่นเดียวกับการให้คำแนะนำหัวหน้า และข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในฐานะที่เรารับผิดชอบเรื่องนั้นอยู่ หรืออยู่ใกล้หน้างานมากกว่าหัวหน้า ซึ่งเป็นธรรมดาที่หัวหน้าต้องการคำแนะนำจากเรา แต่หลายครั้งที่เราเสนอสิ่งที่เราคิดว่าดีกว่า แต่สุดท้ายหัวหน้ากลับเลือกอีกอย่าง แล้วยังไงต่อล่ะ ไปไม่เป็นเลย…

  • |

    มาเป็นคนโชคดีรับตรุษจีนกันเถอะ

    ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ วันนี้วันตรุษจีน ผู้คนมากมาย หน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใส เด็กๆที่เพิ่งได้อั่งเปาจากญาติๆ ก็ออกมาเที่ยว ใช้จ่ายสมกับที่วันนี้เป็นวันเที่ยว น่าเสียดาย ที่วันนี้ก็เป็นวันสอบสำหรับนักเรียน และเป็นวันทำงานสำหรับคนอีกไม่น้อยเหมือนกัน (รวมถึงผมด้วย ^^”) ช่วงเวลาดีๆอย่างนี้ เราจะเห็นคนอวยพรกันมากมาย ซึ่งเรื่องที่อวยพรก็ไม่พ้นเรื่องสุขภาพกาย ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เงินทองไหลมา เทมา และอีกเรื่องหนึ่งที่หลายๆคนอยากมี คือ เป็นคนโชคดี พูดถึงเรื่องโชคดี คนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าเป็นเรื่องของโชคลาง เราควบคุมอะไรไม่ได้ พอดีผมอ่านบทความจากหนังสือ The Luck Factor ของ Richard Wiseman ซึ่งเขาทำการค้นคว้าและวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นเวลา 10 ปี จากคนที่โชคดีมากๆ และโชคร้ายมากๆ เพื่อหาว่าอะไรเป็นสาเหตุให้คนเหล่านี้โชคดี และมีวิธีที่จะเพิ่มโอกาสให้ตัวเองโชคดีมั้ย หรือว่าโชคดีมันแค่เป็นดวงของคนนั้นๆ จากการวิจัย คุณ Richard พบว่าคนโชคดี สร้างโอกาสให้เกิดโชค ด้วยหลักการ 4 ข้อ นั่นแปลว่า คุณเองก็สามารถเพิ่มโอกาสโชคดีให้กับตัวเองได้!! :) หลักการ 4 ข้อนั้นประกอบด้วย

  • กฎ 10 ข้อสำหรับการเป็นคน

        การเป็นคน(ที่ดี) หรือที่ท่านพุทธทาส เรียกว่า มนุษย์ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนอาจจะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศประชาธิปไตย(รึเปล่า?) อย่างอิสระเสรี จนคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีกฏอะไร อย่างน้อยที่สุดเราก็อยู่ในกฏแห่งธรรมชาติ และกฏแห่งกรรม พูดถึงกฏ วันก่อนไปอ่านเจอเรื่องกฏสำหรับการเป็นคนในอินเตอร์เน็ท เห็นว่าน่าสนใจเลย เอาแบ่งปันกัน อ่านแล้วทำให้ตัวเองได้คิดว่า 1) ทุกอย่างในชีวิตเราเป็นคนกำหนดเอง 2) การเรียนรู้ไม่มีวันหมด เราสามารถนำทุกอย่างมาเป็นครูสอนเราได้เสมอ ถ้ารู้ยังมอง สำหรับคำแปลภาษาไทย ผมเป็นคนแปลเอง สำหรับบางคนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ถ้าไม่ดีอย่างไรก็โทษผมได้เต็มที่ครับ Ten Rules for Being Human กฏ 10 ข้อสำหรับการเป็นคน by Cherie Carter-Scott   1. You will receive a body. You may like it or hate it, but it’s yours…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *