เทคนิค Virtual Meeting อย่างมืออาชีพ

ผมยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่หัวหน้าบอกให้เข้า conference call กับต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ทั้งตื่นเต้นไม่รู้ต้องกดอะไรบ้าง แถมกลัวว่าจะฟังคนอื่นพูดไม่รู้เรื่อง หรือไม่ก็กลัวคนอื่นจะฟังเราพูดไม่รู้เรื่อง (แต่กลัวอย่างหลังมากกว่า)

10 ปีผ่านมา การเข้าประชุมทั้ง conference call กับ video conference ซึ่งเรียกรวม ๆ กันว่า virtual meeting กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของผม และคนทำงานจำนวนไม่น้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คนทำงานก็ต้องปรับตัวกับการประชุมแบบฟังแต่เสียง แต่ไม่เห็นหน้า หรือหลัง ๆ เริ่มมีเห็นหน้าถ้าเป็น video conference แม้จะไม่ดีเท่าประชุมในห้องเดียวแบบเจอกันตัวเป็น ๆ แต่ก็ต้องยอมรับเพราะช่วยประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางของบริษัทได้ไม่น้อย

แถมเทคโนโลยีก็พัฒนาทำให้การจัด virtual meeting ง่ายเพียงกด 2-3 ปุ่ม เราก็พร้อมจะเชื่อมต่อกับคนทั่วโลก

แต่เทคโนโลยี กับระยะทาง ก็ยังเป็นปัญหาสำหรับการประชุมทางไกลไม่น้อย

คลิปนี้รวบรวมเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่าง virtual meeting ได้เสียดสีอย่างมีอารมณ์ขัน แต่โดนใจที่คนที่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ชนิดที่มีหัวเราะทั้งน้ำตา

[youtube id=”DYu_bGbZiiQ”]

เพื่อช่วยให้การจัด และร่วม virtual meeting ครั้งต่อไปราบรื่น และมีประสิทธิภาพอย่างมืออาชีพ ผมขอแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ดังนี้

ก่อนการประชุม

คนจัดการประชุม (Host)

  • ทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะใช้ในการประชุม ทั้งคอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ ระบบเสียง ไฟล์ต่าง ๆ อย่างน้อย 15 นาทีก่อนเริ่มประชุม ถ้าจะมีการแสดงไฟล์ผ่าน conference software เช่น WebEx ให้เพื่อนร่วมงานทดลองต่อเพื่อทดสอบดูความเรียบร้อย และเช็คความหน่วงของ network
  • เลือกแชร์เฉพาะโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรแชร์หน้าจอของเรา (My Screen) ทั้งหมด
  • ในกรณีที่แชร์ PowerPoint ใน presentation mode ให้เลือก Duplicate screen เพื่อให้คนอื่นเห็น slide เต็มหน้าจอเหมือนกัน

คนเข้าร่วมประชุม

  • โทรเข้าก่อนเวลาเริ่มประชุมประมาณ 5 นาที ควรเผื่อเวลาขั้นตอนต่าง ๆ เช่น กด meeting code, security code, สัญญาณช้า หรือปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
  • เวลาที่ระบุว่าเริ่มประชุม คือ เวลาที่เริ่มประห
  • เมื่อสายต่อเข้ามาในห้องประชุมแล้วให้แนะนำตัวเองให้คนจัดการประชุม (host) และคนอื่นที่เข้ามาก่อนทราบ โดยบอกชื่อ และหน่วยงาน / ประเทศ / ทวีป ขึ้นอยู่กับหัวข้อ และมีใครในการประชุมบ้าง
  • Mute สายรอ เพื่อป้องกันเสียงที่ไม่ต้องการเข้าไปในสายและลดเสียง echo

ระหว่างการประชุม

คนจัดการประชุม (Host)

  • แนะนำวิธีการ “ยกมือ” หรือส่งสัญญาณเมื่อมีคำถาม หรือความคิดเห็นอย่างไร 
  • Mute สายของคนที่เข้าร่วมการประชุมระหว่างการนำเสนอ
  • พยายามพูดให้กระชับ ตรงประเด็นทุกสุด
  • ถ้าใช้ภาษาอังกฤษในการประชุม พยายามออกเสียงคำให้ชัด และพูดให้ช้าลงเล็กน้อย
  • หากถามคำถาม หรือขอความคิดเห็น ให้เวลาคนในสายประมาณ 4-5 วินาที ก่อนจะข้ามไปประเด็นอื่น
  • ถ้าใช้เวลาประชุมนานกว่า 1.5-2 ชั่วโมง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรมีพัก 10-20 นาที
  • ถ้าได้ยินเสียง echo (บางครั้งจะดังขึ้นเรื่อย ๆ จนปวดหู) ให้ mute ทุกสาย

คนเข้าร่วมประชุม

  • ก่อนจะเริ่มพูด หรือตั้งคำถามให้พูดชื่อตัวเองก่อน (This is Chut. I think …) เพื่อให้คนอื่นทราบว่าใครเป็นคนพูด แม้โปรแกรมประชุมสมัยใหม่สามารถบอกได้ว่าใครกำลังพูดอยู่ แต่ก็ยังแนะนำให้พูดชื่อตัวเอง
  • เว้น 2-3 วินาที ก่อนจะพูดต่อจากคนอื่น ให้เผื่อเวลาในระบบ conference call โดยเฉพาะการประชุมที่มีคนในสายมากกว่า 10 คนโทรเข้าจากที่ต่าง ๆ รอบโลก
  • อย่าคุยกันเอง หรือมี side discussion 

สำหรับ video conference

  • เผื่อเวลาในการ setup และทดสอบให้เพียงพอ
  • ปรับแสงในห้องให้เหมาะสม
  • ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้ใส่เสื้อสีพื้น เสื้อลายทางเล็ก ๆ จะดูลายตาบนจอ และดึงดูดความสนใจโดยไม่จำเป็น
  • เวลาพูดให้มองที่กล้อง เพื่อสร้างความรู้สึกว่าเราคุยกับอีกฝ่าย และเพิ่ม engagement ในการประชุม

ถ้าใครมีเทคนิคอะไรเพิ่มเติมฝากแนะนำไว้ใน comment ด้านล่างนี้นะครับ

________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • ค่านิยมแบบเอเชีย: กำแพงขวางความสำเร็จในบริษัทข้ามชาติ?

      การทำงานในบริษัทข้ามชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การประสบความสำเร็จในบริษัทข้ามชาติยิ่งไม่ง่ายเข้าไปใหญ่ สาเหตุหนึ่งมาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมในองค์กร ซึ่งเป็นธรรมดาที่ผู้บริหารระดับสูงที่มาจากหลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรมจะตีความพฤติกรรมของคนต่างวัฒนธรรมต่างกันออกไป สองอาทิตย์ที่แล้วผมได้มีโอกาสฟังคุณ Jet Antonio, Purchasing Director ซึ่งเป็นคนฟิลิปปินส์ที่ ประสบความสำเร็จในสายงาน และมีประสบการณ์ทำงานใน 6 ประเทศ มาเล่าให้ฟังถึงมุมมองที่คนตะวันตกตีความค่านิยมของเรา(คนเอเชีย)ในการทำงาน

  • [Mentor แบบชัชๆ] รู้มั้ยว่าใครใหญ่?

    [Mentor Profile] Executive Vice President, leading E&P company in Thailand Me: พี่ดูแลทีมใหญ่ๆ แบบนี้เหนื่อยมั้ยครับ? Mentor: ก็มีบ้างนะ เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา ผมก็ต้องค่อยๆ สอนกันไป Me: งานยุ่งขนาดนี้ พี่มีวิธีสอนทีมยังไงบ้างครับ? Mentor: ถ้าเรื่องไหนคนไม่รู้เยอะๆ ก็เปิดเป็น training สอนเองบ้าง ไม่ก็สอนตอนประชุม หรือทีม present บ้าง Me: ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอในการ present มักเป็นเรื่องอะไรครับ?

  • 5 ประโยคเด็ดจาก Design Thinking Workshop

    ในยุคที่การเข้าใจลูกค้า หรือผู้ใช้ (user) ช่วยให้การแก้ปัญหา หรือผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ทักษะ Design Thinking ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย เมื่อผมมีโอกาสได้มาร่วมงาน Corporate Innovation Summit 2019 หนึ่งใน workshop ที่ผมตั้งใจมาเข้าคือ Intro to Design Thinking: Bootcamp of Executives ซึ่งสอนโดย คุณต้อง กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร, Head of 10X project, SCB และเจ้าของเพจ 8 บรรทัดครึ่ง ตลอดเกือบ 3 ชั่วโมงเต็มของ workshop ผมได้เรียนรู้ผ่านการแต่ละขั้นตอนตั้งแต่ Empathize ไปจนถึง Prototype และ Test ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคุณต้อง ย่นเนื้อหาจาก 2-3 วันมาอยู่ใน 3 ชั่วโมง และสามารถทำ Prototype…

  • |

    The Happiness Equation: สมการความสุข?

    วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือ “The Happiness Equation” ของพี่เบียร์ (นิค เผ่าทวี) อีกหนึ่งคนไทยที่มีความสามารถระดับสากลในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ และปัจจุบันสอนเศรษฐศาสตร์อยู่ที่ Nanyang Technological University ประเทศสิงคโปร์ แม้จะมีโอกาสได้อ่านไปเพียงบทเดียว แต่ก็ได้อะไรข้อคิดน่าสนใจหลายอย่างจากการฟังพี่เบียร์เล่าในงานนี้ ความสุขแม้จะดูเป็นเรื่องนามธรรม วัดผลลำบาก แต่ทางเศรษฐศาสตร์ก็สามารถหาวิธีวัดได้โดยการเก็บข้อมูลมากพอ (หลายสิบปี หลายหมื่นข้อมูล) เพื่อที่จะหาปัจจัยหรือบอกความสัมพันธ์ของสิ่งที่ต้องการศึกษา ซึ่งในที่นี้คือความสุข คนเราจะจำเหตุการณ์อะไรที่โดดออกมาจะประสบการณ์ปกติ และตอนจบของเรื่องมากกว่าช่วงอื่นๆ (“peak-end” effect) ซึ่งขัดกับความคิดของคนส่วนใหญ่เชื่อว่า เราจะจำสิ่งที่ทำซ้ำๆได้ ตัวอย่างเช่น ส่วนใหญ่เราจะจำได้ตอนเกิดเหตุการณ์ 9/11 (peak)เรากำลังทำอะไรอยู่อย่างละเอียด แต่ถ้าถามว่าแล้ววันก่อนหน้านั้น1วันเราทำอะไรอยู่ คนส่วนใหญ่จะจำไม่ได้ ถ้าไปผับแล้วอยากเพิ่มโอกาสตัวเองในการได้เบอร์สาว ให้หาเพื่อนที่คล้ายๆกับเราแต่โดยรวมด้อยกว่าเราเล็กน้อยไปด้วย โอกาสของเราจะเพิ่มขึ้นเทียบกับไปคนเดียว เพราะสาวจะเทียบว่าเราดีกว่าเพื่อนอีกคนและให้เบอร์เรา (ที่เรื่องอย่างนี้ จำแม่นเชียว…^^”) หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือประเภท How to แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสุขที่ใกล้เคียงความจริงมากขึ้นตามหลักการศึกษาแบบวิทยาศาสตร์ ผมชอบที่พี่เบียร์บอกว่าข้อมูลมีอยู่3ส่วน ส่วนของเรา(ที่คิดว่าจริง)my part, ส่วนของคุณ;your part, และความจริง; the truth เพราะสิ่งที่เราเข้าใจว่าเป็นความจริงส่วนใหญ่จะมีความเห็นของเรา (หรือของคนอื่น) เข้าใจผสมจนไม่ใช่ความจริง…

  • การค้นหาตัวเองสำหรับนักศึกษา

      หนึ่งในคำถามที่ผมมักได้ยินน้อง ๆ ที่กำลังใกล้จบ หรือเพิ่งเรียนจบถามเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ชีวิตจริงของโลกการทำงาน คือ จะทำงานอะไรดี หรือทำงานที่ไหนดี   ซึ่งอาจเป็นคำถามคุ้น ๆ ที่เคยถามก่อนเข้ามหาวิทยาลัยว่า จะเรียนอะไรดี   รู้สึกเดจาวู (Déjà vu) มั้ยครับ? ซึ่งคนที่จะตอบคำถามนี้ได้ ก็ไม่ใช่ใครนอกจากตัวเอง แต่ปัญหาคือเราไม่รู้จักตัวเองดีพอที่จะตอบคำถามนี้ คำถามที่น่าสนใจต่อมาคือ แล้วเราจะค้นหาตัวเองอย่างไรดีล่ะ? วันนี้ผมได้รับเชิญไปร่วมงาน Thai Networking Event 2016 ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ ในฐานะหนึ่งในรุ่นพี่ที่ทำงานที่นี่มากว่า 2 ปี ระหว่างที่แนะนำตัวก็มีคำถามให้ผมแนะนำวิธีการค้นหาตัวเองให้น้อง ๆ นักศึกษาที่มาฟัง คิดว่าคำตอบของผมอาจเป็นประโยชน์กับคนอื่น เลยรีบกลับบ้านมาเขียนเก็บไว้ก่อนที่จะลืม …….. ทำไมต้องค้นหาตัวเอง?

  • การฟัง 3 แบบ

    ถ้าถามว่าทักษะอะไรที่สำคัญในการทำงาน และมาแรงอย่างต่อเนื่อง ต้องบอกว่าทักษะเรื่องการสื่อสาร หรือ communication skill จะอยู่ใน Top 5 เสมอ และเมื่อพูดถึงการพัฒนาทักษะการสื่อสาร คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการ ‘สื่อ’ สาร ด้วยการพูด การนำเสนอ หรือการเขียน โดยมองข้ามเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือเรื่อง… การฟัง หลายคนอาจสงสัยว่า การฟัง มีอะไรให้ฝึกด้วยหรือ? สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก่อนว่า การได้ยิน กับการฟัง ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ แต่การฟังจะมีวัตถุประสงค์อยู่ โค้ชผมเคยเล่าให้ฟังว่าการฟังมีอยู่ 3 แบบ ซึ่งจะส่งผลต่อวิธีการตอบสนอง และผลลัพธ์ที่จะเกิด โดยการฟังแต่ละแบบนี้จะใช้ในโอกาสที่ต่างกัน 1. ฟังเพื่อเอาชนะ (listen to win) การฟังแบบแรก จะเป็นการฟังหาจุดอ่อนของประโยคอีกฝ่าย อาจเป็นรายละเอียดที่คลาดเคลื่อน ไม่ครอบคลุม และรอจังหวะที่ตอบกลับเพื่อชักจูงให้อีกฝ่ายเห็นว่าสิ่งที่เราคิดนั้นถูกต้อง การฟังจะเป็นการเลือกฟังบางประโยค โดยเฉพาะสิ่งที่ยืนยันความเชื่อ หรือธงในใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *