เป็นเจ้าของธุรกิจอาจไม่ใช่คำตอบ

Businessman Doing Cartwheel Outdoors

ช่วงนี้มองไปในแผงหนังสือบ้านเรา จะเห็นว่ากลุ่มหนังสือที่กำลังมาแรงกลุ่มหนึ่ง คือ การสอนวิธีให้รวย ออกมาตั้งธุรกิจตัวเอง

หลายคนมองว่าคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนนี่ช่างไม่ฉลาด ทำให้ตายชาตินี้ก็ไม่รวย มาเป็นเจ้าของเองรวยกว่าแน่นอน

จนหลายๆคนเคลิ้ม และลาออกมาทำธุรกิจเป็นนายตัวเองกันใหญ่ หวังจะได้มีอิสรภาพการเงินกันไวๆ

ผมมีโอกาสได้รู้จักอดีตเจ้าของธุรกิจ 2 คน ที่ปัจจุบันเป็นมาเป็นมนุษย์เงินเดือน

เลยขอแลกเปลี่ยนความคิดเพราะสงสัยและคิดว่าน่าสนใจ ในโลกที่เหมือนใครๆก็อยากลาออกไปเป็นเจ้าของกิจการกันหมด

คนแรกเป็นหนุ่มชาวมาเลย์ อายุ 20 ปลายๆ ที่เรียนจบด้านวิศวะไฟฟ้า และร่วมทำธุรกิจกับเพื่อน ด้าน IT ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย

ทำอยู่ 4-5 ปี รู้สึกอิ่มตัว ไม่ได้มีปัญหาขาดทุนอะไร แต่ขี้เกียจขยายกิจการ กับบริหารคนในทีมที่ขยายตัว เลยขายหุ้นให้เพื่อน

ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาในบริษัท IT ชื่อดัง ซึ่งผมมีโอกาสได้ทำงานด้วย  เค้าดูมีความสุขกับการได้ใช้ไหวพริบในการแก้ปัญหาในฐานะ Project Manager ซึ่งก็ทำได้อย่างดี

อีกคนเป็นสาวออซซี่ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับ telecom network ในออสเตรเลียมาเกือบ 10 ปี ก่อนจะเปลี่ยนใจมาสมัครงานในบริษัท telecom ระดับโลกในส่วน regional business development

ได้ไปประจำในประเทศต่างๆ ทั้งยุโรป และเอเชีย ซึ่งตอบโจทย์ของเธอที่ต้องการท่องเที่ยวไปทั่วโลก

 

สิ่งที่ผมได้จากการคุยกับอดีตเจ้าของธุรกิจทั้งสองคน คือ

1. รู้ความต้องการ และความสุขของตัวเองคืออะไร

เงินอาจไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง บางคนอาจให้คุณค่ากับการท่องเที่ยว ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆทั่วโลก หรือสร้าง impact จากขอบเขตงานที่กว้างขึ้น และใช้ประโยชน์ของความใหญ่ขององค์กรในการทำสิ่งที่ตัวเองถนัดก็อาจเป็นเหตุผลที่คนเปลี่ยนใจมาเป็นพนักงานในองค์กรระดับโลก

2. เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

อาจฟังดูคล้ายเห็นแก่ตัว แต่ทั้งคู่รู้ว่าความต้องการของตัวเองคืออะไร ทำอะไรตัวเองถึงจะมีความสุข ก็ทำเลย โดยไม่กลัวเสียหน้า หรือฟังคนรอบตัววิจารณ์

3. วิ่งเข้าหาการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนบทบาทจากเจ้าของมาเป็นพนักงานก็ยากอีกแบบ  แต่ถ้าความท้าทายที่ได้ตรงกับที่ตัวเองมองหา การปรับตัวจากเจ้าของกิจการ SME ไปเป็นผู้บริหารในองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องเดินทางต่างประเทศเป็นประจำก็เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ต้องปรับตัว

 

คำถามสุดท้าย ผมถามว่าตอนสัมภาษณ์งาน HR ถามว่าทำไมคุณถึงเหมาะกับการทำงานในบริษัทรึปล่าว? และตอบไปว่ายังไง?

ทั้งสองคนบอกว่าข้อดีของคนที่เคยเป็นเจ้าของกิจการมาก่อนคือความรู้สึกเป็นเจ้าของในงาน (ownership) กับการไม่กลัวงานหนัก ซึ่งจะว่าไปแนวทางของบริษัทใหญ่ๆในปัจจุบันก็พยายามให้พนักงานมีทัศนคติต่องานแบบเป็นเจ้าของเหมือนกัน เพราะถ้าจะอิงตามขอบเขตงานเป๊ะๆ คงมีคนเกี่ยงกันทำ และสุดท้ายงานไม่เดิน

อ่านแล้วคิดเห็นยังไงกับการเป็นพนักงาน หรือเจ้าของธุรกิจก็แบ่งปันกันใน comment ข้างล่างได้นะครับ
____________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • ถ้าคิดว่าแน่ อย่านับแพ้เด็กป.4

    มีแบบฝึกหัดง่าย ๆ มาให้ลองเล่นกันคลายเครียดกัน ลองดูคลิปข้างล่างนี้ และนับจำนวนที่คนในเสื้อสีขาวส่งต่อลูกบอลให้เพื่อน ว่ามีทั้งหมดกี่ครั้ง? ถ้าคิดว่าง่าย ลองนับให้ถูกต้องแต่ครั้งแรกนะครับ [youtube id=”IGQmdoK_ZfY”]

  • |

    Ignite Thailand#2

    คนหนึ่งคนทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ถ้าลงมือทำ #IgniteTH ช่วงหลังๆมานี้มีเพื่อนหลายคนทักว่าหลังๆชัชออกงานบ่อยนะ จะบอกว่างานที่ไปส่วนใหญ่ก็มีแต่งานแต่งงานเพื่อนๆ ที่แต่งกันแทบอาทิตย์เว้นอาทิตย์นี่แหละ แล้วก็ไม่ได้เป็นไฮโซที่ออกงานแล้วได้เงิน กลับจะเป็นทางตรงข้ามเสียมากกว่า ^^” แต่งานที่ผมได้มีโอกาสไปเมื่อวานเป็นงานที่นอกจากจะฟรี (แต่ยังต้องเสียค่าเดินทางเอง) ยังเป็นงานที่ช่วยจุดประกายไฟ สมกับชื่องานดี (Ignite) งาน Ignite Thailand ครั้งที่ 2 ที่จัดโดยเครือข่ายพลังบวก โดยครั้งนี้จัดที่หอประชุมใหญ่ จุฬาฯ ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรได้มีโอกาสเปิดรับมุมมองใหม่ๆ ในด้านบวก เพื่อกลับมาย้อนดูและปรับใช้กับตัวเอง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในโลกของการเร่งรีบตลอดเวลา และสภาพสังคมที่ข่าวหน้าหนึ่งไม่ช่วยจรรโลงใจเท่าไหร่ ทั้ง 21 igniters กับเวลา5 นาที อาจมีบางท่านที่อยู่เหนือกาลเวลา(5นาที)บ้าง (ฮา) แต่ละท่านก็มีความต่าง ต่างทั้งอายุ, ประสบการณ์, เนื้อหา, และวิธีนำเสนอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกได้ว่าเป็นจุดร่วมกันของทุกคน คือ ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องที่กลั่นมาจากประสบการณ์และชีวิตของแต่ละคน เพื่อให้เชื่อให้พลังของคนหนึ่งคน ว่าทำได้ และทุกท่านที่พูดเป็น Living proof ของการทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ สิ่งทึ่หลายๆคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หรือได้แต่คิด … ขอบคุณที่ช่วยจุดไฟ ให้กับผมและคนฟังทุกคนในหอประชุมเมื่อคืน ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เป็นคนที่พร้อมจะทำดี แต่ติดอยู่ที่ความไม่เชื่อในความสามารถของคนหนึ่งคน…

  • เปลี่ยนนิยามความล้มเหลว

      ถ้าถามคนที่เคยตั้งเป้าหมาย ทั้งเรื่องงาน (ขอย้ายแผนก หางานใหม่ Project ที่น่าสนใจ) หรือเรื่องส่วนตัว (เก็บเงิน ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย) ว่าทำไมถึงยังไม่สำเร็จ เรามักจะได้ยินคำตอบอยู่ 2 ประเภท คือ 1. มีสารพัดข้ออ้างจนไม่ได้เริ่ม 2. เริ่มไปแล้วแต่เจอปัญหา ก็ท้อ คิดว่าคงไม่สำเร็จหรอก แล้วก็เลิกไป ผมเองก็เจอเองกับตัวหลายเรื่อง และหลายรอบในเรื่องเดิมๆด้วย บางเรื่องก็ลองแล้วก็ไม่สำเร็จจนจะถอดใจไม่ทำอยู่แล้ว แต่เชื่อมั้ยครับ ว่าถ้าเราเปลี่ยนมุมมองต่อปัญหา และความล้มเหลวนิดเดียว ภาพเปลี่ยนเลย มาดูกันทีละข้อ 1. มีสารพัดข้ออ้างจนไม่ได้เริ่ม คนส่วนมากไม่กล้าเริ่ม เพราะกลัวความล้มเหลว กลัวพลาด ซึ่งก็มีความจริงอยู่ไม่น้อย เพราะต่อให้เราจะทำตามแผนทุกอย่างที่วางไว้ ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ล้มเหลว เพราะสารพัดปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ จริงที่เราควบคุมได้จริงๆคือ “สิ่งที่เราทำ”

  • |

    ความทุกข์ของคนเป็น Expat

    เวลานึกถึงภาพคนที่เป็น Expat ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงคนเก่ง มีความสามารถสูง ที่บริษัทลงทุนในการพัฒนา ส่งไปทำงาน หรือดูแลธุรกิจต่างประเทศ และแน่นอนสวัสดิการที่ดี ถึงดีมากกกก สำหรับคนกลุ่มนี้เพื่อชักจูงให้จากประเทศเกิดไป อยู่ในประเทศที่ไม่คุ้นเคย ห่างไกลครอบครัว เพื่อนฝูง ไหนจะที่อยู่ฟรี รถบริษัท พร้อมคนขับ ค่าเล่าเรียนลูกในโรงเรียน inter และอื่นๆอีกมากมาย ตามตำแหน่ง และระบบของบริษัท ดูเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาซะนี่กระไร แต่ถ้าได้รู้จักคนกลุ่มนี้จริงๆ จะพบความจริงอีกด้านที่น่าสนใจ…

  • |

    วิธีขอโทษ 101

    ในทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว การทำผิดโดยไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจ?) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ทุกคนรู้ว่าเมื่อผิดแล้วก็ต้องขอโทษ ซึ่งก็ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย “ก็แค่ขอโทษ”  ถ้าขอโทษแล้วอีกฝ่ายโอเค ยกโทษให้ก็ดีไป แต่หลายครั้งที่การยกโทษก็ไม่ได้ง่ายเพียงแค่เราพูด”ขอโทษ”เฉยๆ จะว่าไป ผมว่าเรื่องการขอโทษนี่เป็นหนึ่งในปัญหาระดับชาติ โดยเฉพาะผู้ชายอย่างผม ที่ขอโทษไม่เป็น ยิ่งพูดเหมือนยิ่งโทษหนักกว่าเดิม (เอ๊ะ ยังไง) เมื่อผมอ่านเจอหนังสือที่กล่าวถึงเรื่องการขอโทษอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ผมดีใจมากประหนึ่งเจอคัมภีร์วิเศษที่ตามหามานาน จึงขอสรุปความมาฝากคนที่ประสบปัญหาเรื่องการขอโทษเหมือนกับผมด้วย วิธีการขอโทษที่ถูกต้อง 1. ห้ามแก้ตัว คนไม่น้อยที่ผิดตั้งแต่ข้อแรกนี้แล้ว ในการขอโทษไม่ต้องแก้ตัวถึง เจตนา ความคิด หรือความรู้สึกของเรา เช่น “ผมขอโทษ แต่คุณเข้าใจผิด ผมไม่ได้หมายความว่า…”

  • | |

    มืออาชีพและบันได 5 ขั้นของความสามารถ

    คุณนิยาม มืออาชีพ ว่าอย่างไร? ระหว่างที่ฟังคุณวิเชียร จึงวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการของ CP Retailink เล่าเรื่องการบริหารคนในองค์กร ท่านก็ถามผมขึ้นมา ซึ่งผมก็คิดซักพักแล้วตอบอย่างกระอ้อมกระแอ้มว่า มืออาชีพน่าจะเป็นคนที่มีความสามารถ รู้หน้าที่ และทำตามมาตรฐานที่องค์กรคาดหวังได้ดี ทำให้สิ่งที่ควรทำโดยไม่อิงกับความรู้สึกของตัวเอง ท่านฟังแล้วพูดขึ้นว่า ในมุมของท่าน มืออาชีพ คือ บุคคลที่สมควรได้รับค่าจ้าง คุณวิเชียรคงเห็นผมนั่งนิ่ง อ้าปากค้างเลยขยายความต่อว่า มืออาชีพคือคนที่มีความสามารถและทำงานได้ตามที่คาดหวังได้ 100% ถึงเป็นคนที่สมควรได้รับค่าจ้าง 100% ด้วย ถ้ามองในมุมของนายจ้าง สามารถมองความความสามารถโดยดูจากผลลัพธ์ของงานได้ 5 ระดับเหมือนบันได 5 ขั้น ในแผนภาพนี้

4 Comments

  1. จริงครับ
    มีแต่คนอยากเป็นเจ้าของกิจการ มันเป็นความไฝ่ฝันเพราะปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัท
    ชอบครับบทความนี้ เรียงลำดับความชอบจากมากไปน้อยชอบข้อ 2 >1 >3

  2. นอกจาก 3 ข้อนี้ มีมุมไหนที่อยากเสริมรึปล่าวครับ?

  3. ให้ข้อคิดดีครับ
    จะเป็นอะไรก็ต้องเป็นให้สุด แล้วมันจะสุดยอดเองครับ

  4. ขอบคุณครับ จะเป็นเจ้าของหรือลูกจ้าง ต่างก็มีความเสี่ยง ข้อดี ข้อเสียที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าอย่างไหนตรงกับความต้องการของเรามากกว่า และแน่นอนถ้าเป็นให้สุดด้านใดด้านหนึ่ง รายได้ก็ไม่ใช่ปัญหา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *